Shaman's Love

2nd Spell: iDowsing - ตอนที่ 2 (100%)

สวัสดีค่ะ

 

วันนี้ก็ฝนตกอีกแล้วนะคะ แย่หน่อยที่วันนี้วีซักผ้า

เลยต้องวิ่งเก็บผ้าจนเหงี่อตก 55

แต่เพราะฝนตกอากาศก็เลยเย็นสบายน่านอนมาก

หวังว่าวันนี้ทุกคนก็จะหลับสบายเหมือนวี

 

รักคนอ่านเสมอ

veerandah

 

Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Line: veerandah

Instargram: veerandah

Email: veerandah@gmail.com

Web: tswriter.com (ทุกคนสามารถตามอ่านนิยาย (แบบเต็มๆ) ของวีได้ที่นี่ค่ะ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนที่ 2

 

7 เดือนก่อนหน้านี้

คฤหาสน์ตระกูลดาวซิ่ง, ลอนดอน, ประเทศอังกฤษ

 

วินเซนท์ ดาวซิ่งกำลังพับกระดาษสอดลงในจดหมายขณะที่ลูกชายเพียงคนเดียวของเขาเดินเข้าในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เพกกี้บอกผมว่า พ่อจะไม่ให้ผมไปที่ตุรกีด้วย

ใช่ ชายสูงวัยตอบโดยที่ไม่มองหน้าลูกชาย

ทำไมครับ

เพราะมีเรื่องสำคัญกว่าที่พ่อจะให้แกทำ วินเซนท์ตอบลูกชายแล้วยื่นจดหมายสามซองให้ คริสโตเฟอร์มองจดหมายนั้นแล้วเหลือบตาขึ้นมองหน้าพ่อของตัวเองด้วย

แค่งานส่งจดหมาย ไม่จำเป็นต้องใช้ผมก็ได้มั้งครับ

นี่ไม่ใช่จดหมายธรรมดา มันคือสารจากผู้นำทาง แกต้องไปส่งมันให้ถึงมือผู้รับ ด้วยตัวแกเอง...ทุกฉบับ วินเซนท์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทำให้คริสโตเฟอร์ทำสีหน้าจริงจังขึ้น

ผู้เฒ่าหลี่น่ะผมเข้าใจ แกอายุมากแล้ว จะให้ส่งอีเมลคงไม่ไหว แต่กับโอลด์ ผมว่าแค่อีเมลไป หมอนั่นน่าจะโอเค

ต้องส่งกับมือเท่านั้น คริส เรื่องนี้เทคโนโลยีช่วยไม่ได้ วินเซนท์ย้ำเสียงหนักแน่นทำให้คริสโตเฟอร์ก้มหน้าลงมองซองจดหมายซองสุดท้าย ที่พออ่านแล้วคริสโตเฟอร์ต้องเลิกคิ้วแปลกใจ

ผมงั้นเหรอครับ พ่อจะเสียแรงเขียนจดหมายทำไมในเมื่อผมอยู่ตรงหน้าพ่อแล้ว

ฉันเขียนเพราะจะให้แกเปิดอ่านในวันที่ฉันไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว

พ่อ!

คริสโตเฟอร์มองพ่อบังเกิดเกล้านิ่ง ตลอดชีวิตของเขา พ่อเก่งกาจ โดดเด่นและมีความลับเสมอ นั่นเป็นคุณสมบัติที่หมอผีแห่งทิศเหนือจำเป็นต้องมี พวกเราต้องโดดเด่นในบางเวลา เพราะพวกเราคือผู้นำทาง เหมือนดาวเหนือที่เป็นเข็มทิศให้กับนักเดินทาง แต่นอกเหนือเวลานั้น พวกเราต้องหายไปราวกับไม่มีตัวตน พ่อเป็นแบบนั้น และเขาในฐานะผู้สืบทอด จึงต้องเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ว่า เขาไม่คาดหวังให้มันเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

แล้วเอาดูฟไปด้วย เพราะต่อจากนี้มันจะเป็นของแก วินเซนท์ยื่นลูกตุ้มพร้อมสายโซ่ให้ลูกชาย

นี่มันเรื่องบ้าอะไรครับ พ่อยังแข็งแรงดีอยู่ แล้วทำไมถึงยกดูฟให้ผม พ่อมีความลับกับผมอีกแล้วใช่ไหม คริสโตเฟอร์เริ่มโวยวายเสียงดังขึ้นในขณะที่คนเป็นพ่อเอนหลังพิงพนักแล้วมองหน้าลูกชายหัวแก้หัวแหวนของเขาอย่างสงบ

ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านมาถึงแล้ว คริส พ่อไม่ได้มีความลับกับแก เพียงแต่ความจริงที่เหลือจะปรากฎต่อหน้าแกเองเมื่อถึงเวลา

ความจริงเรื่องอะไรครับ

บรรพบุรุษของพวกเรา เป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ศึกษาและเรียนรู้วิธีการดาวซิ่ง[1] แต่ก็เพราะมีคนที่นำศาสตร์นี้มาให้พวกเรา ไม่ใช่แพราะว่าพวกเราคิดค้นมันขึ้นมาเองหรอกนะ

ครับผมทราบ ท่านอาจารย์ใหญ่เป็นคนนำความรู้นี้มา และพวกเราจะนำมันมาพัฒนาต่อจนวิชาลับประจำตระกูลในที่สุดโดยคุณทวดมิเกล พ่อเล่าเรื่องนี้เป็นร้อยรอบแล้วครับ ผมจำได้ คริสโตเฟอร์พูดต่อขึ้นทำให้วินเซนท์พยักหน้ารับ

เราในฐานะหนึ่งในไทรแองเกิล มีหน้าที่รักษาสมดุลของโลก แต่ไม่นานหลังจากท่านอาจารย์ใหญ่จากไป และสงครามระหว่างเรากับเบเอลเซบลูเริ่มขยายวงกว้าง คุณทวดมิเกลก็เริ่มระแคะระคายว่ามีคนในตระกูลของพวกเราเริ่มใช้วิชาดาวซิ่งในทางไม่ดี

เขาเป็นใครครับ

ต้องเรียกว่า เธอ จะเหมาะกว่า วินเซนท์แก้

ผู้หญิงงั้นเหรอครับ

วินเซนท์พยักหน้าแล้วพูดต่อว่า ซาบีน่า ดี มูสเตอร์ เธอเป็นอดีตคู่หมั้นของคุณทวดมิเกล และเป็นตระกูลสาขาของพวกเรา

พ่อใช้คำว่า อดีต แสดงว่าเธอคงผิดหวังมากทีเดียวที่ไม่ได้แต่งงานกับคุณทวด

ไม่ใช่แค่เธอที่ผิดหวัง ตระกูลของเธอก็เช่นกัน พวกเขารอคอยการรวมกับตระกูลใหญ่มานาน แล้วต้องมาพลาดหวังทำให้พวกเขาวางแผนและทำเรื่องที่เลวร้ายที่สุดขึ้น

เธอทำอะไรครับ

เธอขโมย เศษชิ้นส่วนของหินกักวิญญาณไป

ชิ้นส่วนของดูฟงั้นเหรอครับ" คริสโตเฟอร์พูดพร้อมกับกำดูฟที่อยู่มือแน่ชึน ในขณะที่วินเซนท์พยักหน้ารับคำพูดของลูกชาย

"ซาบีน่าทำพิธีกรรมบางอย่างที่รุนแรงจนทำให้หินกักวิญาณแตกออกเป็นสองส่วน ถึงแม้ชิ้นที่แตกออกจะไม่ใช่ชิ้นส่วนที่ใหญ่มากแต่ก็เพียงพอที่จะเราไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งภายหลังเศษเสี้ยวนั้นก็เป็นที่รู้จักกันในชื่อ โซล แคชเชอร์ แพนดูลัม

แล้วตอนนี้หินนั้นอยู่ที่ไหนล่ะครับ

หลังจากคุณทวดมิเกลตาย มันก็หายสาบสูญไป บรรพบุรุษของพวกเราตามหามันมาตลอด เพราะไม่ต้องการให้มันตกไปอยู่ในมือของคนไม่ดี

แต่ก็ยังหาไม่เจอใช่ไหมครับ คริสโตเฟอร์คาดเดาทำให้วินเซนท์พยักหน้ารับอีกครั้ง

เบาะแสล่าสุดที่สายของเราหาได้ คือ ตุรกี

โบราณสถานแห่งล่าสุดที่เพิ่งถูกค้นพบ...ผมจะไปด้วย คริสโตเฟอร์รีบพูดแทรกทำให้วินเซนท์หยุดมองหน้าลูกชายแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า

แกไปด้วยไม่ได้

ทำไมครับ

แกต้องไปส่งจดหมาย

โลกนี้มีบุรุษไปรษณีย์ ไม่จำเป็นต้องไปส่งเองก็ได้ครับ อุตส่าห์หาร่องรอยชิ้นส่วนของดูฟเจอ พ่อควรมีผู้ช่วยอย่างผมไปด้วย

แกไม่เข้าใจอะไรเลย คริส งานที่ตุรกีมีคนแทนได้ แต่งานที่พ่อให้แกไปทำ ไม่มีมีใครแทนได้ แกต้องตระหนักในหน้าที่ของไทรแองเกิลมากกว่านี้ คริส

คริสโตเฟอร์คลายมือที่กำดูฟเอาไว้จนแน่นออก ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่คล้ายกับเขามากแต่สูงวัยกว่าอย่างค้นหา แล้วเขาก็พบว่าเขากำลังดูสั่งสอนด้วยประสบการณ์ที่เหนือชั้นกว่ามากอีกครั้ง หลายปีมานี้เขาอาจจะเก่งขึ้นแต่เขาก็ไม่เคยก้าวข้ามพ่อของเขาได้เลยสักครั้ง

ผมตระหนักถึงมัน ทุกลมหายใจครับพ่อ ตกลงผมจะไปส่งจดหมายนี้ให้เสร็จ แล้วเมื่อเสร็จแล้ว พ่อก็ไม่มีสิทธิห้ามผมไม่ให้ตามไปช่วยงานที่ตุรกี

แน่นอน เสร็จภารกิจนี้...พ่อจะห้ามอะไรแกอีก

 

6 เดือนก่อนหน้านี้

โบราณสถาน, เมืองดิดิม, ประเทศตุรกี

 

ศพของศาสตราจารย์ถูกพบที่วิหารชั้นในสุด ข้างๆ บ่อน้ำพุ นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายชื่อ เลนอน เป็นคนแรกที่เจอศพ ตอนที่เขากำลังมาเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อส่งไปตรวจในห้องแลปในลอนดอน

เสียงของแมทธิว โบตันผู้ช่วยของพ่อไม่ได้ช่วยให้สมองของคริสโตเฟอร์ประมวลผลได้มากนักพอๆ กับเสียงร้องไห้และคำปลอบใจที่ดังมาตลอดทางจากผู้รู้จักคุ้นเคยกับเขา

การลาจากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ การตายก็ไม่ต่างกัน แต่การตายของคนในครอบครัวที่เหลือเพียงคนเดียวของเขา มันทำให้สมองที่แจ่มใสเสมอของเขาเริ่มขุ่นมัวลง คริสโตเฟอร์บอกตัวเองให้รีบปัดความขุ่นมัวนั้นทิ้งไปเพราะยังมีงานอีกมาเหลือทิ้งไว้ให้ทำ

หน้าที่อันเป็นนิรันดร์ของแฉกดาวทืศเหนือ

เพียงแค่เดือนเดียวที่เขาอยู่ห่างจากพ่อ เดือนเดียวที่เขาเริ่มทำภารกิจสุดท้ายเพื่อการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นรับตำแหน่งหมอผีแห่งทิศเหนือ พ่อผู้แสนเก่งกาจของเขาก็ตายปริศนาอยู่ในที่ซึ่งเป็นเบาะแสสุดท้ายของชิ้นส่วนหินกักวิญญาณ ชิ้นส่วนของดูฟที่ซึ่งกำลังอุ่นจนเกือบร้อนอยู่ในกระเป๋าอกเสื้อของเขา

นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

ว่าแต่ คริส นายอยู่แถวๆ นี้งั้นเหรอ ถึงได้มาถึงที่นี่เร็วนัก แมทธิวหันมาถามคนอายุน้อยกว่าที่เอาแต่เงียบมาตลอดทาง

ก็ไม่เชิงแถวนี้หรอก แต่ก็ไม่ไกลเท่าไร คริสโตเฟอร์ตอบ

เราติดต่อเครื่องบินเพื่อส่งศพพ่อนายแล้ว นายจะไปพร้อมพวกเขาใช่ไหม

คิดว่าไม่ คริสโตเฟอร์ตอบพร้อมกับหันกลับหลังทำให้แมทธิวตะโกนไล่หลังอย่างเหลืออด

เฮ้ คริส อย่าบอกนะว่านายจะไม่อยู่น่ะ นี่มันงานศพพ่อนายนะ นายจะไม่อยู่ไว้อาลัยเลยงั้นเหรอ

ถึงไม่มีฉัน งานศพก็จัดได้ แต่งานที่พ่อให้ฉันทำ มันไม่มีใครแทนได้ คริสโตเฟอร์ตอบด้วยน้ำเสียงแน่วแน่โดยไม่หันหลังกลับไปมองแมทธิว

แล้วเรื่องโบราณสถานนี้ล่ะ

ฝากคุณด้วยแล้วกันแมท เสร็จงานของพ่อเมื่อไร ผมจะมาช่วย คริสโตเฟอร์ทิ้งท้ายคำพูดไว้แค่นั่นก่อนจะหายไปเบื้องหลังประตู

แมทธิว โบตัน ทำงานกับวินเซนท์มานานเท่าชีวิตการเป็นนักโบราณคดีของเขา และสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยเข้าใจก็คือ วิธีการอบรมสั่งสอนลูกของวินเซนท์ ดาวซิ่ง เพราะเขามักมีวิธีการสอนที่แปลกประหลาดเสมอ

คราวนี้ก็เหมือนกันงั้นเหรอ วินเซนท์ คุณนี่มันเป็นพ่อที่สุดยอดจนลมหายใจสุดท้ายจริงๆ



[1] ดาวซิ่ง (Dowsing) เป็นวิธีการพยากรณ์แบบหนึ่ง สมัยโบราณนิยมใช้ระบุตำแหน่งของแหล่งน้ำใต้ดิน โลหะหรือแร่ธาตุที่ฝังอยู่ใต้ดิน อัญมณี น้ำมัน หรือแม้กระทั่งหลุมฝังศพ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าสามารถใช้ตัวกลางการติดต่อกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติอย่างผีหรือวิญญาณได้ โดยผู้ทำนาย หรือ Dowser จะมีการนำอุปกรณ์มาใช้ประกอบการดาวซิ่งด้วย ส่วนมากจะเป็นวัตถุที่เป็นแท่งรูปร่างคล้ายตัว Y หรือตัว L จะเรียกว่า แท่งดาวซิ่ง (Dowsing Rod) แต่ก็มีการใช้เครื่องมือลักษณะอื่นเช่นกัน หรือบางทีอาจไม่ต้องใช้เครื่องมือประกอบเลยก็ได้


+++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++

++++++++

+++

 

+

สำหรับวีมันเป็นโจทย์ที่ยากพอสมควรกับการเขียน

ตัวละครผู้ชายให้มีนิสัยแตกต่างกัน อาจเพราะวีเป็นผู้หญิงล่ะมั้ง 

แต่วีหวังว่า ผู้ชายที่ชื่อ "คริสโตเฟอร์ ดาวซิ่ง" 

จะทำให้ทุกคนหลงรักเขาได้ไม่ยากค่ะ

+

+++

++++++++

+++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++

คริสโตเฟอร์เอามือป้องแสงแดดที่สะท้อนเข้าตา แล้วควักจดหมายทั้งสามฉบับที่เขาพกติดตัวมาตลอดเดือน งานส่งจดหมายไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เขาคิดไว้ในตอนแรก เพราะผู้รับทั้งสองคน คนหนึ่งอยู่ห่างไปอีกซีกโลก ส่วนคนที่เขาคิดว่าอยู่ใกล้และน่าจะตามหาตัวได้ง่าย กลับหายตัวไปในทะเลทรายที่ไหนสักแห่งในแอฟริกา

ทั้งที่คิดว่าถ้าส่งจดหมายพวกนี้เสร็จ ก็จะได้กลับมาช่วยงานที่นี่แล้วแท้ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาต้องซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อบินมาตุรกี  แล้วมายืนกำจดหมายซึ่งจ่าหน้าซองเป็นชื่อของตัวเองในสถานที่ที่พ่อของเขาตาย

แบบนี้ ถึงอยากจะขำก็ขำไม่ออกแล้วนะพ่อ ถ้าไม่มีคำอธิบายดีๆ ให้ผมล่ะก็ เห็นดีกันแน่ๆ

คริสโตเฟอร์สอดจดหมายฉบับที่ยังไม่ส่งเข้ากระเป๋าเสื้อ แล้วจ้องมองจดหมายที่จ่าหน้าซองถึงตัวเอง ก่อนจะเปิดออกอ่าน

คริส

พ่อรู้ว่าตอนที่แกอ่านจดหมายฉบับนี้ แกคงกำลังโกรธ แล้วพ่อก็ดีใจที่มันเป็นแบบนั้น เพราะมันแสดงว่าแกไม่ได้เสียใจมากเท่าไรที่รู้ว่าพ่อจากไปแล้ว ภารกิจของพ่อจบลงแล้ว คริส หน้าที่ต่อจากนี้จะเป็นของแก

ดาวซิ่ง คือ ดาวเหนือ ผู้รับผิดชอบส่งสารไปยังพวกเราทุกคน เราจะนำทางพวกเขาไปยังแผ่นดินอันเป็นที่รักของเทพแพน เพื่อปกป้องและรักษาไว้ซึ่งสายเลือดอันเข้มข้นของราชินีแห่งพงไพร หากเบเอเซบลูเริ่มเคลื่อนไหว จงจำไว้ ที่พักพิงแห่งสุดท้ายของพ่อ คือ จุดเริ่มต้นของการเดินทาง

ตายแล้วก็ยังสั่งงานอีกนะพ่อ คริสโตเฟอร์บ่นแล้วกวาดตาอ่านย่อหน้าสุดท้ายของจดหมาย

ถ้าแกยังทำงานส่งจดหมายที่พ่อให้แกไปไม่เสร็จ พ่อแนะนำว่า...ให้แกส่งให้เสร็จก่อน แล้วหลังจากนั้น...

...ให้ตามหา คริสติน่า วิทเชส แม่มดเสี่ยงทายแห่งทิศใต้ จงปกป้องเธอ แต่ห้าม...ตกหลุมรักเธอเด็ดขาด คริสโตเฟอร์อ่านคำสั่งสุดท้ายของพ่อของเขาออกเสียงด้วยความไม่เข้าใจ

คริสโตเฟอร์ ดาวซิ่ง อาจเคยเป็นเด็กหนุ่มที่หลงรักสาวริมหน้าต่างตอนเรียนปีสุดท้ายของมัธยมปลาย แต่เขาจะไปหลงรักผู้หญิงที่เพิ่งเคยเจอครั้งแรกทั้งที่รู้ว่าเธอคือแม่มดตระกูลเชสได้ยังไง

ผมไม่บ้าขนาดทำผิดกฎของหมอผีตั้งแต่ปีแรกที่รับตำแหน่งหรอกพ่อ ไม่ต้องห่วง ผมไม่มีวันหลงรักเธอแน่นอน

 

วันนี้

ป้ายรถเมล์แห่งหนึ่ง, กรุงเทพ, ประเทศไทย

 

ฉันชื่อ คริสติน่า วิทเชส

เปรี๊ยง!

เสียงฟ้าผ่าดังกระหึ่มทำให้คริสโตเฟอร์ยกมือขึ้นกุมดูฟที่อยู่ในอก ไม่ใช่เพราะความกลัวแต่เพราะมันเหมือนระฆังเคาะบอกว่าบางสิ่งบางอย่างได้เริ่มต้นแล้ว และสอนบทเรียนราคาแพงที่สอนให้คริสรู้ว่า

เราไม่ควรดูถูกความรักจนเกินไป

ดะ..ดูฟ คริสโตเฟอร์ครางชื่อคู่หูออกมาอย่างคนที่หมดทางถอยเพราะตกลงไปอยู่ในหลุมกับดักเรียบร้อยแล้วแต่ดูเหมือนมันจะทำให้หญิงสาสตรงหน้าเขาเข้าใจผิด

โอเคค่ะ ลาก่อน มิสเตอร์ดูฟ

คริสโตเฟอร์อ้าปากเพื่อจะแก้ไขความเข้าผิดของเธอแต่สุดท้ายเขาก็พูดไม่ออกและปล่อยให้ผู้หญิงที่เขาตามหามาหลายเดือนหายไปกับพายุฝน

 

กลับมาแล้วเหรอ คริส โดนฝนไหม เสียงทักของมาเรียมทำให้คริสติน่ายิ้มออกมา

อย่าเยาะเย้ยกันน่า เมล คริสติน่าเสยผมที่เปียกๆ อย่างลวกๆ แล้วรีบเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่ที่ราวมพาดหัวไว้

ไม่ได้เยาะเย้ย เป็นห่วงต่างหาก กลัวว่าจะไม่สบาย มาเรียมแก้

จ้าๆ อาหารมาส่งหรือยัง

มาแล้ว ก่อนฝนตกนิดเดียว สงสารเด็กส่งของเลยต้องขับรถตากฝนกลับ มาเรียมตอบขณะที่เปิดกล่องอาหารแล้วเทลงจาน

อือ พูดถึงในเมื่อกี้เจอผู้ชายอังกฤษด้วยล่ะ

ที่นี่เมืองท่องเที่ยว คริส คนอเมริกัน หรือแม้แต่ฝรั่งเศสก็มี มาเรียมตอบพลางหัวเราะ

ไม่ใช่จะหมายถึงแบบนั้น คือ...จะพูดไง แต่ฉันแค่รู้สึกแปลกๆ คริสติน่าแก้แล้วนั่งที่เก้าอี้ตรงกันข้ามกับมาเรียม

หลงรักเขาเหรอ

บ้า ยังไม่ได้หลงรัก แค่คิดว่าเป็นผู้ชายแปลกๆ ที่ตลกดี อีกอย่าง เขามีกลิ่นอายแปลกๆ เหมือนกับจะเป็นคนที่เราตามหา

คนที่เธอกำลังตามหา หมายถึงหมอผีเหรอ...คนไหนล่ะ ทิศเหนือ หรือว่า...ตะวันตก มาเรียมถามพลางเอียงหน้าคิด

ไม่ใช่เมล ไม่ใช่หมอผี แต่เป็นคนที่เราตามหา

มาเรียมนิ่งมองเพื่อนรักแล้วเอนหลังพิงพนักพิง ก่อนถอนหายใจออกมาอย่างยอมรับ

วิชได้เลือกแล้ว แม้จะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด แต่หมอผีหลี่คนนั้นก็ตัดสินใจที่จะทำให้วิชมีความสุขที่สุด ซึ่งฉันก็โอเค แต่สำหรับพวกเราสองคน หน้าที่ยังคงอยู่ เพื่อรักษารอยยิ้มนั้น คริสเอ่ยด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์

เธอนึกเสียใจเหรอ คริส

ไม่เคยเสียใจ ฉันพอใจกับชีวิตแบบนี้และการเลือกของฉัน เธอล่ะเมล คริสติน่าย้อนถามทำให้มาเรียมก้มลงก่อนจะเงยขึ้นสบตาสีน้ำเงินเข้มด้วยแววตามุ่งมั่นไม่แพ้กัน

ไม่เคยเสียใจเหมือนกัน

คริสติน่ายกมุมปากสูงแล้วเอื้อมมือหยิบไก่ทอดตรงหน้าขึ้นมากัด

แล้วเธอเดินเกมยังไง ต้องศึกษาเขาก่อนไหม

แน่นอนก็ต้องตามขั้นตอน เริ่มต้นจากที่ฉันบอกชื่อเขา แต่นั่นหลังจากที่เขาถามซื่อฉันก่อนนะ คริสติน่าพูดพลางยิ้มเหมือนเด็กเจอของเล่นชิ้นใหม่

แล้วเธอก็บอกชื่อของเธอไปงั้นเหรอ แล้วอย่างอื่นล่ะ ที่อยู่ เบอร์โทร บอกไหม มาเรียมถามอย่างตื่นเต้นแต่คริสติน่าส่ายหน้าปฏิเสธ

อ้าว แล้วเขาจะหาเธอเจอได้ยังไงล่ะ แหม หรือว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ฑูต แบบว่าสามารเอาชื่อเธอไปตรวจสอบจากด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ มาเรียมคาดการณ์

บ้าสิเมล ฉันไม่ให้โจทย์ยากอย่างนั้นหรอกกับเขาหรอก ก็แค่แนะนำร้านอาหารอร่อยๆ ให้เขาก็เท่านั้นเอง

ร้านอาหารอร่อย? ที่ไหนล่ะ

ที่นี่ไง คริสติน่าตอบพร้อมชูน่องไก่ในมือขึ้น ทำให้มาเรียมหัวเราะเสียงใสอีกครั้ง

ฉลาดมาก แล้วเราจะไปกินอาหารที่ร้านกันเมื่อไรดีล่ะ

ไม่รู้สิ มะรืนนี้เป็นไง จะได้ไม่ดูว่าเราจงใจไปเจอเขา

คิคิ เธอสุดยอดไปเลยนะคริส ถ้าถึงคราวฉัน ฉันจะทำได้มีชั้นเชิงเหมือนเธอไหมนะ

เธอทำได้แน่เมล ไม่มีใครชนะหน้าใสๆ ตาหวานๆ ของเธอหรอก เชื่อฉันสิ คริสติน่ายืนยัยทำให้เพื่อนที่ตัวเล็กกว่ายิ้มกว้าง

แล้วไงต่อ เธอบอกชื่อเขา บอกร้านอาหารที่ชอบ แล้วเธอรู้อะไรเกี่ยวกับเขาอีกบ้าง

มี...ฉันรู้ชื่อของเขา คริสติน่าตอบ

เหรอ แล้วเขาชื่ออะไร

ดูฟ...เขาชื่อ มิสเตอร์ดูฟ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ในเรื่องนี้ ทั้งแม่มด และหมอผี ทั้งสองฝ่ายอยากแก้ไขปัญหาและช่วยโลก

จึงมาร่วมมือกัน แต่ในขณะเดียวกันนั้น พวกเขาก็ยังไม่หยุดที่จะแก้ปัญหา

ด้วยแผนของตัวเองค่ะ


ถ้าหมอผีมีกฎเหล็กที่สืบทอดกันมาคือ ห้ามหลงรักแม่มด

แม่มดเองก็มีสิ่งที่ตกทอดมาเช่นกันค่ะ

 

Post Comment

Statistic

Date posted: 3 years ago.
Date modified: 2 months ago.
Overall Viewed: 32,524 times
Monthly Viewed: 194 times
Rated: 0 times
Favorited: 1 times
Commented: 1 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.