Shaman's Love

2nd Spell: iDowsing - ตอนที่ 1 (100%)

สวัสดีค่ะทุกคน

 

ในที่สุดก็มาถึง  2nd  Spell: iDowsing กันแล้วนะคะ

ทุกคนดีใจกันใช่ไห ม ฮิฮิ วีก็ดีใจค่ะ

วันนี้ฝนตกลงมาเหมือนกับฉากในตอนแรกของเรื่องนี้เลย

เอ๊ะ เป็นเรื่องของโชคชะตาหรือเปล่านะ ^____^V

 

รักคนอ่านเสมอ

veerandah

 

Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Line: veerandah

Instargram: veerandah

Email: veerandah@gmail.com

Web: tswriter.com (ทุกคนสามารถตามอ่านนิยาย (แบบเต็มๆ) ของวีได้ที่นี่ค่ะ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนที่ 1

 

คฤหาสน์ทรงยุโรปที่มีป่าหนาทึบเป็นฉากหลัง เป็นสถานที่ที่คริสติน่าเห็นจนชินตา หญิงสาวก้าวเดินเข้าใกล้บานประตูทางเข้าอย่างไม่รีบร้อน ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหยุดอยู่ที่ลายอักขระที่สลักบนไม้ที่ใช้ทำบานประตู บ่งบอกความเก่าแก่ของตัวคฤหาสน์ได้เป็นอย่างดี คริสติน่าไล่สายตาไปตามลวดลายบนบานประตูที่เธอพยายามอ่านมันมาเป็นร้อยๆ รอบ แต่ก็อ่านไม่ออก

มันเป็นภาษาของพรายน้ำ แม้จะลักษณะคล้ายอักษรทีบัน แต่คริสติน่าก็ไม่สามารถถอดความมันได้ เพราทุกภาษาในโลกนี้เริ่มต้นจากการเรียนรู้ตัวอักษร แต่สำหรับภาษาที่จารึกลงบานประตูนี้กลับไม่มีการสอนให้กับลูกหลานของแม่มดทั้งสาม ซึ่งคริสติน่าคิดได้เพียงคำตอบเดียวก็คือ มันไม่ได้มีไว้ให้เธออ่าน แต่คำถามก็คือ...มันมีไว้ให้ใครอ่าน?

เทพีเมดิโอคริสเหรอ? หรือแม่มดสามพี่น้อง? หรือว่าลูกเซียน น้องชายของพวกเธอ?

นี่เรามาที่นี่อีกแล้วสินะ หญิงสาวเจ้าของดวงตาสีน้ำเงินเข้มพึมพัมเบาๆ พลางเอื้อมมือไปผลักบานประตูนั้น

กึก!

เสียงอะไรบางอย่างขัดบานประตูไว้ไม่ให้เปิดออกดังขึ้นทำให้คริสติน่าชักมือกลับอย่างเสียอารมณ์

จะให้เรามาที่นี่ทำใมบ่อยๆ ถ้าไม่คิดให้เราเข้าไป หญิงสาวบ่นพลางกลับหลังหันเพื่อเตรียมจะก้าวขาออกที่นี่เหมือนทุกครั้งที่เธิทำแต่ก็ต้องชะงักเท้าไว้เมื่อมีคนเรียกชื่อเธอ

คริสติน่า

คะ คริสตน่าขานรับพลางหันหลังกลับไปจ้องบานประตูที่ปิดสนิทด้วยสีหน้ามีความหวัง มีแค่ครั้งแรกที่เธอมาที่นี่เท่านั้นที่เธอไดยินเรียก และเป็นเสียงที่เธอไม่เคยลืม เพราะเจ้าของเสียงนี้คือ คุณย่าทวดเมดิโอคริสของเธอเอง ท่านนำเธอมาที่นี่ในวันที่เธออายุครบสิบแปด แล้วท่านก็ไม่ปรากฎตัวหรือส่งเสียงเรียกเธออีกเลย

เขากำลังมา

คริสติน่ามองบานประตูด้วยสีหน้าที่บึ้งขึ้นเล็กน้อย เหมือนกับเธอรู้อยู่แล้วว่า เขา ที่ทวดของเธอหมายถึงคือใคร

เขาจะไม่มีวันได้เจอกับหนูค่ะ

เขาจะหาเจ้าเจอ เสียงนั้นตอบกลับมาอย่างปราณีแต่มันกลับทำคริสติน่าเชิดหน้าขึ้นสูง

นั่นก็ต่อเมื่อ หนูหมดลมหายใจไปแล้วค่ะ ท่านทวดเมดิโอคริส คริสติน่าตอบอย่างแน่วแน่แล้วกลับหันหลังและอกเดินมุ่งหน้าไปที่รั้วเหล็กที่ล้อมรอบอาณาเขตของทั้งคฤหาสน์ไว้อย่างไม่คิดจะหันหลังกลับมาฟังคำเตือนอะไรอีก และเมื่อเธอก้าวเท้าออกพ้นแนวรั้วเหล็ก ร่างสูงโปร่งของคริสติน่าก็หายไปราวกับล่องหน

ลมหอบใหญ่หมุนวนและเริ่มเคลื่อนตัวพัดเข้าหาคฤหาสน์ก่อนจะสลายไป แล้วเสียงหวานเสียงเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้งทั้งไม่มีใอยู่รอฟังว่า

ไม่หรอก คริสติน่า เขาจะได้พบเจ้าก่อนหน้านั้น...อย่างแน่นอน

 

คริสติน่าลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในห้องนอนในคอนโดที่วิชาดาเช่าไว้ให้เธอกับมาเรียมพักในช่วงที่เธอทั้งสามคนต้องมาทำพิธีเฉลิมฉลองการเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว ซึ่งหลังจากที่วิชาดาโดนเบเอลเซบลูหมายหัว ในปีนี้พวกเธอจึงตัดสินใจมาทำพิธีกันที่ประเทศไทย แม้ว่าตอนนี้ วิชาดา เพื่อนของเธอจะยังอยู่รอดปลอดภัยดี แถมได้แฟนหนุ่มคารมดีทายาทหมอผีแห่งทิศตะวันออกไปครอบครองแล้ว เธอกับมาเรียมก็ยังกลับบ้านตัวเองไมได้ เพราะเบเอลเซบลูได้กำหนดเป้าหมายคนต่อไปแล้ว และนามของดับเบิล ไทรแองเกิล พวกเธอมีหน้าที่จำเป็น้อช่วยเหลือเพื่อนร่วมพันธะสัญญา

คริสโตเฟอร์ ดาวซิ่ง

ทายาทคนดังของนักโบราณคดีเลื่องชื่อชาวอังกฤษ วินเซนท์ ดาวซิ่ง ผู้ซึ่งเสียชีวิตอย่างกระทันหันขณะลงไปสำรวจโบราณสถานที่เพิ่งขุดพบใหม่ในตุรกีเมื่อครึ่งปีก่อน

ไม่มีข่าวรายงานว่าเขาเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด งานศพจัดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นความลับจากสื่อมวลชน รวมไปถึงไม่มีการเปิดตัวทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของดาวซิ่งอีกด้วย สื่ออังกฤษตีข่าวใหญ่โตว่าเป็นเรื่อแย่งชิงงสมบัติในสุสาน ดูเหมือนนักโบราณคดีชื่อดังจะเข้าไปขัดผลประโยชน์กับผู้มีอิทธพลท้องถิ่นเข้า ก็เลยไปเฝ้าพระเจ้าเร็วกว่าวัยอันควรแต่คริสติน่ารู้ว่ามันไม่ใช่

วินเซนท์ ดาวซิ่ง คือ ผู้นำทาง เป็นหมอผีประจำทิศเหนือ หากเบเอลเซบลูจะตามเก็บใครในดับเบิล ไทรแองเกิล มันจะต้องเป็นคนตระกูลดาวซิ่งเป็นอันดับแรกแน่ เพราะพวกเขามักอยู่ในที่ที่คนเห็นเสมอ ดังนั้นการที่ตระกูลดาวซิ่งไม่มีข่าวเกี่ยวกับ คริสโตเฟอร์ ดาวซิ่ง ออกมาเลย มันต้องมีเหตุผลแน่ บางทีพวกเขาอาจจะรู้ว่าทายาทที่เหลือเพียงคนเดียวคนนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย การเก็บตัวเงียบน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

หรือไม่ก็เพราะไม่ต้องการให้เรารู้จักหน้าของเขา คริสติน่าตั้งข้อสังเกต ก่อนที่เธอจะปัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะคิดว่ามันไร้สาระ เพราะถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นทายาทผู้รับตำแหน่งต่อจากพ่อของเขา เขาเองก็รู้ว่าไม่ควรเข้าใกล้เธอ

เมี้ยว

เสียงร้องของแมวที่ตามมาด้วยความนุ่มที่ข้อเท้าทำให้คริสติน่าอมยิ้มแล้วขยับตัวลุกจากเยงพร้อมก้มลงอุ้มสิ่งมีชีวิตขนปุยขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด

ไง ชาโดว์ เมื่อคืนหลับสบายไหม

เมี้ยว แมวขนสีเทาที่มีลายคาดหลังสีดำคล้ายลายเสือร้องตอบแล้วกระพริบตาสีเหลืองอำพันของมันช้าๆ

อ่า งั้นเหรอ แกก็ฝันเหมือนฉันใช่ไหม แย่จังเลยนะ เราสองคนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในนั้นกันทั้งคู่เลย คริสติน่าพูดต่อขณะที่วางชาร์โดว ไว้บนโต๊ะกินข้าวแล้วเปิดตู้เย็นเทนมรสสตอเบอร์นี่ขวดสุดท้ายที่มีอยู่ลงชามแล้วยื่นให้คู่หูของเธอ

อาหารเช้าเรามีเท่านี้ แกกินไปเถอะ ส่วนของฉันจะออกไปหากินที่ข้างนอกเอง คริสติน่าพูดต่อในขณะที่ชาร์โดว กำลังจ้องมองเธอตาไม่กะพริบ

ทานอาหารเช้าให้อร่อยนะ ฉันไปอาบน้ำก่อน

เมี้ยว ชาโดว์รับคำแล้วลุกขึ้นยืนก้มลงเลียนมสองตามที ก่อนจะเงยหน้ามองแผ่นหลังบอบบางของเจ้านายของมัน แววตาสีเหลืองอำพันวาววับขึ้นอย่างประหลาด แล้วปรากฎการ์ดลวดลายประหลาดลอยขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่มะลอยลงมาอู่บนโต๊ะอาหาร พร้อมๆ กับที่ชาร์โดวก้มลงเลียนมต่อ

ไม่กี่นาทีต่อมา คริสติน่าก็เดินกลับมาแต่ก่อนที่เธอจะเดินไปที่โต๊ะอาหาร ก็ได้ยินเสียงโทรทัศน์เปิดรายงานพยาการณ์อากาศของเช้าวันนี้พอดี ทำให้เธอเปลี่ยนใจเดินมาที่โซฟารับแขกแทน จึงพบว่าชาร์โดวกำลังนอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของมาเรียมเพื่อนของเธอ

อุตส่าตื่นขึ้นมาเพื่อข่าวพยากรณ์อากาศงั้นเหรอเมล มีข่าวอะไรน่าสนใจงั้นเหรอ

ไม่รู้สิ ฉันนอนของฉันอยู่ดีๆ แต่แมวอ้วนนี่สิ มาปลุก เป็นเพราะเธออาบน้ำอยู่ละมั้ง ชาโดว์เลยไปเปลี่ยนเป้าหมายมาปลุกฉัน พูดกับใครคงไม่มีใครเชื่อเลยรู้ไหม ว่าแมวสมัยนี้ชอบดูทีวี โดยเฉพาะข่าวพยากรณ์อากาศ มาเรียมพูดทั้งที่ยังหลับตา ทำให้คริสติน่าอมยิ้ม

ถ้าเป็นข่าวสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ ชาร์โดวจะยิ่งชอบนะ

โอเค ถ้ามีข่าวแบบนั้นฉันจะเร่งเสียงให้ดังๆ เลย มาเรียมตอบทั้งที่ยังหลับตาซึ่งทำให้คริสติน่าหัวเราะทันที

จะออกไปซื้อของเหรอ คนตัวเล็กที่เพิ่งลึมตาถามขึ้นเมื่อเห็นชุดลำลองที่คริสติน่าใส่อยู่

ใช่ เพราะเราไม่มีอาหารในตู้เย็นแล้วนี่นา นมของชาโดว์ก็หมดแล้วด้วย มันจะหงุดหงิดนะ ถ้าไม่ได้กินนมรสที่มันชอบ

จู้จี้จริงๆ เลยนะ ชาโดว์ มาเรียก้มลงแซวแมวอ้วนที่กำลังขดตัวอยู่ยนอกของเธอซึ่งไม่สะทกสะท้านกับเสียงค่อนแคะใดๆ เลยสักนิด มันยังคงนอนแล้วจ้องไปที่โทรทัศน์เพียงอย่างเดียว

แต่ว่าฉันโทรสั่งอาหารที่ร้านอาหารเพื่อนของวิชแล้วตั้งแต่เมื่อวาน มูนนี่บอกว่าจะมาส่งก่อนเที่ยง

โฮ่ โทรสั่งตั้งแต่เมื่อวานเลยเหรอ นี่เธอกะไม่ออกจากที่พักเลยใช่ไหม เมล

อือ พวกเราควรเตรียมพร้อมนะ ฉันขาดส่วนผสมอีกไม่กี่อย่างเท่านั้น หม้อยาของฉันใกล้ถึงเวลาที่ต้องปรุงยาแล้ว ฉันอยากให้แน่ใจว่าเราพร้อมรับมือ

สิ่งที่ดีที่สุด คือเราไม่ต้องทำมันต่างหากล่ะเมล

แต่เราไม่รู้อนาคตนี่นา เตรียมพร้อมไว้ดีกว่านะ อีกอย่าง กุญแจดอกแรกก็ถูกไขไปแล้ว อนาคตต่อจากนี้มันจะไม่เหมือนพันปีที่ผ่านมา มาเรียมแก้

ใช่ มันไม่เหมือน เพราะคราวนี้มันถูกกำหนดด้วยมือของพวกเรา คริสติน่าตอบด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะหันกลับหลังหัน

ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มก็โทรมาแล้วกัน ฉันจะไปแต่ซูเปอร์ใกล้ๆ นี้ ไม่นานก็กลับ

เอาร่มไปด้วยสิ เมื่อกี้ผู้ประกาศเขาบอกว่าฝนจะตกแนะ มาเรียมตะโกนไล่หลังเพื่อนแต่คริสติน่าก็ทำท่าโบกไม้โบกมือเป็นสัญญาณว่าเธอไม่คิดจะทำตามคำแนะนำนั้นทำให้มาเรียมหันกลับมาสบตาชาโดว์ที่กำลังจ้องเธออยู่เหมือนกัน

เช้านี้แกได้เสี่ยงทายไพ่พยากรณ์หรือยังชาโดว์

เมี้ยว ชาร์โดวหันมาตอบรับแล้วกระโดดไปยืนที่พื้นก่อนจะวิ่งไปที่โต๊ะอาหาร ทำให้มาเรียมจำเป็นต้องลุกขึ้นแล้วเดินตามไป แล้วเห็นว่ามีไพ่ทาโรต์วางอยู่บนโต๊ะอาหารหนึ่งใบ หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาถือไว้

“Wheel of Fortune[1] งั้นเหรอ แสดงว่าวันนี้ก็น่าจะเป็นวันดีน่ะสิ ชาโดว์ มาเรียมก้มลงพูดกับแมวอ้วนซึ่งมันก็ส่งเสียงร้องตอบรับอย่างแผ่วเบายืนยันคำพูดของเธอทันที

เมี้ยว



[1] ไพ่ Wheel of fortune หรือ ไพ่กงล้อแห่งโชคชะตา เป็นไพ่หมายเลข 10 ของไพ่ยิปซี (Tarot) เป็นไพ่แห่งโชคลาภ แสดงถึง โชคดีกำลังจะมาเยือน ถ้าเป็นหญิงจะหมายถึงได้คู่ครองที่มีฐานะพร้อมบริบูรณ์


+++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++

++++++++

+++

+

ครืน! ครืน!

เสียงฟ้าร้องที่ดังขึ้นทำให้คริสโตเฟอร์ซึ่งกำลังยืนอ่านแผนที่เงยหน้ามองฟ้า แล้วก้มลงกระเป๋าเสื้อของตัวเอง แล้วพูดขึ้นลอยว่า

ฉันคิดว่าเราควรหาที่หลบฝนแล้วล่ะ ดูฟ เพราะฉันยังไม่อยากเปียกตอนนี้

กริ๊ง!

เสียงกระดิ่งดังขึ้นเบาๆ ตอบรับความคิดเห็นของชายหนุ่ม ทำให้เขารีบพับแผนที่แล้วยัดมันเข้าไปในกระเป๋าสะพาย แล้วเริ่มออกเดินไปตามิศทางที่จำได้พร้อมกับพึมพัมคนเดียวต่อไปโดยไม่สนใจคนที่เดินตามหลังเขามาว่ากำลังมองเขาด้วยาสยตาแปลกๆ ที่พูดคนเดียว

จากแผนที่ที่โรงแรมให้มาบอกว่าใกล้ๆ นี้มีซูเปอร์มาเก็ตอยู่ ฉันว่าเราไปที่นั่นเพื่อหลบฝนแล้วหาอะไรรองท้องดีกว่า

กริ๊ง!

ตอบไวจัง นายไม่มีกระเพาะอาหารไว้ให้หิวเหมือนฉันนี่นา ดูฟ คริสโตเฟอร์แซวขึ้นอย่างอารมณ์ดี แล้วกวาดตามองไปรอบๆ และพบว่าทุกคนกำลังรีบหาที่หลบฝนเหมือนกับเขาเช่นกัน

บางทีฉันก็คิดว่าเป็นหินอย่างนายน่าจะดีกว่าที่ไม่ต้องเสียเวลาหาอะไรใส่ท้อง คริสโตเฟอร์ยังคงพูดคุยกับความว่างเปล่าต่อไปและไม่ทันขาดคำฝนเม็กแรกก็ตกลงมาโดนจมูกของเขาพอดี ทำให้ริสโตเฟอร์รีบวิ่งหาที่กำบังที่ใกล้ที่สุดทันที ซึ่งดูเหมือนจะมีคนวิ่งมาถึงที่นั่นพร้อมเขาพอดี

แย่จริง อย่างนี้ก็ไปไม่ถึงซูเปอร์น่ะสิ คริสโตเฟอร์บ่นออกมาทันทีที่เข้ามาหยุดอยู่ในป้ายรถเมล์ซึ่งอยู่ตรงข้ามซูเปอร์มาเก็ต ชายหนุ่มปาดเม็ดฝนออกจากหน้าผากจนเลยไปถึงลูบผมที่เปียกแบบลวกๆ เหลือบมองสายฝนที่เริ่มตกรุนแรงขึ้นอย่างเซ็งๆ

อยู่ใกล้แค่เอื้อมนี่เอง

นั่นสิ อยู่ใกล้แค่เอื้อมนี่เอง เสียงพูดที่ต่อจากคำพูดของเขาแบบทันทีคริสโตเฟอร์สะดุ้งเล็กน้อย เพราะไม่บ่อยนักที่คำพูดของเขาจะมีคนพูดโต้ตอบกลับมา

ชายหนุ่มเลยค่อยๆ หันไปมองต้นเสียงช้าๆ แล้วเขาก็ต้องรู้สึกตาพร่าไปชั่วขณะ เหมือนเสียงต่างๆ ถูกตัดขาดออกจากโสตประสาท แล้วเหลือไว้แต่ภาพของหญิงสาวตรงหน้าเพียงอย่างเดียว

เธอไม่ใช่คนเอเชียแน่นอน ด้วยส่วนสูงที่สูงเกือบจะพอๆ กับเขา แล้วก็ดวงตาสีน้ำเงินเข้มทรงเสน่ห์นั้นอีก คริสโตเฟอร์จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เขารู้สึกใจเต้นเพราะผู้หญิงนั้นมันเมื่อไร แต่ก็คงหลายปีมาแล้ว ประมาณปีสุดท้ายในโรงเรียนประจำที่ลอนดอนล่ะมั้ง กับผู้หญิงที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง

หน้าฉันมีอะไรติดอยู่งั้นเหรอ หญิงสาวคนนนั้นถามตรงๆ ที่ดูเหมือนจะแฝงความโกรธเอาไว้เล็กน้อยทำให้คริสโตเฟอร์หลุดจากภวังค์ความคิด

สาวฝรั่งเศสงั้นเหรอ คริสโตเฟอร์เดาจากสำเนียงที่เธอใช้

เอ่อ เปล่า ไม่มีครับ ไม่มีอะไรติดหน้าของคุณ

โธ่ คริสโตเฟอร์ นี่แกจะพูดกับผู้หญิงที่สวยขนาดนนี้ด้วยน้ำเสียงแข็งไปหน่อยหรือเปล่า คริสโตเฟอร์ด่าตัวเองในใจขณะที่เริ่มรับรู้ความอุ่นของดูฟที่เพิ่มอุณหภูมิขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ขอบคุณที่ตอบ หญิงสาวแสนสวยนั้นโต้ตอบกลับมาทำให้คริสโตเฟอร์ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อยว่าเขาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าเขาไม่เป็นมิตร

เสียงฝนดังขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ป้ายรถเมล์ก็เริ่มเป็นที่สิงสถิตของผู้คนที่มาหลบฝนเหมือนๆ กันมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นโอกาศอันดีที่ทำให้คริสโตเฟอร์ต้องขยับมายืนใกล้หญิงสาวแสนสวยมากขึ้น และเพราะอย่างนั้นทำให้เขารู้ว่าหญิงสาวที่ยืนข้างๆ เขากำลังหงุดหงิด

รู้อย่างนี้น่าจะเอาร่มมา เสียงเล็กนั้นบ่นเบาๆ เป็นภาษาฝรั่งเศษ โชคดีที่เขาฟังมันออกทำให้ชายหนุ่มหันไปพูดกับเธอว่า

ผมก็คิดอย่างนั้น

หญิงสาวเลิกคิ้วสูง นี่คุณพูดกับฉันงั้นเหรอ

เอ้อ ครับ ก็เหมือนเมื่อกี้ที่คุณเห็นด้วยกับผมไง

หญิงสาวดวงตาสีน้ำเงินกลอกสายตาเล็กน้อยเหมือนใช้ความคิดก่อนจะพยักหน้า แล้วยักไหล่ราวกับไม่ใส่ใจ

คุณทำอย่างนี้บ่อยๆ เหรอ

ทำอะไรครับ คริสโตเฟอร์ย้อนถาม

ก็ชวนคนแปลกหน้าคุยแบบนี้

อ๋อ ไม่บ่อยหรอกครับ เอาเข้าจริงๆ ผมก็ไม่รู้ว่าผมชอบชวนคนแปลกหน้าคุยหรือเปล่า เพราะผมมักอยู่ในที่ที่ไม่ค่อยมีคนคุยกับผมเท่าไร คริสโตเฟอร์ตอบตรงๆ แต่ยาวโดยไม่รู้ตัว แต่เขารู้สึกพอใจในน้ำเสียงของเขาครั้งนี้มากกว่าน้ำเสียงประโยคแรกที่ใช้ตอบเธอ

แล้วทำไมคุณถึงมาชวนฉันคุยล่ะ

เอ่อ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจเพราะเราชะตาต้องกันมั้งครับ

โทษทีนะคะคุณสุภาพบุรุษ ถึงแม้ว่างฉันจะทำงานเกี่ยวกับโชคชะตาของคน แต่ฉันก็ไม่คิดหรอกว่าการเจอได้เจอผู้ชายคนหนึ่งซึ่งมาหลบฝนพร้อมกันจะเรียกว่าชะตาต้องกัน

โอ้โห สวยแถมดุอีกต่างหาก เอายังไงล่ะ คิรสโตเฟอร์ จะไปต่อหรือถอย คริสโตเฟอร์ถามตัวเอง

ในชีวิตนี้แม้เขาจะคลุกคลีกับผู้หญิงมาไม่มาก แต่ก็พอจำแนกได้พอคร่าวๆ ว่าหนึ่งในจำนวนนั้นมักมีผู้หญิงแบบนี้อยู่ และเป็นสัญญาณบอกไว้เลยว่า พวกเธอไม่คิดจะยุ่งกับผู้ชายอย่างเราๆ แต่น่าแปลก เขากลับรู้สึกอยากรู้จักเธอ

ทำไมกันนะ?’

มันก็แค่มุกน่ะครับ ผมก็แค่พูดไปตามปกติอย่างที่คนชอบเขาชอบพูดกัน

เหรอคะ ถ้างั้นฉันก็ต้องขอโทษคุณด้วย พอดีฉันค่อนข้างอ่อนไหวกับคำว่า โชคชะตา มากไปหน่อย หญิงสาวตอบพร้อมกับยกมุมปากเล็กน้อยราวกับเยาะหยันอะไรบางอย่างอยู่ ทำให้คริสโตเฟอร์อดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า

โชคชะตาทำร้ายคุณงั้นเหรอครับ คุณถึงอ่อนไหวกับมัน

เธอจ้องมองเขานิดหนึ่งแล้วเสสายตาออกไปมองสายฝนที่กำลังหล่นลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดอย่างเลื่อนลอย

ก็บางที...โชคชะตาก็ใจร้ายนี่คะ

ซ่า!

เสียงฝนที่ตกหนักขึ้นปิดฉากบทสนทนาของเขาและเธอลงแทบจะทันที แต่คริสโตเฟอร์กลับไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นของละอองฝนที่กระเซ็นมาโดนเลยสักนิด เพราะดูฟที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อเริ่มร้อนละอุขึ้นพร้อมๆ กับหัวใจของเขาที่เต้นแรงเพราะคำพูดของเธอ

 “แถมตอนนี้โชคชะตาก็ยิ่งใจร้าย โดยการทำให้พวกเราติดแหง็กอยู่ที่นี่ ทั้งที่หิวจะแย่อยู่แล้ว หญิงสาวนัยน์ตาสวยเอ่ยต่อทำลายความเงียบทำให้คริสโตเฟอร์เริ่มยิ้มออกมาบ้าง เพราะคราวนี้เป็นเธอที่เริ่มบทสนทนา

นั่นสินะครับ ตั้งแต่เช้าผมก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย หวังว่าวันนี้ ผมจะได้อะไรรองท้องที่ดีกว่าแซนวิชที่มีแฮมแค่ชิ้นเท่านิ้วก้อย

คุณต้องเป็นคนโชคร้ายมากๆ ที่หาของกินได้แค่นั้น เพราะที่นี่มีร้านอาหารอยู่แทบทุกหัวมุมถนน ยังไม่นับที่เป็นรถเข็นที่จอดอยู่ข้างทาง

นั่นสิครับ ผมคงอับโชคเรื่องอาหารจริงๆ...”

‘...แต่ไม่อับโชค เรื่องที่ได้เจอกับคุณ คริสโตเฟอร์พูดต่อกับตัวเองในใจ แล้วยิ้มออกมาเองโดยไม่รู้ตัว

เลยจากนี้ไปสองป้ายรถเมล์ มีร้านอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น ชื่อ ร้านอาหารเรือนพระจันทร์ ถ้าคุณไปที่นั่นรับรองว่าคุณจะได้กินอาหารไทยที่อร่อยถูกปากแน่นอน

จริงเหรอครับ นั่นเป็นร้านประจำของคุณงั้นเหรอ คริสโตเฟอร์ชวนคุยต่อแบบตามน้ำ ทำให้หญิงสาวพยักหน้าพร้อมกับยื่นมือออไปสัมผัสสายฝนเล่นไปพร้อมๆ กัน

ใช่ค่ะ พอดีฉันกับเจ้าของรู้จักกัน ถ้าวันไหนคุณต้องโชคร้ายแล้วต้องกลับไปกินแซนวิชที่มีแฮมชิ้นเล็กเท่านิ้วก้อยล่ะก็ ฉันแนะนำให้คุณเก็บเงินนั้นไว้แล้วไปทานที่ร้านนี้แทน

เป็นคำแนะนำที่ดีมากครับ

ดูเหมือนฝนจะไม่ยอมหยุดง่ายๆ ฉันคงต้องวิ่งตากฝนกลับทีพักแล้วล่ะเพราะเพื่อนรอกินข้าวอยู่ เธอพูดตัดบทพลางขยับตัวออกไปยืนที่ชายคาของสถานีแล้วตั้งท่าจะวิ่งออกไป

เอ่อ...เดี๋ยวครับ คริสโตเฟอร์ร้องเรียกออกไปทำให้หญิงสาวหันกลับมามองเขาอีกครั้ง สายฝนที่กำลังพร่างพรมลงมาทำให้ผมของเธอเปียกชื้นอย่างรวดเร็ว

คะ?”

เอ่อ...ถ้าผมไปที่ร้าน แล้วบอกชื่อคุณ ผมจะได้...ส่วนลดไหมครับ คริสโตเฟอร์รู้ว่ามันเป็นมุกที่ห่วยแตกสิ้นดีแต่เขาก็คิดอะไรที่ดีกว่านี้ไม่ออกอีกแล้ว และนี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะทำให้เขารู้จักชื่อของเธอ

ขอแค่รู้ชื่อก็พอแล้ว ที่เหลือมันตามได้

 ดวงตาสีน้ำเงินจ้องมองมาที่เขานิ่ง เหมือนไตร่ตรองอะไรบางอย่างแล้วตอบว่า

ไม่เคยลองเหมือนกันนะ ถ้าไม่ได้ส่วนลดก็อย่าโทษกัน

แน่นอนครับ จะถือว่าผมโชคไม่ดีเอง

หญิงสาวแสนสวยหัวเผยอริมฝีปากแล้วก้มลงหัวเราะออกมา แม้จะเสียดายที่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มกว้างๆ ของเธอเป็นครั้งแรก แต่สิ่งที่ตามมากลับคุ้มค่าจนเขาคาดไม่ถึงเลย

คริสติน่า...ฉันชื่อ คริสติน่า วิทเชส

เปรี๊ยง!

เสียงฟ้าผ่าดังกระหึ่มทำให้คริสติน่าเงยหน้ามองฟ้าอย่างรวดเร็วแล้วหันกลับมามองชายหนุ่มที่กำลังยื่นนิ่งเหมือนกำลังตกใจอย่างขีดสุด

ฉันคงต้องไปแล้ว ลาก่อนค่ะ คุณ...” คริสติน่าเว้นวรรคชื่อของชายหนุ่มเอาไว้เพื่อให้เขาตอบแต่เขาก็ตอบมาด้วยเสียงอันเบาที่ติดจะสั่นเล็กน้อยจนเธอต้องงี่ยหูฟังว่า

ดะ..ดูฟ

โอเคค่ะ ลาก่อน มิสเตอร์ดูฟ

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บางครั้งความบังเอิญก็ไมเข้าใครออกใครนะคะ 



 
 
 

Post Comment

Statistic

Date posted: 3 years ago.
Date modified: 2 months ago.
Overall Viewed: 32,524 times
Monthly Viewed: 194 times
Rated: 0 times
Favorited: 1 times
Commented: 1 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.