Shaman's Love

1st Spell: iWitch - ตอนที่ 10

สวัสดีค่ะทุกคน

 

ตอนใหม่มาแล้วค่ะ รีบโพสก่อนออกจากบ้านพักที่ญี่ปุ่น เพระาไม่อย่างนั้นคงอีกนาน

กว่าจะมีไวไฟให้โพสนิยาย ถึงจะมาแค่ครึ่งตอนแต่ก็กลับมาแล้วนะคะ

จะไม่พยายามไม่หายไปนานๆ อย่างนี้อีกแล้วค่ะ 

 

รักคนอ่านเสมอ

 

veerandah


Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Line: veerandah

Instargram: veerandah

Email: veerandah@gmail.com

Web: tswriter.com (ทุกคนสามารถตามอ่านนิยาย (แบบเต็มๆ) ของวีได้ที่นี่ค่ะ

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++   

ตอนที่ 10

 

งั้นคุณก็เริ่มจีบฉันสิ ถ้าสำเร็จฉันจะออกเดตกับคุณ

คำท้ายทายของวิชาดายังคงก้องอยู่ในหัวของผสุแม้กระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงวัน ชายหนุ่มนั่งมองหญิงสาวที่กำลังนั่งทำงานของตัวเองอย่างไม่สนใจโลกภายนอกอย่างพิจารณา

ผสุรู้จักผู้หญิงสวยมาหลายแนว ไม่ว่าแนวสวยหวานอย่างมัทนา หรือแนวสวยโหดปนฮาอย่างพิมพ์จันทร์ แต่เขาก็ยังไม่เคยเจอ ผู้หญิงมีทั้งสวย หวาน มีอารมณ์ขัน แถมพกความมั่นใจในตัวเองมาจนเต็ม อย่างวิชาดา ผสุเองก็เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก จะเรียกว่าถูกใจก็คงไม่ผิด แล้วด้วยอายุเท่านี้ การที่เขาจะลองศึกษาผู้หญิงสักคนก็คงไม่แปลก

รสนิยมสูงเสียด้วยเรา ก็คุณเธอเป็นถึงแม่มดนี่นา แต่ยังไงก็ชงไปแล้ว ก็คงสู้ตายละวะ ไอ้เผือก

“เอ่อ คุณ แล้วคุณจะไปเอารถที่จอดทิ้งไว้ที่ห้างเมื่อไรเหรอ” ผสุเริ่มหาเรื่องคุยเมื่อเห็นเลขาคนเก่งของวิชาดาหอบแฟ้มเอกสารที่หญิงสาวเพิ่งจะเซ็นเสร็จออกจากห้องไป

“รถ? อ๋อ ไม่ต้องห่วง ฉันกับลูกชายเจ้าของห้างพอรู้จักกัน เมื่อเช้าฉันเลยส่งข้อความไปบอกเขาแล้วว่า ทำกุญแจรถหายเลยจำเป็นต้องจอดทิ้งไว้ที่อาคารจอดรถเมื่อคืน ซึ่งเขาก็ใจดีมากเลยนะ บอกว่าถ้าฉันไม่ว่างไปเอา เขาจะให้คนมารับกุญแจรถแล้วจะขับมาให้” วิชาดาตอบถ้าไม่ใส่ใจมากนัก แต่ผสุกลับขมวดคิ้ว

โห สนิทกันถึงขั้นไหนละเนี่ย ถึงบริการกันดีขนาดนี้

“คุณรู้จักกับเจ้าของห้างด้วยงั้นเหรอ” ผสุพยามใช้น้ำเสียงธรรมดาที่สุดในการถามพร้อมกับแอบกลั้นหายใจระหว่างรอคำตอบจากวิชาดา

“ความจริงคือฉันสนิทกับพี่ชายเขา คุณ อนวัฒน์มากกว่าเพราะเคยเรียนที่ฝรั่งเศสมาด้วยกัน แต่กับคุณอนิรุตต์น่ะ เพิ่งมารู้จักกันตอนกลับมาจากเมืองนอกแล้ว”

“แล้วก็เลยสนิททั้งสองคนเลยว่างั้น” ผสุสรุปใจความให้ทำให้วิชาดาชะงักมือแล้วเงยหน้าพิจารณาผู้ชายที่เพิ่งออกตัวว่าจะจีบเธออย่างเปิดเผย

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่ถ้าคุณคิดว่าเขาทั้งสองคนคือคนที่จะเป็นคู่แข่งของคุณ ก็เลิกคิดเถอะ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”

“โห คุณ ยังไม่ทันสืบเลยคุณก็ตัดช่องทางหาข้อมูลคู่แข่งของผมเสียแล้ว ทำไมงั้นเหรอ คุณไม่ปลื้มเขาเรื่องอะไร ถึงได้ตัดสิทธิเขาไม่ให้มาเป็นคุ่แข่งผม บอกมาได้เลยนะ ผมจะได้ระวังไม่ให้โดนตัดสิทธิเหมือนกัน” ผสุเอ่ยตรงๆ ทำวิชาดาหลุดหัวเราะออกมา

“เขาไม่ได้ทำอะไรฉันหรอก และฉันก็ไม่ได้ตัดสิทธิเขาด้วย พียงแต่คุณอนวัฒน์น่ะ เขาเสียชีวิตไปทั้งสองปีแล้ว ส่วนคุณอนิรุตต์เองก็มีคู่หมั่นอยู่แล้ว สรุปคนนึงตาย อีกคนมีเจ้าของ แล้วเขาจะเป็นคู่แข่งของคุณได้ยังไงล่ะ จริงไหม?” วิชาดาอธิบายชัดเจนทำให้ผสุพยักอย่างพอใจ

“แหม ฟังแล้วรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเลยนะเนี่น” ผสุพูดแก้เก้อทำให้วิชาดานึกหมั่นไส้ลุกจากโต๊ะทำงานมาหยุดยืนตรงข้ามผสุแล้วยกมือขึ้นกอดอก

“ตอนคุณจีบแฟนเก่าคุณเนี่ย คุณถามเขาเรื่องคู่แข่งอย่างนี้หรือเปล่า”

“เปล่า พอดีตอนนั้นผมยังไม่หน้าหนาเท่านี้ เลยไม่กล้าถาม”

“นายเผือก นายนี่มันสุดยอดเลย ฉันไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนเหมือนคุณเลยนะเนี่ย” วิชาดาเอ่ยอย่างเหลืออดแต่แทนที่ผสุจะสลดลงบ้างเขากลับเชิดหน้าแล้วโต้กลับว่า

“ดีแล้วครับ คุณจะได้ให้ความสนใจผมมากๆ ของแปลกน่ะดีนะครับ เพราะว่ามัน...ลิมิตเตตเอดิชั่นไง”

วิชาดาถลึงตามองผสุที่กำลังส่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจในตัวเองมาให้เธอ ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างเหลือเชื่อ

“คุณนี่มันทะเล้นจริงเชียว คุณเผือก แต่ก็ดีนะ ฉันชอบของที่ไม่เหมือนใคร”

คราวนี้เป็นผสุที่แปลกใจแล้วหลุดหัวเราะออกมา พลางตบตักแรงๆ สองสามที

“มานี่สิครับ” ผสุเอ่ยทำให้วิชาดาเลิกคิ้วสงสัยแต่ก็ยอมเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม แล้วมองมือหนาของเขาเอื้อมมาจับมือของเธอไว้อย่างอ่อนโยน

“นั่งลงไหมครับ” ผสุเอ่ยถามเสียงนุ่มจนวิชาดาแอบคิดไม่ได้ว่า บทจะหวานนายทะเล้นผสุก็ดูน่ารักเหมือนกันนะเนี่ย แล้วเราจะเล่นกับเขาหน่อยจะเป็นไรไป

ก็เป็นคนบอกให้เขาจีบเองนี่นา

วิชาดาค่อยๆ ลดตัวช้าๆ เพื่อจะนั่งลงที่โซฟาข้างๆ ชายหนุ่มแต่ผสุกลับบังคับให้เธอนั่งลงที่ตักของเขาแทนแล้วกอดเอวเธอไว้เหมือนอยากจะแสดงความเป็นเจ้าของ ทำให้วิชาดารีบยกมือขึ้นดันไหล่เขาไว้

“มากไปแล้ว คุณเผือก นี่ยังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงที่เรารู้จักกันเลยนะ คุณล้ำเส้นไปแล้ว” วิชาดาขู่ชายหนุ่ม

“ไม่มีคำว่าเร็วไปสำหรับความรักหรอกครับ ถ้ามีโอกาสผมก็ต้องรีบทำคะแนนไว้ก่อน อีกอย่างคุณควรพักสายตาบ้างนะ เห็นทำงานไม่ได้หยุดเลย คิ้วตรงนี้ขมวดจนจะเป็นริ้วรอยก่อนไวแล้งรู้ไหม”

วิชาดารีบยกมือขึ้นแตะผิวระหว่างคิ้วที่ชายหนุ่มพูดถึงทันที กิริยาแบบนั้นทำให้ผสุยิ้มกว้าง

“คุณหลอกฉันเหรอ” วิชาดาแหวใส่พลางทุบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ

“เปล่านะ ผมไม่ได้หรอก ถ้าคุณนั่งทำงานเครียดๆ แบบนี้ทุกวันอีกเดี๋ยวมันก็ต้องขึ้น” ผสุแก้ตัว

“ฉันเลยควรมาคลายเครียดบนตักคุณงั้นเหรอ แหมไม่ได้นั่งตักผู้ชายมาหลายปีแล้วนะเนี่ย” วิชาดแกล้งพูดยั่วผสุ แล้วมันได้ผลเพราะวงแขนชายหนุ่มรัดเอวเธอแน่นขึ้นทันที

“แฟนเก่าคุณ เคยได้บอกไหมว่าคุณขี้หึงพอตัวเลยนะเนี่ย”

“พอดีผมไม่ค่อยว่างจนมีเวลาไปหึงมด เขาเลยไม่เคยบอก ถ้าเป็นไปได้ เขาคงอยากให้ผมหึงเขาละมั้ง” ผสุพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แววตามีความหม่นเศร้าจนวิชาดารู้สึกเสียใจที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา

“คุณเลิกกับเขาก่อนตาย หรือยังคบเขาอยู่ตอนที่เขาเสียชิวิต” วิชาดาถามพลางไล้มือที่หยุดที่ท้ายทอยของชายหนุ่มแล้วนวดต้นคอเขาเบาๆ เหมือนต้องการปลอบโยนชายหนุ่มตรงหน้า มันไม่ใช่การกระทำที่ทำเพื่อยั่วยวนผู้ชายตรงหน้า แต่ที่เธอทำก็เพียงเพื่ออยากทำให้ผสุรู้ผ่อนคลายจริงๆ

ความอุ่นวาบค่อยๆ ก่อตัวในอกของผสุ ชายหนุ่มรับรู้ถึงพลังงานอบอุ่นที่ถ่ายเทอยู่ตัวเขา แววตาคมลึกของผสุสบเขากับดวงตากลมสวยของวิชาดา เขาไม่รู้ว่าเธอตั้งใจหรือไม่ แต่ตอนนี้พลังภายในของเขากำลังต้อนรับพลังอบอุ่นของเธอด้วยความยินดี มันเหมือนสายน้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกัน หมุนวนเป็นเกลียวหยอกล้อกันแล้วหลอมรวมเป็นพลังเนื้อเดียวกันได้อย่างลงตัว

น่าแปลกจริงๆ ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ ผสุเกิดความสงสัยแต่เขาก็ทิ้งความสงสัยนั้นไปก่อนเพราะอยากสนใจหญิงสาวตรงหน้ามากกว่า

“ผมเลิกกับมดตั้งแต่ก่อนเราจะเรียนจบมหาวิทยาลัยเสียอีก ถ้านับจริงๆ ก็แปดเกือบเก้าปีเห็นจะได้พอมาเจออีกที เธอก็เสียชีวิตแล้ว”

“คุณเสียใจมากไหม” วิชาดาถามด้วยน้ำเสียงเดิมและเหลือบตาเสมองไปด้านหลังชายหนุ่มก่อนจะกรอดตากลับมาเพื่อฟังคำตอบของผสุ

“ใจหายมากกว่า และรู้สึกสงสัยเมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้ตายอย่างธรรมชาติ”

“คุณเลยอยากรู้ว่าเขาตายยังไงใช่ไหม ทำไมไม่เรียกเขามาถามเลยล่ะ เขารูปร่างหน้าตาเป็นแบบไหนเหรอ มีรูปเขาไหม เผื่อฉันจะได้ช่วยตามหา” วิชาดาถามขึ้นทำให้ผสุเริ่มสงสัยว่าทำไมจู่ๆ วิชาดาถึงได้ถามถึงมัทนาขึ้นมา

“ทำไมคุณถึงอยากรู้เรื่องของมดล่ะ”

วิชาดายืดตัวตัวแล้วส่งยิ้มเครียดๆ ให้ผสุพลางตอบว่า

“ก็ฉันอยากรู้นี่ว่า คุณมัทนาคนนี้หน้าตาเหมือนผู้หญิงที่อยู่ตรงมุมห้องนั้นหรือเปล่า”



+++++++++++++++++++++++++++++++
+++++++++++++++++++
+++++++++
+++ 

ผสุไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเขาจะได้ลิ้มรสบรรยากาศสองหญิงหนึ่งชายเลยสักครั้งในชีวิต แต่จากสถานะการณ์ในตอนนี้ เขาก็ค้นพบว่าคงได้ลิ้มรสชาติมันเรียบร้อยแล้วล่ะ ซึ่งมันไม่ค่อยน่าอภิรมย์เลยสักนิด

ชักเข้าใจความรู้สึกพระเอกในละครขึ้นมาแล้วล่ะสิ นั่นก็แฟนเก่า นี่ก็ว่าที่แฟนใหม่ แต่เราแย่กว่าแฮะ แฟนเก่าเป็นผี แถมแฟนใหม่เป็นแม่มด เอาล่ะ คำถามคือ จะห้ามทัพยังไงล่ะทีนี้

“มานานแล้วเหรอมด” ผสุเอ่ยขึ้นหลังจากวิชาดาขยับตัวไปนั่งที่โซฟาเดี่ยวที่อยู่ทางด้านขวาของโซฟาของผสุ

“ก็นานพอเห็นนายใช้มุกจีบหญิงนั่นแหละ ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งะได้เห็นภาพนี้นะ เผือกเองก็มีลวดลายแพรวพราวเหมือนกันนะ ไม่เห็นเคยใช้กับเราเลย” มัทนาตอบเสียงเย็นเหมือนจะติดตลกพร้อมกับเคลื่อนตัวจากตำแหน่งมุมห้องที่ตัวเองยืนอยู่มาที่โซฟาอีกตัวที่วางอยู่ตรงข้ามวิชาดาอยู่อย่างรวดเร็ว

วิชาดาลอบหายใจเข้าลึกแล้วรีบเก็บอาการตกใจอย่างรวดเร็ว เพราะมันไม่บ่อยนักหรอกที่เธอจะได้เจอผีมาแสดงความสามารถพิเศษเฉพาะตัวต่อหน้าต่อตาแบบนี้

“ไม่แนะนำแฟนใหม่ให้เรารุ้จักหน่อยเหรอเผือก” เสียงหวานของมัทนาเอ่ยแล้วส่งยิ้มให้วิชาดา

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณมด ฉันชื่อ วิชาดา ทิพรสโอชาค่ะ...แต่ถึงไม่บอก คุณก็คงรู้จักฉันแล้ว และขอแก้ข่าวนิดนึงนะคะ นายเผือกเพิ่งเริ่มจีบฉัน แถมยังจีบไม่ติด ดังนั้น เรายังไม่แฟนกันค่ะ” วิชาดาเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงธรรมดาและไร้แววของความเกรงกลัวผีสาวในน้ำเสียง นั่นทำให้ผีสาวอดเลิกคิ้วแปลกใจไม่ได้

“คุณเป็นคนแรกเลยที่พอเห็นฉันแล้ว สามารถคุยกับฉันได้อย่างปกติ...คุณไม่ใช่แค่มองเห็นฉันใช่ไหมคะ คุณวิชาดา” มัทนาถามด้วยน้ำเสียงเรียบแต่วิชาดากลับยกมมุปากกว้างขึ้น

“ค่ะ เพราะนอกจากฉันจะเห็นคุณแล้ว ฉันได้ยินเสียงคุณด้วย เหลือก็แค่...ไม่ได้กลิ่น หรือลิ้มรสคุณไม่ได้ก็เท่านั้น” วิชาดาพูดติดตลกนั่นทำให้มัทนาหลุดหัวเราะออกมา ซึ่งมันทำให้ใบหน้าที่ซีดเซียวของเธอดูสดใสขึ้นเป็นกอง

“คุณไม่ต้องแปลกใจหรอกนะคะ ที่ฉันดูเหมือนรับสถานการณ์แปลกๆ นี้ได้ดี เพราะหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน คงไม่มีอะไรทำให้ฉันตกใจไปมากกว่าที่เป็นอยู่ได้อีกแล้วล่ะค่ะ”

วิชาดาเอ่ยแก้ความสงสัยของมัทนาโดยจงใจปกปิดฐานะที่แท้จริงของตัวเองต่อไป เธอเหลือบตาไปสบตาผสุเล็กน้อยเพื่อเป็นสัญญาณให้ชายหนุ่มเล่นตามน้ำกับเธอ ซึ่งดูเหมือนผสุก็รับรู้ได้ทันทีเพราะเขาไม่ได้เอ่ยถึงพลังที่เธอมีออกมาให้มัทนาได้รู้

คนเขาถึงว่า ผีหลอกยังไงก็ไม่เท่าคนหลอก เพราะคนน่ะ มีชั้นเชิงกว่าเยอะเลย

“ถึงจะเป็นอย่างนั้น...คุณก็ไม่ควรประมาท พวกมันร้ายกาจ โหดเหี้ยม เลว..เหมือนไม่ใช่คน” มัทนาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบลงกว่าเดิม จนทำให้อากาศในห้องเย็นยะเยียบลงเหมือนน้ำเสียงของเธอด้วย แถมใบหน้าของมัทนาก็เริ่มเปลี่ยนจากแค่ซีดเฉยๆ เป็นม่วงคล้ำมากขึ้นจนเกือบช้ำเลือดช้ำหนอง

วิชาดาสูดหายใจเข้าลึก แม้เธอจะไม่ได้กลัวผีหรือสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่การที่ให้เธอมานั่งสนทนาและมองหน้าวิญญาณในเวอร์ชั่นใบหน้าจัดเต็มแบบตายมาแล้วสองปี เธอก็ไม่ไหวจะมองเหมือนกันนะ เธอเลยเลือกที่จะหันไปพิจารณาวิญญาณสาวตรงหน้าอยางละเอียดถี่ถ้วนแทน เพราะการใช้สมาธิกับอะไรสักอย่างก็ทำให้เรามองข้ามความน่าสยดสยองไปได้มาก

มัทนาตอนเป็นมนุษย์คงเป็นหญิงสาวที่สวย น่ารักคนหนึ่ง ดูจากใบหน้ารูปใข่ ดวงตาที่น่าจะกลมโต คิ้วได้รูป จมูกค่อนไปทางโด่ง ริมฝีปากหากไม่ซีดเหมือนตอนนี้ก็คงอวบอิ่มน่าลิ้มลองอยู่ น่าเสียดายจริงๆ ที่ผู้หญิงคนนี้ต้องมาตายก่อนวัยอันควร

“ใจเย็นๆ ก่อนมด ถ้าเธอไม่ควบคุมอารมณ์ของเธอ พลังวิญญาณของเธอจะอ่อนลงเหมือนคราวที่แล้วอีก แล้วเราก็จะไม่ได้คุยกันให้รู้เรื่องเสียที”

ปลอบได้ดี วิชาดาชื่นชมชายหนุ่มในใจ

“ถึงพวกมันจะโหดร้ายแค่ไหน พวกมันก็เป็นคนค่ะ คุณมด เป็นคนที่สามารถตายได้เหมือนเรา เป็นคนที่เต็มไปด้วยกิเลศ เพราอย่างนั้นพวกกมันถึงทำเลวกับคุณได้ขนาดนี้” วิชาดาเอ่ยพลางหันไปมองผสุที่กำลังมองอดีตคนรักนิ่ง

แหม ทำตาซึ้งใส่แฟนเก่าเชียว ทำไมให้ความรู้สึกหมั่นไส้ยังไงก็ไม่รู้แฮะ

“พวกมันทำยังไง ถึงทำให้คุณตายได้คะ คุณมด” วิชาดาละสายตาจากผสุแล้วถามสิ่งที่ตัวเองสงสัย แววตาเกรี้ยวกราดของมัทนาที่เบาบางลงก็เปลี่ยนเป็นโศกเศร้าทันทีพลางส่ายหน้าไปมา

“เรื่องนี้ฉันบอกพวกคุณไม่ได้ ฉันจำได้แค่ว่ากำลังเดินตรวจงานอยู่ในโรงงาน แล้วก็รู้สึกแน่นหน้าอก เหมือนมรอะไนมารัดเอาไว้ มันรักแน่นมากจนหายใจไม่ออก แล้วฉันสติฉันก็หลุดลอย มารู้สึกตัวอีกที...ฉัน...ก็ตายแล้ว”

“แม่ชีบอกว่าเธอหัวใจวายตาย” ผสุเอ่ยสิ่งที่เขารู้ออกมาทำให้ทำให้มัทนาพยักหน้า

“ทำไมถึงไม่มีใครสงสัยว่าคุณตายอย่างผิดปกติ” วิชาดาถามอีกครั้ง

“เพราะมันตรวจสอบไม่ได้ พวกมันทำบางอย่างกับร่างกายฉัน ให้เหมือนกับฉันตายเอง” มัทนาตอบแล้วหรุบตาลงมองข้อมือของตัวเองแล้ววิชาดาก็เห็นหยดน้ำตาของผีเป็นครั้งแรก มันหยดลงมาเหมือนสายน้ำตก ไม่ต่างจากน้ำตาของมนุษย์เลย เพียงแต่มันให้ความรู้สึกโศกเศร้าเสียจนวิชาดาคิดว่า มันไม่น่าแปลกใจเลยที่วิญญาณของผู้หญิงคนนี้ไม่ไปสู่สุคติ

“คุณมด คุณสามารถบอกบอกพวกเราได้ไหม ว่าพวกมันเป็นใคร และพวกเขาฆ่าคุณเพื่ออะไร”

มัทนาเงยหน้าขึ้นมองหน้าวิชาดาแล้วหันไปสบตาผสุ ริมฝีปากซีดเซียวเผยอขึ้นแล้วเม้มลงเหมือนไม่มีแรงจะพูด

“มดรู้แต่พูดไม่ได้งั้นเหรอ” ผสุเอ่ยทำให้มัทนาพยักหน้า

“งั้นก็เขียนก็ได้นี่คะ” วิชาดาเสนอพลางรีบลุกขึ้นไปหยิบปากกาและกระดาษแต่พอหันกลับมาเธอก็ต้องผงะเมื่อมัทนาเคลื่อนตัวจากโซฟาที่นั่งมาเผชิญหน้ากับเธอ

กึก! เสียงปากกาหล่นกระทบพื้นดังขึ้นพร้อมกับที่กำแพงสีม่วงอ่อนที่ปรากฎขึ้นระหว่างวิชาดกับมัทนาทันที ทำให้วิญญาณสาวต้องถอยร่นห่างออกไปอย่างรวดเร็ว

วิชาดาก้มลงพลางยกมือขึ้นทาบอกตรงตำแหน่งของสร้อยคอแล้วเงยหน้ามองมัทนาที่กำลังมองเธอเช่นกัน

“อยากได้อย่างอื่นที่ไม่ใช่ปากกากับกระดาษเหรอคะ คุณมด” วิชาดาถามทำให้มัทนาส่ายหน้า

“ก็ถ้าไม่เข้าสิงคุณ มือของฉันก็จับปากกาไม่ได้ แล้วฉันจะเขียนสิ่งที่ฉันรู้แต่พูดไม่ได้ให้เผือกดูได้ยังไง...” มัทนาตอบตรงๆ แล้วมองไปยังตำแหน่งที่มือของหญิงสาวทาบทับเอาไว้ แล้วหันไปสบตาผสุที่กำลังมองมาที่เธอเหมือนตำหนิกลายๆ

“แต่ดูเหมือนคุณก็ไม่ใช่คนที่เหมาะสมให้ฉันเข้าสิง ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณตกใจ” มัทนาหันกลับมาพูดต่อจนจบทำให้วิชาดาที่นิ่งรอฟังอยู่ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ถือ แล้วทีนี้เราจะทำยังไงดีล่ะ ในเมื่อให้คุณเขียนก็ไม่ได้ พูดออกมาก็ไม่ได้ สงสัยคงเหลือวิธีสุดท้ายแล้วล่ะ”

“วิธีอะไร” ผสุถามอย่างสงสัยในขณะที่วิชาดาก้มลงหยิบปากกาและกระดาษที่หล่นอยู่ที่พื้นขึ้นมา

“วิธีที่ธรรมดาที่สุด และเป็นการละเล่นที่เด็กโรงเรียนประจำชอบเล่นกัน”

“กระละเล่นอะไร หรอกคุณ” ผสุยังคงถามต่อและมองวิชาดาที่กลับมานั่งที่เดิมก่อนจะลงมือเขียนตัวอักษรลงกระดาษ

“ก็...ผีถ้วยแก้วไงคุณ”

หลังจากนั่งเขียนตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่นาน วิชาดาก็เงยหน้าขึ้นมองมัทนา

“ฉันไม่รู้ว่าคุณถนัดภาษาไหน ก็เอาสองภาษาหลักๆ ไปก่อนนะคะ แต่ฉันคงไม่ต้องอัญเชิญคุณลงถ้วยหรอกนะคะ คุณพอจะบังคับเหรียญหรืออะไรได้บ้างไหมคะ จะได้ให้มันเคลื่อนไปตามที่คุณคิดเลย”

มัทนามองกระดาษตัวอักษรตรงหน้าแล้วนิ่งคิดก่อนจะหันไปมองหน้าผสุ

“เผือก เธอยังพกแหวนรุ่นอยู่ไหม”

“อื้อ พกสิ อยู่นี่ไง” ผสุเอ่ยพลางดึงสร้อยที่ร้อยแหวนรุ่นออกมาให้มัทนาดู เมื่อเห็นสีหน้าซีดเซียวขอมัทนาก็ดูสดใสขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่วิชาดาก็ไม่คิดจะถามออกมาตอนนี้ จึงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อน

“ถอดออกมาวางที่กระดาษนี่หน่อยสิ ถ้าเป็นแหวนวงนี่ เรามั่นใจว่าจะเคลื่อนมันได้แน่นอน” มัทนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ ทำให้วิชาดาเหลือบไปสบตากับผสุที่ทำท่าเก้ๆ กังๆ เหมือนไม่เต็มใจจะถอด แต่สุดท้ายก็ถอดออกมาวางจนได้

มันไม่ใช่แหวนเพชร แหวนพลอย หรือแม้แต่แหวนทองคำเกลี้ยงที่ดูมีราคามากมาย แต่เป็นแค่แหวนเงินที่หัวแหวนถูกสลักสัญลัษณ์บางอย่างพร้อมตัวเลขสองตัว แต่มัทนาทำท่าราวกับว่ามันเป็นของมีค่า เธอค่อยๆ เอื้อมมือเพื่อจะไปแตะแหวนแต่มือเธอก็ผ่านแหวนวงนั้นไป เพราะความเลือนลางของร่างวิญญาณของตัวเอง

แค่แหวนรุ่น ทำไมต้องทำตาซึ้งขนาดนั้นด้วยนะ มีความหลังครั้งเก่ากันแน่ๆ

“เอาล่ะ อุปกรณ์พร้อม งั้นเราเริ่มกันดีกว่านะคะ ก่อนที่คุณจะหมดแรงไปเสียก่อน” วิชาดาเอ่ยทำให้มัทนาหันมามองหน้าวิชาดาเหมือนค้อน

แหม เราเลยกลายเป็นแม่มดใจร้ายไปเลย ชิ ก็ช่างเถอะ ใครจะสน ตอนนี้สนเรื่องตรงหน้าดีกว่า

“ได้ งั้นเเรามาเริ่มกันเลย” มัทนาเอ่ยพลางเพ่งสายตาไปที่แหวนของผสุที่ชายหนุ่มนำมาวางไว้ที่กลางแผ่นกระดาษ

แหวนวงน้อยค่อยๆ เคลือนตัวไปบนแผ่นกระดาษแล้วทุกครั้งที่มันหยุด วิชาดาก็จะจดตัวหนังสือตัวนั้นลงในกระดาษ สลับกับมองใบหน้าที่จริงจังของมัทนาที่ดูเหมือนจะเหนื่อยมากในการเคลื่อนแหวนแต่ละครั้ง

“มด ไหวไหม” ผสุเอ่ยถามอดีตคนรักทำให้มัทนาหันมาส่งยิ้มอ่อนๆ ให้

“ยังไหว เหลืออีกแค่ตัวเดียวเท่านั้น แต่หลังจากนี้ ฉันคงต้องหายไปสักพัก”

“ฉันเข้าใจ” ผสุรับคำทำให้มัทนาหันกลับมาที่กระดาษอีกครั้งแล้วเคลื่อนแหวนอีกครั้ง

“นอ-หนู” วิชาดาอ่านออกเสียงแล้วรีบจดลงในกระดาษ ในขณะที่ผสุสบตากับร่างวิญญาณของมัทนาที่กำลังส่งยิ้มดีใจที่ตัวเองทำสำเร็จ ก่อนจะจางหายไปพร้อมประโยคบอกใบ้ที่ใช้พลังเฮือกสุดท้ายของเธอ

“ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากต้นตามหาความจริงจากที่ไหน ขอให้เริ่ม...จากจุดที่จบลมหายใจของฉัน ฉันเชื่อใจเธอนะ...เผือก”

 
 

+++++++++++++++++++++++++++++++
+++++++++++++++++++++++++++++++ 
สำหรับวี "มัทนา" เป็นตัวละคนที่น่าสงสารที่สุดเท่าที่วีเคยแต่งมา
เธอคือผู้เคราะห์ร้าย ที่โดนกระทำ วีไม่เคยชอบตัวละครอย่างนี้ในนิยาย
แต่พอมาแต่งนิยายของตัวเอง วีก็พบว่า บางทีโศกนาฎกรรม
ก็เป็นจุดเริ่มต้นทุกสิ่งทุกอย่าง และฟ้าหลังฝน ก็มักสวยงามเสมอค่ะ



ขออนุญาตงดสปอยนะคะ

Post Comment

Statistic

Date posted: 3 years ago.
Date modified: 2 months ago.
Overall Viewed: 32,524 times
Monthly Viewed: 194 times
Rated: 0 times
Favorited: 1 times
Commented: 1 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.