เซวีน่ามหานครแห่งมนตรา ตอน ปริศนาทรายสีดำ

ตอนที่ 9 แผนกคนประหลาด

ตอนที่ 9 แผนกคนประหลาด

 

          อมีเรีย บราวน์ กำลังหงุดหงิด เพราะหลายวันมานี่เธอเดินไปที่ไหนจะเห็นแต่บุคคลภายนอกเดินเต็มทางเดินในปราการไปหมด ทำไมเขาไม่จัดสัมมนาที่อื่นแทนที่จะเป็นที่นี่นะ การสัมมนาก็ดีหรอกทำให้เธอได้เห็นอะไรแปลกๆเยอะเลย แต่ข้อเสียอยู่ที่ว่า บรรดาพวกอยากรู้อยากเห็นแต่ไม่อยากเรียนรู้ต่างแห่มาที่นี่กันหมด

            เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมสภากลางถึงไม่คัดเลือกเฉพาะคนที่สนใจจริงๆ มาเข้าฟัง เพราะอย่างนั้นเลยเสียที่นั่งฟังในห้องสัมมนาไปหลายที่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มาจากสถาบันสปีเย่สี่ห้าคนนั่น นอนหลับก็เท่านั้น คุยกันก็เท่านั้น ไม่รู้ว่าโดนสั่งสอนกันมายังไง คิดหรือว่าเธอนั่งอยู่แล้วไม่ได้ยินยัยพวกนกคาบข่าวพวกนั้นพูดถึงคนในแผนกของเธอว่า

            “...กินกาแฟเป็นอาหารเช้า ดื่มน้ำหมึกเป็นอาหารเย็น...” ใครจะไปมีชีวิตแบบนั้นได้ ไม่รู้ซะแล้วที่แผนกของเธอมีนักโภชนาการเฉพาะคอยดูแลเลยนะจะบอกให้ แล้วการที่เพื่อนผู้หญิงที่อยู่ในแผนกเดียวกันไม่ชอบแต่งตัว ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน

            หญิงสาวคิดพลางเร่งฝีเท้าผ่านทางเดินไปยังห้องปฏิบัติการเวท ดวงตาภายใต้แคลคูเลวาววับเหมือนกับคนที่โกรธใครมาหลายล้านปี และเพราะมัวแต่หัวฟัดหัวเหวี่ยงกับคำพูดที่ติดหูมาเมื่อหลายวันก่อน ทำให้หญิงสาวชนกับใครเข้าเต็มๆ

 

            “โอ๊ย!” หญิงสาวยกมือขึ้นดึงแว่นแคลคูเลออกจากจมูก ก่อนจะสวมมันคืนเข้าที่ เพื่อมองใบหน้าคนที่เดินไม่รู้ตาม้าตาเรือเข้ามาชนเธอ แต่ดวงตาสีเขียวอ่อนต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นคนที่เธอชนด้วย

            “เป็นอะไรบ้างครับ” ลีโอเอ่ยถามอย่างสุภาพ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่เขา

            “เออ...ไม่...”

            “เกิดอะไรขึ้นหรือลีโอ” เสียงของชายหนุ่มรุ่นพี่คนหนึ่งของอมีเรียดังขึ้น ทำให้ลีโอปล่อยมือจากไหล่บางและหันกลับไปตอบว่า

            “ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมเดินไม่ระวังไปชนกับรุ่นพี่อมีเรียเข้า” ชายร่างสูงในชุดแต่งกายไม่ต่างจากอมีเรียเท่าไรเดินออกมาที่ประตูแล้วทักขึ้นว่า

            “ไง อมีเรีย วันนี้ยังไม่หายหงุดหงิดอีกเหรอ” คราวนี้คนที่เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงมาตลอดทางถึงกลับหน้าซีด เพราะกลัวเพื่อนรุ่นพี่จะพูดในสิ่งที่เธอบ่นมาตลอดสองสามวันนี้

            “งั้นผมไปก่อนนะครับรุ่นพี่ฟาน ขอฝากเนื้อฝากตัวล่วงหน้าด้วยครับ” ฟาน ไบคาร์ต หัวหน้าแผนกพัฒนาการเวทพยักหน้ารับ ก่อนจะมองส่งร่างสูงของหลานชายเจ้าผู้ครองรัฐดินอร์ต้าคนปัจจุบันแล้วเอ่ยอย่างขำๆ ว่า

            “ช่างสุภาพเสียจริง ว่าที่เจ้าผู้ครองรัฐคนนี้” อมีเรียเงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่แล้วถามขึ้นว่า

            “แล้วเขามาที่นี่ทำไมคะ” ฟานส่งกระดาษสีขาวให้พร้อมกับเดินนำรุ่นน้องเข้ามาในห้องปฏิบัติการที่เต็มไปด้วยสิ่งประดิษฐ์ที่มีลักษณะประหลาด บนโต๊ะวางเต็มไปด้วยชิ้นส่วนเล็กๆ หลอดทดลองที่บรรจุควันหลากสี บ้างเดี๋ยวลอยฟุ้งแล้วกลายเป็นน้ำ บ้างก็เปลี่ยนสีไปมาอย่างไม่สิ้นสุด ปลายสุดของห้องเป็นอาคารหอกลั่นขนาดย่อมที่มีน้ำสีทองหยดลงบนถาดทดลองก่อนจะแปรสภาพเป็นชิ้นส่วนอะไรบางอย่าง แล้วลอยเข้าไปประกอบกับวัตถุที่อยู่บนแท่นหมุนที่กำลังต่อเติมตนเองอยู่

            “รายชื่อผู้เข้าร่วมการสำรวจค้นหาวัตถุดิบน่ะ ปีนี้มีคนนอกเข้าร่วมด้วย” อมีเรียจ้องมองรายชื่อทั้งหมดก่อนจะถามขึ้นอย่างข้องใจว่า

            “ทำไมคราวนี้ต้องมีคนนอก คนอื่นรู้กันหรือยังคะ” ฟานขยับมือที่ถือหลอดทดลองก่อนจะเทควันสีเขียวให้รวมกับสีแดงแล้ว ปุ้ง! ไอสีส้มพุ่งเข้าใส่หน้าชายหนุ่มอย่างจัง

            “โอ๊ย ให้ตาย อมีเรียหยิบสเปรย์ความเย็นมาเร็ว...” ยังไม่ทันจะพูดจบควันสีฟ้าใสจากกระป๋องซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากมือของอมีเรียก็พุ่งเข้าใส่หน้า

            “รุ่นพี่นี่น้า บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าให้ใส่แคลคูเลป้องกันด้วย เป็นไง ผมไหม้เลย” ฟานลูบปอยผมสีน้ำตาลเข้มที่หงิกงออย่างเสียดาย ก่อนจะเหลือบไปเห็นผู้มาเยือนคนใหม่

 

            “มาหาใครเหรอครับ” พอหญิงสาวผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาใกล้ สีหน้าของอมีเรียก็เปลี่ยนไปทันที นั่น! ผู้หญิงที่นั่งข้างยัยปากเสียคนนั้นนี่ มาที่นี่ทำไมกัน

            “ขอโทษนะคะ ที่นี่ใช่แผนกพัฒนการเวทหรือเปล่าคะ”

            “ครับ มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ คุณผู้หญิง” อมีเรียอดค้อนเพื่อนรุ่นพี่ไม่ได้ พอเห็นผู้หญิงสวยเข้าหน่อยก็ทำเสียงอ่อนเสียงหวานเชียว สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้ชายนี่เหมือนกันหมด น่าเบบื่อชะมัด

            “อ้อ อยากจะถามว่าเห็นลีโอบ้างไหม” เธอคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยแน่ใจ

            “พึ่งออกไปเมื่อกี้นี่เองครับ มีอะไรกับลีโอเหรอครับ อ้อ ลืมแนะนำตัว ผมฟาน ไบคาร์ต” เฟมีลยิ้มตอบรอยยิ้มผู้สูงวัยกว่าแล้วตอบกลับว่า

            “เฟมีล เฟมีลล่า ไดเอนแพนไทร์ค่ะ ออกไปแล้วเหรอคะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ ขอโทษที่มารบกวนเวลางาน” เฟมีลก้มหัวเล็กน้อยลาฟาน ก่อนจะส่งยิ้มเป็นเชิงขอโทษให้หญิงสาวอีกคน เพราะดูท่าทางเธอคนนั้นจะไม่ค่อยพอใจกับการที่เธอเข้ามาในห้องนี้เท่าไหร่

            “ไม่เป็นไรมิได้ครับ ยังไงถ้าอยากลองเยี่ยมแผนกพัฒนาการเวทอีกเมื่อไรก็เชิญได้ทุกเมื่อ” เฟมีลได้แต่อมยิ้มแล้วเดินออกจากห้องไป แต่ท่าทางของฟานก็ยังไม่หยุดเคลิ้ม อมีเรียเลยจัดการกระทุ้งสีข้างไปเบาๆ

            “โห่ อย่ามาทำลายความฝันอันสวยงามของฉันได้ไหม” เสียงโอดครวญของรุ่นพี่ทำให้อมีเรียต้องเตือนเสียงเข้มว่า

            “เดี๋ยวจะฟ้องรุ่นพี่เอล่า ว่าพี่ฟานกำลังคิดนอกใจ”

            “เฮ่อ มาไม้นี้ เลยไปต่อไม่ได้เลยเรา” ฟานเดินเกาหัวอย่างเซ็งๆ ไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองพลางเหลือบไปมองรุ่นน้องที่เข้ามาทำงานที่นี่ได้สามปีแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของการมีคู่เลยซักกะติ๊ด ในที่สุดก็คันปากเลยเลียบๆ เคียงๆ ถามไปว่า

            “แล้วเราเถอะ ไม่คิดจะหาคนมาดูแลบ้างหรือไง” อมีเรียร้อง ‘หึ’ ออกมาดังๆ ก่อนจะตอบว่า

            “จะหามาทำไมให้ปวดหัว แค่นี้ก็ไม่มีเวลาดูแลตัวเองอยู่แล้ว” ฟานถอนหายใจออกมาดังๆ เหมือนจะแกล้งให้อีกฝ่ายรู้ว่า เขาไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้น

            “ไม่ต้องมาถอนหายใจใส่เขาเลย พี่ก็รู้นี่นาผู้หญิงแผนกเราถ้าไม่คบกับเพื่อนร่วมงานแล้ว...ใครเขาจะมาเอา”

 

            “จุ๊ จุ๊ จุ๊ อย่าพูดตัดโอกาสตัวเองอย่างนั้นสิ มันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอกน่า เอ พูดว่าไม่มีใครเอา พูดเหน็บแหนมใครอยู่หรือเปล่าจ้ะ หรือว่าน้องของพี่ไปหมายปองชายใดเข้าให้แล้ว” เท่านั้นแหละอมีเรียถึงกับส่งสายตาพิฆาตตามด้วยรังสีอำมหิตออกจากตัวทันที

            “อย่ามาพูดล้อเล่นนะ เขาพูดให้เห็นภาพเท่านั้น แล้วไม่จริงหรือไง คนภายนอกเขายิ่งว่าพวกเราเป็นพวกประหลาดอยู่ด้วย” ฟานหันกลับไปหยิบสารต่างๆ มาใส่ชามแก้วใบโตที่ภายในมีเชือกกองอยู่ก้นชาม

            “แล้วเขาว่ายังไงบ้างล่ะ”

            “แต่งตัวเชยบ้างล่ะ เป็นพวกแปลก กินกาเฟเป็นอาหารเช้า ดื่มน้ำหมึกเป็นอาหารเย็นบ้างล่ะ...” ฟานแอบชะงักมือหันไปมองคนพูด แล้วต้องรีบหันกลับไปกลั้นหัวเราะ เพราะภาพที่เขาเห็นคือหญิงสาวผู้พูดกำลังผสมน้ำหมึกชนิดพิเศษที่เจ้าตัวภูมิใจนักหนา

            ใครกันน้าช่างเปรียบได้เหมือนดีแท้ ในบรรรดาลูกน้องของเขาทั้งหมด อมีเรียเป็นคนที่ตรงกับคำพูดนั้นมากที่สุด แต่ก็เป็นคนที่มีความสามารถด้านการออกแบบเครื่องมือและอาวุธมากที่สุดด้วย ใครจะนึกว่าผู้หญิงคนนี้จะมีพรสวรรค์ที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝัน สิ่งประดิษฐ์ที่ออกมาจากหัวของอมีเรียล้วนแล้วแต่ยอดเยี่ยมเหมือนตัวคนคิดนั่นแหละ ติดอยู่แค่ว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่หมกหมุ่นกับสิ่งที่ตัวเองทำมากเกินไป หมกหมุ่นจนแทบไม่สนใจคนรอบข้างหรือสิ่งรอบตัว

บางครั้งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า อมีเรียอาจต้องการให้ตัวเองยุ่งเพื่อจะได้ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่น แต่จะเป็นเรื่องอะไรเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน...

            “แล้วไงอีก” ฟานรับคำไปเรื่อย เพื่อให้อมีเรียได้ระบายอะไรออกมาเอง เพราะเขารู้ดีว่าวิธีนี้เป็นวิธีคลายเครียดของเจ้าหล่อน

            “แล้วไง พี่ดูเขาสิ เทียบกับผู้หญิงคนเมื่อกี้ ผู้ชายจะเลือกใคร ต้องเลือกฝ่ายโน้นอยู่แล้ว”

            “ติ้ด ติ้ด ผิดจ้า ผู้ชายไม่ได้เหมือนกันหมดสักหน่อย ทำไมมองโลกในแง่ร้ายจัง พี่ว่าเธออยู่ในโลกของตัวเองมากไปหรือเปล่า น่าจะออกไปสังสรรค์กับเพื่อนสาขาเก่าบ้างนะ” อมีเรียส่ายหน้าไปมา

            “ไม่ว่างค่ะ ของชิ้นใหม่กำลังจะเสร็จแล้ว พี่ดูสิ สวยจัง” ฟานเหลือบไปดูเจ้าวัตถุสีทองที่ว่า แล้วต้องหันกลับมาส่ายหน้าไปมากับตัวเอง อย่างนี้น่ะสิ เขาถึงว่าที่นี่เป็นแผนกของคนประหลาด แต่ละคนล้วนเป็นพวกคลั่งไคล้สิ่งประดิษฐ์ทั้งนั้น...ไม่เว้นแม้แต่เขาก็เถอะ

            “พูดถึงผู้หญิงคนเมื่อกี้ หน้าตาคุ้นๆ เนอะ เหมือนพี่เคยเห็นเธอที่ไหนน้า”

            “ที่ไหนล่ะ” อมีเรียถามต่ออย่างไม่ใส่ใจนัก ฟานจึงหยุดมือแล้วหลับตาครุ่นคิด

            “เฟมีลล่า เฟมีลล่า โอ๊ยตายล่ะ ได้เจอคนดังโดยไม่รู้ตัวเลยเรา” หญิงสาวที่กำลังค่อยๆ หยิบชิ้นส่วนสีเงินจากอีกถาดหนึ่งมาต่อกับสิ่งประดิษฐ์ชะงักมือแล้วถามขึ้นว่า

            “ใคร? คนดังที่ว่า ลีโอ ฟรานเชสก้าน่ะเหรอ”

            “เปล่า ยิ่งกว่านั้น เฟมีลล่า ไดเอนแพนไทร์ สาวสวยทายาทตระกูลไดเอนแพนไทร์ผู้มั่งคั่ง ลูกสาวคนเดียวของนักเปียโนเวทอัจฉริยะ เอ...ได้ข่าวว่าแต่งงานกับลีโอนี่นา เออ เห็นตัวจริงอย่างนี้สวยยิ่งกว่าที่เขาลืออีกนะเนี่ย มิน่า ลีโอถึงได้ไม่มองใครเลย” อมีเรียพ่นลมออกจากจมูกก่อนจะพูดว่า

            “ใครจะไม่มองผู้หญิงสวยอย่างนั้นรึ รูปสวย รวยทรัพย์ มากความสามารถซะขนาดนั้น ใครไม่รักก็บ้าแล้ว”

            “เขาอาจจะมีดีกว่านั้นก็ได้นา อ่ะฮ่า เฟมีลล่า ฟรานเชสก้า มีอยู่ในรายชื่อการไปสำรวจหาวัตถุดิบครั้งนี้ด้วยนี่นา ชักเริ่มสนุกขึ้นมาแล้วสิงานนี้” คราวนี้คนที่กำลังจดจ่อกับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ถึงกับละสายตาจากลูกรักมาที่กระดาษที่เธอวางไว้ ใช่จริงๆ ไปทั้งคู่เลยด้วย

            “จะทนได้เร้อ คุณหนูอย่างนั้น”

            “อย่าดูคนแต่เพียงภายนอกดีกว่า อมีเรีย บางทีเขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้” หญิงสาวได้แต่เงียบไปกับคำพูดของรุ่นพี่ แต่ห้องปฏิบัติงานไม่ได้เงียบสงบอยู่นานนัก เมื่อสมาชิกคนอื่นๆเริ่มทยอยเข้ามา ทั่วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงถกเถียง เสียงทักทาย ผสมปนเปไปกับเสียงเครื่องมือและอุปกรณ์กระทบกันดั่งเช่นทุกวัน วันนี้แผนกพัฒนาการเวทจึงยังคงครึกครื้นเหมือนเดิม

 

            “อ้าวเฟมีล ลีโอล่ะ ไปไหน” เสียงรีเนลทักขึ้นเมื่อหญิงสาวเปิดประตูห้องพักของมอรีลเข้ามา

            “ไม่รู้หายไปไหนแล้ว นี่ฉันต้องถ่อสังขารไปถึงแผนกพัฒนาการเวทโน้น แต่คลาดกันนิดเดียว ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวตอนอาหารเย็นคงเจอกัน ไงมอรีลโดนพวกนี้ซักฟอกไปถึงไหนแล้ว” มอรีลส่งยิ้มให้เพื่อนสนิทที่กำลังทรุดตัวนั่งพร้อมกับตอบว่า

            “ไม่มีอะไรหรอก พวกนี้เขากำลังสงสัยว่า วันนี้เซอร์รัสทำไมไม่มาด้วยน่ะ รีเนลเขาอยากสัมภาษณ์เป็นการส่วนตัว” เฟมีลหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับกัดเพื่อนนักหาข่าวกลับว่า

            “กะใช้เส้นในการเข้าถึงตัวเจ้าผู้ครองรัฐคนใหม่หรือไง คอลัมน์ของเธอไม่ได้เน้นไปที่สัมภาษณ์บุคคลสำคัญสักหน่อยนี่รีเนล”

            “ไม่ได้หรอกย่ะ ขอให้ได้สัมภาษณ์เถอะ รับรองคอลัมน์พิเศษของฉันต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่ ว่าแต่เธอไปที่แผนกประหลาดนั่นมาเป็นไงบ้าง โดนทดลองอะไรแปลกๆหรือเปล่า” รีเนลยื่นจมูกเข้ามาใกล้ พลางทำจมูกฟุดฟิดเหมือนจะดมกลิ่นสิ่งแปลกปลอม เซเลยต้องตีไหล่เพื่อนจอมกวนไปเบาๆ

            “บ้าน่า รีเนล พวกเขาสร้างสิ่งประดิษฐ์นะ ไม่ได้ทดลองมนุษย์ แถมคนแผนกนั้นน่ะฉลาดกันจะตาย ระดับมันสมองของรัฐทั้งนั้น” รีเนลทำหน้ามุ่ยที่โดนว่าแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แล้วหันไปสนใจมอรีล เพื่อถามเรื่องที่เธออยากรู้ดีกว่า

            “แล้วตกลงท่านเจ้าจะตามมาหรือเปล่า” มอรีลส่ายหน้าพร้อมกับตอบด้วยรอยยิ้มว่า

            “ไม่หรอกจ้ะ ตอนแรกว่าจะมาด้วย แต่มีเรื่องต้องไปดูงานที่เจนไนล์ซะก่อนเลยมาไม่ได้”

            “มอรีล หมายความว่าเธอจะไปค้นหาวัตถุดิบกับฉันด้วยใช่ไหม” มอรีลพยักหน้า เฟมีลชูมือขึ้นเหมือนกับได้กุมชัยชนะของอะไรบางอย่างทันทีพลางพูดว่า “เยี่ยม งานนี้ต้องสนุกแน่ๆ”

            “สนุกงั้นเหรอ คราวนี้เขาไปกันที่ไหนเหรอ” เฟมีลยิ้มให้เพื่อนทั้งสาม ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า

            “ดาโรก้า...พื้นที่สีเทาของดาโรก้า” 

            “ว้าว น่าไปชะมัด น่าเสียดายที่ฉันไปไม่ได้ เพราะตายักษ์ แท้ๆ เชียว” เพื่อนอีกสามคนได้ยินดังนั้นก็พากันหัวเราะ

            “วันนี้เซจะกลับเลยหรือเปล่า”

            “จ้ะ” เฟมีลทำหน้าเสียดาย นึกว่าจะได้นอนคุยกันสี่คนเสียอีก พอหันไปทางรีเนล เจ้าแม่กรมข่าวก็โบกมือปฏิเสธสายตาคาดหวังของเฟมีลว่า

            “เสียใจด้วยจ้ะสาวน้อยที่ต้องทำให้เธอผิดหวัง ตายักษ์บอกว่าจะออกเดินทางเย็นนี้”

            “ว้า อย่างนี้ก็เหลือเราแค่สองคนน่ะสิ งั้นคืนนี้ฉันไปนอนกับเธอที่ห้องดีกว่า มอรีล” มอรีลพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดแซวว่า

            “ถ้าคนที่เธอนอนด้วยไม่ว่าอะไรเอานะ” เฟมีลได้แต่ตีไหล่เพื่อนสนิทอย่างหมั่นไส้ไปสองที ก่อนที่สี่สาวจะผลัดเปลี่ยนกันเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้แก่กันและกันฟังอย่างสนุกสนาน

Post Comment

Statistic

Date posted: 10 years ago.
Date modified: 9 years ago.
Overall Viewed: 107,798 times
Monthly Viewed: 38 times
Rated: 356 times
Favorited: 89 times
Commented: 709 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.