- ๐.*.๐ - Cinderella 3225 - ๐.*.๐ -

- ๐.*.๐ - Cinderella 3225 - ๐.*.๐ - วันที่ 04 ซินเดอเรลลาที

Cinderella 3225
Author กัลฐิดา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดีค่ะ


การดำเนินเรื่องของนิยายเรื่องนี้ทำให้กัลปวดหัวมาก
ปกติกัลเป็นคนไม่ชอบเปิดเรื่องแล้วถึงพีคเลย
แต่เพราะเนื้อเรื่องของเรื่องนี้ต้องการความกระชับเลยจัดไป ^^


ขอโทษที่มาโพสเอาตอนเย็น อินเตอร์เน็ตของที่บ้านเพิ่งใช้ได้
รอกันนานไหมคะ ^^ ขอบคุณที่รอนะคะ



เจอกันวันที่ 28 กรกฎาคมค่ะ ^^
กัลฐิดา


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


วันที่ 04 ซินเดอเรลลาที่หลบหนี


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เสียงเม็ดฝนตกกระทบหลังคารถที่เป็นกระจกใสที่จอดอยู่กลางสวนสาธารณะชั้นหนึ่งนร้อยเก้าสิบเก้า ซึ่งอยู่ระหว่างตึกเซ็นเตอร์กับตึกเวสต์  ที่ นี่เป็นลานจอดรถส่วนตัวของผู้บริหารระดับสูง และมีสวนน้ำซึ่งจำลองมาจากสวนสาธารณะในโลกยุคกลางด้วย อิชเลย์ชอบที่นี่ แต่เขามักทำได้แค่มองสวนน้ำอันสวยงามนี้จากชั้นที่เขาทำงาน หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้ทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่ใช่เพราะมีคนห้าม แต่เป็นเพราะเขามีเรื่องต้องทำมากเกินไปจนไม่มีเวลาแม้แต่วันพักผ่อน

คณะกรรมการบริหารของแม็คโดเวลล์ค่อน ข้างกังวลใจกับชีวิตส่วนตัวของเขา การที่ตำแหน่งซึ่งเคียงข้างบัลลังก์ราชาของโลกใหม่ว่างลงอย่างไม่มีสาเหตุมา หลายปี ทำให้พวกเขากังวล และเกรงว่าอำนาจของสายตระกูลอันเข้มข้นนี้จะถูกถ่ายโอนไปยังสายเลือดที่เจือ จางกว่า

อิชเลย์ไม่มีปัญหาในเรื่องนั้น เขาเชื่อในความสามารถของแต่ละบุคคลมากกว่าการได้รับส้มหล่นที่เกิดมาเป็นลูก ของทายาทสายตรงของตระกูล แต่ดูเหมือนคนรอบตัวเขาจะไม่คิดอย่างนั้น ดังนั้น ความพยายามที่จะค้นหาภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายให้เขา จึงได้ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็จบลงด้วยคำพูดเดียวของเขาก็คือ เขาไม่หย่า จะไม่มีการพูดคุยเรื่องการผลิตทายาทของครอบครัว ถ้าผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาของเขาไม่ใช่ ซินเดล ไอซ์แสค เขายื้อความสัมพันธ์นี้มาตลอดห้าปี และจะยื้อมันไว้ตลอดไป

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะกระจกหน้าต่างรถดังขึ้น อิชเลย์ที่กำลังนอนอยู่บนเบาะรถยนต์ซึ่งปรับเอนให้เป็นเตียงนอนพอดีตัวจึงละ สายตาจากสายฝนที่พร่างพรมลงบนหลังคากระจกรถ และเมื่อเห็นผู้มาเป็นใคร ชายหนุ่มจึงจำต้องกดปุ่มปรับเตียงนอนให้กลับคืนสู่สภาพเบาะที่นั่งคนขับ แล้วเปิดประตูรถออกไปยืนภายใต้ร่มที่ผู้มาใหม่กางเตรียมไว้รอรับ

“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันจะกลับมาที่นี่คืนนี้” อิชเลย์ถามด้วยเสียงไร้อารมณ์

“เพราะคุณไม่ได้แจ้งว่าจะค้างข้างนอก” นิโคลัสตอบ

“ฉันดูเป็นเด็กดีที่อยู่ในโอวาทนักหรือไง”

อิชเลย์เอ่ยขณะเดินไปตามทางเดินก้อนหินซึ่งลอยอยู่เหนือน้ำ อย่างเชื่องช้า สวนน้ำแห่งนี้เตือนให้เขานึกถึงวันแรกที่เขาพบซินเดล ระหว่างเขากับเธอ ทุกอย่างก็เหมือนกับสวนน้ำแห่งนี้ เขารักมัน แต่กลับทำได้แค่มองดูมัน

“ท่านเมอริทโทร. มาว่าให้คุณโทร. กลับทันทีที่คุณเข้าห้องพักแล้ว”

“แม่งั้นเหรอ? ข่าวไวนะ” อิชเลย์พึมพำ

“คงไม่ใช่แค่ท่านเมอริทหรอกครับที่อยากคุยกับคุณ” นิโคลัสพูดต่อ

“ทำไม เหล่าคุณลุงคุณป้าของฉันคงนั่งไม่ติดเลยละสิ เมื่อรู้ว่าวันนี้ฉันไปไหนมา”

อิชเลย์ย้อนถามด้วยน้ำเสียงขบขัน แต่นิโคลัสซึ่งทำงานกับเขามานานรู้ดี ไม่มีเรื่องน่าขำนัก หากออกมาจากปากของ อิชเลย์ แม็คโดเวลล์

“พวกเขาแค่กังวลเกี่ยวกับท่าทางของเธอคนนั้น และการตัดสินใจของคุณ ถ้าเพียงแต่...”

“คืนนี้นายส่งคนไปทำความสะอาดบ้านหลังนั้นให้ฉันด้วย ฉันจะใช้เวลาพักร้อนในบ้านหลังนั้น...”

อิชเลย์เอ่ยตัดบทขณะหันไปสบตาเลขานุการคนเก่ง ก่อนจะพูดต่อ “...ร่วมกับภรรยาของฉัน”

นิโคลัสชะงักเท้าทันทีซึ่งก็พอดีกับที่ ทั้งคู่เดินเข้าสู่ตัวอาคาร เจ้านายของเขาจึงไม่ต้องการร่มอีกต่อไป ชายหนุ่มหุบร่มแล้วโค้งตัวส่งนายเหนือหัวเล็กน้อยเป็นเชิงทั้งรับคำสั่งและ บอกลา

“อ้อ...นิค” อิชเลย์หันกลับมา

“ครับ คุณอิชเลย์”

“บอกกับคนที่กำลังรอฟังข่าวจากนายจน นั่งไม่ติดด้วยว่า อะไรก็ตามที่ทำให้ซินเดอเรลลาของฉันหนีหายไปเมื่อคราวที่แล้ว มันจะใช้ไม่ได้ผลอีก เธอไม่ใช่เจ้าหญิงที่เอาแต่รอคอยการช่วยเหลือจากเจ้าชายอีกแล้ว เธอเป็นอย่างที่เธอเป็น”

อิชเลย์พูดพลางสบตานิโคลัสอย่างสื่อความหมาย เลขานุการคนเก่งโค้งตัวลงอีกครั้ง

“ครับ คุณอิชเลย์”

อิชเลย์พยักหน้าอย่างพอใจ แล้วหันเดินเข้าไปในลิฟต์พิเศษที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่เหมือนเขานึกอะไรขึ้นมาได้อีกอย่าง ชายหนุ่มกดปุ่มให้ประตูลิฟต์เปิดค้างเอาไว้ แล้วหันไปสบตาผู้ช่วยที่มักจะรอจนกว่าเขาจะหายไปจากคลองสายตาเสียก่อนจึงจะ ขยับตัวไปจากที่ที่เคยอยู่ ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“คืนนี้เตรียมรับรองแขกที่ฉันเชิญมาอย่างดีด้วยนะ”

“แขก?” นิโคลัสย้ำอย่างฉงน

รอยยิ้มประหลาดของอิชเลย์ปรากฏขึ้น “ใช่ พวกเขาคงจะมาถึงตึกรับแขกในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้แหละ”

ดวงตาของนิโคลัสฉายแววงุนงงขึ้นไปอีก แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็เข้าใจในสิ่งที่เจ้านายสั่งการ ผู้ช่วยผู้แคล่วคล่องจึงโค้งตัวรับคำสั่งในขณะที่ประตูลิฟต์ได้ปิดลงแล้ว

อิชเลย์เฝ้ามองตัวเลขแสดงลำดับชั้นที่วิ่งเพิ่มจำนวนขึ้น เรื่อยๆ จนกระทั่งถึงชั้นสูงสุดของตึกเซ็นเตอร์ของแม็คโดเวลล์ บิลดิง ชายหนุ่มก้าวออกจากลิฟต์เข้าสู่ห้องรับแขกของห้องพักของเขา ภาพผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างบัลลังก์พระราชาของโลกใหม่คนก่อนซึ่งติดอยู่ตรง กลางห้องโถงก็เตือนให้เขานึกถึงคำพูดของเลขาฯ คนเก่ง

ท่านเมอริทต้องการให้คุณโทร.กลับ

เมอริท แม็คโดเวลล์ เป็นผู้หญิงที่สวยและฉลาด แม้อายุจะล่วงเลยวัยสาวมาแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถพรากความอ่อนเยาว์ของเธอไปได้ อิชเลย์ไม่ได้โทร. หาเธอทันทีอย่างที่เธอสั่งไว้ เป็นเหตุให้โทรศัพท์ของเขาดังขึ้นเมื่อชายหนุ่มกำลังเซ็นเอกสารลับในแฟ้มที่ สาม

“สวัสดีครับแม่”

อิชเลย์เอ่ยทักผู้เป็นแม่ที่ปรากฏภาพขึ้นที่หน้าจอเอ็มพีซีขนาดใหญ่บนผนังฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของเขาโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง

“แม่สั่งให้ลูกโทร. หาแม่ทันทีไม่ใช่เหรอ”

เสียงตำหนิดังขึ้น อิชเลย์เงยหน้าจากงานที่ทำเล็กน้อย เพื่อสบตาคมดุของเมอริท แม็คโดเวลล์

“ผมก็ว่าจะโทร. หาหลังจากเซ็นเอกสารทั้งหมดเสร็จครับ แม่ก็รู้ว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้ผมจะลาพักร้อน” อิชเลย์ตอบก่อนจะก้มลงเซ็นเอกสารต่อ

หญิงวัยกลางคนในชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงิน เข้มมองท่าทางตั้งใจทำงานของลูกชายคนเดียวของเธออย่างระอา แต่เธอก็รู้ดีว่าอาณาจักรของแม็คโดเวลล์ไม่เคยขาดผู้นำที่มีลักษณะอย่างนี้ พวกเขามักมีความตั้งใจอันแน่วแน่จนในบางครั้งภาพลักษณ์ที่ออกมาเลยทำให้คน ภายนอกมองพวกเขาว่า เย็นชาไร้หัวใจ แต่ใครจะรู้ล่ะ ว่าภายใต้การทำงานที่หนักหน่วงแบบนั้น ผู้ชายตระกูลนี้ซ่อนอะไรไว้มากมาย และอะไรที่ว่าก็มีสิ่งที่เรียกว่า เจ็บปวดเจียนตาย เอาไว้ด้วย

“ลูกไปพบเธอแล้ว” เมอริทเอ่ยขึ้นทันทีที่ลูกชายปิดแฟ้มเอกสาร

“ครับ” อิชเลย์ตอบเสียงเรียบขณะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนสุดออก

“เธอเป็นยังไงบ้าง” เมอริทถาม

อิชเลย์หันไปมองใบหน้าเป็นกังวลของผู้เป็นแม่ ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“บางทีการปล่อยเธอไปอาจเป็นการดีกว่าครับแม่”

“ลูกจะยอมแพ้งั้นเหรอ” นายหญิงของแม็คโดเวลล์ถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าประหลาดใจ

“แม่คิดว่างั้นเหรอครับ”

อิชเลย์ย้อน เมอริทชะงักเงียบไปชั่วขณะแล้วส่ายหน้า

“มันไม่เหมือนกับเมื่อห้าปีก่อนแล้ว ทอม ลูกก็รู้ เด็กคนนั้นคือคนเพียงคนเดียวที่ช่วยลูกได้ และแม้เราไม่เห็นความสำคัญในเรื่องนั้น ตัวลูกเองนั่นแหละที่ไม่อาจปล่อยเด็กคนนั้นไป หรือไม่จริง”

มุมปากของอิชเลย์ยกขึ้นราวกับกำลังยิ้มเยาะให้ทั้งแก่ตัวเองและกับทุกเรื่องราวที่ทำให้เขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา

“จะดีแค่ไหนครับ ถ้าเมื่อห้าปีที่แล้วแม่พูดอย่างนี้กับผม ไม่อาจปล่อยเธอไปได้ ผมคิดไม่ออกเลยจริงๆ ถ้าเมื่อห้าปีที่แล้วผมทำอย่างนั้นจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้นกับผมบ้าง”

ใบหน้าอ่อนโยนของเมอริทเศร้าหมองลง ความผิดบางอย่างในอดีตกัดกร่อนร่างกายและหัวใจเธอจนส่งผลต่อสุขภาพตัวเอง ความเจ็บปวดที่สุดในโลกใบนี้ไม่ใช่ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับตัวเรา แต่เป็นความเจ็บปวดที่เกิดจากการทำให้คนที่รักเจ็บปวด และความเจ็บปวดแบบนี้ก็มักคงอยู่ต่อไปอย่างยาวนานและไม่มีที่สิ้นสุด

“แม่จะไม่พูดว่าขอโทษกับเหตุการณ์ที่ ผ่านมา และแม่ก็จะไม่ห้ามสิ่งที่ลูกกำลังจะทำ” เมอริทตอบด้วยน้ำเสียงขื่นขม ในขณะที่อิชเลย์สบตาผู้ให้กำเนิดด้วยดวงตาว่างเปล่า

“อิสรภาพคือสิ่งที่เธอคนนั้นต้องการ ครับแม่ สิ่งแรกที่เธอร้องขอกับผมคือสิ่งที่ผมพยายามรักษามันเอาไว้ ไม่ว่าจะต้องใช้อะไรแลกมาก็ตาม...”

“ทอม...” คนเป็นแม่ครางเรียกชื่อชายหนุ่มที่ไม่แม้แต่จะร้องไห้หรือฟูมฟายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองสักครั้งอย่างอดสงสารไม่ได้

ทุกอย่างดำเนินมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร ถ้าเพียงแต่...

“ไม่มีอะไรต้องเศร้าหรอกครับแม่ เธอก็แค่เรียกร้องเพื่อหลีกหนีสิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวด ผมก็แค่ทำอย่างที่ควรทำ เหนือสิ่งอื่นใด เรามีปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ก่อน ในช่วงสามเดือนนี้ผมคงต้องให้แม่มาดูแลที่บริษัทแทน”

เมอริทอยากพูดอะไรบางอย่างที่จะเปลี่ยน ความตั้งใจของลูกชาย แต่เมื่อมองแววตาจริงจังที่เข้ามาแทนที่ความเจ็บปวดที่เจ้าตัวคงไม่รู้ว่า ได้แสดงออกมาบ้างเป็นครั้งคราว เธอจึงเปลี่ยนใจ

“ได้สิจ๊ะ แล้วลูกจะไปรับเธอเมื่อไรล่ะ”

อิชเลย์หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเหลือบไป มองกรอบรูปเพียงอันเดียวที่ตั้งอยู่ในห้องทำงานของเขา ดวงตาสีน้ำตาลทองสดใสที่แตกต่างจากดวงตาของผู้หญิงที่เขาไปกินมื้อค่ำด้วย คืนนี้ราวฟ้ากับดิน ดวงตาที่มองตรงมายังเขาอย่างทุกวันซึ่งเขาเฝ้ามองเพื่อขอกำลังใจจากเธอ คงไม่มีอีกแล้วที่เขาจะได้ครอบครองรอยยิ้มนี้ อิชเลย์คิดขณะเงยหน้าตอบแม่ว่า

“พรุ่งนี้ครับ...ไม่สิ บางทีอาจเป็นคืนนี้”

 

ซินเดลเก็บรวบรวมของจำเป็นทุกอย่างใส่กระเป๋าเดินทาง เธอมีเวลาไม่มากนักที่จะออกไปจากที่นี่ โชคยังดีที่ผู้ชายคนนั้นยังมีเวลาให้เธอหายใจบ้าง เธอไม่ต้องการที่จะกลับไปมีเวลาหวานชื่นอย่างที่ผู้หญิงวัยเดียวกันต้องการ อีก ณ เวลานี้เธออยากจะหนีไปให้ไกลที่สุด

เสียงโทรศัพท์มือถือซึ่งอยู่ในรูปลักษณ์ของนาฬิกากรีดร้องขึ้น เป็นเหตุให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ชื่อที่แสดงสายเรียกเข้าคือ ซานโดร่า ถ้าเป็นเวลาปกติซินเดลคงกดรับพร้อมเชื่อมต่อกับหน้าจอแสดงผลเอ็มพีซี แล้วเริ่มกระบวนการเม้าท์กระจายแบบสาวๆ กับเพื่อนสนิทไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอไม่อยากให้ใครรู้ทั้งนั้นว่าเธอกำลังจะทำอะไร หรือไปที่ไหน ซินเดลเลยเปิดเฉพาะฟังก์ชันโทรศัพท์ที่มีแค่เสียงเท่านั้น

“ว่าไง ซาน” ซินเดลทักด้วยน้ำเสียงที่แกล้งทำเป็นร่าเริง

“ฉันแค่จะโทร. มาบอกว่าฉันจะไปใช้เวลาพักร้อนของฉันที่เซ็คคันเอิร์ท เธออยากได้อะไรหรือเปล่า เรือของฉันจะออกตอนเที่ยงคืน”

ซินเดลชะงักมือที่กำลังจัดของ ดวงตากลอกไปมาอย่างครุ่นคิด ก่อนจะตอบไปว่า “ช่วยจองตั๋วเพิ่มอีกสักใบได้ไหมซาน”

“ใช้ชื่อฉันซื้อใช่ไหม ได้สิ ทำไมเหรอ เธอจะไปกับฉันหรือไง” ซานโดร่าถามอย่างแปลกใจ

“เปล่า เปล่า พอดีมีเพื่อนข้างบ้านฝากซื้อน่ะ”

“อ้อ งั้นซื้อตั๋วแบบไม่ลงชื่อผู้โดยสารนะ ได้ๆ เดี๋ยวจะส่งตั๋วเข้าเมลเธอนะ ตกลงเธอจะไปเที่ยวไหนจ๊ะ จะไปต่อเรือที่เซ็คคันเอิร์ทไหมล่ะ มีหนุ่มๆ ตามไปด้วยหรือยังจ๊ะ เอ หรือว่า เธอนัดหนุ่มที่เข้าคิวขอเธอเดต ออกเดตไม่ซ้ำหน้ากันตลอดสามเดือนเลยรึเปล่า”

ซินเดลเกือบหัวเราะไปกับคำแซวของเพื่อน สนิท แต่พอก้มหน้ามองกระเป๋าเสื้อผ้าที่เหมือนกับเธอกำลังจะกลายเป็นผู้อพยพไปขอ ลี้ภัยแล้วก็เลยหัวเราะไม่ออก

“บ้าน่ะสิ ใครจะทำอย่างนั้นกัน โอเคนะซาน พอดีทำความสะอาดบ้านค้างไว้ ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวนะจ๊ะ”

“จ้า เธอเองก็เหมือนกัน เจอกันอีกสามเดือนข้างหน้านะจ๊ะ คนสวย หวังว่าฉันจะได้หนุ่มหล่อมาฝากเธอสักคน”

เสียงสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดไปพร้อมกับซิ นเดลที่ทรุดตัวลงนั่งข้างกระเป๋าที่เธอเพิ่งกดปิด หญิงสาวถอนหายใจออกมาก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องนอนที่เธอใช้มาตลอดสามปี อะไรทำให้เธอเลือกบ้านหลังนี้นะ เธอก็แค่อยากอยู่ให้ห่างจากอิทธิพลของแม็คโดเวลล์ ดังนั้น เมื่อเธอจำเป็นต้องกลับมาเป็นพนักงานของบริษัทนี้เธอจึงเลือกที่พักที่อื่น

แม็คโดเวลล์ บิลดิง อาณาจักรอันใหญ่โตของพวกคนร้ายกาจ พวกเขาไม่น่าจะสนใจนักวิจัยเล็กๆ อย่างเธอ เธอคิดอย่างนั้นเธอจึงสมัครเป็นนักวิจัย ปลอมแปลงเอกสารหลายอย่าง แน่นอนรวมถึงเรื่องที่เธอมีสายเลือดไอซ์แสคด้วย เธอไม่ต้องถึงกับเปลี่ยนนามสกุลเพราะการทำอย่างนั้นมันทำให้เธอถูกตรวจสอบ มากขึ้น สิ่งที่เธอทำเพื่อไม่ให้ผู้คนสนใจเธอในฐานะของผู้มีสายเลือดของผู้กอบกู้โลก ก็คือ ความคิดง่ายๆ ที่ว่า นามสกุลของเธอเป็นนามสกุลที่ไปพ้องกันเท่านั้น

มันง่ายที่จะทำอย่างนั้น เพราะตระกูลไอซ์แสคหายสาบสูญไปเกือบพันปีแล้ว ผู้คนที่ใช้นามสกุลนี้เป็นเพียงผู้แอบอ้างเท่านั้น แล้วมันจะแปลกอะไรที่ซินเดลจะใช้เหตุผลนั้นในการสัมภาษณ์เข้าทำงาน แต่สิ่งที่เธอนึกไม่ถึงก็คือ คนเพียงคนเดียวที่สามารถชี้ตัวเธอได้ทันทีว่าเธอเป็นใคร ดันมาตรวจสอบเธอด้วยตัวเองนี่สิ

ทำไมเขาต้องมาตอแยเธออีก แค่ปล่อยให้เธอทำงานของเธอแล้วออกจากบริษัทของเขาแค่นั้นไม่ได้เหรอ ทำไมเขาถึงมาสนใจนักวิจัยที่ไม่เคยมีชื่อแม้แต่การเป็นหัวหน้าทีมคนนี้ด้วย

“พวกเขาต้องมีแผนอะไรบางอย่าง”

ซินเดลบอกตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นลากกระเป๋าออกจากห้องนอน ตรงไปยังทางออกสู่โรงรถ หญิงสาวไม่ค่อยได้ขับรถนัก การขับรถไปทำงานในฐานะนักวิจัยจากชั้นหนึ่งร้อยเก้าคงไม่ใช่เรื่องดี ซินเดลไม่ต้องการเป็นจุดเด่น หรือแม้แต่จะเพิ่มความสงสัยให้กับเพื่อนร่วมงาน แต่ตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกแล้ว เธอจำเป็นต้องออกจากเซ็นทรัลเอิร์ทให้เร็วและเงียบที่สุด

“โอเค เรียบร้อย ที่เหลือก็...อาหารระหว่างทาง”

ซินเดลพึมพำพร้อมกับวิ่งกลับเข้าไปในห้องครัว แล้วหยิบอาหารง่ายๆ ที่เธอตัดสินใจทำทันทีที่ผู้ชายคนนั้นออกจากบ้านไป

“ทีนี้ก็พร้อมเดินทาง”

หญิงสาวพูดขณะปิดประตูรถด้านที่นั่งข้างคนขับ แล้วเดินอ้อมกลับไปประจำตำแหน่งคนขับ กดลายนิ้วมือลงบนแท่นคำสั่งให้บานประตูโรงรถเปิด จากนั้นก็นำรถออกจากโรงรถอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินลงจากรถไปป้อนคำสั่งบางอย่างลงบนแท่นควบคุมความปลอดภัยตรงกำแพง ประตูรั้ว

“ทีนี้เราก็จะได้ขาดจากกันเสียที มิสเตอร์แม็คโดเวลล์”

ซินเดลพึมพำขณะเงยหน้ามองตัวบ้าน ก่อนจะหันหลังกลับมาขึ้นรถ ไม่นานรถของเธอก็พุ่งไปตามถนนที่จะนำเธอไปยังท่าเรือ ซินเดลรู้จัก อิชเลย์ โทมัส แม็คโดเวลล์ ดีเขาจะไม่มีวันปล่อยให้เธอหนี แต่ในเมื่อเธอเคยหนีจากเขาได้ครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เธอก็จะหนีได้อีก ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินกับแผนการในวันพรุ่งนี้ เสียงทุ้มก็ดังขึ้นจากเบาะหลังว่า

“ท่าเรือเซ็นทรัลเอิร์ทต้องเลี้ยวขวาไม่ใช่เหรอครับ”

“เราจะไปสนามบินกันต่างหาก...เอ๊ะ คุณ!

เอี๊ยด! เสียงเบรกห้ามล้อของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังจิตดังสนั่นบนถนนที่ร้างไร้ ผู้คนของย่านโอลด์แองเจิล หญิงสาวเงยหน้ามองที่กระจกมองหลัง แล้วก็สบกับดวงตาเปล่งประกายของคนที่เธอไม่อยากพบที่สุด ก่อนจะหันขวับกลับไปมองที่เบาะด้านหลังเพื่อให้แน่ใจ

“คุณ...คุณ...”

“ผมมาได้ยังไงน่ะเหรอ ก็มาอย่างที่ทุกคนเขามานั่นแหละคุณ แล้วก็โชคดีที่ผมมาทันเวลาคุณออกจากบ้านพอดีด้วย ดูเหมือนคุณจะอาลัยอาวรณ์กับบ้านหลังนั้นมากทีเดียว ซิน ไม่อย่างนั้นคุณต้องได้ยินผมเปิดและปิดประตูรถของคุณแน่ๆ” ชายหนุ่มตอบด้วยใบหน้าที่แกล้งทำเป็นใสซื่อ

“อย่าพูดเป็นเล่น”

หญิงสาวดุเสียงห้วน แล้วหันกลับมาบังคับรถของเธอให้ออกตัววิ่งไปบนถนนอีกครั้ง แต่คราวนี้หญิงสาวไม่ได้ตรงไปยังสนามบินอย่างที่เธอต้องการอีก เธออุตส่าห์คิดว่า การซื้อตั๋วของซานโดร่าจะช่วยยืดเวลาการค้นหาเธอออกไปบ้าง แต่ดูเหมือนเธอจะคิดผิด เขาไม่แม้แต่จะตามเบาะแสปลอมๆ ที่เธอทิ้งไว้ด้วยซ้ำ หญิงสาวคิดขณะเลี้ยวรถวกกลับ แล้วเปลี่ยนเส้นทางไปยังสถานที่ที่เธอไปทำงานทุกวัน แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ใช้บริการขนส่งมวลชน แต่เป็นรถที่เธอขับเอง

“อ้าว คราวนี้คุณไม่ตรงไปงั้นเหรอ คุณบอกว่าอยากไปสนามบินนี่”

“ฉันจำเป็นต้องเอาของที่ไม่ต้องการไปทิ้งเสียก่อน” หญิงสาวตอบเสียงห้วน ขณะเร่งความเร็วจนถึงขีดสุด

“ของที่ไม่ต้องการ?...ผมหรือหัวใจของผมล่ะ”

เสียงกรีดร้องของเบรกดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้เกิดจากการที่หญิงสาวต้องการจะหยุด แต่เป็นเพราะหญิงสาวหักเลี้ยวอย่างรวดเร็วและกะทันหัน เพื่อวิ่งขึ้นเนินที่จะนำไปสู่แม็คโดเวลล์ บิลดิง ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาที่สูงที่สุดในเซ็นทรัลเอิร์ท

“ถ้าคุณไม่อยากลงเดินกลับไปอาณาจักรของคุณก็เงียบได้แล้ว ฉันไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะพูดเล่นกับคุณ” ซินเดลตอบเสียงเย็นชา

นานมาแล้วที่เธอไม่ได้เป็นนักซิ่งยาม ค่ำคืน เมื่อก่อนเธอทำมันบ้างเพื่อคลายเครียด แต่พออายุมากขึ้นก็พบว่านั่นเป็นการกระทำที่โง่เขลาที่อาจทำให้ผู้อื่นบาด เจ็บจากความคึกคะนองของเธอ ซินเดลจึงหันไปเล่นเกมขับเสมือนจริงที่พัฒนาโดยบริษัทเกมในเครือของ แม็คโดเวลล์แทน

เธอสนุกกับมัน ซึ่งมันน่าตลกตรงที่แม้แต่ความบันเทิงใจเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตเธอก็ยัง เป็นของผู้ชายที่นั่งอย่างสบายใจเฉิบที่เบาะหลังรถของเธอ โลกเรามันบิดเบี้ยวอย่างนี้เสมอ ให้ตายสิ

“คุณกำลังหนี”

“ฉันกำลังไปพักผ่อน” ซินเดลแก้ขณะที่รถของเธอไต่ความสูงขึ้นเนินเขาเรื่อยๆ จนเข้าใกล้ที่จอดรถสำหรับคนใหญ่คนโตของบริษัทเข้าไปทุกที

“แต่เราตกลงกันว่าจะออกเดินทางกันพรุ่งนี้”

อิชเลย์เตือนหญิงสาวกลายๆ และเมื่อซินเดลเหลือบตาไปสบดวงตาของชายหนุ่มผ่านทางกระจกมองหลัง หญิงสาวก็ได้พบกับดวงตาตำหนิติเตียน

“ฉันไม่เคยรับปากหรือตกลงอะไรกับคุณ”

อิชเลย์พยักหน้าเหมือนจะเข้าใจในสิ่ง ที่หญิงสาวพูด ซินเดลแอบดีใจอยู่เล็กๆ ที่เธอสามารถโต้ตอบกับเขาได้อย่างเท่าเทียมขนาดนี้ และดูเหมือนเขาจะยอมรับการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดของเธอ

ดีเหมือนกันที่ทุกอย่างเป็นอย่างนี้ เราจะได้ไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ พอกลับมาเราสองคนก็จะเป็นเหมือนห้าปีที่ผ่านมา เดินอยู่ในที่เดียวกันอย่างคนไม่รู้จักกัน...นั่น ดีที่สุดแล้ว

“ถึงแล้วค่ะ” ซินเดลเอ่ยขึ้นขณะจอดรถเทียบกับประตูทางเข้าตึกรับรองของแม็ดโดเวลล์ บิลดิง

อิชเลย์มองดวงตาที่สะท้อนอยู่ในกระจกมองหลังเพียงเล็กน้อย ก็เปิดประตูลงจากรถ แต่แทนที่เขาจะเดินกลับเข้าไปในอาคาร ชายหนุ่มกลับเดินมาเปิดประตูรถด้านคนขับและดึงหญิงสาวออกมา

“อะไรของคุณ ฉันแค่มาส่งคุณ แล้วก็ได้เวลาฉันกลับไปเสียที” หญิงสาวโวยวาย แต่เพราะเธอตัวเล็กกว่า สุดท้ายเธอจึงต้องออกมายืนพิงประตูรถ โดยถูกคนตัวโตกว่ากักตัวเธอไว้

อิชเลย์เงยหน้ามองเข้าไปในตัวตึกรับรอง ที่สว่างไสวมาตลอดทั้งคืนเล็กน้อย รอยยิ้มพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขา ก่อนจะก้มลงตอบผู้หญิงที่เขายอมทำทุกอย่างได้เพื่อที่จะรั้งตัวเธอเอาไว้

“หลังอาหารมื้อค่ำของเรา คุณคงยุ่งมากจริงๆ นะซิน”

ซินเดลขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยังตอบกลับเสียงแข็งว่า “ใช่ ทำไม...”

ซินเดลตอบพร้อมกับเอนตัวลู่พิงไปกับตัวรถมากขึ้น เพราะอีกฝ่ายกำลังก้มหน้าเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น

“ไม่ทำไมหรอก เพราะคุณยุ่งขนาดนั้น คุณเลยพลาดข่าวสำคัญไปข่าวหนึ่ง”

“ข่าวอะไร หรือว่า คุณ! อื้อ”

มือสองข้างที่กำลังยกขึ้นดันชายหนุ่มจอมวางแผนให้ออกห่างถูก ตึงไว้กับรถ พร้อมกับใบหน้าของชายหนุ่มที่กดต่ำลงมาปิดปากที่กำลังจะเถียงเขาได้ทันเวลา ซินเดลเบิกตากว้างสบดวงตาเข้มดุของผู้ชายที่กำลังจูบเธออยู่อย่างตกตะลึง

ดวงตาของเขากำลังบอกเธอว่า เขาเตือนเธอแล้ว แต่เตือนอะไร ซินเดลไม่รับรู้หรอก สิ่งที่เธอรับรู้ได้ในตอนนี้ก็คือ มีคนเป็นกองทัพขนาดย่อมๆ กำลังวิ่งตรงมาในทิศทางที่เธอกับเขายืนอยู่ ซึ่งมันเตือนให้เธอใช้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะดิ้นให้หลุดจากท่า บังคับในครั้งนี้ เธอจะไม่มีวันปล่อยให้ใครมาเห็นเธอในสภาพนี้ได้หรอก แต่อิชเลย์กลับล็อกตัวเธอแน่นขึ้นพร้อมๆ กับมอบสัมผัสที่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมากยิ่งขึ้นอีก

แสงแฟลชจากทั่วทุกสารทิศทอประกายแปลบ ปลาบขึ้นอย่างถี่ยิบราวกับกำลังถ่ายภาพดารานายแบบและนางแบบชื่อดังก็ไม่ปาน ซินเดลได้แต่หลับตาปี๋อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะแม้เธอจะลืมตาขึ้นมาในตอนนี้ก็คงมองไม่เห็นอะไรอยู่ดี ขณะเดียวกัน มือเล็กของเธอก็พยายามดันตัวผู้ชายบ้าๆ คนนี้ให้ออกห่าง แล้วโดยไม่คาดคิดซึ่งเป็นช่วงจังหวะที่พอดิบพอดีจนน่าขนลุก ชายหนุ่มก็ผละออกห่างจากเธออย่างที่ต้องการ ก่อนจะดึงตัวเธอเข้าไปซุกซบอยู่ในอ้อมกอดเขา เพื่อบังคับไม่ให้เธอดิ้นหลุดออกมาโต้แย้งการให้สัมภาษณ์อันจอมปลอมของเขา ได้

“ช่วยบอกความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคุณ ผู้หญิงคนนี้หน่อยครับ คุณแม็คโดเวลล์” เสียงนักข่าวตะโกนถาม ขณะที่ซินเดลกำลังใช้ความพยายามเพื่อให้เขาปล่อยให้เธอเป็นผู้ตอบ

โอ้ ไม่นะ เขาต้องไม่พูดอะไรทั้งนั้น

“หลายปีที่ผ่านมา ผมคงทำให้พวกคุณลำบากไปกับการคาดเดาถึงว่าที่ภรรยาของผมมากเลยใช่ไหมครับ”

อิชเลย์เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะมองไปรอบๆ ตัวที่ผู้คนกำลังส่งเสียงฮืออื้ออึงแตกตื่นไปกับข่าวที่ไม่คาดฝันของเขา แล้วพูดต่อว่า

“ก่อนหน้านี้ผมมักจะหลีกเลี่ยงที่จะตอบ คำถามประเภทนั้น จริงๆ แล้ว ไม่ใช่เพราะผมไม่ต้องการบอกพวกคุณหรอกนะ แต่เพราะภรรยาของผมยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัวก็เท่านั้น”

“คุณกำลังจะบอกว่า คุณแต่งงานอย่างลับๆ มานานแล้วงั้นเหรอคะ” เสียงนักข่าวสาวอีกคนหนึ่งตะโกนถามแทรกขึ้นมา

“อย่าพูดออกมานะ” ซินเดลรีบตะโกนกับอกของเขา แต่มันกลายเป็นเหมือนเสียงกระซิบที่ได้ยินแค่เธอกับเขาเท่านั้น

อิชเลย์โปรยยิ้มอันหล่อเหลาต่อหน้า กล้องรุ่นล่าสุด ผลิตภัณฑ์หนึ่งในบริษัทลูกของแม็คโดเวลล์ ก่อนจะตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ที่ถูกต้องพูดว่า งานแต่งงานของผมไม่ได้เป็นความลับ เพียงแต่ผมไม่ได้บอกพวกคุณเท่านั้นเอง ซึ่งตอนนี้ผมพร้อมที่จะประกาศกับทุกคนในโลกใบนี้ว่า...ผมแต่งงานแล้ว”

เสียงฮือฮาดังกระหึ่มจากคนรอบข้าง ซินเดลหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างเหมือนคนที่เพิ่งฟังคำสั่งประหารไป แล้วรอเพียงเพชฌฆาตลงมือในดาบเดียว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อิชเลย์จัดการหมุนตัวหญิงสาวให้หันไปเผชิญหน้า กับกล้อง และพูดต่อว่า

“และเธอคนนี้คือ...นายหญิงเพียงคนเดียวของแม็คโดเวลล์ คอร์ปอเรชัน”

สิ้นคำประกาศของผู้ชายที่ได้รับโหวตว่าน่าจะเป็นสามีที่ดีที่ สุดในโลก เขาก็ก้มลงจูบแก้มหญิงสาวที่น่าจะเป็นผู้โชคดีที่สุดในโลกอย่างหวานชื่น

“ยิ้มหน่อยสิที่รัก”

เสียงกระซิบดังขึ้นที่ข้างหู แต่ซินเดลแทบไม่รับรู้อะไร หูของเธอได้ยินเสียงสัมภาษณ์มากมาย แต่ในหัวกลับขาวโพลนไปหมด

เบื้องหน้าอาณาจักรของเหล่าคนร้ายกาจ จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเธอถูกประกาศว่า เธอเป็นนายหญิงของผู้คนเหล่านั้น! ใช่...มีอย่างเดียวเท่านั้นที่ซินเดลคิดออกในเวลานี้

ฉันจะฆ่าคุณ อิชเลย์ โทมัส แม็คโดเวลล์



--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


นางเอกของเราคงต้องรับมือกับผู้ชายร้ายกาจคนนี้อีกหลายครั้งเลยค่ะ
หลายตอนผ่านไปทุกคนคงอยากรู้เรื่องราวของคนทั้งคู่มากเลยใช่ไหมคะ
แหะ แหะ คงต้องรอดูกันต่อไปแล้วกันนะคะ เพราะอดีตของทั้งคู่ก็จะค่อยๆ เผยออกมาเรื่อยๆ ค่ะ



สปอยค่ะ


“คุณทำให้ฉันดูเหมือนคนโง่” ซินเดลเอ่ยขึ้นเมื่อชายหนุ่มวางถ้วยกาแฟตรงหน้า

“คุณเองก็ทำให้ผมดูเหมือนผู้ชายที่ชอบการหลบๆ ซ่อนๆ” อิชเลย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ

“ฉันไม่คิดว่าในเวลานี้พวกเราควรมานั่ง พูดเล่นกันหรอกค่ะ” ซินเดลโต้กลับเสียงเครียดขณะยกกาแฟขึ้นจิบและพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดง ท่าทางพอใจกับรสชาติกาแฟในถ้วยของเธอออกมา

เขาเองก็ไม่ลืมเหมือนกันว่าเราชอบกินกาแฟรสชาติแบบไหน

“ผมขอเวลาแค่สามเดือน คุณให้ผมไม่ได้เชียวเหรอ” อิชเลย์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง นั่นทำให้ซินเดลชะงักก่อนจะพูดขึ้นว่า

“ดูเหมือนพวกคุณหมดหนทางกับปัญหาของพวกคุณจริงๆ”

“คุณรู้ปัญหาของพวกเราดี” อิชเลย์ตอบกลับเสียงขรึม แต่ซินเดลกลับส่ายหน้า

“ฉันไม่รู้”

“ซิน...”

“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น”

การโต้เถียงยังคงดำเนินต่อไป

Post Comment

Statistic

Date posted: 5 years ago.
Date modified: 3 years ago.
Overall Viewed: 62,229 times
Monthly Viewed: 155 times
Rated: 5 times
Favorited: 9 times
Commented: 3 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.