- ๐.*.๐ - Cinderella 3225 - ๐.*.๐ -

- ๐.*.๐ - Cinderella 3225 - ๐.*.๐ - วันที่ 06 กฎของไอซ์แสค

Cinderella 3225
Author กัลฐิดา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดีค่ะ


หายไปหลายวันเลย การโพสนิยายเหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกัลไปแล้ว
พอไม่ไดทำก็รุ้สึกแปลกๆ การเที่ยวเชียงรายครั้งนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจริงๆ
การเดินทางทำให้เราพบอะไรบางอย่างเสมอ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน

หากนักอ่านทุกคนมีเวลา ต้องหาโอกาสเดินทางบ่อยๆ นะคะ
เราจะพบอะไรบางอย่างและค้นพบตัวเองด้วยค่ะ
วันนี้ไม่พูดนานดีกว่า ไปอ่านกันดีกว่าเนาะ



เจอกันวันที่ 12 สิงหาคมค่ะ ^^
กัลฐิดา


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


วันที่ 06
กฎของไอซ์แสค


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

รถไฟความเร็วสูงวิ่งออกจากเซ็นทรัลเอิร์ทมุ่งตรงสู่นิวแฟรี่ไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นเกาะในกรรมสิทธิ์ของตระกู ลแม็คโดเวลล์มาชั่วโมงกว่าแล้ว แต่ภายในห้องพักผู้โดยสารพิเศษอันหรูหราซึ่งมีแต่ประธานาธิบดีของโลกใหม่คน ปัจจุบันอย่าง แมนดิสัน ครอส เท่านั้นถึงจะใช้บริการได้ กลับตกอยู่ในความเงียบสงบ ดูเหมือนผู้โดยสารทั้งสองคนในห้องดูไม่สนใจกับสิทธิพิเศษนั้นเท่าไรนัก

ซินเดลนั่งเปิดนิตยสารแฟชั่นซึ่งเธอไม่ ได้อ่านมาเกือบสามเดือนอย่างสนใจ หลายปีมาแล้วหญิงสาวไม่สนใจการแต่งเนื้อแต่งตัว ความสวยงามมักนำมาซึ่งปัญหา ซินเดลรู้เรื่องนั้นดี และเหนือสิ่งอื่นใด เธอไม่ต้องการเป็นจุดเด่น แต่ตอนนี้เป็นวันพักร้อนของเธอ และมีเหตุสำคัญบางประการเลยช่วยไม่ได้ที่ต้องสวย

“ถ้าคุณต้องการชอปปิ้ง ผมจะให้นิคเปิดบัตรสมาชิกของอินสไปร์สแควร์[1] ให้” อิชเลย์พูดทั้งที่สายตาไม่ได้ละไปจากเกมโครงสร้างตึกสามมิติบนจอเอ็มพีซีของเขา

ซินเดลเคยสงสัยว่า มันสมองของผู้ชายคนนี้คงซับซ้อนยิ่งกว่าโครงสร้างของรังปลวกแน่ๆ เขามักสนุกกับเกมที่คนธรรมดาน่าจะสมองระเบิดได้ นานมาแล้วที่เคยเห็นผู้ชายคนนี้ต่อจิ๊กซอขนาดสองหมื่นชิ้นเสร็จภายในเวลาสาม ชั่วโมง นั่นยังไม่เท่าการต่อชิ้นส่วนอักขระโบราณในมหาวิหารเซ็นเตอร์ครอสที่เซ็คคัน เอิร์ทหรอกนะ หากมีใครมาหลอกเธอว่าเขาคือ ไอซ์แสคคนหนึ่ง เธอจะเชื่อ

“บัตรสมาชิก? ระดับแพลตตินัมหรือเปล่า ได้ข่าวว่าคนที่จะได้บัตรระดับนั้นต้องอยู่ในสมาคมนิวเจนเทิลแมนคลับเท่า นั้น” ซินเดลถามอย่างไม่กระตือรือร้นนัก

“แค่แพลตตินัมน่ะไม่ถึงกับต้องเป็นสมาชิกหรอก” อิชเลย์ตอบ คราวนี้ซินเดลก็ต้องหันไปมองเขาอย่างสงสัย

“งั้นเหรอคะ แล้วสิทธิพิเศษของสมาชิกในสมาคมยุคใหม่ แต่หัวเก่าคร่ำครึคืออะไรล่ะคะ”

มุมปากอิชเลย์ยกขึ้นอย่างอดไม่ได้ ซินเดลคนเก่ากลับมาแล้ว ซินเดลที่เขารู้จักซึ่งรักความเท่าเทียมทางเพศยิ่งกว่าสิ่งใด และเคยแสดงความคิดเห็นต่อกฎของสมาคมนิวเจนเทิลแมนอย่างออกรสออกชาติเมื่อนาน มาแล้ว เธอคิดว่านี่มันโลกในยุคสามพันสองร้อยยี่สิบห้าแล้ว ยังจะมีกฎที่ห้ามไม่ให้สุภาพสตรีเข้าไปในพื้นที่ของสมาคมสุภาพบุรุษเหมือน อย่างในสมัยยุคกลางอีกหรือ มันไม่สมควรอย่างยิ่ง

“ก็...หลายอย่างนะ”

อิชเลย์ตอบกำกวม เขาแค่อยากยื้อบรรยากาศสบายๆ แบบแปลกๆ นี้ต่อไปอีกสักหน่อย ดูเหมือนการที่ซินเดลได้นอนหลับ ทำให้เธอควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น นั่นเป็นสัญญาณที่ดี เขาไม่ต้องการให้การทำงานต่อจากนี้เคร่งเครียดด้วยเรื่องส่วนตัว เพราะเท่าที่เป็นอยู่ก็เครียดมากพอแล้ว

“ยกตัวอย่างเช่น...”

“สามารถร้องขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน” อิชเลย์ตอบ

ซินเดลจุ๊ปากอย่างชอบใจ คำตอบของอิชเลย์ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่คนรู้จักกันย่อมขอความช่วย เหลือกันได้ แต่ถ้าใครก็ตามรู้ว่า สมาชิกในสมาคมนั้นคือใครบ้าง ทุกคนก็จะเป็นเหมือนซินเดล เพราะบุคคลที่จะเป็นสมาชิกในสมาคมนั้นได้ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีเงินในกระเป๋ามากกว่าพันล้านอิซโบ[2]เท่านั้น

“แล้วอะไรอีกคะ”

“แบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมไปถึงความร่วมมือในหลายๆ เรื่อง”

“เครือข่ายคนรวยว่างั้น”

ซินเดลสรุปความหมายของสิทธิพิเศษไปอีกทาง แต่อิชเลย์ไม่คิดจะปฏิเสธ ใครก็ตามที่อยู่ในระดับเดียวกับเขาย่อมรู้ดีว่า มีบางสิ่งที่มีแต่เราเท่านั้นที่ทำได้ และเป็นบางสิ่งที่คนทั่วไปไม่ควรรู้

“เดี๋ยวผมจะให้นิคจัดการเรื่องบัตรให้คุณก็แล้วกัน” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง

ซินเดลส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันไม่ต้องการหรอกค่ะ อีกอย่าง ฉันคงไม่มีเวลาได้ใช้มัน ขอแค่บัตรชั่วคราวก็พอค่ะ คุณคงดูไม่ดีแน่ถ้าภรรยาแต่งตัวซอมซ่ออย่างนี้”

ซินเดลพูดพลางหันไปสนใจนิตยสารแฟชั่นในมือต่อ ในขณะที่อิชเลย์หันไปมองหญิงสาวเป็นครั้งแรก

ซอมซ่อ ดูเป็นการบรรยายภาพลักษณ์ในการปรากฏตัวครั้งแรกของเธอต่อสื่อมวลชนเมื่อ ชั่วโมงก่อนได้ดีทีเดียว ซินเดลปฏิเสธที่จะใส่ชุดซึ่งเขาให้นิคจัดเตรียมไว้ให้ ด้วยเหตุผลเดียวกับที่ผู้หญิงทั้งโลกเป็น

“...ฉันไม่ใส่เสื้อผ้าที่ฉันไม่ได้เลือกเอง...”

อิชเลย์ไม่อยากมองโลกในแง่ร้ายหรอกว่า นั่นเป็นแผนเพื่อให้เขาเสียหน้า ในเมื่อเขายังไม่เดือดร้อน แล้วคนอื่นจะเดือดร้อนทำไม คุณค่าของผู้หหญิงที่ชื่อ ซินเดล ไอซ์แสค มีมากกว่าเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ตอนนี้อย่างเทียบไม่ได้ แต่นั่นเป็นสิ่งที่ใครๆ ไม่รู้เท่านั้นเอง

เสียงโทรศัพท์ที่นาฬิกาข้อมือของซินเดลกรีดร้องเรียกความสนใจจากคนทั้งคู่

ซินเดลก้มลงมองชื่อผู้ที่เรียกสายเข้ามา แล้วก็ต้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

อิชเลย์มองสีหน้าเบื่อโลกนั้นอย่างสงสัย แต่ก็มีมารยาทพอที่จะไม่ถาม ขณะที่หญิงสาวพูดคำสั่งรับสาย แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่อราวกับไม่สนใจเสียงที่แผดดังมาจากโทรศัพท์

“ซินเดล ไอซ์แสค!

“ค่ะ คุณแม่ใหญ่” ซินเดลรับคำอย่างไม่ใส่ใจ

“อย่าริทำเสียงไม่ยินดียินร้ายกับฉัน แม่ตัวดี ทำไมไม่เปิดหน้าจอเอ็มพีซีให้ฉันเห็นหน้าอันไร้ความรับผิดชอบของหล่อนด้วย เลยล่ะ จะได้ครบสูตร”

อิชเลย์มองท่าทางไม่สนใจไยดีของซินเด ลอย่างแปลกใจ ตลอดเวลาที่เป็นสามีภรรยากัน เขาแน่ใจว่าภรรยาของเขาไม่มีญาติ ตระกูลไอซ์แสคมีทายาทเหลืออยู่เพียงคนเดียวก็คือซินเดล เป็นไปไม่ได้ที่ข่าวกรองของแม็คโดเวลล์จะผิดพลาด

“ถ้าคุณแม่ใหญ่อยากเห็นหน้าทายาทคนล่าสุดของแม็คโดเวลล์ ซึ่งกำลังกอดหนูอยู่ในตอนนี้ ก็เอาสิคะ”

เหมือนเป็นเสียงด่าทอ แต่ด้วยภาษาที่แตกต่างออกไปดังอย่างต่อเนื่องแต่แบบห่างไกลออกไป ราวกับคนที่ปลายสายเดินห่างออกไปเพื่อระบายความอัดอั้นในอกออกเสียบ้าง ก่อนจะกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงที่ควบคุมได้ดีกว่าเดิม แต่เป็นภาษาโบราณที่มีแต่คนในตระกูลไอซ์แสคเท่านั้นที่ฟังเข้าใจ

“แล้วหล่อนรับโทรศัพท์ฉันทำไม หล่อนก็รู้กฎดี”

ซินเดลยักไหล่ ขณะเหลือบไปมองอิชเลย์ที่กำลังมองเธออยู่เช่นกัน เขาคงอยากรู้ว่าคุยอะไรกัน แต่ ณ เวลานี้แค่เขารู้ว่าเธอไม่ได้เป็นไอซ์แสคคนเดียวในโลก นั่นก็มากพอแล้ว

“เราจะได้ทำผิดกฎเหมือนๆ กันไงคะ” ซินเดลตอบกลับด้วยภาษาเดียวกัน

“เด็กบ้า กลับบ้านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้”

ซินเดลหัวเราะออกมาเบาๆ การยอมรับข้อเสนอของอิชเลย์ในตอนนี้อาจเป็นเรื่องดีก็ได้ อย่างน้อยก็ทำให้เธอได้รับการติดต่อจากญาติเป็นครั้งแรกในรอบสามปีเชียวนะ น่าปลื้มใจจริงๆ

“หนูเกรงว่าทุกอย่างมันเลยเถิดไปมากกว่าที่คุณแม่ใหญ่คิดแล้วล่ะค่ะ”

“แกหมายความว่ายังไง” คนทางปลายสายถามเสียงตวัดๆ

ซินเดลปิดนิตยสารแฟชั่นแล้วเอนหลังพิง โซฟานุ่ม พลางยกมือข้างที่มีแหวนแต่งงานขึ้นมอง ซึ่งอิชเลย์นำมาสวมให้เธอตอนไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าเมื่อเธอตื่น มันก็มาอยู่บนนิ้วของเธอแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลทองเปล่งประกายสนุก เมื่อนึกถึงวิธีการที่จะทำให้คู่สนทนาวุ่นวายใจได้มากกว่าเดิม

“เมื่อวานนี้ หนูเพิ่งพบหลักฐานที่แน่ชัดว่าการหย่าของหนูเป็นโมฆะ เพราะมิสเตอร์แม็คโดเวลล์ที่รักของพวกเรา ได้ใช้ดีเอ็นเอปลอมในการประทับตราในใบหย่า แล้วอย่างนี้จะทำยังไงดีล่ะคะ คุณแม่ใหญ่”

“...” อีกครั้งที่เสียงจากปลายสายพูดเสียงดังและรัวด้วยคำด่าจนฟังไม่เป็นภาษา

ซินเดลหัวเราะเบาๆ ช่างเป็นเรื่องตลกที่สุดของมนุษย์ ในเรื่องเดียวกันนี่เอง ซึ่งทำให้เธอโกรธจนหน้ามืด แต่วันนี้มันกลับทำให้เธอสะใจอย่างบอกไม่ถูก การทำให้ผู้หญิงที่กำลังพูดอยู่ในสายแทบจะแดดิ้นตายด้วยความขัดใจ เป็นสิ่งที่ซินเดลจะทำทุกครั้งที่มีโอกาส...ซึ่งมันมีไม่บ่อยนักหรอก

“ไปหย่าซะ” เสียงจากปลายสายออกคำสั่ง

“คุณแม่คงต้องพูดกับเขาเองนะคะ เพราะเขาไม่ยอมหย่า”

“ทำไม”

น้ำเสียงเย็นยะเยือกถามกลับมา ทำให้ซินเดลผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรง เวลาแห่งการยั่วเย้าใกล้สิ้นสุดแล้ว แม้เธอจะชอบทำให้คนคนนี้แทบกระอักเลือดด้วยความเจ็บใจ แต่เธอก็รู้ดีเหมือนกับทุกคนในตระกูลรู้ว่า ผลที่ตามมาจากความสนุกที่ได้เล่นกับความรู้สึกของคนคนนี้ก็หนักหนาสาหัสไม่ แพ้กัน

“เขาขอเวลาสามเดือนเพื่อให้หนูอยู่ใน ฐานะภรรยาของเขาค่ะ” ซินเดลตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อปิดปังความจริงบางอย่างที่เธอไม่อยาก บอกออกไป

“ทำไมต้องให้หล่อนไปเป็นภรรยาเขาด้วย เบื้องลึกเบื้องหลังเป็นยังไง”

เมื่อกระบวนการสอบสวนเริ่มต้น หัวสมองของซินเดลก็เริ่มหมุนติ้วอีกครั้ง การโกหกเป็นเรื่องที่ใครก็ทำได้ แต่ทำอย่างไรไม่ให้ถูกจับได้ว่าเราโกหกมันคนละเรื่องกัน ยิ่งกับคนคนนี้ซินเดลยิ่งต้องระวัง เธอไม่มีวันให้คนที่รับผิดชอบดูแลเธอได้รู้เด็ดขาดว่า เธอกำลังทำหรืออุทิศตนให้กับแม็คโดเวลล์

ถ้าคุณแม่ใหญ่รู้ว่าเรากำลังทำอะไรละก็ มีหวังได้พังกันเป็นแถบๆ แน่ ซินเดลคิด

“ก็แค่แก้ปัญหาบางอย่างน่ะค่ะ คุณแม่ก็รู้ว่าคณะกรรมการบริหารของแม็คโดเวลล์อยากเห็นทายาทคนใหม่จะแย่ แต่คุณชายจอมเลือกของเราก็ไม่ยอมแต่งงานเสียที เขาก็เลยขอให้หนูช่วยนิดหน่อย”

“เขายังไม่รู้ว่าหล่อนเป็นใครและยังคิดว่าหล่อนเป็นเหมือนที่เป็นเมื่อห้าปีที่แล้วใช่ไหม”

ใบหน้าซินเดลเคร่งขรึมลงอย่างช่วยไม่ ได้ เธอไม่มีวันบอกคุณแม่ใหญ่อีกเหมือนกันว่า กฎบางอย่างของไอซ์แสคที่คุณแม่เฝ้าย้ำกับลูกๆ ทุกคนนั้น เธอได้แหกไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน ไม่เช่นนั้นปัญหาที่เธอกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ก็คงจบไปได้นานแล้ว

ถ้าเพียงแต่เธอไม่ใช่ไอซ์แสค... คำถามนี้คงกลายเป็นเพียงความฝันเท่านั้น

“ค่ะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงเพราะหนูตรวจสอบเจอว่าการหย่าไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด หนูก็เลยต้องพบเขา แล้วเขาก็เลยยื่นข้อเสนอนี้ขึ้นมา” ซินเดลตอบด้วยน้ำเสียงเรียบรื่น

“สืบให้แน่ชัดด้วย ทำไมเขาถึงใช้ดีเอ็นเอปลอม หล่อนไม่สงสัยเลยเหรอว่า ทำไมเขาทำอย่างนั้นกับคนที่ไม่รักกันแล้วน่ะ”

น้ำเสียงสงสัยที่เปล่งออกมาแต่ละคำถาม มันเสียดแทงหัวใจคนฟังจนต้องหันไปมองคนที่หันกลับไปสนใจเกมสร้างตึกของเขาอีกครั้ง

“ค่ะ หนูจะพยายามสืบ และจะไม่โง่ซ้ำสอง”

“ดี...แล้วก็อย่าออกสื่อให้มากนัก หล่อนไม่รู้หรือไง หน้าตาของหล่อนน่ะไปอยู่ในทุกหน้าเว็บไซด์ข่าวของโลกเลยนะ ฉันยังสงสัยเลยว่าสุดสัปดาห์นี้ฉันต้องอ่านชีวิตรักจอมปลอมของหล่อนหรือ เปล่า เฮอะ”

เป็นครั้งแรกตั้งแต่คุยกันมาที่ซินเด ลหัวเราะกับคำแดกดันของคุณแม่ใหญ่ มีหลายคนในตระกูลบอกว่า นิสัยชอบพูดแดกดันแบบหน้าตายของเธอนั้นได้รับถ่ายทอดมาจากคุณม่ใหญ่ ก็นั่นแหละนะ เด็กย่อมเหมือนกับคนที่เลี้ยงเด็กคนนั้นๆ มา ซินเดลก็ไม่คิดจะทำอะไรให้แตกต่างไปนักหรอก

“คุณแม่คิดว่าอย่างนั้นเหรอคะ งั้นฉันจะทำให้สุดความสามารถนะคะ”

“พูดดีไปเถอะ จัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อย แล้วกลับบ้านให้เร็วที่สุด พวกเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว”

โดยไม่รอให้ซินเดลบอกลา เสียงจากปลายสายก็ตัดไป

ซินเดลถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็ยืดเวลาการถูกตามล่าจากคุณแม่แสนเก่งของเธอออกไปได้สักพัก ที่เหลือก็แค่ทำทุกอย่างให้จบ แล้วไปจากผู้ชายของแม็คโดเวลล์ให้เร็วที่สุด

“คุณไม่เคยบอกว่ามีครอบครัว”

อิชเลย์เริ่มกระบวนการตรวจสอบทันที ตลอดระยะเวลาที่ได้ยินภาษาประหลาด เขาไม่อยากเดาว่าทั้งสองคุยกันเรื่องอะไร แต่จากน้ำเสียงของคนที่อยู่ปลายสายดูท่าอารมณ์จะไม่สู้ดีนัก

“ใครบ้างล่ะที่ไม่มีครอบครัวคะ ฉันไม่ได้เกิดจากกระบอกไม้ไผ่นะ”

ซินเดลตอบเล่นลิ้น ขณะเปลี่ยนนิตยสารเล่มใหม่

“อะไรคือการทำผิดกฎ”

มือที่กำลังพลิกดูหน้าปกนิตยสารเล่มใหม่ชะงักไปเล็กน้อย แล้วเปิดไปหน้าต่อไป ราวกับไม่ใส่ใจคำถามนั้น

“ตอบผม ซิน”

“ทุกครอบครัวก็ต้องมีกฎอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ หรือแม็คโดเวลล์ไม่มี”

“ใช่ เรามี แล้วกฎของไอซ์แสคคืออะไรล่ะ”

ชายหนุ่มยังไม่ยอมหลุดประเด็น เป็นเหตุให้ซินเดลละความสนใจจากนิตยสารในมือ ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกี่ยวกับอะไร สมองเธอตอนนี้เอาแต่คิดว่าจะอธิบายให้เขาฟังอย่างไร

“มันสำคัญด้วยเหรอคะ ที่คุณต้องรู้กฎของครอบครัวฉัน”

ซินเดลย้อนถาม ขณะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่น่าจะหันมามองเธอได้สักพักแล้ว

“ถ้าครอบครัวที่ว่านั้นเป็นครอบครัวภรรยาเพียงคนเดียวของผม คุณคิดว่ามันจำเป็นไหมล่ะ”

สองหนุ่มสาวสบตากันนิ่งอย่างรู้ดี ไม่ว่าเขาหรือเธอก็ไม่สมควรเอ่ยบทสนทนานี้ ระหว่างพวกเขาทั้งสองคงไม่สามารถมีความสัมพันธ์อย่างที่ทำเหมือนว่ามันมี อยู่นั้นได้

“พวกเราไอซ์แซคจะต้องไร้ตัวตนเสมอ นั่นคือกฎข้อหนึ่ง ซึ่งฉันทำลายมันไปเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืน” ซินเดลก้มลงเปิดนิตยสารของเธอต่อพร้อมกับตอบคำถาม

“ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น พวกคุณไม่ใช่อาชญากรซะหน่อย” อิชเลย์ถามอย่างสนใจ

ซินเดลยักไหล่ “มีเรื่องบางอย่างในอดีตผิดเพี้ยนไป และนั่นทำให้ฉันสนใจที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ ซึ่งมีหลายอย่างที่พวกเราไอซ์แสคเองก็ไม่เข้าใจบรรพบุรุษของเรา”

แต่จากการค้นหา ฉันได้เจอบางอย่างที่เลวร้ายกว่านั้น ซินเดลคิดต่อโดยไม่พูดออกมา

“ซิน...”

“เรา มาพูดถึงที่ที่เราจะไปดีกว่านะคะ จากข้อมูลของฉัน ชุมชนนางฟ้าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของนิวแฟรี่ไอซ์แลนด์ ไม่ใช่เหรอคะ” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่อง

“ครับ” อิชเลย์ตอบรับสั้นๆ แล้วหันกลับไปสนใจเกมของเขา

“แล้วทำไมต้องไปที่นั่นล่ะคะ เสียเวลาเปล่าๆ”

“ไปพบแม่ของผม”

“อะไรนะ” ซินเดลถามเสียงสูง

“ครับ เรากำลังจะไปพบแม่ของผม อ้อ...และอาจจะมีญาติอีกนิดหน่อย” อิชเลย์ขยายความอย่างไม่ใส่ใจ

“นิดหน่อยนี่เท่าไร สิบ ยี่สิบ หรือว่าสามสิบคน”

ชายหนุ่มกระแอมไอเล็กน้อย แล้วตอบว่า “อาจจะเกือบร้อยนะ เป็นงานเลี้ยงครบรอบวันเกิดแม่ผมน่ะ”

ซินเดลมองผู้ชายที่กำลังโยนระเบิดลูกมหึใส่เธออย่างหน้าตาเฉย

“คุณบ้าไปแล้วหรือไง เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงของเรานี่ ฉันแค่มาช่วยงานคุณ ไม่ได้มาเพื่อทำหน้าที่เป็นภรรยากำมะลอของคุณนะ”

“เป็นคุณเองไม่ใช่เหรอ ที่เรียกร้องสิทธิ์นั้น ซิน คุณบอกว่าคุณต้องการได้รับเกียรติและศักดิ์ศรีจากครอบครัวผม นี่ถือเป็นการตอกย้ำคำสัญญาของผม...อย่างน้อยในสามเดือนนี้ คุณก็จำเป็นต้องได้รับมัน”

คนเรียกร้องสิทธิ์ถึงกับพูดไม่ออก ตอนที่พูดก็ไม่คิดว่าเขาจะทำจริงนี่นา

“นี่อย่าบอกนะว่าทั้งเรื่องนักข่าวและการเปิดตัวในงานเลี้ยง นี่ ล้วนเป็นสิ่งที่คุณทำตามคำขอของฉัน...ไม่ใช่ละมั้งคะ คุณอิชเลย์ คุณใจดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร”

“เชื่อเถอะ ผมใจดีเสมอ” อิชเลย์พึมพำ

“หวังว่าคงไม่มีนักข่าวมากนักนะ มันเป็นงานเลี้ยงภายในครอบครัวใช่ไหม”

ไม่มีเสียงตอบจากชายหนุ่ม ซินเดลจึงถามเสียงสูงว่า

“นี่...อย่าบอกนะ...”

อิชเลย์หันไปส่งยิ้มมุมปากให้ซินเดลโดย ไม่ตอบคำ หญิงสาวทิ้งตัวลงพิงพนักโซฟาราวกับจะสิ้นสติไปเสียให้ได้ แต่แล้วก็ต้องกระเด้งตัวลุกพรวดขึ้นมาคลิกเปิดหน้าจอเอ็มพีซีที่นาฬิกาข้อ มือ แล้วพูดขึ้นว่า

“ให้นายนิคของคุณส่งไอดีการ์ดสมาชิกอินสไปร์สแควร์มาให้ฉันด่วนเลย ตอนนี้ฉันจำเป็นต้องชอปปี้งแล้ว”

“ใช้ชื่อผมสิ”

ซินเดลหันไปมองคนพูด อิชเลย์จึงละความสนใจจากเกมอีกครั้ง แล้วตอบว่า

“สิทธิพิเศษของสมาชิกไงครับ”

“วงเงินล่ะ”

อิชเลย์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ซินเดลจึงหันกลับไปจ้องหน้าจอต่อ เพื่อค้นหาเสื้อผ้าที่ต้องการพร้อมกับพึมพำอย่างเข่นเขี้ยว แต่อิชเลย์กลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี

“ฉันเกลียดคนรวย”

 

หญิงวันกลางคนเจ้าของเส้นผมสีเหลืองอ่อนนั่งจ้องที่หน้าจอเอ็มพีซีด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ซึ่งเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่วางโทรศัพท์จากลูกสาวคนโตของเธอ

“คุณแม่ใหญ่”

เสียงหวานดังจากหญิงสาวเจ้าของใบหน้าหวาน ราวกับจะเตือนให้ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในห้องนี้ตื่นจากภวังค์

“เรียกทีมตรวจสอบเข้ามาพบแม่วันพรุ่งนี้ เอนเดล พี่สาวของลูกกำลังสร้างปัญหาอีกแล้ว”

“ค่ะ คุณแม่ใหญ่” หญิงสาวรับคำ แล้วเดินออกจากห้อง

ทันทีที่บานประตูห้องปิดลง หน้าจอเอ็มพีซีที่ดำมืดอยู่ก็แสดงภาพใบหน้าที่สวมแว่นตาดำของอิชเลย์ แม็คโดเวลล์ ซึ่งกำลังโอบไหล่หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงยีนรัดรูปและ สวมแว่นตาดำอันใหญ่บดบังใบหน้าไว้ด้วยเช่นกัน

ดวงตาสีน้ำตาลทองที่เหมือนกับซินเดลไล่สายตาไปตามภาพซึ่งมาจากหลากหลายสำนักข่าว แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาพร้อมกับพึมพำกับตัวเองว่า

“เด็กโง่ ทำไมถึงชอบพาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่อยู่เรื่อยเลยนะ”

 



[1] ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของโลกยุคใหม่ มีสาขาอยู่ในเก้า เกาะใหญ่และยี่สิบสี่เกาะขนาดกลาง และมีเครือข่ายเชื่อมต่อให้สั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตได้ในทั้งห้าสิบหมู่เกาะ ย่อย ถือเป็นกลุ่มบริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก

[2] อิชโบ (IZBO) สกุลเงินของโลกยุคใหม่



--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


กัลว่า ชีวิตคนเรามักไม่แน่นนอนนะคะ
แม้ว่าเราจะทะเลาะกัน โกรธกัน แต่สุดท้ายถ้าเรายังต้องทำงานร่วมกัน
ทุกอย่างก็ต้องดำเนินต่อไป จริงไหมคะ


สปอยค่ะ


"สวัสดีมิสไอส์เซค ไม่ได้พบกันนานเลยนะจ้ะ"

"สวัสดีค่ะ เราคงไม่ได้พบกันนานจริงๆ คุณเลยลืมไปว่า...
...ฉันเปลี่ยนจากมิสไอส์แซคไปเป็นมิสซิสแม็คโดเวลล์นานแล้ว"


สั้นไปไหม ^^ ไม่รู้จะตัดตรงไหน
แล้วเจอกันค่ะ


Post Comment

Statistic

Date posted: 5 years ago.
Date modified: 3 years ago.
Overall Viewed: 62,229 times
Monthly Viewed: 155 times
Rated: 5 times
Favorited: 9 times
Commented: 3 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.