- ๐.*.๐ - Cinderella 3225 - ๐.*.๐ -

- ๐.*.๐ - Cinderella 3225 - ๐.*.๐ - วันที่ 02 อาหารเย็น

Cinderella 3225
Author กัลฐิดา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดี คุณวันเสาร์นะคะ



ทุกคนคิดว่าความรักคืออะไรคะ กัลชอบตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเอง
บางทีก็เป็นคำถามไร้สาระ แต่บางครั้งก็ไม่ บางครั้งทำให้กัลได้พล็อตนิยายมากมาย
และบางครั้งก็ทำให้กัลรู้สึกถึงเหตุผลของคนที่ต้องการหาใครสักคนมาอยู่ด้วย


อาทิตย์ที่ผ่านมา เพราะอาการแขนยังทรงๆ อยู่ เลยทำให้ทำงานได้ไม่มาก
และเพราะไม่สามารถใช้แขนได้เต็มที่ ตารางงานของกัลเลยว่างเป็นพิเศษ
เลยได้มีโอกาสดูละครเกาหลีเสียจนตาแชะ หลายเรื่องอยู่เหมือนกันค่ะ
แต่ละเรื่องมีโครงเรื่องที่ดีทั้งนั้น มันทำให้กัลตั้งคำถามอย่างที่เอ่ยไว้ข้างต้น


ความรักคืออะไรคะ ความรักสามารถทำให้คนร้องไห้จะเป็นจะตายได้จริงๆ เหรอ
แท้ที่จริงแล้ว ความรักคือความสุขหรือเปล่า เพื่อนคนเกาหลีของกัลเคยบอกว่า
"คุณจะรู้สึกได้เติมเต็มหากคุณได้รักใครสักคน" เพื่อนคนนี้ของกัลอายุมากกว่ากัลหลายปี
เขาแต่งงานกับภรรยาของเขามาเกือบสิบปีแล้ว แต่ยังเป็นคู่รักที่รักกันมากๆ
เวลากัลมองพวกเขา กัลมักจะถามตัวเอง 'หรือความรักในละครจะมีอยู่จริง'

มันจริงเหรอคะ ที่ความรักทำให้ชีวิตของเราสมบูรณ์อย่างที่เพื่อนกัลว่า ^^
แต่ไม่ว่าจะความรักจะมอบความสุขให้เราหรือไม่ นิยายเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นนิยายรักค่ะ
กัลหวังว่า เมื่อเขียนจบ กัลอาจจะได้คำตอบ ^^



เจอกันวันที่ 14 กรกฎาคมค่ะ ^^
กัลฐิดา


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


วันที่ 02 อาหารเย็น


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



เสียงรองเท้าบูตส้นสูงกระทบพื้นถนนอย่างเอื้อยเฉื่อยเหมือนอารมณ์ของคนเดิน ซินเดลกำลังเดินกลับบ้าน อย่างสิ้นหวัง คิดว่าคำนี้จะเหมาะกับอารมณ์ของเธอตอนนี้ที่สุด เธอเกือบแปลมันได้แล้ว งานที่ทำมาตลอดชีวิตของเธอ เธอเกือบจะคว้าสิ่งที่เธออยากได้มากที่สุดมาได้อยู่แล้วเชียว ถ้าไม่ใช่เพราะนาฬิกาบอกเวลาเลิกงานของบริษัทดังขึ้นเสียก่อน

วัฒนธรรมของโลกใหม่ ทุกอย่างต้องดำเนินไปอย่างสมดุล และบรรพบุรุษผู้กอบกู้โลกในอดีตไม่เห็นด้วยที่มนุษย์จะดำเนินชีวิตตามระบบ ทุนนิยมอย่างเต็มรูปแบบ ทุกกิจกรรมบนโลกถูกวางแบบแผนขึ้นใหม่ ที่จริงก็ไม่ถึงกับใหม่ซะทีเดียวต้องเรียกว่า พวกเขาปรับปรุงมัน ไม่มีการทำงานล่วงเวลา งดเว้นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อการทำร้ายร่างกายและจิตใจ

พันกว่าปีหลังจากมนุษย์กลับมายืนหยัด ได้อีกครั้ง พวกเราค้นพบว่าเรามีพลังมากกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันสุขภาพและร่างกายของพวกเรากลับไร้การปกป้องมากกว่าเก่า พวกเราจำเป็นต้องอยู่ในโลกที่มีสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง แต่ร่างกายเรากลับไม่อำนวยให้กับสภาพอากาศอย่างนั้น วัฒนธรรมการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรจึงได้เริ่มต้นขึ้นมาตั้งแต่ก่อนที่พวกเรา จะตั้งตัวได้ในโลกใหม่ และได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มาอย่างต่อเนื่องตลอดพันปีที่ผ่านมา

ซินเดลไม่มีข้อกังขาในความห่วงใยของ เหล่าบรรพบุรุษ แต่เธอเกลียดเสียงกริ่งบอกเวลาเลิกทำงาน เท่าๆ กับที่เกลียดกริ่งบอกเวลาเลิกเรียน เมื่อใดที่มันดัง ระบบการทำงานทุกอย่างซึ่งเชื่อมต่อกันอย่างมีคุณภาพจะทุกตัด ไม่เว้นแม้แต่บริษัทเล็กบริษัทน้อย และคงไม่ต้องบอกว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างแม็กโดเวลล์ คอร์ปอเรชันนั้นเป็นอย่างไร พวกเขาตัดมันในทันทีเพราะความห่วงใยในสุขภาพของพนักงาน เฮ้อ! ก็แค่อยากทำงานให้เสร็จ จะได้ออกไปจากบริษัทนั้นสักที มันมากเกินไปแล้วที่ต้องทนทำงานในบริษัทที่เธอรู้ดีว่า พวกเขาแย่งอะไรไปจากครอบครัวของเธอ

“ดูดวงไหมจ๊ะหนู”

เสียงทักดังมาจากริมถนนทางเดินเข้าบ้านของซินเดล แต่ซินเดลไม่สนใจ มันเป็นเรื่องปกติของแถวนี้ที่จะมีพวกคลั่งศาสตร์การทำนายโบราณ โอลด์แองเจิล เป็นย่านเสื่อมโทรมที่สุดของเซ็นทรัลเอิร์ท มันเคยเป็นส่วนหนึ่งของเมืองที่เจริญที่สุดเมื่อเกือบพันปีก่อนที่ แม็คโดเวลล์ คอร์ปอเรชัน จะย้ายสำนักงานออกไปอยู่ที่ แม็คโดเวลล์ บิลดิง อาณาจักร ของพวกเขา

“ฉันดูให้แบบไม่คิดเงินก็ได้นะ รู้ใช่ไหมจ๊ะ ใกล้เวลาที่หน่วยเอชพีที[1]จะมาแล้ว แค่แลกกับถุงอาหารในมือเท่านั้น วันนี้ฉันไม่มีลูกค้าเลย”

หญิงชราพูดรัวขณะที่ซินเดลกำลังเดินผ่านเธอไป คำพูดนั้นทำให้ซินเดลชะงักเท้า แล้วหันไปมองหญิงชราที่นั่งอยู่บนผืนพรมเก่าคร่ำคร่า

“คุณยายไม่ใช่คนแถวนี้นี่คะ”

ซินเดลถามขึ้นอย่างฉงนพร้อมกับเดินกลับไปหาหญิงชรา ซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแนวย้อนยุค จนซินเดลอดนึกถึงภาพแม่มดในนิทานปรัมปราของโลกยุคเก่าไม่ได้ แล้วนั่งยองๆ ลงตรงชายขอบผืนพรม

น่าแปลกดี

ซินเดลคิดขณะมองสำรวจเสื้อผ้าของหญิงชราด้วยความเคยชิน ซึ่งเป็นนิสัยของคนที่ทำงานกับของโบราณอยู่เป็นประจำ โดยละเลยที่จะใส่ใจกับข้อควรระวังที่อาจเกิดขึ้นได้หากคุณอยู่ใกล้กับคนแปลก หน้าในย่านโอลด์แองเจิล

จงระวังหลังเสมอ นั่นคือคำเตือนที่แทบจะเขียนไว้ในทุกหัวถนนของย่านนี้ แต่ซินเดลไม่เคยสนใจมัน ในย่านนี้ ไม่มีใครที่น่าจะอันตรายได้เท่ากับเธออีกแล้ว และนั่นเป็นสิ่งที่เธอไม่จำเป็นจะต้องบอกใคร ปล่อยให้คนทั่วไปมองเห็นแค่ว่า เธอเป็นคนโชคดีที่สามารถอาศัยอยู่ในย่านที่ถูกที่สุดของเซ็นทรัลเอิร์ทได้ โดยไม่เคยถูกปล้น หรือถูกทำร้ายก็พอแล้ว ซึ่งคงจะดีกว่าที่ใครๆ จะรู้ว่าเธอสามารถทำหรือเข้าใจอะไรได้บ้าง

“จ้ะ ยายมาจากเซ็คคันเอิร์ท[2] เพิ่งมาอยู่แถวนี้ไม่นาน ยายอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ตรงหัวมุมถนนนู้น” หญิงชราตอบ ดวงตาสีเทาของเธอเปล่งประกายอ่อนโยน

ซินเดลไม่แน่ใจว่าครั้งสุดท้ายที่เธอได้เห็นแววตาอย่างนี้จาก ผู้สูงอายุมันนานแค่ไหนแล้ว นานจนแม้เธอจะนับรวมเอาผู้สูงอายุในครอบครัวเธอเข้าไปด้วยแล้วก็ตาม

“วันนี้เป็นวันศุกร์ ยายคงหาลูกค้าจากคนแถวนี้ไม่ได้หรอก บางทีพรุ่งนี้ยายน่าจะไปแถวนิวเอเชีย ที่นั่นมีคนที่จะเป็นลูกค้าของยายอยู่เยอะ”

ซินเดลแนะนำสถานที่ที่เป็นแหล่งพักผ่อนของชนชั้นกลางในโลก ใหม่ ซึ่งน่าจะมีคนที่เชื่อถือเรื่องการทำนายมากกว่าชุมชนหัวเก่าอย่างแถบโอลด์แอ งเจิลที่มองเรื่องพวกนี้ว่าเป็นเพียงเรื่องต้มตุ๋น

“ยายจะไป ขอบใจมากแม่หนู ยื่นมือของแม่หนูมาสิ ยายจะดูดวงให้” หญิงชราตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

ซินเดลส่ายหน้าทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะยื่นถุงอาหารของเธอใส่มือที่แบยื่นออกมาของหญิงชรา แล้วพูดขึ้นว่า

“ฉันเองก็ไม่น่าจะใช่ลูกค้าของยายเหมือนกัน นี่ค่ะอาหาร ฉันมีอาหารเย็นของฉันแล้ว อันนี้ฉันให้ยาย ถือเป็นของต้อนรับเพื่อนบ้านก็แล้วกัน ฉันก็อยู่ใกล้ๆ แถวนี้เหมือนกัน”

หญิงชรารับถุงอาหารสดมาก้มมองดู ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบดวงตาสีน้ำตาลทองของหญิงสาว ชั่ววินาทีหนึ่งซินเดลรู้สึกคุ้นเคยจริงๆ เหมือนเคยเห็นดวงตานี้ที่ไหนมาก่อน แต่หญิงสาวก็ปัดความคิดนั้นออกไป แล้วผุดลุกขึ้น

“ฉันไปก่อนนะจ๊ะ”

“อีกไม่นานเขาจะมา” เสียงนุ่มนวลดังขึ้น ก่อนที่ซินเดลจะก้าวเดินห่างออกไป

“คะ?” ซินเดลหันกลับไปหาหญิงชรา

หญิงชราเงยหน้าขึ้นสบตากับซินเดล ก่อนจะย้ำด้วยสีหน้าและน้ำเสียงอ่อนโยน

“อีกไม่นานคนที่จะทำให้ความหวังของหนูมายืนตรงหน้าหนู เขาจะมาพร้อมกับปัญหามากมาย แต่ก็จะนำความสมหวังมาพร้อมกับเขาด้วย อย่าปล่อยให้เขาจากไป...นั่นคือคำทำนายของฉัน ถือเสียว่าเป็นของขวัญจากเพื่อนบ้านก็แล้วกันนะจ๊ะ”

ซินเดลแย้มยิ้มออกมา ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อยเป็นเชิงลา แล้วเดินตรงเข้าไปในบ้าน

หญิงชรายังคงนั่งอยู่ที่เดิมมองตามซินเดลที่เดินจากไปจน กระทั่งลับสายตา เธอจึงผุดลุกขึ้นมาม้วนพรมของเธอ ก่อนจะแบกมันขึ้นบ่าแล้วหมุนตัวเดินสวนทางไปในทิศทางที่ซินเดลเดินผ่านมา เดินไปได้ไม่เท่าไรเธอก็เดินสวนทางกับผู้ชายคนหนึ่ง ชายหนุ่มที่มีลักษณะภายนอกไม่ต่างจากชายหนุ่มทั่วไปนัก ที่แตกต่างกันก็ตรงที่เขามีไอพลังเร้นลับบางอย่าง เมื่อทั้งคู่เดินสวนกันผ่านไปแล้ว หญิงชราก็หันกลับไปมองแผ่นหลังของชายหนุ่มซึ่งกำลังเดินไปยังทิศทางเดียวกับ ซินเดลอีกครั้ง

หญิงชราถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาและเดินต่อไป

“เขาจะมาปรากฏตัวต่อหน้าเธอ...อย่างรวดเร็วจนเธอนึกไม่ถึง เด็กน้อยของพวกเรา”

 

กริ่งที่หน้าประตูบ้านซึ่งไม่เคยร้องเตือนมากว่าสิบปีกำลังดังกังวาน นั่นทำให้ซินเดลรู้สึกตื่นตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สัญญาณเตือนภัยทุกอย่างในร่างกายเธอกำลังกรีดร้อง พลังบางอย่างที่ผลักดันให้เสียงกริ่งนั้นดังขึ้น ทำให้หญิงสาวแทบจะตัวสั่น ก่อนจะข่มกลั้นให้สงบลงอย่างรวดเร็ว

ใครก็ตามที่เดินทางมากดกริ่งที่หน้า บ้านเธอในตอนนี้ คนคนนั้นต้องค้นประวัติของเธอมาจากบริษัทแน่นอน เธอไม่เคยให้ที่อยู่นี้กับใคร แม้แต่ซานโดร่า แต่การสมัครงานจำเป็นต้องใส่ที่อยู่จริง และแม็คโดเวลล์ คอร์ปอเรชัน เป็นหน่วยงานเดียวในโลกที่มีการสืบค้นประวัติลูกจ้างของพวกเขาอย่างจริงจัง ที่สุด ว่ากันว่า หน่วยข่าวกรองของสภาที่ดูแลเกาะทั้งเก้าเกาะใหญ่ ยี่สิบสี่เกาะขนาดกลาง และห้าสิบหมู่เกาะย่อย ยังสู้หน่วยค้นหาของแม็คโดเวลล์ไม่ได้ ทำไมน่ะเหรอ ง่ายมาก เพราะทุกหน่วยงานใช้เทคโนโลยีของแม็คโดเวลล์น่ะสิ

ซินเดลลดแก้วน้ำในมือลงวางบนเคาน์เตอร์ ห้องครัว สูดหายใจเข้าลึกแล้วเดินตรงไปที่ประตู กดเปิดหน้าจอดูใบหน้าผู้ที่มากดกริ่ง แล้วนิ้วที่กำลังจะละจากปุ่มระบบสัมผัสก็สั่นขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำตาลทองเบิกกว้างสบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทของผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตู บ้านเธอ

“อิชเลย์ โทมัส แม็คโดเวลล์ เขามาทำอะไรที่นี่” ซินเดลพึมพำ ขณะลดมือลงมากุมกันแน่น เพื่อระงับอาการสั่น

เสียงกริ่งยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่หญิงสาวหลับตาแน่นราวกับกำลังอดกลั้นกับอะไรสักอย่าง อาจจะดีกว่าถ้าให้คนที่กำลังรบกวนวินาทีแรกแห่งการลาพักผ่อนในรอบห้าปีของ เธอ เข้าใจว่าเธอไม่ได้อยู่ในบ้าน ซินเดลคิดอย่างนั้นและใจเย็นพอที่จะรอ

“ใช่ เราต้องใจเย็น”

ซินเดลพึมพำ ขณะหมุนตัวเดินกลับไปที่ครัว สิ่งที่เธอควรทำในตอนนี้ก็คือ แกล้งทำเป็นหูหนวกเสีย ไม่นานเขาก็จะจากไป ซินเดลคิดขณะยืนกำมือแน่นไม่ขยับเขยื้อน รออย่างอดทนต่อเสียงกริ่งที่ดังไม่ยอมหยุดเหมือนคนด้านนอกกำลังเล่นสงคราม ประสาทกับเธอ

ไม่นานต่อมา ซินเดลก็สูดหายใจเข้าลึก ยืดอกขึ้นราวกับทหารหาญ ก่อนจะหันเดินกลับไปเผชิญหน้ากับเครื่องอินเตอร์คอมอีกครั้ง เธอเอื้อมมือไปกดปุ่มแล้วกรอกเสียงอันนุ่มนวลประหนึ่งคนที่ไม่รู้อีโหน่ อีเหน่ว่าผู้ชายเบื้องหลังประตูคือใคร

“ใครคะ”

“ผมเอง”

นั่นปะไร เราน่าจะรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นคนแบบนั้น

“ขอโทษด้วยค่ะ ที่นี่ไม่รับสินค้ารายสัปดาห์ใดๆ และไม่ประสงค์จะรับในระยะเวลาอันใกล้นี้ หากคุณต้องการนำเสนอสินค้า กรุณาเดินไปยังบ้านถัดไป น่าจะมีคนสนใจสินค้าของคุณ”

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ใบหน้าของเขามองสบกับดวงตาของใครบางคนที่น่าจะกำลังจ้องมองเขาด้วย สายตาดุๆ ผ่านกล้องรักษาความปลอดภัยรุ่นที่ทันสมัยที่สุดของแม็คโดเวลล์

อิชเลย์ โทมัส แม็คโดเวลล์ เป็นผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา มีโครงหน้าที่รวมจุดเด่นของชายหนุ่มคอเคเชียนทุกคนบนโลกเอาไว้ ซินเดลเองก็อยากรู้เหมือนกัน นักปั้นมือหนึ่งตลอดกาลอย่าง ไมเคิล แองเจลโล่ จะยังเอ่ยอ้างได้อีกไหมว่า เดวิดของเขาคือตัวแทนของผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลก หากเขาได้เจอหน้าชายหนุ่มทายาทคนปัจจุบันของแม็คโดเวลล์คนนี้ก่อน ไม่แน่ว่า ไมเคิลอาจจะใช้ผู้ชายต้นตระกูลของแม็คโดเวลล์ มาเป็นแบบแทนเลยก็ได้ ใครจะรู้

“ผมไม่คิดจะมาเสนอขายสินค้าหรอก สิ่งที่มีติดตัวมาที่น่าจะมีมูลค่ามากที่สุดก็เป็นตัวผมนี่แหละ” น้ำเสียงขบขันที่เปล่งออกมาจากใบหน้าที่เรียบเฉยเป็นปกติ ทำให้ซินเดลหน้าแดงด้วยความอับอาย

หญิงสาวอึ้งจนพูดไม่ออก ทั้งๆ ที่อยากจะโต้กลับไปด้วยซ้ำว่า หากเขาจะเสนอขายตัวเอง ก็ให้ไปเคาะประตูบ้านถัดไป มิสซิสแคนเดล หญิงม่ายที่เพิ่งหย่ากับสามีคนที่สามคงจะพร้อมรับเขาไว้ดูแล แต่ไม่กล้าทำอย่างที่คิด ก็นั่นแหละนะ เธอจะพูดอย่างนั้นออกไปได้อย่างไร ในเมื่อค่าตัวของผู้ชายตรงหน้ามีค่าเท่ากับโลกทั้งใบ และนั่นคือสิ่งที่เขารู้ดี จึงกล้าพูดเล่นแบบนี้ได้

ผู้ชายร้ายกาจ ซินเดลด่าเขาในใจ ก่อนจะคิดหาวิธีใหม่

“คุณเป็นใครคะ แล้วต้องการพบใคร”

ซินเดลผ่อนลมหายใจอย่างโล่งใจ เมื่อสามารถโต้ตอบด้วยน้ำเสียงปกติที่สุดในชีวิต

“ผมเหรอ...”

ซินเดลเห็นมุมปากของชายหนุ่มยกขึ้น นั่นเป็นเวลาที่คนทั่วไปต้องระวัง ซินเดลกำมือแน่นราวกับรอคำตัดสินชีวิตของเธอก็ไม่ปาน ก่อนที่สติของเธอจะขาดผึง เพราะคำตอบที่เธอไม่อยากได้ยินที่สุด

“ผมชื่อ โทมัส ผมมาที่นี่เพื่อพบภรรยาของผม ซินเดล”

ปึง!

“ใครเป็นภรรยาคุณ!

เสียงแหวดังขึ้นพร้อมๆ กับบานประตูที่เปิดออก ดวงตาสีน้ำตาลทองวาวโรจน์จ้องมองใบหน้าอมยิ้มน้อยๆ ของชายหนุ่มอย่างกินเลือดกินเนื้อ ซึ่งชายหนุ่มรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ

อิชเลย์ โทมัส แม็คโดเวลล์ ใช้สายตาอันเฉียบคมมองสำรวจเจ้าของบ้านที่เขาต้องการพบอย่างรวดเร็ว

เธอสูงขึ้น สวยขึ้น แต่รสนิยมการแต่งกายแย่ลงอย่างเหลือเชื่อ ซินเดลที่เขารู้จัก สวยเสมอ เธอสวยเหมือนนางฟ้าเมื่อเขาพบเธอครั้งแรก สวยราวกับเทพธิดาในการเดทครั้งแรก และเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเมื่อเขาขอเธอแต่งงาน เธอคือผู้หญิงคนเดียวของเขา และเขาก็เสียเธอไปเมื่อห้าปีที่แล้ว ก่อนจะกลับมาหาเขาอีกครั้งในรูปลักษณ์ที่แตกต่างไปจากเดิม ไม่สิ ถ้าพูดให้ถูกก็คือ เธอกลับมาด้วยรูปลักษณ์ของตัวเธอ สถานะที่แท้จริงของเธอ เหมือนกับเขาที่มายืนต่อหน้าเธอด้วยสถานะที่แท้จริงของเขาเช่นกัน

“สวัสดี ที่รัก การขอเข้าพบคณะปกครองระดับสูงของสมาพันธ์ของโลกใหม่ยังไม่ยากเท่ากับการขอพบ คุณ แต่คงไม่ยากเกินไป สำหรับสามีที่เพียรพยายามที่จะขอพบภรรยาของเขาจริงไหม” อิชเลย์เอื้อมมือไปหมายจะจับไหล่หญิงสาวที่เพิ่งสำนึกได้ว่าตอนนี้เธอได้ พลาดตกหลุมพรางของเขาเสียแล้ว

เขายั่วให้เธอโกรธด้วยคำพูดที่เธอไม่ อยากได้ยินที่สุด และเขากำลังจะแตะต้องตัวเธอ ด้วยความคิดนั้น ซินเดลจึงรีบถอยหลังหนีราวกับคนกลัวถูกน้ำร้อนลวก และเป็นจังหวะนั้นเองที่อิชเลย์ก้าวประชิดตามติดเข้าไปในบ้านเธอได้สำเร็จ

“คุณ!

“ดูเหมือนผมจะมาทันเวลาอาหารเย็นพอดี คงมีเผื่อให้ผมใช่ไหม”

อิชเลย์เดิน ตรงไปยังห้องนั่งเล่น แล้วทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาโบราณซึ่งซินเดลซื้อมาเปลี่ยนของเดิมที่พังไปเมื่อ หลายปีก่อน ราวกับเขาคุ้นเคยกับการเข้ามาในห้องนี้ทุกวัน ปลายนิ้วหาปุ่มกดเปิดดูข่าวจากโทรทัศน์มัลติมีเดียรุ่นเก่าที่ผลิตเมื่อห้า สิบปีที่แล้วอย่างชำนาญ

ซินเดลไม่เคยสงสัยว่าทำไมแม็คโดเวลล์ คอร์ปอเรชัน ถึงยิ่งใหญ่ พวกเขาไม่เคยหยุดนิ่ง ไม่ยอมล้าหลัง และไม่เคยลืมอดีต พวกเขาเลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุดเพื่ออนาคต และจดจำสิ่งที่บกพร่องในอดีตเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข

เสียงบรรยายภาพสารคดีการค้นพบโบราณสถาน ใต้น้ำเมื่อเร็วๆ นี้ดังขึ้น ทำให้ซินเดลได้สติ หญิงสาวเดินตรงไปยืนข้างหน้าจอเรืองแสงของทีวี ก่อนจะกอดอกแล้วถามขึ้นว่า

“คุณมีธุระอะไร”

“โอ้! คุณเองก็สนใจเรื่องนี้เหมือนกันสินะ” อิชเลย์ชี้ไปที่ภาพในจอทีวี

ซินเดลปรายตามองเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปจ้องใบหน้าผู้ชายที่ตามหลอกหลอนเธอมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความจริงช่วงนี้เธอเริ่มไม่ฝันถึงเขาแล้ว แต่ทำไมเขาต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าเธออีก

“คุณมีธุระอะไร”

หญิงสาวถามซ้ำเสียงเข้มอีกครั้ง นั่นทำให้อิชเลย์แกล้งถอนหายใจออกมาดังๆ อย่างจงใจ

“คุณช่างไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย เราควรจะคุยเรื่องนี้กันหลังอาหารเย็นไม่ใช่เหรอ”

“ฉันไม่มีอาหารพอให้คนถึงสองคน ไม่ใช่เจ้าบ้านที่ดี และไม่มีมารยาทพอที่จะรับรองแขกที่มาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ฉะนั้น กรุณาพูดธุระของคุณมาและออกไปจากบ้านของฉันให้เร็วที่สุด ถ้าไม่อย่างนั้น...”

“คุณจะแจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยของเขตนี้ให้มาจับผมโยนออกไปจากบ้านคุณหรือไง ซิน” อิชเลย์พูดแทรกด้วยน้ำเสียงอืดเอื่อย

ซินเดลหรี่ตาลงมองใบหน้าของผู้ชายตรง หน้า “ไม่หรอก มิสเตอร์แม็คโดเวลล์ ฉันไม่ต้องแจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัย ฉันก็มีวิธีจับคุณโยนออกไป”

สองหนุ่มสาวคนหนึ่งนั่งคนหนึ่งยืนต่าง จ้องตากันนิ่งราวกับกำลังประลองกำลังภายในกัน และฝ่ายชายก็เป็นผู้ยอมแพ้ในการประลองครั้งนี้ เขายักไหล่เล็กน้อยราวกับไม่สนใจกับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ทอม”

“คะ?”

“เรียกผมว่า ทอม”

อิชเลย์ย้ำพร้อมส่งสายตาออกคำสั่งโดยกำเนิดมาที่ผู้หญิงคนเดียวที่ไม่เคยคิดจะรับคำสั่งจากคนที่มีสายเลือดของแม็คโดเวลล์

“บอกธุระของคุณมา” ซินเดลตอบเสียงเรียบและต้องพยายามบังคับตัวเองไม่ให้สั่นเพราะดวงตาอันคมกริบที่บ่งบอกความไม่พอใจนั่น

ทำไมเราถึงไม่หาเก้าอี้สักตัวแล้วนั่งลง

ซินเดลบอกตัวเอง บางทีนั่นอาจทำให้เธอมีแรงต่อสู้กับดวงตาอันทรงอำนาจนี้ ดวงตาของอิชเลย์ โทมัส แม็คโดเวลล์ มักมีผลต่อเธอ หลายปีที่ผ่านมาเธอพยายามฝึกเพื่อต่อต้านดวงตาของเขา ซึ่งมันก็ได้ผล ในเวลานี้เธอไม่กลัวเขาอีกแล้ว เธอจะต้องเป็นอิสระจากดวงตาที่หลอกหลอนนี้

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะตอบรับคำขอของเขา อิชเลย์จึงเอ่ยต่อว่า “ผมมาเพราะเรื่องของเรา”

“มันไม่เคยมีเรื่องของเรา มิสเตอร์แม็คโดเวลล์ ถ้าคุณจะมาพูดเรื่องนี้ ฉันคิดว่าคุณมาผิดบ้าน” ซินเดลโต้กลับเสียงเย็นชา

“งั้นเหรอ...มันไม่เคยมีเรื่องของเรา อาจจะใช่ แต่หลักฐานนี้คงตอบเรื่องนั้นได้ดีกว่าคำพูดของคุณ”

อิชเลย์พูดพร้อมกับกดนิ้วลงบนนาฬิกาของเขา ภาพสามมิติของกระดาษโบราณที่ประทับตราสมาพันธ์โลกของใหม่ ซึ่งจะปรากฏอยู่บนเอกสารสำคัญทางราชการทุกใบก็ปรากฏขึ้น

ดวงตาของซินเดลเบิกกว้าง “เป็นไปไม่ได้ เราหย่ากันแล้ว ทำไม...”

“ทำไมทะเบียนสมรสของผมกับคุณถึงยังไม่ถูกทำลายใช่ไหม”

ชายหนุ่มถามด้วยใบหน้าอมยิ้ม เป็นรอยยิ้มของนักธุรกิจที่ซินเดลเกลียด เพราะเมื่อไรที่เธอเห็นรอยยิ้มนี้ของเขา นั่นหมายความ จะมีใครบางคนบนโลกเสียเปรียบจากการตัดสินใจของแม็คโดเวลล์ และใช่ เธอเคยเป็นหนึ่งในคนพวกนั้น

“คุณ คุณ คุณคงไม่...”

อิชเลย์ฉีกยิ้มกว้างอีกครั้ง “ใช่ ผมทำ”

“คุณมันบ้า!

ซินเดลสบถเสียงดังออกมา นั่นทำให้ทั่วทั้งบ้านเหมือนกับจะสั่นไหวแต่ก็ไม่ ไม่มีอะไรขยับ เมื่อหญิงสาวควบคุมอารมณ์และพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ ตะคอกออกมา

“คุณใช้อำนาจของคุณปลอมแปลงสถานะการสมรสของฉันตลอดห้าปีที่ผ่านมา”

อิชเลย์ใช้นิ้วมือแตะขอบกระดาษที่ถูก สร้างจากเครื่องส่งพลังจิต นาฬิกาที่เขาคิดค้นขึ้นเพื่อพลังของเขา ทำให้เจ้ากระดาษนั้นหมุนเติ้วอยู่กลางฐาน

“ผมแค่ทำให้แน่ใจว่า คุณจะไม่เดือดร้อนจากสถานภาพสมรสที่ลุ่มๆ ดอนๆ ของเรา จนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้งเพื่อปรับความเข้าใจ”

“ไม่จริง! คุณสับเปลี่ยนดีเอนเอในตราประทับของคุณ[3]ไม่ได้”

“เชื่อเถอะซิน ผมทำได้”

ชายหนุ่มตอบก่อนจะดับภาพใบทะเบียนสมรสนั้น แล้วเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างสบายใจเฉิบ

“อย่ามาเรียกฉันด้วยชื่อนั้น ฉันไม่อนุญาต”

ซินเดลตอบด้วยเสียงเหมือนคำรามในคอ ความหวาดกลัวจากทั่วทิศทางกำลังจู่โจมร่างกายและจิตใจเธอ

ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอยู่เกือบจะตลอด เวลาของอิชเลย์แปรเปลี่ยนเป็นนิ่งขึงไปกับท่าทีของหญิงสาว เขาคิดไว้อยู่แล้วว่ามันจะต้องเกิด เธอกำลังโกรธ แต่เไม่เคยนึกมาก่อนว่าเขาจะโกรธด้วยเหมือนกัน กับท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ของเธอ

“ผมไม่คิดว่าเวลานี้เรากำลังถกเถียงเรื่องการเรียกเชื่อเล่นของเราสองคนหรอก ซิน พวกเรามีงานสำคัญกว่านั้นที่ต้องทำ”

“ฉันไม่ทำ ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ และคุณต้องออกไปจากบ้านฉัน เดี๋ยวนี้!

เหมือนบ้านทั้งหลังกำลังกรีดร้อง แม้แต่คนที่ไม่มีประสาทสัมผัสพิเศษก็รับรู้ได้ถึงพลังมากมายที่อัดแน่นอยู่ ในบ้านหลังนี้ แต่ผู้ชายคนที่กำลังตกเป็นเป้าของพลังนั้น ไม่แม้แต่จะขยับ ดวงตาของเขายังคงจ้องมองใบหน้าโกรธเกรี้ยวของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาตาม กฎหมายของเขาอย่างนิ่งเฉย

“บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นแล้วซิน และพวกเราจำเป็นต้องจัดการกับมัน พวกเรา...สองคน”

ซินเดลสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อควบคุมตัวเอง เธอไม่ได้หลุดจากการควบคุมมานานแล้ว นานเท่ากับเวลาที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าผู้ชายที่แสนเย็นชาคนนี้

“คุณพูดอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง”

ซินเดลตอบเสียงห้วนขณะสะบัดหน้าไปยังส่วนของครัว เป็นการยากที่เธอจะประจันหน้ากับเขาในเวลาที่เขากำลังยึดมั่นในสิ่งที่เขา ต้องการทำ เขาเป็นแบบนั้นเสมอ และเธอก็ไม่เคยหยุดเขาได้ ไม่ได้แม้เพียงสักครั้ง ซินเดลบอกตัวเองพลางกลืนความเสียใจลงไปในคอ

“คุณรู้”

“สิ่งเดียวที่ฉันรู้คือ วันพรุ่งนี้ คุณกับฉันต้องไปยกเลิกพันธะบ้าๆ นั่นด้วยกันเท่านั้น มิสเตอร์แม็คโดเวลล์” ซินเดลตอบเสียงเย็นพร้อมเปิดประตูตู้เย็น

ใช่ อย่าไปสนใจเขา เขาจะออกไปเองเมื่อเขาพูดทุกอย่างจบ และไม่ว่าเขาจะพูดอะไร คำตอบของเธอคือ ไม่ คำเดียวเท่านั้น

“ผมไม่หย่า”

“งั้นฉันจะฟ้องหย่า พวกเราไม่ได้อยู่ด้วยกันมาเกินกว่าสามปีแล้ว และนั่นทำให้มันง่ายขึ้นจริงไหม”

ซินเดลโผล่หน้าออกมาจากประตูตู้เย็นก่อนจะผลุบหายไป เพื่อค้นของสดที่เธอเตรียมไว้เพื่อปรุงอาหารเย็น

ใช่ อาหารเย็นของเธอคนเดียว

“คุณแน่ใจได้อย่างไรว่าตามหลักฐานแล้วเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน”

น้ำเสียงที่แสดงความเหนือกว่านั้น ทำให้กล่องผักและเนื้อในมือร่วงลงบนเคาน์เตอร์ครัว แล้วหันขวับไปเผชิญหน้ากับผู้ชายที่มายืนซ้อนอยู่ที่หลังเธอตั้งแต่เมื่อไร ไม่รู้

“ผม...”

อิชเลย์เอ่ยขณะที่ก้มหน้าลงมาใกล้ ขณะที่ซินเดลเองก็เอนตัวหนีไปด้านหลัง มือเกาะขอบเคาน์เตอร์เพื่อการทรงตัวเอาไว้แน่น ขณะที่หูได้ยินเสียงปีศาจร้ายที่มีใบหน้าหล่อเหลาที่สุดพูดว่า

“...แน่ใจว่า ถ้าคุณค้นประวัติบ้านหลังนี้ดีๆ คุณจะพบว่า ผู้ให้เช่าของผู้ให้เช่าของผู้ให้เช่าของคุณอีกที เป็นชื่อของอิชเลย์ โทมัส แม็คโดเวลล์ แน่นอน เขาคนนั้นยังมีชื่อว่าเป็นเจ้าบ้านของบ้านหลังนี้อีกด้วย”

“คุณมัน...ฮึ้ย!

หญิงสาวร้องออกมาอย่างขัดใจ แล้วมือที่เกาะเคาน์เตอร์ก็สัมผัสโดนมือจับลิ้นชักที่คุ้นเคย เธอจึงตัดสินใจดึงลิ้นชักเปิด แล้วล้วงสิ่งที่อยู่ภายในนั้นออกมากั้นกลางระหว่างใบหน้าเขากับเธอ

อิชเลย์ผงะใบหน้าถอยห่างออกไปอย่างคนที่มีสัญชาตญาณที่ดี ซินเดลมองการตอบสนองนั้นอย่างพอใจ อย่างน้อย นี่ก็เป็นหนึ่งอย่างที่เธอทำให้เขาล่าถอยได้

“ถอยห่างออกไป ไม่เคยได้ยินหรือไง อย่ามากวนอารมณ์แม่ครัวที่กำลังถือมีดน่ะ”

อิชเลย์ก้าวถอยห่างพร้อมกับยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้

“ยังไงก็ได้ ตราบเท่าที่บนโต๊ะอาหารจะมีอาหารเย็นของเรา”

“ของคุณกับฉัน”

ซินเดลแก้ แล้วเดินไปกระชากประตูตู้เย็นเปิดออก ก่อนจะหยิบของสดมาเพิ่มเพื่อทำอาหารเย็นสำหรับคนสองคน

ขอให้พระเจ้าเป็นพยานเถอะ เธอจะทำให้แน่ใจว่าอาหารของเขาจะมียาพิษซ่อนอยู่ ซินเดลคิด ขณะเริ่มลงมือทำอาหาร โดยที่อิชเลย์ยอมกลับไปนั่งในที่เดิมของเขาและเริ่มสนใจสารคดีที่เธอตามดูมา ทุกวัน

 



[1] Health Prevention Team

[2] เกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกใหม่

[3] ตาม มาตราที่สอง วรรคแปดของกฎหมายการอยู่ร่วมกัน สัญญาใดๆ ที่ทำขึ้นโดยคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป จะเป็นผลก็ต่อเมื่อมีลายมือชื่อของบุคคลทั้งหมดในสัญญาพร้อมตราประทับซึ่ง บันทึกข้อมูลพันธุกรรมของบุคคลทั้งหมดเอาไว้ด้วย สัญญานั้นจึงจะมีผลโดยสมบูรณ์ หาไม่แล้ว สัญญานั้นจะถือเป็นโมฆะทันที



--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ธุระของครอบครัวจริงๆ ด้วยใช่ไหมคะ
บอกแล้ว ว่านิยายเรื่องนี้ กัลได้ลองอะไรใหม่ๆ เยอะเลย
เรามาตามดูพระนางคู่นี้กันดีกว่า อาจไม่น่ารักเท่าสองพัตร
แต่คู่นี้เขาก็มีอะไรโรแมนติกแบบของเขาเหมือนกันค่ะ



สปอยค่ะ



“ทำไมคุณถึงปฏิเสธที่จะเข้าพบพวกเรา” เสียงทุ้มถามขึ้นขณะที่ซินเดลเริ่มเก็บจานอาหารบนโต๊ะ

“เหตุผลส่วนตัวค่ะ” ซินเดลตอบ

“ผมควรดีใจไหมที่ผมเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลส่วนตัวของคุณ”

ลองมาดูการปะทะของสองคนนี้ดีไหมคะ ^^



Post Comment

Statistic

Date posted: 5 years ago.
Date modified: 3 years ago.
Overall Viewed: 62,229 times
Monthly Viewed: 155 times
Rated: 5 times
Favorited: 9 times
Commented: 3 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.