Shaman's Love

2nd Spell: iDowsing - ตอนที่ 5 (100%)

สวัสดีค่ะ

 

รักแท้ย่อมมีอุปสรรค คำพูดนี้ปรากฎอยู่ในนิยายรักนับครั้งไม่ถ้วนว่าไหมคะ

แล้วอะไรทำให้เรารู้ว่าความรักของเรานี้คือรักแท้ล่ะคะ?

 

วีคิดว่าความรักมีทั้งด้านที่สวยงาม มากพอๆ กับด้านที่โหดร้าย

ผู้ที่ก้าวผ่านอุปสรรคเท่านั้นที่จะได้สัมผัสด้านที่สวยงามของความรัก

แล้วกลับมาบอกเล่ากับคนที่เดินตามมาว่า “รักแท้ย่อมมีอุปสรรค”

 

วีว่าทุกคนอยากพบกับรักแท้ แต่ใครบอกเราได้บ้างว่า

เราจะต้องใช้อะไรเท่าไรเพื่อข้ามผ่านอุปสรรคแล้วไปพบกับรักแท้

 

วีคิดว่าเราคงไม่สามารถไล่รายการออกมาได้หมด

 แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องมีในรายการสิ่งที่ต้องทำก็คงหนีไม่พ้น “การไม่ยอมแพ้”

 

รักคนอ่านเสมอ

veerandah

 

Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Line: veerandah

Instargram: veerandah

Email: veerandah@gmail.com

Web: tswriter.com (ทุกคนสามารถตามอ่านนิยาย (แบบเต็มๆ) ของวีได้ที่นี่ค่ะ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนที่ 5

 

เสียงหญิงสาวฮัมเพลงเป็นท่วงทำนองเพลงจีนดังขึ้นตามทางเดินระเบียงชั้นสองของบ้านที่ถูกแต่งแต่งลอกเลียนบ้านโบราณของจีน เมื่อมองออกไปด้านนอกเห็นน้ำตกอยู่ไม่ไกล จนไอเย็นของละอองน้ำตกยังส่งมาถึง

“ผมไม่ได้ยินเสียงคุณฮัมเพลงนี้มานานแค่ไหนแล้ว วิชยา” เสียงของหลี่ชุ่นทำให้วิชยาที่กำลังมองทัศนียภาพตรงหน้าหันกลับมาส่งยิ้มให้กับเขา

“ก็คุณไม่เคยอยู่ข้างๆ เพื่อฟังมันอีกครั้งหลังจากคืนนั้นนี่คะ” วิชยาตอบตัดพ้อแต่ยังคงรอยยิ้มไว้ที่มุมปาก

“เราไม่ใช่คนที่มีชีวิตอีกแล้ววิชยา พวกเราเป็นเพียงดวงวิญญาณที่คงอยู่เพื่อปกป้องโลกใบนี้ ดังนั้นคุณควรปล่อยวางเรื่องของเรา”

“ฉันไม่อยากฟังคนที่ยังติดอยู่ที่นี่เหมือนกันพูดแบบนี้หรอกนะคะ หลี่ แต่พอมองไปรอบๆ ที่นี่ดูเหมือนเป็นที่พักพิงของดวงวิญญาณที่ดี”

หลี่ชุ่นมองร่างวิชยาที่ยังคงสภาพในรูปลักษณ์ของสาววัยสามสิบต้นๆ เหมือนตอนที่เขาได้พบกับเธอครั้งแรกนิ่ง อดีตหมอผีแห่งทิศตะวันออกรู้ดีว่าทำไมเธอถึงเลือกที่จะอยู่ในภาพลักษณ์นี้

เพราะเธอรู้ดีว่านั่นคือช่วงเวลาที่เราสองคนมีความสุขที่สุด และนั่นก็คือเหตุผลที่เขายังอยู่ในภาพลักษณของชายแก่อายุเกือบหกสิบ เพื่อเตือนตัวเองว่าเขาได้ทำร้ายผู้หญิงคนนี้มากมายแค่ไหน ความเจ็บปวดที่ไม่น่าให้อภัย

“ผมควรดีใจใช่ไหมที่คุณรู้สึกดีกับสถานที่นี้”

“ทำไมคะ เรือนหอของคุณกับหนิงเอ๋อมันควรเป็นสถานที่ที่ฉันรู้สึกไม่ดีด้วยงั้นเหรอ” วิชยายังคงพูดด้วยรอยยิ้มนั่นยิ่งทำให้หลี่ชุ่นรู้สึกเจ็บที่อกทั้งที่ไม่ควรจะเหลือความรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว

“ฉันชอบเธอนะ เธอน่ารักแล้วก็สงบเสงี่ยม เป็นช้างเท้าหลังที่ดี ฉันเคยคิดว่าเธออาจหลงมาจากยุคโบราณ แต่บางครั้งเธอก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นนางมารร้าย”

“หนิงเอ๋อรักคุณเหมือนพี่สาว เธอไม่เคยคิดว่าคุณเป็นนางมารร้ายเลยสักครั้ง”

“ใช่เพราะอย่างนั้นฉันถึงเกลียดเธอไม่ลง เพราะฉันก็รักเธอเหมือนน้องสาวเหมือนกัน ฉันดีใจที่คุณเลือกเธอ เธอดูแลคุณอย่างดีเสมอ มอบลูกชายที่น่ารักให้ มอบทั้งชีวิตของเธอให้กับคุณอย่างไร้เงื่อนไข เป็นสะใภ้ตระกูลหลี่อย่างเต็มภาคภูมิ”

วิชยาพูดไปก็สบตากับผู้ชายที่เธอรักตลอดมาและคงจะไม่มีวันเลิกรักไปพลางพูดว่า

“หนิงเอ๋อจากไปอย่างสงบค่ะหลี่ จากไปอย่างคนที่ทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จสิ้นแล้ว เหลือแต่พวกเราที่ยังต้องอยู่ที่นี่ ทำหน้าที่ที่ไม่มีวันจบเพื่อโลกนี้ต่อไป”

วิชยาเว้นวรรคคำพูดเมื่อเห็นว่าชายตรงหน้าเริ่มเปลี่ยนปลงรูปลักษณ์ตัวเองให้กลับไปอายุใกล้เคียงกับเธอ นั่นทำให้เธอยิ้มออกมา

 “ยินดีต้อนรับหลี่ชุ่นเวอร์ชั่นหนุ่มแน่นกลับมานะคะ ฉันยังคิดว่าอยู่ว่าคุณจะทำโทษตัวเองไปถึงไหน และไม่อยากจะพูให้เสียใจ เวอรชั่นตาแก่มันไม่เร้าใจเท่าไรเลย”

“ผมแค่ต้องมีสิ่งที่ใช้เตือนตัวเอง และเคารพการตัดสินใจของตัวเอง แต่ผมก็พบว่ามันคงไร้ประโยชน์ เพราะคุณไม่ให้ความร่วมมือกับผมเลย แล้วยังไงต่อครับ เราควรมาจัดงานเลี้ยงคืนสู่เหย้ากันที่นี่งั้นเหรอ” หลี่ชุ่นตอบอย่างจนใจ

“เปล่าค่ะ เรายังจัดงานนั้นไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนที่วินเซนท์ยังถูกกักขังอยู่แบบนั้น”

“และไม่ใช่ตอนที่เด็กน้อยนักเสี่ยงทายของคุณกับคริสโตเฟอร์กำลังวิ่งหนีชะตากรรมของพวกเขาด้วย”

วิชยาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เธอคิดถึง มันทำให้เธอคิดถึงวันสุดท้ายที่ได้สบตาคู่นี้ วันที่เขาตัดสินใจหนีจากโชคชะตาของเขาและเธอ วันที่ทำให้เธอเจ็บปวดจนแทบตาย และเป็นวันที่แผนการที่เริ่มมาอย่างยาวนานถูกสานต่ออีกครั้ง

“แล้วพวกเขาจะได้รู้ ว่าไม่ว่าจะอยากหนีเท่าไร ก็ไม่มีทางหนีไปได้ เพราะมันไม่มีทางหนี มีแต่เส้นทางที่ต้องเลือก” วิชยเอ่ยขึ้นพลางถอนหายใจ เพื่อสลัดความรู้สึกอัดอั้นที่ก่อตัวขึ้นเพราะนึกเรื่องเก่าก่อนได้

“และนี่คือเหตุผลจริงๆ ที่ฉันมาพบคุณที่นี่ หลี่ ฉันมาเพื่อขอบคุณคุณ” วิชยาเอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามาชิดกับหลี่ชุ่นจนแทบได้กลิ่นของน้ำชาที่เขาเพิ่งจิบไป นิ้วมือของเธอวางลงบนแผ่นอกเขาอย่างแผ่วเบาก่อนจะไล้ปกเสื้อเขาเล่น

“ขอบคุณผม? เรื่องอะไรครับ” หลี่ชุ่นย้อนถามขณะที่เริ่มกลั้นหายใจช้าๆ นั่นทำให้วิชยาอมยิ้มออกมาอย่างพอใจที่ทำให้ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าสุขุมที่สุดคนหนึ่งของตระกูลหลี่เริ่มหายใจไม่ค่อยคล่อง

“ขอบคุณที่คุณไม่เกลี้ยกล่อมให้หลานเผือกของคุณเปลี่ยนใจ”

“ผมทำนะ แต่ไอ้หลานดื้อนั่นมันไม่เชื่อฟังต่างหาก” หลี่ชุ่นค้านด้วยน้ำเสียงกึ่งดุกึ่งขัน ทำให้วิชยาหัวเราะออกมา

“ฉันถึงได้บอกว่าเขาไม่เหมือนคุณไง”

วิชยาเอ่ยพร้อมยื่นหน้าเข้าใกล้หลี่ชุ่นซึ่งถ้าเขาถอยห่างเธอก็จะไม่รุกต่อ แต่ผิดคาดเพราะนอกจากเขาจะไม่ถอยหนีแล้ว เขายังตั้งใจรับสัมผัสที่เธอจงใจยั่วเขาอย่างมากและเมื่อเธอขยับตัวออกห่าง เธอก็พบว่าช่วงเวลาที่แสนยาวนานที่ผ่านมามันคุ้มแสนคุ้ม

“เพราะ...หลานจอมดื้อของผม มันเลยทำให้ผมรู้ว่า พวกคุณวางแผนบางอย่างเอาไว้ ไม่ใช่แผนการระยะสั้น แต่มันเป็นแผน ที่ถูกเตรียมการมานานแล้ว อาจจมากกว่าอายุของผม บางทีอาจเป็นตั้งแต่แรกตอนที่แม่มดสามพี่น้องยอมรับเงื่อนไขที่จะเข้าร่วมบรรพบุรุษของผม”

วิชยายิ้มรับข้อสันนิษฐานของหลี่ชุ่นพลางไล้นิ้วเบาๆ บนแก้มของเขาเหมือนให้รางวัลที่เขาทำอะไรถูกใจเธอ

“ฉันเคยบอกคุณแล้วว่า...แม่มดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใจแคบ พวกเราอาจปกป้องโลก แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะไม่ปกป้องตัวเราเอง”

หลี่ชุ่นมองใบหน้าที่กำลังยิ้มของแม่มดที่เขาคิดมาตลอดว่าน่าหลงใหลที่สุดนิ่ง

“การปกป้องโลกกับการปกป้องตัวเอง ดูไม่ใช่แผนที่จะไปด้วยกันได้เลยนะ วิชยา”

“เชื่อฉันเถอะหลี่ ว่าเราทำได้” วิชยาตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“ทำไมคุณถึงมั่นใจขนาดนั้น ทำไม...คุณถึงไม่ยอมแพ้”

“ยอมแพ้...เมื่อผู้ชายของพวกเราเลือกที่จะคิดว่าเขาเหลือทางเลือกเพียงทางเดียวในการปกป้องโลกคือการเลิกรักพวกเราน่ะเหรอ...ไม่มีทาง” วิชยาสวนแทบจะทันทีด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นไปอีกทำให้หลี่ชุ่นครางออกมาอย่างหมดหนทางแต่วิชยกลับยิ้มกว้าง

“พวกคุณนี่มัน...น่าเหลือเชื่อ”

“เพราะในทุกๆ ความสัมพันธ์ ต้องมีใครสักคนที่จะไม่มีวันยอมแพ้จริงไหมคะ หลี่”

“งั้นผมควรขอบคุณพวกคุณสินะ” หลี่ชุ่นเอ่ยพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้งขณะที่วิชยาขยับตัวออกห่างแต่หล่ชุ่นคว้าแขนเธอเอาไว้แล้วดึงเธอเข้าสมกอดอีกครั้งทำให้วิชยาหลับตาลงพร้อมกับซุกหน้าเข้ากับแผงอกกว้างที่เธอคิดถึงที่สุด

“ยังหรอกค่ะ อย่าเพิ่งขอบคุณ” วิชยาค้านแล้วขยับตัวออกห่างพลางเงยหน้าสบตากับผู้ชายคนแรกที่เธอรักและไม่เคยหมดรัก

“การที่หลานเผือกตัดสินใจที่จะไขประตู มันแค่จุดเริ่มต้นของแผนการที่มีเดิมพันสูงมาก”

“พวกเราถึงไม่เคยเห็นด้วยกับพวกคุณ” หลี่ชุ่นย้ำอีกครั้งทำให้วิชยาเลิกคิ้วราวกับท้าทายทำให้หลี่ชุ่นถอนหายใจ

“แต่สถานการณ์เปลี่ยนแล้วตั้งแต่หลานชายหัวดื้อผมเลือกท่ะเปิดมัน ผมรู้ดี วิชยา ดังนั้นไม่ต้องทำหน้าเหมือนกับพร้อมจะสาปผมเป็นกบแบบนั้นก็ได้”

“เชื่อเถอะถ้าฉันสาปคุณเป็นกบ ฉันก็จะเป็นเจ้าหญิงที่จะมอบจูบเพื่อลบล้างคำสาปนั้นให้คุณเอง” วิชยาเล่นมุกและมันก็ได้ผลเพราะเรียกรอยยิ้มมุมปากได้จากหลี่ชุ่นได้ทันที

“เกมนี้เป็นของพวกคุณแล้ว คุณแม่มด มีอะไรให้ผมหรือ...เพื่อนของผมช่วยคุณก็บอกมา”

“เพราะอย่างนี้ฉันถึงได้รักคุณ คุณรู้เสมอว่าฉันคิดอะไรอยู่”

“ครับผมรู้ แต่ไม่เคยรู้ทั้งหมด ผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นปริศนา และเป็นปริศนามากขึ้นเมื่อเธอเป็นแม่มดด้วย”

วิชยาหัวเราะเสียงดัง เสียงหัวเราะของเธอแข่งกับเสียงน้ำตกนั่นทำให้ที่พำนักวิญญาณของอดีตหมอผีแห่งทิศตะวันออกดูสดใสขึ้นทันตา

“ฉันอยากให้คุณ...ช่วยกุญแจเปิดบานประตูแห่งเบเอล...จนครบทุกดอก”

หลี่ชุ่นมองสีหน้ามั่นใจของวิชยานิ่ง และอยากให้สิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องโกหก

“คุณรู้ใช่ไหม ว่าการทำอย่างนั้นจะทำให้ลูเซียนกลับมายังโลกใบนี้อีกครั้ง”

“ฉันรู้”

“นี่คือแผนการปกป้องตัวเองของแม่มดอย่างพวกคุณงั้นเหรอ”

“และเป็นแผนการปกป้องโลกด้วย” วิชยาเอ่ยเสริมทำให้หลี่ชุ่นเงยหน้ามองเพดานแล้วถอนหายใจอีกครั้ง

“ด้วยการที่นำคนที่อันตรายที่สุดกลับมา”

“พิษที่ร้ายแรงที่สุดจะปรากฎตัวพร้อมกับยาถอนพิษเสมอค่ะ หลี่” วิชยาตอบ

“ผมขอพูดอีกครั้ง พวกคุณ บรรพบุรุษของคุณ น่าเหลือเชื่อมาก”

“ก็เพราะพวกเราไม่เคยยอมแพ้ ” วิชยาเอ่ยยักไหล่แบบไม่ใส่ใจในคำพูดชื่นชมที่ดูเหมือนผสมความเจ็บใจอยู่ด้วยของชายหนุ่ม แล้วหลี่ชุ่นก็ขยับตัวเข้าไปใกล้วิชยาพร้อมกับเอื้อมมือไปดึงมือของเธอมากุมไว้

“ตกลง ผมจะช่วยคุณ เราเสียเวลากับวิธีของผมและทรมานมานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่เราจะใช้วิธีของคุณบ้าง”

“ดีค่ะ” วิชยาเคลื่อนตัวกลับเข้าสู่อ้อมกอดเขาอีกครั้งอย่างยินดี

“งั้นเราควรเริ่มที่ตรงไหนก่อนล่ะ” หลี่ชุ่นถามทำให้วิชยายกมุมปากขึ้นสูงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงว่า

“เริ่มต้นจากการทำให้หลานคริสของคุณจีบหลานคริสของฉันให้สำเร็จก่อนเป็นไงคะ”

“หลานผมน่ะไม่ยาก แต่ที่ใจแข็งกว่าน่ะ หลานสาวคุณมากกว่า” หลี่ชุ่นตอบเหมือนเย้าแหย่

“ไม่มีวิทเชสคนไหนไม่ใจอ่อนกับดาวซิ่งหรอกค่ะ โดยเฉพาะวิทเชสที่สืบสายเลือดโดยตรงจาก คริสติน วิทเชส”

เมื่อวิชยาพูดจบ เสียงเพลงในท่วงทำนองจีนแว่วหวานดังขึ้นเบาๆ แต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงฮัมเพลงของวิชยาแต่เป็นเสียงของเครื่องดนตรีจริงๆ และมันดังอย่างนั้นอีกนาน

 

++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++

++++++++

+++

++

"ในทุกๆ ความสัมพันธ์ ต้องมีใครสักคนที่จะไม่มีวันยอมแพ้"

ตอนวีพิมพ์ประโยคนี้ วีคิดว่ามันเป็นคำพูดที่ดีจริงๆ 

พอๆ กับเป็นคกพูดของคนที่ดันทุรังค่ะ

แต่อาจเพราะวีมีความเชื่ออยู่ลึกๆ ว่า 

หากคนสองคนรักกันจริง พวกเขาจะต้องไม่ยอมแพ้

ไม่ว่าเจออุปสรรคอะไร แต่ถ้ามีใครอีกคนยอมแพ้

ก็ควรมีอีกคนที่เตือนให้อีกคนรู้ว่า พวกเขารักกันมากแค่ไหน

และมีเหตุผลอะไรที่ไม่ควรยอมแพ้

วีเป็นคนที่ดันทุรังพอตัวเลยใช่ไหมคะ 555

++

+++

++++++++

+++++++++++++

++++++++++++++++++++++++

 

“คริสโตเฟอร์ ดาวซิ่งเหรอ ผู้ชายคนนั้นคือคริสโตเฟอร์ ดาวซิ่งจริงๆ น่ะเหรอ”

“โอ๊ย เมล จะย้ำอะไรนักหนา แค่ได้ยินชื่อก็อารมณ์เสียแล้วเนี่ย” คริสติน่าพูดพลางทิ้งตัวลงกับโซฟา

“อารมณ์เสียทำไม เจอเขาก็ดีแล้วนี่นา จะได้ระวังให้กันได้ เพราะไม่รู้ว่าพวกเบเอลเซบลูจะเก็บเขาได้เมื่อไร”

“เธอก็รู้ดีกว่าใครว่าทำไมฉันถึงอารมณ์เสีย” คริสติน่าย้อนเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่ยังคงหงุดหงิด

“เพราะเขาคือคนที่เธอคิดว่าเธอตามหา แล้วก็ บูม! เขาดันเป็นดาวซิ่งด้วยใช่ไหม” มาเรียมพูดพร้อมยกหลอดทดลองขึ้นดูแล้วคว้าปากกามาจดบันทึกข้อมูลที่เธอจำเป็นต้องเก็บ

“เขาไม่ใช่คนที่ฉันตามหา คนที่ฉันตามหาจะนามสกุลดาวซิ่งได้ยังไง”

“ไม่เอาน่าคริส เธอรู้ดีว่าเขาอาจจะใช่ แต่เธอแค่มีอคติกับเขาเพราะเขาคือดาวซิ่ง” มาเรียมย้ำอีกครั้งทำให้คริสติน่าทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ

“เราไขกุญแจไปดอกหนึ่งแล้วเมล ฉันไม่อยากเป็นคนที่ไขดอกที่สอง และทิ้งให้เธอแบกภาระรับผิดชอบคนเดียว”

“ไม่ๆ คริส ฉันบอกเธอเป็นร้อยรอบแล้วมันไม่ใช่ภาระ บรรพบุรุษของเราไม่ได้ส่งต่อหน้าที่นี้มาเพื่อเป็นภาระ แต่พวกเขาส่งต่อความสุขที่ยั่งยืนกว่าให้ จำได้ไหม”

“ฉันรู้ เมล แต่ฉันไม่คิดว่าความสุขที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีสายเลือดของคนที่ทำลายมันรวมอยู่ด้วยนี่” คริสติน่าเอ่ยเสียงเย็นทำให้มาเรียมถอนหายใจแล้ววางหลอดทดลงในมืองลงที่แท่นวาง ถอดแว่นตาที่เธอสวมเป็นประจำเวลาทำงาน มองตรงไปยังหน้ามุ่ยๆ ของเพื่อนที่เธอรู้จักมาทั้งชีวิต

“มิเกล ดาวซิ่งอาจตัดสินใจผิดอย่างร้ายกาจกับคุณทวดคริสติน แต่เธอจะเอาความผิดนั้นไปลงกับลูกหลานของเขาไม่ได้นะคริส”

คริสติน่ามองมาเรียมที่พยายามแก้ไขความคิดของเธอย่างตรงไปตรงมา นั่นทำให้คริสติน่าคลายอารมณ์หงุดหงิดลงได้มาก และนี่คือสิ่งที่มาเรียมทำได้ดีเสมอ

“ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่อยากอยู่ใกล้กับเขาอยู่ดี เธอกับวิชต้องเป็นแนวหน้า ส่วนฉันขอเป็นกองหลังดีกว่า”

มาเรียมฟังเพื่อนพูดแล้วนิ่งก่อนจะพูดว่า

“รู้อะไรไหมคริส ถ้าเขาคือคนที่ใช่จริง มันจะไม่ใช่แค่เธอที่รู้สึกได้ เขาเองก็เช่นกัน และถ้ามันเป็นอย่างที่ฉันพูด ถึงเธอจะย้ายตัวเองไปเป็นกองหลัง เขาจะบุกไปจนถึงตัวเธอแน่นอน”

“งั้นฉันหวังว่า เขาจะไม่ใช่คนที่ใช่” คริสติน่าเอ่ยพร้อมถอนหายใจทำให้มาเรียมยิ้มออกมา

“เรื่องนั้นเราไม่ทางรู้หรอก ถ้าเธอไม่ยอมเผชิญหน้ากับเขา”

“โอเค งั้นฉันก็จะไปเผชิญหน้ากับเขา เราจะได้จบเรื่องบ้าบอนี้เสียที” คริสตน่าพูดจบก็หายตัวไปจากโซฟาทันที ทำให้มาเรียมอ้าปากค้างก่อนจะยิ้มออกมา

“เมี๊ยว”

“ไม่ตามเจ้านายแกไปเหรอ ชาโดว์ คราวนี้คริสจะเจอหมอผีดาวซิ่งเชียวนะ”

“หง่าว” ชาโดว์ครางอย่างรำคาญแล้วกระโดดขึ้นโต๊ะพร้อมกับจ้องหลอดทดลองของมาเรียมอย่างสนใจ

“ชาโดว์เจ้าแมวอ้วน ฉันไม่อยากเชื่อว่าแกจะไม่ไปช่วยคริสยืนยันว่าเขาคือคนที่ใช่จริงหรือเปล่า” มาเรียมย้ำอีกครั้งทำให้แมวอ้วนเหลือบตามองคนที่ถามมัน และเพียงแค่มาเรียมกะพริบตา ร่างของแมวตัวสีเทาที่มีลายคาดหลังสีเทาก็หยไปจากที่ทีมันเคยอยู่

“เจ้านายกับสัตว์เลี้ยงเนี่ย นิสัยเหมือนกันจริงๆ เลยน้า พวกปากไม่ตรงกับใจ”

 

“แกจะพาเราไปไหนนะดูฟ วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว อยากนอนแล้ว” เสียงทุ้มของคริสโตเฟอร์ดังขึ้นในซอยข้างๆ โรงแรมที่พักซึ่งเขาถูกบังคับให้มาที่นี่เพราะมีบางอย่างดึงดูดดูฟ

“กริ๊ง!

เสียงแย้งของดูฟดังขึ้นพร้อมกับแสงสีเขียวคล้ายหิ่งห้อยที่ยังคงเคลื่อนตัวเข้าไปในซอยที่ดูเหมือนจะแคบขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายชายหนุ่มก็เดินมาจนสุดซอย

“เฮ้ ดูฟ แกพาฉันมาที่นี่ทำไมกะ...กัน โอ้!” คริสโตเฟอร์ร้องอุทานมาเมื่อจู่ๆ คริสติน่าก็ปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับแมวอ้วนตัวหนึ่งที่กำลังจู่ๆ ก็มาปรากฎบนกำแพงที่อยู่ด้านหลังหญิงสาวในเวลาไล่เรี่ยกัน

“เมี๊ยว”  แมวตัวนั้นร้องออกมาเหมือนทักทายซึ่งก็ดูเหมาะดีเพราะดูฟเองก็ส่งเสียงทักทายกลับไปเช่นกัน

“กริ๊ง!

คริสโตเฟอร์มองหญิงสาวที่กำลังยืนต่อหน้าเขาพร้อมกับควานหาคำพูดที่จะใช้พูดกับเธอ

“เอ่อ...ถ้าผมบอกว่า คุณเป็นคนเรียกพวกเรามา...จะผิดไหม”

“ไม่ผิด” คริสติน่าตอบเสียงห้วนเหมือนกำลังหงุดหงิด นั่นทำให้คริสโตเฟอร์คิดทบทวนว่าเขาใช้พูดคำไหนผิดหรือไม่ แต่สาเหตุเดียวที่เขาพอจะคาดเดาได้ก็คือ ชื่อและนามสกุลของเขา

“แล้ว...ทำไมคุณถึงไม่นัดพบเราที่ที่ร้านกาแฟ หรือว่าร้านอาหารแทนล่ะครับ”

“ฉันไม่ชอบอยู่ในที่ที่มีคนพลุ่พล่านเวลาที่ฉันต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน” คริสติน่าตอบพลางเดินเข้ามาใกล้นั่นทำให้ดูฟเคลื่อนตัวถอยหลังและมุดเข้าไปในแขนเสื้อเขาเหมือนเด็กที่กลัวคุณครูเวลาที่โดนจับได้ว่าทำผิด

“คำตอบเรื่องอะไรงั้นเหรอครับ”

“คุณมีแฟนไหม? มิสเตอร์ดาวซิ่ง” คริสติน่าถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ครับ?”

“ฉันถามไม่ชัดเจนตรงไหนงั้นเหรอ หรือว่าคำถามของฉันมันอ้อมค้อมเกินไป”

คริสติน่าถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ลดอาการหงุดหงิดลงเลย นั่นทำให้คริสโตเฟอร์ยิ่งไม่เข้าใจว่าเขาไปทำอะไรถึงทำให้ผู้หญิงที่เขาเพิ่งเจอได้ยังไม่ครบสี่สิบแปดชั่วโมง ตั้งป้อมและแสดงท่าทางเกลียดเขาอย่างมากมายได้ขนาดนี้เลย

“เอ้อ ไม่...ไม่ ผมยังไม่มีแฟน แล้วก็ไม่ได้กำลังคบกับใคร”

และไม่เคยคบกับใครแบบจริงจัง รอดเลยสักคนด้วย คริสโตเฟอร์พูดต่อในใจแล้วถอนหายใจในจุดด้อยของตัวเอง

“แล้วคู่หมั้นล่ะ ตระกูลเก่าแก่อย่างคุณชอบหมั้นหมายกันตั้งแต่เด็กใช่ไหม คุณได้หมั้นกับใครแล้วหรือเปล่า” คริสติน่าถามต่อนั่นทำใหคริสโตเฟอร์เริ่มฉุน

“ผมไม่คิดว่าผมจำเป็นต้องตอบคำถามของคนที่ตั้งป้อมว่าเกลียดผมหรอกนะ”

“ก็ไม่จำเป็นจริงๆ นั่นแหละ” คริสติน่าสวนทันทีพร้อมกับที่แมวตัวอ้วนที่มาพร้อมกับเธอตวัดหางของมันไปมา

“แต่คิดว่าคุณควรตอบคำถามของฉัน เพราะมันจะเป็นสิ่งที่ฉันใช้ประกอบการตัดสินใจว่าฉันควรอยู่ใกล้คุณ เพื่อช่วยปกป้องคุณจากเทรวิส ดี มูสเตอร์ หรือชกหน้าคุณสักทีก่อนจากไปโดยไม่กลับมามองหน้าคุณอีกเลย”

“โอ้ ให้ตายเถอะ มิสวิทเชส นี่มันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอครับ ก่อนที่คุณจะรู้ว่าผมเป็นใคร คุณดูเป็นมิตรกว่านี้ อะไรทำให้คุณต้องการคำตอบ เพื่อที่เลือกปฏิบัติกับผม ทั้งๆ ที่เมื่อวานเราสามารถเป็นเพื่อนกันได้เพียงแค่เพราะเราติดในอยู่ที่ป้ายรถเมล์ด้วยกัน”

คริสติน่าเชิดหน้าขึ้น สูดลมหายใจแล้วตอบว่า “ก็เพราะคุณคือ ดาวซิ่ง และครั้งสุดท้ายที่        วิทเชส เลือกที่จะเข้าใกล้และเป็นเพื่อนกับพวกคุณ พวกเราต้องสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปอย่างไม่มีวันได้คืน”

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หลายครั้งที่ความรักมาพร้อมกับความขัดเเย้งจริงไหมคะ?

วีไม่ได้อยากทำให้คนอ่านค้างนะ แต่ก็คงต้องพูดว่า "โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ" ^___^V


Post Comment

Statistic

Date posted: 3 years ago.
Date modified: 2 months ago.
Overall Viewed: 32,524 times
Monthly Viewed: 194 times
Rated: 0 times
Favorited: 1 times
Commented: 1 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.