เซวีน่ามหานครแห่งมนตรา ตอน ปริศนาทรายสีดำ

ตอนที่ 5 ข่าวด่วน

ตอนที่ 5 ข่าวด่วน

 

 

            “จะเป็นอะไรไหมถ้าพวกผมจะขอนั่งด้วยคน” เฟมีลหันหลังกลับไปมองเจ้าของเสียง พอเห็นว่าเป็นใครคิ้วเจ้ากรรมก็ขมวดขึ้นทันที ตานี่...คนในตอนนั้นนี่

            “เชิญค่ะ แต่เอ คุณวิทยากรพิเศษทั้งสองทานกันเสร็จแล้วไม่ใช่หรือคะ” รีเนลถามพร้อมกับเคาะโต๊ะสองที เป็นจังหวะให้เปลี่ยนจากเดิมเป็นโต๊ะสำหรับสามคนเลื่อนขยายเป็นห้าคนพร้อมเก้าอี้ที่เข้าชุดกัน สองหนุ่มจากเซกันถึงกับมองการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้นตาไม่กระพริบ

            “ดูเหมือนพวกคุณคงยังไม่ชินกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เท่าไร” เฟมีลถามขึ้น

            “ครับ ที่นี่ในแต่ละเมืองใช้ชีวิตไม่ค่อยเหมือนกัน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเรายังอยู่ที่ดาเรก้าอยู่เลย ที่นั่นค่อนข้างเหมือนกับที่เซกัน แต่ที่นี่เหมือนจะมีอะไรแตกต่างกันนิดหน่อย อย่างเช่นเมื่อกี้ คุณ...” ดวงตาของโยราจ้องมองใบหน้าของรีเนลเหมือนจะตั้งคำถาม หญิงสาวช่างพูดจึงตอบคำถามทางสายตานั้นไปว่า

            “รีเนลลี เฟรนครอฟค่ะ เรียกรีเนลก็ได้ เพราะเราอาจต้องทำงานร่วมกัน” โยรายิ้มรับคำตอบนั้นอย่างสุภาพก่อนจะพูดต่อว่า

            “ครับ ไม่รู้ว่าคุณรีเนลทำได้ยังไงหรือครับ มีกลไกติดตั้งอยู่ในโต๊ะนี้หรือครับ” รีเนลมองหน้าเฟมีลอย่างขำๆ เธอรู้สึกเหมือนได้เจอเฟมีลครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อนเลย

            “เปล่าหรอกค่ะ ไม่มีกลไกอะไรยุ่งยากอย่างที่คุณสอนเมื่อกี้หรอก ที่คุณเห็นเมื่อสักครู่เป็นเวทพื้นฐานที่อาศัยการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของสิ่งของ ถ้าคุณสังเกตให้ดีของใช้ส่วนใหญ่ของเซวีน่า จะเป็นของที่มาจากธรรมชาติเกือบร้อยเปอร์เซ็น เพื่อง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง พวกเรายืมพลังจากธรรมชาติสร้างของสิ่งใหม่ขึ้นมาเสมอแหละค่ะ เมื่อเราใช้เสร็จแล้วของที่สร้างขึ้นใหม่นั้นจะหายไป อย่างเช่นถ้าคุณสองคนลุกออกไป โต๊ะตัวนี้จะกลับมาเป็นแบบดั่งเดิมที่มันถูกสร้างขึ้นแต่แรก” โยราลูบเนื้อโต๊ะที่สร้างจากไม้เนื้อแข็งอย่างสนใจ

            “อย่างนี้ก็สบายไปหลายอย่างนะครับ ไม่สิ้นเปลืองดี” สามสาวมองหน้ากันเหมือนกับว่า คนจากที่อื่นจะรู้ไหมนะว่า ก่อนที่จะสบายแบบนี้พวกเธอต้องผ่านการฝึกแบบไหนมาบ้าง

            “แต่กว่าจะทำได้อย่างที่คุณเห็นพวกเราก็ต้องฝึกนานเลยล่ะ ดังนั้นไม่ใช่ของที่สบายซะทีเดียวหรอกค่ะ จริงไหมเฟมีล” คนที่สนใจแต่เค้กข้างหน้าตัวเองมองเซเลน่าที่ลากตนเข้าสู่บทสนทนาตอบกลับว่า

            “จ้า ฉันไม่ได้เก่งเหมือนเธอนี่ เซ...” เซเลน่ายิ้มรับคำแดกดันของเพื่อน แต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยต่อ ชายหนุ่มร่างโตก็พูดเสียงกระตือรือร้นขึ้นว่า

            “อ้อ ชื่อคุณเซหรือครับ ผมนึกว่าสาวสวยที่ไหน ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผม บาร์น มิชชาร์พคุณ...” เซเลน่าแย้มยิ้มก่อนจะตอบกลับว่า

            “เซเลน่า แวนเวิร์ธ ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ถ้าไปเยือนโซนเมื่อไรขอเชิญที่ร้านแพรพรรณไฮน์แวนนะคะ ร้านของเรามีของฝากสวยๆ ที่ถูกใจคนที่บ้านของคุณแน่นอน” บาร์นยิ้มค้างไปชั่ววินาที ก่อนจะหันกลับไปค้อนโยรา ที่ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ

            “นายหัวเราะอะไร” บาร์นถามเสียงเข้ม

            “เปล๊า” โยราร้องเสียงสูง ก่อนจะชิงพูดต่อว่า

            “เอ่อ คุณเซเป็นเจ้าของร้านแพรพรรณเหรอครับ ได้ยินมาว่าที่นี่มีผ้าถักจากเส้นใยที่มีกลิ่นหอมด้วย”

            “คุณโยราถามถูกคนแล้วล่ะค่ะ เซน่ะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยเฉพาะ อีกอย่างร้านแพรพรรณไฮน์แวนเป็นการรวมกันของร้านแพรพรรณที่ใหญ่ที่สุดในโซนเข้าด้วยกัน ดังนั้นไม่มีผ้าชนิดไหนที่ที่นี่ไม่มีหรอกค่ะ” โยรายิ้มน้อยๆ กับคำโฆษณาของรีเนล แต่คนช่างสงสัยก็ยังคงเป็นคนช่างสงสัยอยู่วันยังค่ำ

            “รวมกันเหรอครับหมายความว่า เดิมมีสองร้านทำไมต้องรวมกิจการกันล่ะครับหรือว่ามีปัญหา” เซเลน่ากำลังจะเอ่ยตอบ แต่เฟมีลที่มองเห็นสายตาของบาร์นที่มองเซเลน่าตาเยิ้มแล้ว เกิดอารมณ์อยากแกล้งคนขึ้นมาเลยชิงตอบว่า

            “โอ้ย จะมีปัญหาอะไรล่ะคะ ก็แค่ทายาททั้งสองร้านแต่งงานกันเท่านั้น เซเลน่าเขาเป็นทายาทของร้านแพรพรรณไฮน์เน่ ส่วนพี่ไคน์ เอ่อ สามีเขาเป็นทายาทของร้านแพรพรรณแวนเวิร์ธ พอสองคนนี้แต่งงานกันก็เลยรวมกิจการเข้าด้วยกัน ตอนนี้เลยกลายเป็นร้านแพรพรรณไฮน์แวนแทน”

            เพล้ง เพล้ง เพล้ง เฟมีลเหมือนได้ยินเสียงหัวใจแตกสลายเลย แต่เพราะมารยาทเธอจึงทำได้แค่หัวเราะอยู่ในใจยิ้มละไมอยู่ภายนอก กลับเป็นนายคนที่ชื่อ โยราเน่ ต่างหากที่หัวเราะแบบไม่เกรงอกเกรงใจ แถมท้ายด้วยการตบไหล่ปลอบอย่างสะใจอีกด้วย

            “ขอบคุณ คุณเฟมีล ที่ช่วยไขความกระจ่างน่ะครับ” บาร์นกัดฟันตอบ พร้อมกับมองหน้าคนยิ้มเล็กยิ้มน้อยอย่างเจ็บใจที่โดนอีกฝ่ายแกล้ง เห็นหน้าสวยๆ อย่างนี้แต่ทำได้แสบมาก

            “ไม่เป็นไร มิได้ค่ะ อ๊ะ เซ ไหนว่าพี่ไคน์จะมาอาทิตย์หน้า” เซเลน่ามองหน้าเฟมีลอย่างงงๆ

            “ใช่ ไคน์บอกว่า...” ยังไม่ทันพูดจบเสียงเรียกกับสัมผัสแผ่วเบาที่ผิวแก้ม ทำให้เธอเข้าใจสิ่งที่เฟมีลถาม

            “คิดถึงจัง หวัดดีเฟมีล หวัดดีเนลลี ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เฟมีลอมยิ้มเล็กๆ ส่วนรีเนลทำหน้าเมื่อยเมื่อเห็นเพื่อนรุ่นพี่แสดงความรักอย่างโจ้งแจ้งแบบไม่อายฟ้าอายดิน รีเนลรู้อยู่แล้วว่าหนุ่มหน้าสวยตรงหน้าไม่ค่อยสนใจคนรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่อีกฝ่ายต้องการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างนี้ แต่...การหอมแก้มพร้อมกับกอดเซจากด้านหลัง แล้วส่งสายตาหวานคมนั่นบาดร่างชายหนุ่มแปลกหน้าทั้งสองมันไม่มากไปหน่อยหรือไงนะ คิดแล้วกลุ้ม เซเองก็คงลำบากใจพอดูเหมือนกันนะเนี่ย

            “ไหนว่าจะตามมาอาทิตย์หน้าไง หนีงานมาอีกแล้วใช่ไหมไคน์” บาร์นเลิกตากว้างขึ้นอย่างแปลกใจ หน้าตาหวานๆ สวยๆ อย่างนี้ทำไมเวลาพูดเสียงเย็น แล้วน่ากลัวพิลึกเลย แต่พอเหลือบไปมองชายหนุ่มร่างเพรียวบางแถมหน้าตายังสวยอย่างกับผู้หญิงถึงไม่เท่าคุณเซก็เถอะ ที่กำลังยกมือแสดงว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิดนั้นแล้ว ก็อดคิดไม่ได้ สองคนนี้เหมาะสมกันจริงๆ

            “เฟมีล รีเนล ขอตัวก่อนนะ มีเรื่องต้องจัดการหน่อย ขอตัวนะคะคุณโยรา คุณบาร์น” พูดจบก็ลุกขึ้นพร้อมกับลากจำเลยที่หน้าตาเหมือนจะซีดลงถนัดเดินห่างออกไปทันที

            “ท่าทางเขาจะแย่นะครับ” เฟมีลหลุดคิกออกมากับท่าทางเป็นห่วงของโยราที่มีต่อไคน์

            “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พี่ไคน์ก็อย่างนี้แหละ ยอมเซเรื่อย เออ ฉันมีเรื่องสงสัยอย่างหนึ่งค่ะ”

            “เรื่องอะไรหรือครับ” เฟมีลอมยิ้มน้อยๆ ดวงตากลมใสที่จ้องโยราเปล่งประกาย ก่อนจะถามคำถามที่ไปกันคนละทางกับใบหน้าที่ยิ้มละไมอย่างสิ้นเชิง

            “พวกคุณบรรยายเรื่องเบรนบอร์ดซะละเอียดยิบ แล้วคิดว่าพวกเราจะนำมันมาใช้ยังไงหรือคะ เอาเรื่องง่ายๆ อย่างเช่นวัตถุดิบในการสร้างก่อนก็ได้ คงไม่ใช่ให้เราสั่งซื้อจากมิติของคุณหรอกนะ” โยราถือแก้วชาในมือค้างอยู่ชั่ววินาที ปลายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของบาร์น เธอคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่เขาสองคนกลัว เปลี่ยนเรื่องโดยที่ไม่เปลี่ยนสีหน้าด้วยซ้ำ แถมถามตรงไปตรงมาซะขนาดนี้ คงไม่ต้องการคำตอบแบบขอไปทีหรือบอกปัดเป็นแน่

            “พวกเราไม่คิดจะให้พวกคุณสร้างเบรนบอร์ดอย่างของเราเสียหน่อย แต่เราต้องการให้เบรนบอร์ดเป็นแบบของการสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของแผนกพัฒนาการเวทของที่นี่ แน่นอนของชิ้นนั้นจะต้องจัดสร้างด้วยวัสดุที่หาได้ในเซวีน่า เอาไว้วันพรุ่งนี้รอฟังการบรรยายของผมต่อดีกว่าไหมครับ สำหรับวันนี้พวกผมคงต้องขอตัวเหมือนกัน ขอบคุณที่ให้เกียรติ์พวกผมได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับสาวงามทั้งสาม เจอกันวันพรุ่งนี้นะครับ” พูดจบชายหนุ่มทั้งสองก็ลุกขึ้น โค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนเดินจากไป เฟมีลมองแผ่นหลังของคนทั้งสองแล้วถอนหายใจ

            “เธอกล้าถามเขาไปได้ยังไงนะ เฟมีล อย่างนี้เขาก็รู้น่ะสิว่าเราจับตามองเขาอยู่” เฟมีลหันกลับมาตอบรีเนลว่า

            “ไม่หรอก พวกเขาต้องระวังเรื่องจับตาดูอยู่แล้วรีเนล แต่ที่ฉันถามเพราะหวังว่าถ้าเราถามโดยไม่ให้เขาตั้งตัวเขาจะตอบอะไร อย่างนี้เราก็ต้องคอยดูว่าพรุ่งนี้ สองหนุ่มจากเซกันเขาจะเผยอะไรให้เรารู้อีกบ้าง”

 

            “ให้ตายเถอะจาร์ นายไปเอาข่าวนี้มาจากไหนน่ะ” โทนี่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อเมื่ออ่านข้อความบนกระดาษในมือของลีโอเป็นคนสุดท้าย

            “จะจากใครล่ะ ที่รู้เรื่องพวกนี้เร็วที่สุด พ่อฉันไง เป็นอะไรหรือเปล่าลีโอ” ชายหนุ่มเจ้าของชื่อรับกระดาษจากโทนี่แล้วเพ่งไปที่ตัวอักษรไม่กี่บรรทัดเหมือนไม่อยากเชื่อ

            “เปล่า แต่ทำไม...ฉันไม่...”

            “ทำไมนายไม่รู้สึกใช่ไหม ง่ายมากเพราะคนที่ไปที่นั่นเป็นคนแรก คือพี่ชายนายไง แล้วมาสเตอร์คงให้พ่อส่งข่าวมาทางฉัน ไม่อย่างนั้นนายคงหายตัวไปจากห้องเรียน ทำให้คนอื่นสงสัย แล้วจะเอาไง งานทางนี้ให้พวกฉันช่วยจัดการแทน ส่วนนายไปจัดการเรื่องทางโน้นก่อนไหม” จาเร็ตออกความเห็นเมื่อเห็นสีหน้ายุ่งยากใจของเพื่อน โดยปกติลีโอมักจะไม่ค่อยแสดงสีหน้าแบบนั้นเท่าไร ยิ่งอายุมากขึ้นชายหนุ่มตรงหน้าก็ยิ่งนิ่งมากขึ้น แต่...ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องปกตินี่นา

            “ใครกันนะ ที่สามารถทำเรื่องอย่างนี้ได้ ในเซวีน่านอกจากพวกใหญ่ๆ โตๆ คงทำไม่ได้แน่ เฮ่อ!”

            “ไม่ใช่หรอก ไม่มีใครในเซวีน่าไปยุ่งกับหอนาฬิกานั่นได้ นอกจาก...” เสียงอธิบายของลีโอหยุดชะงักก่อนจะลุกขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงรีบร้อนว่า

            “พวกนายช่วยบอกคนอื่นด้วยว่า ฉันโดนท่านตาเรียกตัวด่วนแล้วกัน คิดว่าคงกลับมาได้ในสามวัน ช่วยหน่อยนะ ไมล์ไปกันเถอะ” พูดจบร่างของลีโอและไมล์ก็หายไป เพื่อนทั้งสามได้แต่มองหน้ากันอย่างไม่ค่อยเข้าใจว่า คำพูดที่ค้างไว้ของชายหนุ่มหมายความว่าอย่างไร

            “นานๆ ทีจะเห็นลีโอเป็นอย่างนี้ ก็ดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นหมอนั่นคงเป็นมนุษย์ไร้อารมณ์สุดๆ จาร์ พาตัน หิวไหม ไปกินข้าวกันเถอะ” พาตันหยิบกระดาษที่ลีโอวางทิ้งไว้ขึ้นมาเก็บ ก่อนจะเดินตามจาร์เร็ตและโทนี่พร้อมกับพูดเหมือนเตือนสติทั้งสองคนว่า

            “แล้วจะบอกเฟมีลว่าไง” เงียบ...ไร้คำตอบจากเพื่อนทั้งสอง พาตันถอนหายใจออกมา

“รู้สึกว่าลีโอจะขอให้ช่วยในสิ่งที่ทำได้ยากเสียแล้วล่ะ ไปเถอะหิวกันไม่ใช่เหรอ” โทนี่มองแผ่นหลังพาตันที่เดินนำออกไป ก่อนจะหันหน้ากลับไปถามจาร์เร็ตว่า

“ปกติเจ้าพาตันมันชอบแดกดันคนอื่นเขาด้วยเหรอ” จาร์หลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะโอบคอเพื่อนเดินตามคู่หูไป

“อย่าคิดมากน่า เอาหัวไปคิดวิธีรับมือเฟมีลดีกว่า”

 

 

หอฬิกาไซเอน ดาเรก้า

            “เอนจี้...นี่มัน” ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกขานส่ายหน้าเบาๆ เศษหินสีดำลักษณะคล้ายลูกศรค่อยๆ ลอยขึ้นมาตรงหน้าเขา ดวงตาสีนิลฉายแววลึกลับจนไม่สามารถเดาความรู้สึกภายในของเขาได้

            “คิดว่ายังไงนาริ” ภูตสาวเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วมาตรงหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะกางมือโอบรับเศษหินเอาไว้ แสงสีเหลืองอ่อนครอบคลุมทั้งตัวเธอและเศษหินนั้นเอาไว้

            “วัตถุสีดำ มาด้วยความเร็วสูง ชนเข้ากับเข็มนาฬิกาอย่างแรง” นาริก้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นสบกับดวงตาสีนิล เศษหินค่อยๆ ล่วงไปกองที่พื้นพร้อมกับร่างของนาริก้า ไทม์รั้งร่างนั้นเข้าสู่อ้อมกอด แต่ทันทีที่มือของเขาสัมผัสร่างเธอ นาริก้าก็กลายร่างเป็นเด็กหญิงตัวน้อยซุกซบกับอ้อมแขนอย่างหมดแรง

            “นาริ...เหนื่อย...” ไทม์ก้มลงสัมผัสหน้าผากของเด็กน้อยอย่างเข้าใจจากนั้นร่างเล็กจึงค่อยๆ สลายเป็นผงสีทองพุ่งตรงเข้าเรือนนาฬิกาที่เคยห้อยแนบหน้าผากมนของเธอ ไทม์คล้องสายสร้อยที่เดิมเป็นสังวาลครอบศีรษะนาริก้าไว้ที่คออย่างเงียบงัน ใบหน้าที่เคยนิ่งเฉยกลับกลายเป็นเคร่งขรึมจนน่ากลัว เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของน้องชายร่วมสายเลือดไม่ได้ทำให้สีหน้าเคร่งขรึมนั้นผ่อนคลายลง ลีโอและไมล์สบตากันก่อนจะมองหน้าพี่ชายแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกัน ใครก็ตามที่ทำเรื่องนี้ขึ้นมาคงไม่รู้ว่า เขาได้ทำให้คนที่ไม่ควรทำให้โกรธ โกรธขึ้นมาจริงๆ แล้ว

            “พี่...”

            “กลับไปคุยกันที่ปราการ” น้ำเสียงนิ่งเย็นของพี่ชายไม่ได้ทำให้ลีโอตกใจเท่ากับคำพูดของไทม์ คำธรรมดาที่ไม่น่าจะตกใจ แต่หากคนทั่วไปได้รู้ว่าไทเมอร์ ฟรานเซสก้า ได้ทิ้งฟรานเชสก้าและไม่ขอข้องแวะกับปราการรัตติกาลนอกจากเรื่องที่เกี่ยวกับเขาและตำแหน่งไซเอนมาเกือบ 10 ปีแล้ว ก็จะรู้ว่าคำพูดนี้มีความหมายลึกซึ้งเพียงใดและการกลับปราการครั้งนี้ยังถือเป็นการกลับไปครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่พี่ของเขาจะกลับปราการรัตติกาลในฐานะ ไทเมอร์ ฟรานเชสก้า!!!

Post Comment

Statistic

Date posted: 10 years ago.
Date modified: 9 years ago.
Overall Viewed: 107,806 times
Monthly Viewed: 46 times
Rated: 356 times
Favorited: 89 times
Commented: 709 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.