- ๐.*.๐ - Cinderella 3225 - ๐.*.๐ -

- ๐.*.๐ - Cinderella 3225 - ๐.*.๐ - วันที่ 10 พรหมลิขิต VS ช

Cinderella 3225
Author กัลฐิดา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ยินดีต้อนรับสู่เดือนกันยายนค่ะ


เผลอแปปเดียว เข้าเดือนเก้าเสียแล้ว
ช่วงนี้รู้สึกเวลาผ่านไปไวจังเลยนะคะ อีกสามเดือนเท่านั้นก็จะปีใหม่แล้ว
แหมรู้สึกเหมือนว่าเมื่อวานเองที่กัลฉลองปีใหม่ไป ^^


ช่วงนี้กัลยุ่งมาก ความจริงก็ยุ่งตลอด แต่ช่วงนี้ยุ่งสุดๆ
เพราะทั้งต้นฉบับทั้งเรื่องที่ทำงานแล้วก็ยังเรื่องธุรกิจของตัวเอง
มีเรื่องให้คิดตลอดเวลาเลยค่ะ แต่ถึงจะมีเรื่องให้ทำตลอดเวลา
ก็ยังหาเวลาดูซีรีย์เกาหลีเรื่องใหม่ ดูแล้วก็ชอบคำพูดของพระเอกมากๆ


"ถ้าคำว่าปาฏิหารย์มีจริง มันก็เป็นอีกชื่อหนึ่งของความพยายาม"
พูดโดย คิมแทจุง จากเรื่อง To The Beautiful You


กัลชอบคำพูดนี้มากๆ เพราะมันคือเรื่องจริง
กัลศรัทราในสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ แต่กัลไม่เคยรอหวังเพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยอย่างเดียว


ศาสนาพุทธสอนว่า "กรรมเป็นตัวกำหนด" คุณทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น
ศาสนาคริสต์สอนว่า "จงมีศรัทธาแล้วพระเจ้าจะช่วยคุณ"
ศาสนาอิสลามสอนว่า "จงช่วยตัวเองก่อนแล้วพระอัลเลาะห์จะช่วยท่าน"


ทุกศาสนาไม่เคยสอนให้คนของเขาเป็นคนงมงาย ทุกศาสนาไม่เคยสอนให้เรางอมืองอเท้า
พวกเราแค่ต้องลงมือทำในสิ่งเราวางแผนเอาไว้เพื่อความฝันของเรา
แล้วปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นเอง


มีคนเคยพูดว่า "ในหนึ่งวันจะมีปาฏิหารย์เกิดขึ้นทั่วโลกหนึ่งล้านครั้ง"
คำพูดนี้หมายความว่า ในหนึ่งปีจะมีปาฏหารย์เกิดขึ้น สามร้อยหกสิบห้าล้านครั้ง
กับประชากรโลกโดยประมาณ 6,800 ล้านคน คิดเป็นความน่าจะเป็นคือ 1 : 18.5
นั่นแสดงว่า พวกเราทุกคนมีสิทธิ์ที้ได้รับปาฏิหารย์ทั้งนั้นถ้าเรามีความพยายามที่มากพอ
จริงไหมคะ ^________________^



เจอกันวันที่ 9 กันยายนค่ะ ^^
กัลฐิดา


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


วันที่ 10 พรหมลิขิต VS ชะตากรรม


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชุดเดรสสั้นรัดรูปสีน้ำเงินสดสุดหรูของดีไซเนอร์ชื่อดังส่งตรงมาจากสไปร์สแควร์ ซินเดลเลยกลายร่างเป็นเจ้าหญิงไปแล้ว ดูเหมือนเธอจะเหมาะกับทุกสี แต่วันนี้เธอเลือกใส่สีน้ำเงินเพื่อเตือนใจให้นึกถึงครั้งสุดท้ายที่ได้ เผชิญหน้ากับญาติๆ ของสามี ในวันนั้นเธอก็ใส่เสื้อสีนี้เพียงแต่มันไม่ได้สวยงามและเลิศหรูเท่าวันนี้

“ผมดีใจที่มีภรรยาสวยขนาดนี้”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ขณะที่ซินเดลรับรู้ได้ถึงวงแขนที่สอดเข้ามาโอบที่รอบเอว แล้วดึงร่างเธอเข้าแนบชิด ดวงตาสีน้ำตาลทองมองสบคนที่เข้ามาประชิดตัวเธออย่างถือสิทธิ์โดยไม่ว่าอะไร ก่อนจะถามด้วยเสียงไม่ใส่ใจว่า

“มันดีพอหรือยัง”

“แน่นอน แต่จะดีมากกว่าถ้าคืนนี้ผมเป็นคนถอดมัน”

อิชเลย์กระซิบตอบ ก่อนจะกดริมฝีปากลงที่ต้นคอขาวที่เปิดเปลือยไว้ ซึ่งซินเดลต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อปกปิดร่องรอยที่เขาทำไว้ด้วยการทา ครีมรองพื้นอย่างหนาไปทั้งตัว

“ไม่คิดว่าคุณไปฝึกทักษะการพูดแบบสองแง่สามง่ามเป็นงานอดิเรกด้วย”

ซินเดลโต้กลับพร้อมกับขัดขืนตัวเล็กน้อย เพื่อหยุดการรุกรานของเขาไม่เช่นนั้นเธออาจต้องเสียเวลามาปกปิดร่องรอยใหม่อีกนาน

“งั้นเหรอ แต่ผมว่าน่าฝึกฝนมากเลยทีเดียว” อิชเลย์ตอบขณะกวาดสายตามองภรรยาที่หันมาเผชิญหน้าไปทั่วตัว

ซินเดลเป็นคนสวย ไม่ว่าจะแต่งตัวอย่างไรเธอก็สวยที่สุดในสายตาเขาเสมอ อิชเลย์ไม่เคยเชื่อว่าพรหมลิขิตหรือโชคชะตานั้นมีอยู่จริง จนกระทั่งได้สบดวงตาสีเหลืองทองคู่นี้ เธอทำให้เขาตกหลุมรักและรักอยู่เสมอมา และเรื่องที่ไม่น่ายินดีอย่างยิ่งก็คือ ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักกลับเป็นคนซึ่งพิสูจน์ให้ต้องยอมรับกับคำที่ว่า โชคชะตา ไม่ได้มีความหมายด้านความสุขสมหวังเพียงอย่างเดียว

หากด้านความสุขสมหวังของโชคชะตาเรียกว่า พรหมลิขิต ด้านที่ตรงข้ามกันของคำคำนี้ก็คงจะเป็น ชะตากรรม เพราะพรหมลิขิตนำพาให้เขามาเจอกับเธอ แต่เป็นชะตากรรมที่กำหนดให้เขาเกิดมาเป็นแม็คโดเวลล์และเธอคือไอซ์แสค

“คุณทำให้ฉันไม่มั่นใจเลยนะ” ซินเดลเอ่ยทำลายภวังค์ของอิชเลย์

“ผมน่ะเหรอ” ชายหนุ่มถามกลับ

“ก็ใช่สิคะ ฉันถามคุณว่ามันดูเป็นไงบ้าง แต่คุณเงียบ”

ซินเดลย้ำคำถามเดิมให้ฟัง เธอยืนรอคำตอบเขาตั้งนาน แต่เขาก็ไม่ตอบเธอเสียทีว่า เธอดูเป็นอย่างไร

“เงียบก็ไม่ได้แปลว่าดูไม่ดีเสียหน่อย” อิชเลย์ตอบขณะก้าวออกจากห้องแต่งตัวไปพร้อมกับซินเดลที่เหมือนได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเธอดัง

“สำหรับผู้หญิง การเงียบก็หมายความว่า แย่ค่ะ ตายละ คุณแม่ใหญ่โทร. มาอีกแล้ว” ซินเดลพึมพำขณะมองชื่อในสายที่เรียกเข้ามาในเอ็มพีซี ก่อนจะหันมาบอกอิชเลย์ที่เดินตามมาว่า

“ขอตัวสักครู่นะคะ”

โดยไม่รอคำอนุญาต ซินเดลก็เดินเลี่ยงออกไปที่ระเบียงซึ่งสร้างยื่นออกไปในหน้าผาอิชเลย์ได้แต่มองตามไปอย่างสนใจ

เมื่ออยู่ในที่ที่ไม่มีใครได้ยินในสิ่ง ที่เธอจะคุยแล้ว ซินเดลก็กดเปิดรับสัญญาณโทรศัพท์ ใบหน้านิ่งเรียบของคุณแม่ใหญ่ปรากฏภาพขึ้นที่หน้าจอทันที ทำให้ซินเดลลอบสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วทักขึ้นว่า

“สายัณห์สวัสดิ์ค่ะ คุณแม่ใหญ่”

“หล่อนนอนกับเขาหรือยัง”

หญิงวัยกลางคนถามทะลุกลางปล้องขึ้น ทำเอาซินเดลอึ้งไปชั่วขณะ ทำให้อีกฝ่ายสรุปคำตอบเองได้เลยโดยไม่ต้องรอ

“นอนไปแล้วสินะ ซินเดล ไอซ์แสค ถ้าหล่อนอยู่ในเขตเซ็นทรัลเอิร์ท ฉันจะให้คนไปลากตัวหล่อนกลับมา”

น้ำเสียงเรียบเย็นกับใบหน้าไม่ยินดียินร้ายของคุณแม่ใหญ่ ซินเดลแอบกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น และรู้สึกยินดีขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วนที่ตอนนี้เธออยู่บนเกาะนิวแฟรี่ ไม่ใช่บ้านในเซ็นทรัลเอิร์ทของเธอ

ซินเดลไม่เคยกลัวคุณแม่ใหญ่ แต่ถ้าเป็นไปได้เธอก็ไม่อยากมีเรื่องกับผู้หญิงคนนี้เช่นกัน เทรเรซ่า ไอซ์แสคไม่ชอบให้ใครมาลองดีกับเธอ และยิ่งไม่ชอบอย่างมากหากพบว่าเด็กในปกครองทำผิดกฎของเธอ

“ก็แค่การปลดปล่อยอย่างหนึ่งเท่านั้น ค่ะ คุณแม่ใหญ่ ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร อ้อ...หนูคงลืมบอกคุณแม่ไป ตอนนี้เป็นเวลาพักร้อนของหนู”

ซินเดลแสร้งทำใจดีสู้เสือตอบกลับไปอย่างไม่ยี่หระ ความจริงที่ว่าไอซ์แสคจะไม่ยอมให้ใครก็ตาม แม้จะมีสายเลือดเดียวกันเข้ามายุ่มย่ามในเรื่องส่วนตัวยังคงเป็นเกราะกำบัง ที่เธอใช้อ้างกับเรื่องที่ไม่ยอมกลับไปที่เกาะซีเครทสตาร์มาได้หลายปี ดังนั้น คุณแม่ใหญ่ก็ไม่มีสิทธิสั่งให้เธอนอนหรือไม่นอนกับใครได้เหมือนกัน

“รู้ตัวก็ดี” เทรเรซ่าสำทับเสียงเข้ม

“คุณแม่ใหญ่มีอะไรคะ” ซินเดลเกริ่นเข้าเรื่อง เมื่อทั้งคู่ผ่านการทักทายแบบหอมปากหอมคอไปแล้ว

เทรเรซ่าจ้องมองใบหน้าเด็กในปกครอง ซึ่งเปรียบเสมือนลูกสาวคนโตของเธอด้วยแววตานิ่งขรึม ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“แม็คโดเวลล์ต้องการอะไรจากหล่อน อิชเลย์ แม็คโดเวลล์ ไม่ใช่ผู้ชายสิ้นไร้ไม้ตอก หากเขาต้องการภรรยาตามกฎหมายสักคน ไม่จำเป็นต้องเป็นหล่อน แน่ใจเหรอว่าเขาไม่รู้ตัวตนของหล่อนจริงๆ”

ซินเดลร้องเตือนตัวเองให้รักษาสีหน้าเคร่งขรึมเอาไว้ ก่อนจะแต่งเรื่องขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ

“เขาแค่ต้องการไม้กันหมาเท่านั้นแหละค่ะ แค่เป็นภรรยาตามกฎหมายให้เขาไปอีกสามเดือน แล้วเราก็จะหย่ากันอย่างถูกต้อง”

“แลกกับอะไร” เทรเรซ่าถามต่อ

“ฉันขอแลกเปลี่ยนโดยการเข้าไปที่ชุมชนนางฟ้า”

ซินเดลตอบตามจริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดโดยละความจริงบางส่วนเอาไว้ และเชื่อว่าชื่อสถานที่ที่บอกออกไปจะทำให้คุณแม่ใหญ่เลิกสนใจกับการทำผิดกฎ ของเธอไปเป็นเรื่องอื่นแทน ซึ่งมันก็ได้ผล ดวงตาอันเคร่งขรึมของเทรเรซ่าเปล่งประกายขึ้นทันทีที่ได้ฟังคำตอบ

“ชุมชนนางฟ้างั้นเหรอ”

“ค่ะ ค่าจ้างการเป็นภรรยาปลอมๆ ของเขาคือ การได้เข้าไปอยู่ที่นั่นหนึ่งวัน คุณแม่ไม่คิดเหรอคะว่ามันเป็นข้อต่อรองที่เราควรรับเอาไว้”

เทรเรซ่าพยักหน้ารับ “แน่นอน แต่นั่นต้องไม่รวมกับเรื่องบนเตียงของหล่อนกับผู้ชายคนนั้น”

ซินเดลถอนหายใจออกมาแรงๆ อย่างเหลือเชื่อ จะมีสักครั้งไหมที่ผู้หญิงคนนี้จะไม่แขวะให้กับการกระทำที่เธอไม่พอใจ

“มันเป็นสิทธิ์ของเขานี่คะ เขาไม่ได้ขอให้หนูเป็นแค่ภรรยาในนามของเขา คุณแม่ก็น่าจะรู้นิสัยผู้ชายดี”

“ย่ะ แล้วแต่หล่อนเถอะ วันนี้ฉันเพิ่งส่งเอนเดลออกไป กลับมาจากเกาะนิวแฟรี่เมื่อไรติดต่อน้องด้วย”

ดวงตากลมโตของซินเดลเบิกกว้างอย่างตกใจ “เอนเดลเหรอคะ คุณแม่ให้น้องออกมาเหรอคะ”

เทรเรซ่าหรี่ตามองอย่างระแวง “ใช่ ทำไม? หล่อนมีปัญหากับที่จะเจอกับเอนเดลหรือไง”

ซินเดลส่งยิ้มจืดๆ ไปให้พร้อมกับตอบว่า “หนูจะมีปัญหากับลูกรักของคุณแม่ได้ยังไงล่ะคะ เพียงแต่แปลกใจที่คราวนี้คุณแม่ส่งลูกสาวสุดที่รักออกมาจากเกาะเท่านั้น ทำไมคะ มีงานสำคัญระดับชาติหรือไง”

“หล่อนไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”

“ก็แล้วแต่ค่ะ หนูแค่สงสัยเฉยๆ เห็นคุณแม่เก็บน้องไว้ข้างตัวตลอด อีกอย่าง หนูคงยังไม่ได้กลับไปที่เซ็นทรัลเอิร์ทเร็วๆ นี้หรอกค่ะ”

พูดจบซินเดลก็ร้องในใจว่า แย่แล้ว แต่ดูเหมือนคู่สนทนาของเธอจะไม่อยากซักไซ้ไล่เรียงเธอต่อนัก คราวนี้เลยรอดตัวไม่ต้องเผยข้อตกลงที่แท้จริงที่มีกับอิชเลย์ไปได้อย่างหวุด หวิด

“ถ้าแกกลับไปถึงเมื่อไรก็ติดต่อน้องด้วยแล้วกัน แค่นี้แหละ”

ภาพและเสียงถูกตัดสัญญาณไปแล้วโดยไม่รอ คำลาของซินเดล หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องซึ่งอิชเลย์กำลังนั่งดูรายการวิเคราะห์เศษรฐกิจ อยู่

“แม่คุณโทร. มาทำไม” ชายหนุ่มถามทั้งที่ไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอโทรทัศน์

“แค่โทร. มาบอกว่าน้องจะมาหาเท่านั้นแหละค่ะ” ซินเดลเลือกตอบในสิ่งที่ตอบได้ ขณะสอดเก็บเอ็มพีซีไว้ในกระเป๋า

“ผมคงเป็นสามีที่แย่มาก ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณมีแม่และน้องด้วย”

อิชเลย์กดรีโมตปิดโทรทัศน์ แล้วลุกขึ้นจากโซฟาในขณะที่ซินเดลเดินไปหาเขา

“ก็แค่เป็นอีกเรื่องที่คุณไม่รู้ ได้เวลาแล้วเหรอคะ” ซินเดลตอบขณะเหลือบตาไปมองนาฬิกา

“ครับ พวกเขาคงมากันครบแล้ว”

ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมยกข้อศอกขึ้นเล็กน้อยให้หญิงสาวคล้องแขนเขาไว้อย่างที่ภรรยาควรทำเมื่อต้องออกงานเลี้ยงด้วยกัน

“ฉันชักอยากเห็นหน้าญาติคุณแล้วสิ” ซินเดลเอ่ยพร้อมกับสอดเข้าคล้องแขนเขาไว้ แล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องนอน

“เจอกันครั้งแรก เอาแค่หอมปากหอมคอก็พอมั้งครับ” อิชเลย์เปรยขึ้นเหมือนเตือน

แต่ขณะที่บานประตูห้องกำลังจะปิดลง ซินเดลก็ตอบกลับว่า

“นั่นสิคะ แต่เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่การพบกันครั้งนี้...ไม่ใช่การพบกันครั้งแรก จริงไหมคะ”

 

เทรเรซ่า ไอซ์แสค ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานแล้วเดินตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ใจกลางอาณาจักรของไอซ์แสค แผ่นหลังเหยียดตรงและด้วยท่วงท่าเดินอันทรงอำนาจ ทำให้ผู้คนที่รออยู่ในห้องประชุมเงียบเสียงลงอย่างไม่ได้นัดหมาย และลุกขึ้นยืนโดยพร้อมเพรียงกันอย่างให้เกียรติ

หญิงวัยกลางคนซึ่งรั้งตำแหน่งผู้นำของไอซ์แสคคนปัจจุบันกวาดสายตาไปรอบห้อง ก่อนจะยกมือเป็นสัญญาณให้ทุกคนนั่งลง

“ขออภัยที่ต้องให้ทุกคนรอ เผอิญมีเรื่องด่วนเข้ามาขัดจังหวะ เลยทำให้การประชุมประจำไตรมาสต้องเลื่อนมาประชุมตอนเย็น”

“เรื่องด่วนที่ว่า คือข่าวพาดหัวของหนังสือพิมพ์วันนี้หรือเปล่าครับ คุณท่าน” เสียงทุ้มจากชายหนุ่มในชุดลำลองสีสดสถามขึ้น

“ใช่ แต่เรื่องนั้นได้ทำงานแก้ไขแล้ว”

“ยังไงครับท่าน” ชายหนุ่มคนเดิมยังถามต่ออย่างสงสัย

“แก้ไขอย่างไรไม่สำคัญ สิ่งสำคัญก็คือ อีกสามเดือนข้างหน้าพวกเราจะสามารถเข้าถึงชุดตัวอักษรที่อยู่ในความครอบครอง ของแม็คโดเวลล์ได้ ดูเหมือนนั่นเป็นเรื่องน่าดีใจจริงไหม คุณรัสท์”

ชายหนุ่มเจ้าของชื่อพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน ในขณะที่ผู้เข้าประชุมคนอื่นๆ ต่างหันไปถกกันในเรื่องที่น่ายินดีนี้กันเบาๆ

เทรเรซ่าถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะดำเนินการประชุมประจำไตรมาสถึงความคืบหน้าการรวบรวมชุดตัวอักษรทั้ง หมดเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาจนกระทั่งเสร็จสิ้น เมื่อผู้เข้าร่วมประชุมทยอยเดินออกจากห้องประชุม ชายหนุ่มคนเดิมก็เดินมาหยุดที่ข้างเก้าอี้ของเทรเรซ่า แล้วพูดขึ้นว่า

“มีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่า คุณรัสท์”

เทรเรซ่าเอ่ยถาม ขณะที่รัสท์ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด

“ผมไม่แน่ใจว่าคุณท่านอยากจะฟังมัน” รัสทเกริ่น

“แล้วทำไมคุณไม่ลองพูดมาดูก่อนล่ะ แล้วฉันจะตัดสินใจเองว่าอยากหรือไม่อยากฟังมัน”

เทรเรซ่าย้อนขณะส่งเอกสารในมือให้เลขาฯ ที่เดินเข้ามารับเอกสาร

“มีบางอย่างผิดปกติในโบราณสถานที่เซ็คคันเอิร์ทครับ”

เทรเรซ่าขมวดคิ้ว “ความผิดปกติ?”

รัสท์ยื่นเอ็มพีซีของเขามาวางตรงหน้าเทรเรซ่า แล้วเปิดแฟ้มข้อมูลให้ดู

“พื้นที่ตรงหน้าคือที่ที่ผมรับผิดชอบ ส่วนพื้นที่ตรงนี้คือพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยเซ็คคันเอิร์ทเป็นเจ้าของ”

เทรเรซ่ามองดูแผนที่ที่อีกฝ่ายกำลังลากเส้นแบ่งอาณาเขตอย่างเข้าใจดี ขณะที่รัสท์ก็พูดต่อว่า

“สองสามปีมาแล้วที่ตระกูลแม็คโดเวลล์ให้การสนับสนุนการบูรณะ ซากโบราณสถาน แล้วอย่างที่เรารู้กัน อิชเลย์ แม็คโดเวลล์เองก็เป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่ออกภาคสนามในทีมขุดค้นนั้นด้วย คุณซินเดลเองก็เหมือนกัน...”

“คุณกำลังจะบอกอะไร” เทรเรซ่าเงยหน้าขึ้นถาม

รัสท์มีท่าทางไม่แน่ใจ แต่ก็ยอมที่จะบอกสิ่งที่เขาสันนิษฐานออกมาว่า

“ตั้งแต่คุณซินเดลปล่อยพื้นที่นี้ให้ผมดูแลเมื่อห้าปีก่อน พวกเราก็จับตามองพื้นที่นี้กับการเคลื่อนไหวของแม็คโดเวลล์มาตลอดครับ คุณท่าน สิ่งที่น่าแปลกก็คือ ตระกูลแม็คโดเวลล์ดูจะให้ความสำคัญกับสถานนี้มากกว่าปกติ ท่านไม่คิดว่ามันแปลกหรอกหรือ”

เทรเรซ่าหันกลับมามองแผนที่พลางตอบว่า “ทั้งเขาทั้งเราต่างสนใจในสิ่งที่คนจากอดีตต้องการจะบอกพวกเราเสมอ คุณรัสท์ เพียงแต่พวกเรามองหาสิ่งของต่างกันแต่ในสถานที่เดียวกันเท่านั้น”

“แต่นั่นคงไม่รวมถึงการถือสิทธิ์ครอบครองด้วยหรอก ใช่ไหมครับ”

รัสท์แย้ง ขณะใช้ปากกาพิเศษขีดวงอาณาเขตบนแผนที่ในเอ็มพีซีซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของซากโบราณพลางอธิบายต่อว่า

“แม็คโดเวลล์เข้าแทรกแซงการเงินของมหา วิทยาลัยเซ็คคันเอิร์ท แล้วเข้าครอบครองพื้นที่ของซากโบราณสถานแห่งนี้ พวกเขาให้ทุนกับคณะโบราณคดีจริง แต่นั่นเหมือนแค่ฉากบังหน้าเพื่อเข้าจัดการอะไรบางอย่างในสถานที่แห่งนั้น ด้วยเช่นกัน คุณท่านไม่คิดว่ามันแปลกเหรอครับ”

“...แล้วคุณคิดว่าอย่างไรล่ะ” เทรเรซ่าย้อนถาม

“พวกเขากำลังทำงานวิจัยครับท่าน”

“วิจัยอะไรล่ะ”

รัสท์กดนิ้วรัวเพื่อเลือกไฟล์ภาพโบราณ สถานที่มีลักษณะเป็นเหมือนวิหารซึ่งหลังคาได้ถล่มลงและสลายไปตามกาลเวลาจน เผยให้เห็นเสาเอกลวดลายโบราณซึ่งตั้งอยู่ใจกลางพื้นวิหาร และเมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นว่าลวดลายที่ถูกสลักเสลาเหล่านั้นเป็นภาพเหล่า นางฟ้าที่กำลังเริงระบำ

“ต่างจากพวกเราที่พยายามหาคำบอกใบ้ของ พอล ไอซ์แสค พวกเขากำลังค้นหาว่าสถานที่แห่งนี้มีไว้เพื่อทำอะไรครับ”

เทรเรซ่าหันไปสบตารัสท์แปลกใจปนประหลาดใจ ในขณะที่รัสท์เอ่ยต่อว่า

“พวกเขากำลังวิ่งไล่ตามเรามาติดๆ แล้วครับ คุณท่าน ผมจึงไม่แน่ใจว่า การที่เขายอมรับข้อเสนอที่คุณซินเดลขอเข้าไปที่ชุมชนนางฟ้านั้น มันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือเปล่า”

“ซินเดลจะไม่ทำผิดกฎเพียงเพราะผู้ชายคนนั้น คุณรัสท์” เทรเรซ่าเอ่ยเสียงขรึม

“ผมก็ภาวนาให้เป็นอย่างนั้นอย่างยิ่ง ครับ หาไม่แล้ว พวกเราไอซ์แสคคงต้องยอมรับชะตากรรมที่พวกเราต้องการจะแก้ไขอย่างไม่มีข้อโต้ แย้งอีกครั้ง” รัสท์เอ่ยขณะเก็บเอ็มพีซีแล้วลุกขึ้น

“ฉันรู้ ขอบใจมากที่ให้ความเห็นในเรื่องนี้ ขอบคุณที่ทำงานอย่างหนักเพื่อไอซ์แสค”

เทรเรซ่าเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะยืนขึ้น แล้วเดินออกจากห้องประชุมไปพร้อมๆ กับนักโบราณคดีหนุ่ม ซึ่งคนในวงการภายนอกต่างยกย่องให้เขาเป็นนักโบราณดคีผู้เชี่ยวชาญภาษาโบราณ หลากหลายภาษาที่อายุน้อยที่สุด

“ไม่เป็นไรมิได้ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องของพวกเราทุกคน และผมก็หวังว่า...คุณซินเดลจะเข้าใจถึงความสำคัญในข้อนั้น” รัสท์เอ่ยเสียงขรึม

“ซินเดลรู้เสมอว่าตัวเองเป็นใคร คุณรัสท์”

“ครับ...เห็นได้จากที่เธอเป็นไอซ์แส คเพียงไม่กี่คนที่กล้าใช้นามสกุลนั้นอย่างเปิดเผย ผมเคารพเธอในเรื่องนั้น” รัสท์พูดจบก็โค้งตัวทำความเคารพให้แก่เทรเรซ่า ก่อนจะขอตัวออกเดินจากไป

เทรเรซ่าเฝ้ามองแผ่นหลังผู้เฝ้าระวัง ที่มีฝีมือคนหนึ่งของไอซ์แสคอย่างเงียบงัน ก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าอันมืดมิดในยามค่ำคืนอย่างครุ่นคิด

“คุณท่านคะ” เสียงร้องเรียกจากเด็กรับใช้ดังขึ้นดึงความสนใจของเทรเรซ่าไป

“ว่าไง”

“โทรศัพท์จากคุณเอนเดลค่ะ”

เด็กรับใช้รายงานพร้อมยื่นเครื่องเอ็มพีซีมาให้ เทรเรซ่ากดเลือกรับเฉพาะเสียงแล้วพูดด้วยภาษาโบราณเฉพาะว่า

“ว่าไง เอนเดล”

“มีเรื่องไม่ชอบมาพากลค่ะ คุณแม่ใหญ่”

น้ำเสียงนิ่งเรียบที่แจ้งข่าวช่างต่างจากข้อความที่เธอพูด เอนเดลเป็นเด็กในปกครองคนเดียวที่ไม่เคยทำผิดกฎของเธอ เทรเรซ่าจึงถามกลับด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่า

“อะไร...แล้วตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน”

“หนูอยู่ที่หน้าบ้านของพี่ซินเดลค่ะ หนูเข้าไปตรวจสอบบ้านหลังนี้ แล้วก็ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกเครื่องที่เราติดตั้งไว้”

“แล้วยังไง เกิดอะไรขึ้นกับกล้องพวกนั้นงั้นเหรอ ซินเดลรู้ตัวเลยทำลายมันหรือไง”

เทรเรซ่าถาม นานมาแล้วที่เธอลอบตรวจสอบพฤติกรรมของลูกสาวคนโต มันเริ่มตั้งแต่ลูกสาวของเธอกลับมาบ้านในสภาพที่ตายทั้งเป็น ในช่วงเวลาหกเดือนหลังจากเลิกลากับ อิชเลย์ แม็คโดเวลล์ ซินเดลก็ตกอยู่ในสภาพซึมเศร้า

คำว่า ซึมเศร้า สำหรับไอซ์แสคไม่ใช่ข่าวดี นั่นหมายถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียสติสัมปชัญญะ และการที่คนของไอซ์แสคต้องสูญเสียสติไปนำมาซึ่งหายนะเสมอ ซินเดลเกือบเสียชีวิตหลายครั้งจากเรื่องนี้ เธอจึงตัดสินใจเฝ้ามองลูกสาวคนนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าซินเดลจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

“เปล่าค่ะ พี่ซินเดลไม่ได้ระแคะระคายในเรื่องนั้น แต่สิ่งที่หนูได้จากกล้องก็คือ...” เอนเดลนิ่งเงียบไป

“คืออะไรล่ะ เอนเดล ลูกควรส่งข้อมูลในกล่องพวกนั้นมาให้แม่ทันทีที่ลูกได้มันนะ”

น้ำเสียงตำหนิของเทรเรซ่าไม่ทำให้คนปลายสายบอกในสิ่งที่ควรบอก

“หนูจะส่งไปให้ค่ะ แต่พวกเราคงต้องไปพาตัวพี่ซินเดลกลับมาให้เร็วที่สุดนะคะ”

“ลูกหมายความว่ายังไง”

เทรเรซ่าเดินตรงกลับไปที่ห้องทำงานของเธอแล้วทรุดตัวลงนั่ง ที่โต๊ะ ก่อนจะเสียบเอ็มพีซีลงบนแท่นแผงวงจรเพื่อเปิดขยายหน้าจอจากใยแก้วซึ่งกำลัง แสดงผลในสิ่งที่เอนเดลกำลังส่งข้อมูลในกล้องวงจรปิดมาให้ ภาพสามมิติของเอนเดลที่ปรากฏขึ้นหลังจากการส่งถ่ายข้อมูลเสร็จสิ้นเอ่ยต่อ ว่า

“ดูเหมือนความช่วยเหลือที่แม็คโดเวลล์ต้องการจากพี่ซินเดล จะไม่ใช่แค่ตำแหน่งภรรยากำมะลอเท่านั้น แต่เป็นอย่างอื่น”

เทรเรซ่ารีบเปิดวีดีโอจากล้องวงจรปิด ขณะที่ปากถามขึ้นว่า “ทำไมลูกถึงคิดอย่างนั้น”

ใบหน้าของเอนเดลย้ายตำแหน่งไปอยู่ที่ด้านข้างพลางเอ่ยตอบ ขณะที่วีดีโอเริ่มทำงาน

“เพราะผู้ชายคนนั้นพูดอะไรแปลกๆ ค่ะ คุณแม่ใหญ่ ดูเหมือนสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ตัวพี่ซินเดล แต่เป็นเพราะพี่ซินเดลคือไอซ์แสค เขาถึงต้องการเธอ”

บรรยากาศในห้องทำงานของเทรเรซ่าเย็น เฉียบลงทันที เมื่อความจริงที่ว่าลูกสาวคนโตของเธอกำลังทำผิดกฎของไอซ์แสคข้อที่ร้ายแรง ที่สุดและกับคนที่ไม่ควรยุ่งด้วยที่สุดกำลังปรากฏหลักฐานขึ้นตรงหน้า

“บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นแล้วซิน และพวกเราจำเป็นต้องจัดการกับมัน พวกเรา...สองคน”

“...ผมมาที่นี่เพราะคุณกำลังสนใจในบางเรื่องที่คุณไม่ควรเข้าไปยุ่ง”

“คุณฟังไม่ผิดหรอก ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเราพยายามขอพบคุณก็เพราะต้องการความสามารถของคุณมาช่วยจัดการกับปัญหาบางอย่าง”

“พวกเราต้องการคุณ ความสามารถของคุณ เมื่อจบงานนี้ คุณเองก็จะได้ในสิ่งที่คุณต้องการ เป็นไง ข้อแลกเปลี่ยนของผม ยุติธรรมดีไหม”

“จากบทสนทนาทั้งหมด หนูไม่คิดว่า อิชเลย์ แม็คโดเวลล์ ไม่รู้ว่าพี่ซินเดลเป็นใคร เขาแน่ใจด้วยซ้ำ แล้วพี่ซินเดลก็ไม่ตกใจกับความจริงข้อนั้นด้วยค่ะ คุณแม่” เสียงของเอนเดลดังแทรกขึ้นระหว่างที่เทรเรซ่านั่งมองการปะทะอารมณ์กันของสอง หนุ่มสาวนิ่งเงียบ

เอนเดลมองสีหน้าคุณแม่ใหญ่อย่างเคร่ง เครียด เธอเชื่อว่าคุณแม่ใหญ่ต้องรู้สึกเหมือนเธอ สิ่งที่แสดงอยู่ในวีดีโออาจน่าตื่นตะลึง ณ ตอนนี้แม็คโดเวลล์ได้รับรู้ถึงตัวตนของไอซ์แสคแล้ว แต่สิ่งที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่าก็คือ ความรักที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งซึ่งถ่ายทอดออกมาจากดวงตาของคนคู่นี้

แม้แต่คนโง่ก็ยังดูออกว่า สองคนนี้รักกันอย่างมากมาย แต่ด้วยสาเหตุบางอย่างทำให้พวกเขาไม่อาจแสดงความรักนั้นออกมาได้ การพบกันของเขาทั้งสองคือปาฏิหาริย์ของพรหมลิขิต แต่ความรักของพวกเขาคือพิษร้ายของชะตากรรม และไม่ว่าจะเป็นพรหมลิขิตหรือชะตากรรม ตอนนี้ก็มีเรื่องที่น่ากังวลใจมากกว่าการหาคำตอบในเรื่องนั้นขึ้นแล้ว

“เอนเดล” เทรเรซ่าเอ่ยขึ้นหลังจากดูวีดีโออย่างคร่าวๆ จบไป

“คะ คุณแม่ใหญ่”

“สั่งทีมตรวจสอบเข้าตรวจสอบโบราณสถาน ทุกแห่งที่แม็คโดเวลล์ให้เงินสนับสนุน ส่วนลูกให้ไปหาโปรเฟสเซอร์รัสท์ ดันเนอร์ ที่มหาวิทยาลัยเซ็คคันท์เอิร์ท บอกเขาว่านี่เป็นคำสั่งลับ พวกเราต้องการตรวจสอบโบราณสถานที่เขากำลังดูแล”

“ค่ะ คุณแม่ใหญ่ แล้วเรื่องของพี่ซินเดล...”

เทรเรซ่าหันหน้ามาสบตาเอนเดลด้วยใบหน้า นิ่งสงบ ก่อนจะตอบว่า “พี่สาวของลูกรู้เสมอว่าตัวเองกำลังทำอะไร และแม่ก็คิดว่า เด็กคนนั้นจะไม่ทำอะไรที่เรียกว่า โง่เขลาอีกเป็นครั้งที่สอง”

เอนเดลพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า “หนูจะออกเดินทางทันทีค่ะ คุณแม่ใหญ่”

สัญญาณโทรศัพท์ตัดไปเหลือเพียงหน้าจอวี ดีโอที่เปิดค้างเอาไว้ เทรเรซ่าจ้องมองภาพหญิงชายซึ่งยืนประจันหน้าเข้าหากัน นานแล้วที่ไม่เห็นใบหน้าที่แสดงอารมณ์ของลูกสาวคนโต อาจเป็นเรื่องน่าขำที่เธอรู้สึกปิติยินดีขึ้นมาท่ามกลางสัญญาณเตือนภัยที่ กำลังกรีดร้อง เมื่อได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของลูกสาว แต่ความดีใจนี้คงอยู่ได้ไม่นาน

“ซินเดล...ลูกรู้ดีใช่ไหมว่าสิ่งที่ลูกเลือก กำลังนำลูกไปสู่อะไร...”

หญิงวัยกลางคนพึมพำ ก่อนจะหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อติดต่อไปยังหน่วยลับที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเธอ

ได้เวลานับถอยหลังแล้ว...

 


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เรื่องราวเริ่มส่อเค้าไม่ดีแล้วค่ะ
ตั้งแต่ตอนหน้าเป็นต้นไป อาจจะมีเรื่องเครียดๆ ให้อ่านกัน
กัลจะพยายามค่อยๆ เล่านะคะ เพราะไม่อยากให้ทุกคนงง


วันนี้ต้องออกไปทำะธุระหลายที่เลยเข้ามาอัพให้ก่อน
กลัวจะลืม แล้วเจอกันอาทิตย์หน้านะคะ


ปล. วันนี้ก็งดสปอยเช่นเคย ขอโทษค่ะ TT_TT



Post Comment

Statistic

Date posted: 5 years ago.
Date modified: 3 years ago.
Overall Viewed: 62,229 times
Monthly Viewed: 155 times
Rated: 5 times
Favorited: 9 times
Commented: 3 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.