- ๐.*.๐ - Cinderella 3225 - ๐.*.๐ -

- ๐.*.๐ - Cinderella 3225 - ๐.*.๐ - วันที่ 09 คำขอของแม็คโดเ

Cinderella 3225
Author กัลฐิดา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สุขสันต์วันอาทิตย์ค่ะ



วันนี้ไม่ใช่วันอาทิตย์ธรรมดา แต่เป็นวันอาทิตย์ที่เป็นวันเกิดน้องสาวคนเดียวของกัล
กัลเป็นรักน้องมาก ขนาดที่จะเรียกได้ว่าเป็น Sister complex เลยทีเดียว
แล้วก็เป็นเรื่องแปลกที่น้องสาวของกัลเกิดห่างจากกัล 365 วันพอดี


กัลเกิดวันที่ 27 สิงหา ในปีที่เดือนกุมภามี 29 วันน้องสาวของกัลเกิดวันที่ 26 สิงหาของปีต่อมา
พวกเราสามคน (กัลกับพี่วีแล้วก็น้องสาว) เลยฉลองวันเกิดวันเดียวกันตลอด
มีพระท่านหนึ่งบอกว่า พวกเราอาจเป็นแฝดสามมาหลายชาติสลับกับการเป็นพี่น้องอย่างนี้ก็ได้
กัลไม่รู้ว่าเราควรเชื่อเรื่องนี้ไหม แต่ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อแบบไหน
กัลก็รู้สึกขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่มอบน้องสาวคนนี้มาให้


เจอกันวันที่ 1 กันยายนค่ะ ^^
กัลฐิดา


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


วันที่ 09 คำขอของแม็คโดเวลล์ กับข้อต่อรองของไอซ์แสค


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ซินเดลตื่นขึ้นอีกครั้งในตอนเย็นของวันที่สองที่เธอมาเยือนเกาะนิวแฟรี่ อิชเลย์ไม่ได้อยู่บนเตียงด้วยกัน และไม่ได้อยู่ในห้องด้วย ซินเดลผุดลุกขึ้นแล้วก้มลงมองดูตัวเอง

“ดูแลกันดีเหลือเกิน” หญิงสาวประชดคนที่จัดการอาบน้ำและสวมชุดนอนให้เธอเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อไร ไม่รู้ ที่รู้ก็คือตอนนี้เธอปวดเมื่อยตัวและหิวมาก

เขาหายไปไหนนะ ซินเดลคิดขณะเดินเข้าห้องน้ำ

ผมรออยู่ที่สวน

ข้อความที่ลอยเด่นอยู่บนหน้าจอเอ็มพีซี เมื่อซินเดลดึงมันออกมาจากกระเป๋าหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว

“ส่งมาตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนแล้วนี่นา เขาไปทำอะไรที่สวน” ซินเดลพึมพำพร้อมกับสอดเก็บเอ็มพีซีเข้ากระเป๋ายกขึ้นสะพายไหล่แล้วเดินไป หยุดที่หน้ากระจกบานใหญ่เพื่อดูความเรียบร้อย

ดวงตาสีน้ำตาลทองกวาดมองหญิงสาวคนที่ อยู่ในกระจก แล้วก็ต้องยอมรับว่าในรอบห้าปีนี้เธอไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้สดใสได้มากเท่า นี้มาก่อน ซินเดลเลิกส่องกระจกมองดูตัวเองนานๆ มาหลายปีแล้ว เพราะทนเห็นภาพซึมเศร้าของตัวเองไม่ได้ และไม่อยากยอมรับว่าที่ไม่ดูแลตัวเองให้ดี เพราะทำประชดใครบางคนที่ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเธอรู้สึกอย่างไรตอนที่เดินออก มาจากชีวิตเขา

“ไปได้แล้วซินเดล อย่าเผลอใจอ่อนกับเขาล่ะ จำไว้ มันก็แค่การคลายเครียดธรรมดาของปุถุชน ใครๆ ก็ทำกันทั้งนั้น” ริมฝีปากอิ่มกำชับตัวเองพร้อมกับปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แล้วเดินออกจากห้องนอนไป

คฤหาสน์แม็คโดเวลล์ ถือเป็นที่รวมความเป็นที่สุดเอาไว้ สวยที่สุด ใหญ่ที่สุด ซับซ้อนที่สุด ในขณะเดียวกันก็ลึกลับที่สุด ซินเดลไม่มีปัญหากับความเป็นที่สุดของคฤหาสน์หลังนี้ เพราะคฤหาสน์ไอซ์แสคบนเกาะซีเครทสตาร์ก็เป็นเช่นเดียวกัน

“สวน...ทางนี้ละมั้ง” ซินเดลพึมพำขณะเดินไปตามทางที่เธอเคยจำได้

ไม่นานหญิงสาวก็ก้าวออกมานอกตัวคฤหาสน์ ผ่านไปตามทางเดินซึ่งครอบซึ่งมีหลังคาแก้วใสครอบไว้ช่วยพรางแสง แสงแดดยามเย็นที่สาดสองเข้ามาย้อมทางเดินจนกลายเป็นสีส้มแดงไปทั้งหมด ราวกับเธอกำลังเดินอยู่ท่ามกลางคลื่นลาวาที่ปราศจากความร้อน

ซินเดลเดินตรงไปเรื่อยๆ จนสุดทางเดินก็พบสนามหญ้าสีเขียวขจี หญิงสาวกวาดสายตาไปทั่วเพื่อหาคนที่นัดเธอมา ก่อนที่สายตาจะไปปะทะกับร่างสูงของชายหนุ่มที่กำลังจดตัวอักษรจากอุปกรณ์ ตรวจเช็กสภาพอากาศขนาดเท่าซุ้มหินอ่อน ซึ่งตั้งอยู่ริมขอบสวน และถัดจากขอบสวนนั้นก็คือหน้าผาสูงชัน

“ทำอะไรอยู่คะ”

ซินเดลถามเมื่อเดินเข้าไปใกล้พร้อมกับยกมือขึ้นจับเส้นผมที่โดนลมพัดมาจากใต้หน้าผาจนผมปลิวกระจาย

“สภาพอากาศเปลี่ยนไปอีกแล้ว”

อิชเลย์เอ่ยพร้อมกับส่งเอ็มพีซีซึ่งหน้าจอแสดงผลการบันทึกที่เขาเพิ่งเขียนเสร็จให้ซินเดล แล้วหันไปป้อนคำสั่งให้แก่เวทเทอร์โรมิเตอร์[1]ที่แม็คโดเวลล์พัฒนาขึ้นเพื่อการตรวจสอบสภาพอากาศให้ได้แม่นยำ

ดวงตาของซินเดลกวาดมองไปตามตารางผลที่ แสดงไว้ก่อนจะเบิกตากว้าง แล้วดวงตาคมไล่สายตาไปตามวันเวลาซึ่งแสดงผลของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นั้นอย่างเคร่งเครียด

“ทั้งที่เกิดความเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ แล้วทำไมสภาพอากาศของโลกจึงไม่เปลี่ยนแปลงเลยล่ะ ถ้าอากาศมันแปรปรวนมากขนาดนี้ หน่วยงานพิทักษ์สภาพอากาศก็น่าจะประกาศเตือนไปหลายครั้งแล้วสิ” ซินเดลเงยหน้าขึ้นถาม

“พวกเขากลัวประชาชนจะแตกตื่นน่ะสิ คุณก็รู้ดีนี่ ความตื่นตระหนกของประชาชนจากความทรงจำอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนและ หลังการเกิดวิกฤตการณ์คูลชาร์ปมันแตกต่างกันจนแทบจะเทียบกันไม่ได้”

ซินเดลส่งคืนเอ็มพีซีให้อิชเลย์พร้อม กับพยักหน้าอย่างเข้าใจ เป็นความจริงที่หลังเกิดวิกฤตการณ์คูลชาร์ป ประชากรโลกที่เหลือรอดจะตื่นตระหนกง่าย เมื่อได้ข่าวการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศหรือสภาพเปลือกโลก และคณะกรรมการพิทักษ์สภาพอากาศก็ทำงานของพวกเขาอย่างหนักเพื่อไม่ให้ทุกคน ต้องตื่นตระหนกมากเกินไปเมื่อเกิดพายุหิมะมากกว่าปกติ หรือมีฝนตกมากเกินไป

“คุณสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพ อากาศได้ชัดเจนเมื่ออยู่บนเกาะนี้ แต่ที่ข้างนอกความรุนแรงของมันจะลดลงกว่าความเป็นจริง เพราะหน่วยพิทักษ์สามารถควบคุมความรุนแรงของสภาพอากาศไว้ได้” อิชเลย์อธิบายขณะออกเดินไปพร้อมกับซินเดลเพื่อนำเธอไปห้องนั่งเล่น เรือนกระจกที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากเครื่องเวทเทอร์โรมิเตอร์นัก

“คุณกำลังพูดถึงหน่วยซีล[2]ใช่ไหม”

ซินเดลถามขณะนิ่วหน้า ไม่ใช่เธอไม่ชอบกลุ่มคนพวกนั้นหรอกนะ แต่ในบางครั้งซินเดลก็คิดว่าพวกเขาได้รับอภิสิทธิ์ในโลกใหม่นี้มากเกินไป

หน่วยซีลเป็นอาชีพในฝันของบัญฑิตจบใหม่ จากทั่วทุกมุมโลก และติดอันดับหนึ่งของตำแหน่งงานในฝันติดต่อกันหลายสิบปีแล้ว แน่นอน ปัจจัยหนึ่งที่เป็นเหตุให้เป็นอย่างนั้นก็เพราะ อาชีพผู้พิทักษ์สภาพอากาศได้รับผลตอบแทนสูงที่สุด

คนทั้งโลกไม่มีใครอยากผ่านประสบการณ์ อย่างคูลชาร์ปอีก แล้วการที่มนุษย์ส่วนหนึ่งมีความสามารถด้านพลังจิต หรือบางคนอาจเรียกว่าเวทมนตร์ขั้นสูง คณะกรรมการปกครองโลกใหม่ก็เลยคิดว่า เราควรใช้ความสามารถนั้นให้เป็นประโยชน์ ดังนั้นจึงมีการก่อตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมา โดยได้รับงบประมาณจากทุกเกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือ ทุกเกาะที่มีสภาการปกครองตนเองจะต้องกันงบประมาณส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าใช้จ่าย ในการคุ้มครองและป้องกันภัยจากสภาพอากาศที่เลวร้าย หรือพูดง่ายๆ ให้เข้าใจกันแจ่มแจ้งไปเลยก็คือ ค่าคุ้มครอง นั่นเอง

“พวกเขาทำงานอย่างหนักใช่ไหมล่ะ” อิชเลย์เอ่ยพร้อมกับก้าวผ่านประตูกระจกที่เปิดออกทันทีที่อิชเลย์กรอกรหัสผ่านของเขา

“ก็คงคุ้มกับค่าคุ้มครองที่ทุกเกาะต้องจ่ายให้แก่พวกเขานั่นแหละ” ซินเดลตอบเสียงเรียบ

“แม้ได้เงินมากมายก็ซื้อชีวิตคนไม่ได้หรอก มนุษย์มีแค่ชีวิตเดียวเท่านั้น”

อิชเลย์แย้งเรียบๆ ซึ่งซินเดลเข้าใจในสิ่งนั้นดี เหรียญมักมีสองด้านเสมอ นั่นคือสิ่งที่สามีกำลังย้ำให้เธอเข้าใจ คนพวกนั้นแม้จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พวกเขาต้องเสี่ยงชีวิตมากแค่ไหนเพื่อที่จะรักษาสังคมโลกใหม่ใบนี้ให้ยืนยาว มาตลอดหนึ่งพันสองร้อยปีได้อย่างสงบสุข

ซินเดลถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา เธอไม่แน่ใจว่าบทสนทนาของเธอกับเขามาหยุดอยู่ที่การวิพากษ์วิจารณ์คุณค่าของ ชีวิตตั้งแต่เมื่อไร และยังไม่รู้เลยว่าเขาเรียกเธอมาที่นี่ทำไม

“คุณเรียกฉันมาที่นี่ทำไมคะ” ซินเดลเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง ขณะกวาดสายตาไปรอบห้องนั่งเล่น

“เย็นนี้ญาติของผมทั้งหมดจะเดินทางมาถึง...”

ซินเดลหันกลับมาสบตาผู้ชายที่ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาใหญ่กลางห้อง และยังคงนิ่งฟังอิชเลย์พูดต่อ

“...ญาติทั้งหมด” อิชเลย์ย้ำ

ซินเดลยักไหล่ “แล้วไงคะ”

“เราต้องคุยกัน”

อิชเลย์เอ่ยเสียงขรึม ซินเดลจึงเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวตรงข้ามกับอิชเลย์

“ถ้าคุณอยากให้การคุยกันเป็นไปด้วย ฉันขอแนะนำให้คุณยกถาดผลไม้นั่นให้ฉันก่อน”

อิชเลย์เหลือบไปมองตามนิ้วของหญิงสาวก็ พบจานผลไม้ของว่างที่เด็กรับใช้เอามาให้เขาแต่เขายังไม่กิน ชายหนุ่มจึงเดินไปหยิบแล้วเอามาวางไว้ตรงหน้าพลางถามว่า

“คุณหิวเหรอ”

“มากจนคุณคิดไม่ถึงเลยล่ะ” ซินเดลตอบพร้อมกับจิ้มผลไม้เข้าปากอย่างหิวโหย อิชเลย์นั่งมองหญิงสาวกินผลไม้อย่างอดทน จนกระทั่งซินเดลลดแก้วน้ำผลไม้ที่ชายหนุ่มรินมาให้ลง

“แม็คโดเวลล์ต้องการอะไรล่ะคะ ทอม” ซินเดลถามทะลุกลางปล้องด้วยเสียงไม่ยินดียินร้ายก่อนจะหันไปหยิบเหยือกน้ำผล ไม้ที่อิชเลย์ยกมาให้เพิ่มขึ้นแล้วรินน้ำลงไปอีกแก้ว

“ข้อมูลทั้งหมดและความช่วยเหลือจากไอซ์แสค ซิน” อิชเลย์บอกสิ่งที่ต้องการอย่างตรงไปตรงมา

“คุณคิดว่าฉันสามารถให้คุณได้งั้นเหรอคะ”

“คุณให้ได้เท่าที่คุณอยากให้ ซิน”

ซินเดลหัวเราะเบาๆ กับน้ำเสียงกึ่งดุกึ่งขอร้องของผู้ชายตรงหน้า เธอจะคาดหวังอะไรกับผู้ชายคนนี้ ความสัมพันธ์ทางกายก็เรื่องของทางกาย เธอควรพอใจกับความรู้สึกอิ่มเอมของผู้หญิงที่ได้รับการดูแลจากสามีในช่วง เวลาสามเดือนของเธอ แต่ช่วงเวลาที่เขาไม่ได้อยู่บนเตียงกับเธอ เขาก็คือผู้ชายที่อุทิศตนให้กับตระกูลของเขา เธอคงเป็นผู้หญิงที่โง่ที่สุดที่ยอมให้ตัวเองตกหลุมรักผู้ชายคนนี้เป็นครั้ง ที่สอง ทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่า ผลลัพธ์ของความสัมพันธ์แบบนั้นจะนำเธอไปสู่ความหายนะแบบไหน

“ถ้าฉันเดาไม่ผิด พวกคุณกำลังตามหา เซฟตี้ครอส[3]ใช่ไหม”

ดวงตาของอิชเลย์ทอประกายขึ้นอย่างแปลกใจ ซินเดลยักไหล่แล้วพูดต่อ

“สิ่งเดียวที่พวกคุณแม็คโดเวลล์ต้องการ ความช่วยเหลือจากไอซ์แสค ก็คือ วิธีการตามหาจุดตัดที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ไม่มีอะไรน่าแปลกใจหรอกคุณแม็คโดเวลล์”

“เราแค่ต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อ หนึ่งพันสองร้อยปีก่อน อะไรทำให้พวกเราผ่านวิกฤตการณ์นั้นมาได้ และอะไรทำให้วิกฤตการณ์นั้นกำลังจะกลับมาเร็วกว่ากำหนด ได้โปรดเถอะ ซิน ผมไม่ได้พูดเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่กับสำหรับโลกใบนี้”

“ฉันไม่รู้” ซินเดลเอ่ยเสียงเรียบ

“ซิน...”

อิชเลย์เรียกชื่อซินเดลอย่างไม่เห็นด้วย ที่อีกฝ่ายเอาเรื่องส่วนตัวมารวมกับเรื่องของส่วนรวม เขารู้ดีว่าแม็คโดเวลล์ทำผิดต่อซินเดลแค่ไหน แต่ภารกิจในครั้งนี้เขาไม่อาจไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้หญิงตรงหน้า

“แต่ฉันรู้ว่าบรรพบุรษของฉันทิ้งบางอย่างเอาไว้ให้ฉัน”

ซินเดลพูดต่อ นั่นทำให้สีหน้ายุ่งยากใจของอิชเลย์คลี่คลายลงแล้วถามต่อ

“พวกเขาทิ้งอะไรเอาไว้ให้”

“คุณเห็นงานวิจัยฉันแล้ว” ซินเดลเกริ่น

อิชเลย์หรี่ตาลงแล้วพยักหน้า เขารู้เสมอว่าซินเดลมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ใช้เวลาทำมานาน ตั้งแต่ก่อนเจอกัน หลังจากกลับมาพบกันใหม่อีกครั้ง ซินเดลก็ยังคงทำงานวิจัยชิ้นนั้น การถอดรหัสภาษาที่นักโบราณคดีทั่วโลกต้องการไขปริศนา...ภาษาแองเจิลลิก

“หรือว่า...”

ซินเดลพยักหน้า “พวกเราไอซ์แสคพยายามถอดรหัสมันตลอดเวลาของการคงอยู่ พวกเราไอซ์แสคคงอยู่เพื่อถอดรหัสภาษานั้น มันคือมรดกเพียงชิ้นเดียวที่ พอล ไอซ์แสค ทิ้งเอาไว้ราวกับเขารู้อะไรบางอย่างจึงนำพวกเรามาสู่สถานการณ์นี้”

“คุณแปลมันเสร็จแล้ว?” อิชเลย์ถามอย่างกระตือรือร้น

ซินเดลส่ายหน้า “ยังเหลือการปะติดปะต่อ ดูเหมือนว่ามีบางส่วนของตัวอักษรพวกนั้นหายไป คุณเองก็รู้นี่ว่าโบราณสถานบางแห่งห้ามคนเข้าไป ดังนั้นตัวอักษรบางชุดฉันถึงยังไม่ได้แปล”

อิชเลย์ขมวดคิ้ว “นั่นคือสาเหตุที่ทำให้คุณกลับมางั้นเหรอ” ชายหนุ่มถามถึงเหตุของการกลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง ซินเดลจึงต้องปฏิเสธเสียงห้วนว่า

“ถ้าพูดให้ถูกก็คือ แม็คโดเวลล์ คอร์ปอเรชัน เป็นหน่วยงานเอกชนที่ให้ทุนในการบูรณะโบราณสถานหสายแห่ง จึงได้รับอภิสิทธิ์ในการเข้าไปในโบราณสถานบางแห่งที่คนทั่วไปเข้าไม่ได้ มากกว่า”

อิชเลย์ยักไหล่ “แล้วไง สามปีกับการทำงานในบริษัทของเรา คุณพบสิ่งที่คุณต้องการหรือเปล่า”

ซินเดลนิ่งไป ดวงตาของเธอมองอิชเลย์อย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้นว่า “ไอซ์แสคจะไม่ทำงานให้ฟรีๆ ทอม  ครั้งสุดท้ายที่เราทำงานฟรี ผลลัพธ์คือการจางหายไปจากโลกนี้”

“ครั้งสุดท้ายที่แม็คโดเวลล์ทำงานร่วมกับไอซ์แสค พวกเราก็จ่ายราคาของความสูญเสียไม่แตกต่างกัน” อิชเลย์ย้อนเสียงเรียบ

“คุณหมายความว่าอะไร” ซินเดลย้อนถามอย่างไม่เข้าใจ

อิชเลย์ไม่ตอบ เขานิ่งงันไปสักครู่ก่อนจะถอนหายใจแล้วพึมพำว่า “ก็แค่กฏอีกข้อที่คุณไม่รู้”

ซินเดลยังไม่ทันที่จะซักไซ้ไล่เรียงในเรื่องที่ทำให้เขากับเธอเริ่มฟาดฟันกัน อิชเลย์ก็ถามขึ้นว่า

“คุณต้องการอะไรสำหรับข้อมูลที่ผมต้องการและความช่วยเหลือของคุณ”

ซินเดลเม้มปาก เธอรู้อยู่แล้ว่าเขาเป็นคนแบบนี้ ไม่ว่าเมื่อไร เธอคือสิ่งที่เขารอได้ และงานของเขาต้องมาก่อนเสมอ ไม่มีการอ้อนวอนหรือคำร้องขอ มีแต่ความต้องการ เงื่อนไข ข้อเสนอ และคำสั่ง ซินเดลไม่อยากเป็นผู้หญิงงี่เง่า และยิ่งไม่ชอบฟูมฟายในสิ่งที่รู้ดีอยู่แล้ว ในเมื่อเธอเลือกที่จะมาที่นี่เพื่อจบทุกสิ่งทุกอย่าง จบความเจ็บปวดที่หนีมาตลอด เพราะเธอตอนนี้เธอจะไม่หนีมันอีกแล้ว ดังนั้น เธอจึงต้องคิดให้ดีก่อนที่เธอจะทำอะไรลงไป

มันก็เหมือนเรื่องเมื่อเช้านั่นแหละ ซินเดลคิด

การถูกบังคับให้รับข้อเสนอกับการเลือก ที่จะรับข้อเสนอเอง ทั้งสองอย่างอาจได้ผลลัพธ์เหมือนกัน แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากสองสถานการณ์นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซินเดลเลือกที่จะกระโจนลงไปรับข้อเสนอตามความต้องการของอีกฝ่าย เพราะอย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่าเธอยังมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่บ้าง

ซินเดลเลือกที่จะรักผู้ชายคนนี้ ในขณะเดียวกันอีกสามเดือนข้างหน้า เธอก็จะเลือกที่จะเดินไปจากเขาเช่นกัน ทุกอย่างเธอเป็นผู้เลือก และเขาจะต้องยอมรับการเลือกนั้นของเธอ นั่นอาจเป็นความสะใจเล็กๆ น้อยๆ ที่แลกกับความเจ็บปวดที่ผ่านมา

“ว่าไงครับ” อิชเลย์ถามย้ำเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปนานกว่าปกติ

“คุณบอกว่าพวกเราจะไปที่นั่น”

“ครับ? อ้อ...คุณหมายถึงชุมชนนางฟ้าใช่ไหม”

อิชเลย์ถาม ซินเดลพยักหน้า ชายหนุ่มจึงตอบว่า

“ใช่ครับ ทำไมเหรอ”

“ถ้าให้ฉันเดา ที่นั่นมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับไอซ์แสค พวกคุณแม็คโดเวลล์ถึงควานหาตัวฉัน”

ซินเดลเปรยขึ้น แววตาประหลาดใจของอิชเลย์ ทำให้ซินเดลหัวใจเต้นแรง

มันเป็นแค่สมมติฐานที่เธอตั้งขึ้นเมื่อ นานมาแล้ว โดยศึกษาจากประวัติศาสตร์ของไอซ์แสคและข้อมูลที่ได้จากข้อความที่แปลมาจาก ภาษาแองเจิลลิกเป็นพื้นฐาน ซึ่งตามสมมติฐานนั้นก็มีสถานที่อยู่หลายแห่งที่ต้องเข้าไปตรวจสอบ หนึ่งในนั้นก็คือ ชุมชนนางฟ้า...โบราณสถานแห่งเดียวซึ่งไม่ได้อยู่ในความดูแลของพิพิธภัณฑ์โลก ใหม่ เพราะเป็นเขตพื้นที่ของตระกูลผู้กอบกู้โลก และแม็คโดเวลล์ก็ไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้าไปศึกษามัน

แต่ก็ไม่เคยคิดว่ามันจะอยู่ที่นั่น ซินเดลคิด ในขณะที่ได้ยินอิชเลย์ถามว่า

“คุณรู้ได้ยังไง”

ซินเดลไม่ตอบ “ฉันจะบอกทุกอย่างที่ฉันรู้ แลกกับการที่คุณต้องให้ฉันอยู่ในที่นั่นหนึ่งวัน โดยไม่ให้ใครมารบกวน”

“ไม่ให้ใคร...”

“รวมทั้งคุณด้วย ฉันขออยู่ที่นั่นคนเดียวหนึ่งวันเต็ม” ซินเดลพูดแทรกขึ้นทันควัน

อิชเลย์หรี่ตามองหญิงสาวอย่างหวาดระแวง แล้วถามกลับว่า “ทำไมคุณถึงต้องการอยู่ที่นั่น”

“ฉันต้องตรวจสอบอะไรบางอย่าง เพื่อเป็นการตอบแทน ฉันจะช่วยคุณ ดีไหมล่ะ”

“ตรวจสอบอะไรครับ” ชายหนุ่มซัก

“ฉันไม่คิดว่านั่นอยู่ในข้อตกลงของเรา นะคะ ว่าไงคะ ฉันช่วยคุณ แลกกับการได้ชื่นชมโบราณสถานอันเลื่องชื่อของตระกูลคุณสักวันหนึ่ง ไม่เห็นมีอะไรเสียหายจริงไหม”

อิชเลย์มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาครุ่นคิด “คุณหมายความอย่างที่พูดจริงๆ ใช่ไหม”

ซินเดลแสร้งยิ้ม แล้วตอบว่า “ค่ะ ฉันแค่อยากอยู่ที่นั่น...แค่วันเดียว คงมีโอกาสไม่บ่อยหรอกมั้งคะที่จะได้เข้าไปในสถานที่ปิดอย่างนั้น จริงไหม”

“คุณจะเข้าไปทำอะไรกันแน่”

อิชเลย์ยังไม่ยอมละความพยายามที่จะล้วงความลับของซินเดล

“ถ้าคุณยังพยายามถามเรื่องที่ฉันตอบไม่ได้ และต้องการคำตอบจริงๆ ฉันก็จะเสนอคำโกหกที่เสมือนจริงให้ เอาอย่างนั้นไหมคะ...”

อิชเลย์เงียบ ซินเดลจึงพูดต่อว่า “ในเมื่อคุณก็ไม่ต้องการ ดังนั้น เลิกเล่นเกมยี่สิบคำถามเถอะค่ะ ทั้งคุณและฉันต่างรู้ดีพอๆ กัน พวกเราไม่ใช่คนที่เปลี่ยนความตั้งใจง่ายๆ จริงไหมคะ”

อิชเลย์ยังคงเงียบ เขาเพียงแต่จ้องมองซินเดล ในขณะที่ซินเดลก็ไม่หลบตาเขาเช่นกัน ซินเดลรู้ดีว่าเขาอึดอัดมาก แต่เขาไม่มีทางเลือกหรอก หากเขาต้องการหาเซฟตี้ครอสจริงๆ เขาก็ต้องการเธอ

สิ่งเดียวที่แม็คโดเวลล์ไม่เคยทำได้ก็ คือ การค้นหาสิ่งที่คนทั้งโลกต้องการหา และการที่แม็คโดเวลล์อย่างเขาหาไม่เจอก็ไม่ใช่เพราะเขาโง่ แต่เป็นเพราะไอซ์แสคซ่อนมันไว้ และคงมีไอซ์แสคไม่กี่คนหรอกที่จะยอมช่วยเขา

“ตกลง” อิชเลย์ตอบเสียงเบาโดยไม่ละสายตาจากใบหน้าที่เปล่งประกายพึงพอใจขึ้นทันที

รอยยิ้มของเธอทำให้เขาไม่สบายใจ อิชเลย์คิด แต่มันก็เป็นเรื่องที่เขาได้แต่คิดและต้องเฝ้ามองต่อไป เพราะคนที่ทำให้เขาไม่สบายใจคงไม่ยอมไขข้อข้องใจให้เขาน่ะสิ

“งั้นฉันก็ตกลง” ซินเดลตอบพร้อมกับลุกขึ้นยื่นมือไปหาอิชเลย์เหมือนกับที่นักธุรกิจทุกคนทำ กันภายหลังการเจรจาแลกเปลี่ยนข้อตกลงระดับโลกเสร็จสิ้น

อิชเลย์ลุกขึ้นยื่นมือมาสัมผัสมือของซินเดลพร้อมกับพูดว่า “คุณควรภูมิใจ”

“คะ?”

“คุณคือคนแรกที่ทำให้ผมพ่ายแพ้ในการต่อรองของผมเอง”

อิชเลย์ตอบด้วยใบหน้านิ่งขึง ในขณะที่ซินเดลตอบรับด้วยรอยยิ้มหวานเจี๊ยบว่า

“ยินดีด้วยกับความพ่ายแพ้ครั้งแรกนะคะ แหม ฉันอดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าฉันจะดีใจแค่ไหน ถ้าฉันเป็นคุณ”

 



[1] Weatheromiter เครื่องตรวจสอบสภาพอากาศที่ให้ผลแม่นยำเกือบ 100 เปอร์เซนต์

[2] Super Energetic All Location   หรือ SEAL หน่วย งานที่รวบรวมกลุ่มคนที่มีพลังจิตสูงในด้านต่างๆ เอาไว้เพื่อควบคุมและป้องกันสถานพักอาศัยของมนุษย์ในโลกยุคใหม่จากสภาพอากาศ อันแปรปรวนอันจะเกิดได้

[3] Safety Cross จุดตัดความปลอดภัย



--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เปิดเรื่องขออุทิศให้กับวันเกิดน้องสาวที่น่ารักของกัล ^^


เรื่องราวเริ่มเข้าสู่ความตืงเครียดอีกแล้วค่ะ นิยายเรื่องนี้ค่อนข้างเคร่างเครียดมากทีเดียว
ตัวละครทุกตัวมีประเด็นของมัน กัลก็แอบเครียดนิดหน่อยเพราะถ่ายทอดตกหล่นอะไรไป


ช่วงนี้ชีวิตยุ่งเหยิงมากเลยค่ะ อยากจะหาเวลาพิมพ์นิยายให้มากที่สุด
แต่ก็ทำไม่ได้มาก เวลาที่เหลืออยู่เลยต้องอุทิศให้กับคาเลนดาร์ก่อน
เพราะมันเป็นนิยายเล่มต่อ แต่ก็พยายามแบ่งเวลามาเขียนเรื่องนี้ด้วย
ดังนั้น อาจมีข้อผิดพลาดบ้าง หากเจอต้องขอโทษด้วยนะคะ


ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา กัลทำงานสำคัญเสร็จไปหลายอย่าง
ตอนนี้รู้สึกตัวโล่งขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ยังมีงานอีกหลายอย่างที่รุมเร้าอยู่
มีคำพูดหนึ่งของคนที่ทำงานมานานเคยพูดกับกัลตอนทำงานใหม่ๆ ว่า
"อย่าทำงานให้เร็วเลยหมอ ทำเสร็จแล้วไม่ได้หมายความงานหมด แต่หมายถึงงานอื่นจะเพิ่มเข้ามา
เพราะหมอเป็นคนเดียวที่ว่าง นั่นแหละการทำงาน"

เป็นคำแนะนำที่ดีไหมคะ? จนถึงเดี๋ยวนี้กัลก็ว่ามันไม่ใช่คำแนะนำที่ดีเท่าไร
แต่ต้องยอมรับว่าในที่ทำงาน นี่คือความคิดปกติของเขา ด้วยความคิดนี้
ก็เลยทำให้คนที่ทำงานดีๆ เบื่อระบบราชการและออกจากระบบนี้ไปกันหมด
ในหนังสือ พ่อรวยสอนลูก มีคำพูดหนึ่งที่กัลเชื่อว่ามันเป็นจริงในเกือบๆ ทุกระบบ
"เงินเลวจะทำให้เงินดีไหลออกจากระบบ"


เช่นเดียวกัน "คนงานชั้นเลวจะทำให้คนงานชั้นดีไหลออกจากระบบ"
มันคือสัจธรรมในโลกของการทำงาน และหมายถึงความหายนะของระบบงานราชการ
แต่มันเป็นเพียงการคาดเดาในอนาคต ซึ่งกัลก็ยังลังเลว่าตัวเองควรเลือกที่จะอยู่ในระบบต่อไป
หรือออกจากระบบนี้เสีย กัลไม่ได้ยกยอตัวเองแต่กัลรู้จักตัวเอง


กัลไม่ใช่คนงานชั้นเลว และกัลเชื่อเสมอว่า มีคนต้องการกัลเสมอ
กัลเรียนรู้ที่จะไม่หยุดนิ่งเพื่อพัฒนาตัวเองไม่ว่าจะในฐานะไหน
ดังนั้น กัลจึงจะเป็นบุคคลซึ่งไม่มีวันตกงาน


คำถามก็คือ ถ้ากัลออกไป แล้วประชาชนที่กำลังหวังพึ่งข้าของแผ่นดินพวกนั้นจะทำอย่างไร
ความคิดนี้ไม่ได้เกิดจากการสำคัญตัวผิดคิดว่าทุกคนต้องการเรา
แต่นี่คือความจริง ที่พื้นที่นี้ กันประชากร 40000 คน มีทันตแพทย์แค่กัลคนเดียวเท่านั้น
ถ้ากัลออกแล้วใครจะรักษาพวกเขา


นี่เป็นความคิดเดียวที่ทำให้กัลเลือกทำงานในระบบที่มีคนงานชั้นเลวเต็มไปหมด
ทั้งที่กัลเลือกที่จะไปในที่ที่ดีกว่านี้ได้ แต่ถ้ามองถึงความจำเป็น ที่ตรงนี้ต้องการหมอฟันมากกว่า
สถานที่ที่มีหมอฟันเต็มไปหมดอย่างที่อื่น นั่นคือบทสรุปสำหรับคนที่อายุเข้า 28 เต็มตัว


กัลคิดเรื่องนี้มาหลายปี แล้วตอนนี้ก็กำลังคิดอยู่ ขณะที่กำลังคิดและยังหาคำตอบที่ดีไม่ได้
กัลก็เลยเลือกที่จะทำงานต่อไปก่อน อย่างน้อยการคิดให้ดีก็จะทำให้เรามองโลกใบนี้ด้วย
สายตาที่แจ่มใสขึ้น และเมื่อเรามองโลกใบนี้ด้วยสายตาแจ่มใส ทางเลือกที่ถูกเลือกนั้น
ก็จะนำพาเราไปในโลกที่แจ่มใส จริงไหมคะ



สุขสันต์วันเกิดน้องสาวสุดที่รัก กัลและพี่วี
ขอให้ทุกคนมีความสุขนะคะ



ปล. วันนี้ก็งดสปอยเช่นเคย ขอโทษค่ะ TT_TT



Post Comment

Statistic

Date posted: 5 years ago.
Date modified: 3 years ago.
Overall Viewed: 62,229 times
Monthly Viewed: 155 times
Rated: 5 times
Favorited: 9 times
Commented: 3 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.