ความรักของแสนรัก (Re-Write version)

ตอนที่ 17 ข่าวใหญ่

สวัสดีค่ะทุกคน

 

กลับถึงบ้านตอนสี่ทุ่มกว่า เพราะวีต้องเป็นคนขับรถ

เลยอิจฉากัลนิดหน่อยที่หาช่องโพสนิยายนำหน้าไปก่อนได้ ชิ!

แต่ยังไงวีก็ต้องมาโพสตอนใหม่ให้ได้

ดีหน่อยที่วันนี้เวปไม่เอ๋อ เมื่อวานนี้วีปวดหัวมากกว่าจะอัพเฮียเผือกได้

ขอโทษที่ทำให้คนอ่านต้องนอนดึกรอวีเสมอๆ นะคะ

และขอบคุณที่รอวีอยู่เสมอด้วย

 

รักคนอ่านเสมอค่ะ

veerandah

 

Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Line: veerandah

Instargram: veerandah

Email: veerandah@gmail.com

Web: tswriter.com (ทุกคนสามารถตามอ่านนิยาย (แบบเต็มๆ) ของวีได้ที่นี่ค่ะ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 17 ข่าวใหญ่

 

“นี่แก้ว รู้เรื่องอะไรหรือเปล่า” ชยุดาพยาบาลสาว หรือมดตะนอยพูดเสียงตื่นเต้น ทำให้ศุภรชะงักมือมือที่กำลังจัดยาให้คนไข้ แล้วอดเงี่ยหูฟังไม่ได้

“อะไรอีกล่ะมด ไปอัพเดตข่าวที่ไหนมาอีก” กิ่งแก้วถามอย่างเบื่อๆ

“รู้เปล่า วันนี้หมอกฤษไปตรวจร่างกายล่ะ”

“แล้วไง” กิ่งแก้วถามเหมือนเป็นเรื่องปกติ โดยไม่เงยหน้าจากเอกสารที่กำลังเขียนอยู่

“แล้วไม่แปลกเหรอ” ชยุดาถาม ขณะเดินไปนั่งข้างๆ เพื่อน แต่สายตาก็เหลือบมองคนที่ทำทีเป็นตั้งใจจัดยาเต็มที่ แต่ความจริงเงี่ยหูแอบฟังพวกเธอคุยกัน

“ไม่แปลกหรอก พวกเราก็ตรวจร่างกายกันทุกปีนี่นา” กิ่งแก้วตอบ และยังคงก้มหน้าก้มตาเขียนต่อไป

“แปลกสิ เพราะหมอกฤษบอกกับพยาบาลว่า จะแต่งงานเลยต้องมาตรวจร่างกายและตรวจเลือดด้วย”

เคร้ง!

กิ่งแก้วเงยหน้าและหันไปมองตามเสียง ก่อนจะหันกลับมาสบตาเพื่อนสนิท ซึ่งยักไหล่ไม่ยี่หระราวกับจะบอกว่า

ไม่ใช่ความผิดฉันนะยะ

“แล้วหมอกฤษบอกหรือเปล่าว่าจะแต่งกับใคร” กิ่งแก้วถามต่อ ทำให้ชยุดายิ้มเจ้าเล่ห์พลางส่ายหน้า

“ไม่ได้บอก แต่ฉันเดาได้นะ ว่าเป็นใคร ก็แหม ช่วงนี้คุณหมอคมกฤษเป็นข่าวโด่งดังอยู่กับใครล่ะ ก็คงไม่พ้นคนนั้นหรอก”

กิ่งแก้วตาโต “หมอแสนรักหรอ แต่เขาเป็น...”

“แค่ลูกพี่ลูกน้องจ้ะ” ชยุดาเถียงสวน ก่อนเพื่อนจะพูดจบ กิ่งแก้วจึงได้แต่ส่งสายตาสงสารให้อีกคนที่ยืนกำมือแน่น แล้วหันไปตีเพื่อนรักให้ลดรอยยิ้มเหมือนสะใจลงเสียบ้าง ขณะที่ศุภรสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องพักกพยาบาลไปทันที

         

“โอ๊ย ปวดหลังจัง” เสียงบ่นโอดครวญดังมาจากหญิงสาวร่างสูงที่โดนตั้งให้เป็นว่าที่เจ้าสาวไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

“ฮึ สมน้ำหน้า ที่นอนออกใหญ่โต แต่ดันไปนอนหลับบนโซฟาซะนี่” เมษาพูดซ้ำเติมพร้อมเสียงหัวเราะ ทำให้แสนรักต้องหยิบหมอนอิงใกล้มือปาไปที่เมษาทันที

“โอ๊ย! ยัยแสน อยากเจ็บตัวหรือไง นี่แน่ะ” เมษาไม่ยอมแพ้ คว้าหมอนใบเดิมขว้างกลับไปที่แสนรักบ้าง

“อ้าวๆ ทั้งสองคนนั่น เล่นเป็นเด็กไปได้ แล้วแสนไปนอนทำไมบนโซฟา” มีนารีบห้ามทัพ

แสนรักขยับตัวนั่งขัดสมาธิ พลางตอบว่า

“ก็มันนอนไม่หลับ เลยไปนั่งดูวิวนอกหน้าต่างตรงนั้น แล้วเผลอหลับไปน่ะ แต่เอ แล้วมีนกลับมาที่ห้องเมื่อไรเหรอ”

มีนาชะงักกึก ก่อนจะตอบว่า

“กะ...ก็ ประมาณตีสี่น่ะจ้ะ”

เมษากับแสนรักหันมามองตากัน แล้วเมษาก็พูดว่า “เหรอ เมนึกว่ามีนไปนอนห้องคุณกฤษซะอีก”

“เม!” มีนาร้องอย่างตกใจ ก่อนจะนั่งก้มหน้านิ่ง

แสนรักเลยเดินไปนั่งข้างๆ มีนา พลางก้มลงมองหน้าเพื่อน แล้วถามว่า

“มีนรักคุณกฤษใช่ไหมล่ะ”

มีนาพยักหน้า

“งั้นเรื่องอย่างนี้ มันก็ไม่แปลกหรอก นี่มันยุคไหนแล้ว” เมษาโพล่งออกมาตรงๆ

มีนาเงยหน้ามองน้องสาวฝาแฝดตัวเอง แล้วรีบแก้ก่อนเรื่องจะไปกันใหญ่

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะเม มีนยังไม่ได้...ซะหน่อย”

เมษาส่งยิ้มกว้างให้แสนรักทันที ก่อนจะนั่งลงอีกข้างหนึ่งของมีนา

“เมแค่หมายถึงการนั่งคุยกันแบบกระหนุงกระหนิงตามประสาแฟนต่างหากเล่า คิดลึกไปได้ ไม่ได้หมายความถึงเรื่อง...ซะหน่อย”

มีนามองหน้าเมษากับแสนรักซึ่งทำหน้าเหมือนสมใจกับอะไรบางอย่าง

“หน็อยแน่ สองคนนี่รวมหัวกันแกล้งเราเหรอ” แล้วทั้งสองคนที่โดนกล่าวหาก็ปล่อยหัวเราะฮาครืนดังๆ

“ก็มีนอยากทำท่าอึกอักนี่นา เราสองคนก็เลยต้องใช้แผนรีดความลับกันหน่อย” แสนรักพูดแบไต๋ ก่อนจะลื่นไหลตัวไปตามพื้น แล้วเริ่มทำโยคะตามปกติของเธอ

“ใช่ เอาละ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า มีนไปทำอะไรกับคุณกฤษจนถึงตีสี่ล่ะ” เมษาถามต่อ

“ก็...” มีนาถอนหายใจ ก่อนจะพูดว่า

“ก็เรื่องที่แสนฝัน”

“เอ๋ แค่แสนฝันร้ายเนี่ย ต้องปรึกษากันถึงตีสี่เลยเหรอ” เมษาถามอย่างไม่เชื่อ ขณะยื่นหน้าเข้ามาจ้องตามีนาใกล้ๆ อย่างคาดคั้น

“จ้ะ เรื่องมันยาวน่ะ เอ้อ แสน”

“ทำไมเหรอ” แสนรักถาม ขณะดันตัวเองขึ้นจากพื้นในท่างู

“คือว่า...” มีนาพูดตะกุกตะกัก ไม่รู้จะเริ่มเล่าเรื่องที่รู้มาอย่างไรดี แต่เสียงเรียกก็ดังขัดจังหวะเสียก่อน

“คุณหมอครับ! คุณหมอครับ!” เสียงลุงแหลมตะโกนเรียกดังมาจากข้างล่าง ทำให้แสนรักลุกขึ้นยืนแทบจะทันที

“มีอะไรคะลุงแหลม” หญิงสาวร้องถาม แต่เมื่อเห็นท่าทางกระหืดหระหอบของลุงแหม ก็ทำให้แสนรักก็ชักใจคอไม่ดี

“คุณหมออิศเรศให้มาตามคุณหมอแสนรักไปที่วอร์ดด่วนครับ” แหลมตอบ

ได้ยินเพียงเท่านั้น แสนรักก็รีบวิ่งแจ้นออกจากบ้านทันที จากบทสนทนาที่คุยเมื่อหลายวันก่อนในร้านกาแฟดังขึ้นในหัว

คุณไปเยี่ยมก้องครั้งสุดท้ายเมื่อไร

อาทิตย์ที่แล้วค่ะ ทำไมเหรอคะ

แล้วเรื่องก้องล่ะคะ ก้องเป็นอะไรเหรอคะ

เมื่อคืนอาการไม่ค่อยดี

คุณควรทำใจนะ

 

เสียงร้องไห้ดังมาจากในห้องผู้ป่วย ทำให้แสนรักชะงัก แล้วเปลี่ยนเป็นเดินช้าๆ เข้าไป ภาพแม่ของก้องร้องไห้ปานใจจะขาด ทำให้แสนรักก้าวถอยหลังพลางหลับตาลง แล้วเธอก็ชนเข้ากับใครบางคนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังเธอ

“แสนรัก” เสียงเรียกชื่อเธอ ทำให้หญิงสาวหันไปมอง ก็สบกับดวงตาที่แสนอ่อนโยนของคุณหมออิศเรศ

“ก้องยังเด็กมาก” แสนรักพึมพำขณะน้ำตาเอ่อคลอหน่วย

“ผมรู้” อิศเรศตอบรับเบาๆ

“ฉันยังเล่านิทานของแอนเดอร์สันให้เขาฟังไม่ครบเลย” แสนรักรำพึงเสียงครือเหมือนจะร้องไห้

“มานี่เถอะ” เสียงทุ้มเอ่ย พลางเอื้อมไปกุมข้อมือแสนรัก แล้วจูงเธอเดินออกจากห้องนั้นมาอยู่ตรงระเบียงของห้องพักแพทย์ จากนั้นหญิงสาวถูกกดบ่าให้นั่งลงบนเก้าอี้นั่ง

“ดื่มน้ำซะหน่อยนะ คุณวิ่งมานี่” อิศเรศพูดเสียงอ่อนโยน

แสนรักรับแก้วน้ำมาดื่มอย่างว่าง่าย

“คุณได้คุยกับแม่ของก้องหรือยังคะ”

หมออิศเรศพยักหน้า ก่อนจะนั่งลงข้างๆ แสนรัก “เรียบร้อยแล้ว”

แสนรักกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น

“คงเหมือนใจสลาย ลูกทั้งคนนี่เนอะ”

อิศเรศเอื้อมมือไปกุมมือเล็กที่กำไว้จนแน่น แล้วพูดปลอบ

“เขาไปสบายแล้วละ”

แสนรักเม้มปากแน่น และบอกตัวเองว่าต้องไม่ร้องไห้ แต่มันยากเหลือเกิน ในเมื่อน้ำตาเจ้ากรรมไหลรอต่อคิวจ่ออยู่ปริ่มขอบตาอย่างนี้

อิศเรศมองน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มของหญิงสาวเงียบๆ เขาทำงานมาหลายปี การที่คนไข้ตายไปต่อหน้า กลายเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว ยิ่งคนไข้ที่มาถึงมือเขาส่วนใหญ่ก็มักจะอาการหนักทั้งนั้นด้วย แต่แสนรักนี่สิเพิ่งเรียนจบใหม่ แถมเป็นหมอฟันอีกต่างหาก คงไม่ค่อยได้เห็นคนไข้ของตัวเองเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาด้วยซ้ำ

ยัยตัวจิ๋วของเขากำลังเผชิญกับชีวิตจริงเหมือนคนที่ทำงานในวิชาชีพนี้ทุกคน คนเป็นหมอเป็นพยาบาลต้องเจอกับเรื่องอย่างนี้ทั้งชีวิต ต้องเห็นคนไข้ของเราเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน และหมดลมหายใจอยู่แทบจะทุกวัน มันเจ็บปวด แต่เราก็ต้องอยู่ต่อ เพราะมีแต่พวกเราที่ช่วยผู้ป่วยได้ เราต้องอยู่ต่อไปเพื่อช่วยให้มีคนเจ็บป่วยน้อยลงสักคนก็ยังดี

“คุณพูดถูกนะ” แสนรักเห็นด้วย พลางกลั้นสะอื้น

“ความจริงก็โหดร้ายอย่างนี้แหละ...” แสนรักเอ่ยต่อ ชายหนุ่มเลยเข้าใจว่าแสนรักพูดถึงคำพูดของเขา

“ใช่” อิศเรศตอบ

ดวงตากลมโตที่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเลย หันมาสบตาเขา อิศเรศเห็นน้ำตาเอ่อคลอเต็มดวงตานั้น เขาจึงยกมือลูบหัวเธอเบาๆ แล้วภาพเหตุการณ์หนึ่งก็แวบเข้าในความทรงจำของแสนรัก

ยัยตัวจิ๋ว อย่าร้องไห้สิ แล้วก็ออกมาได้แล้ว เข้าไปหลบอยู่ใต้โต๊ะทำไมภาพเด็กหนุ่มก้มมองมาเธอ ซึ่งเป็นแค่เด็กหญิงแสนรักตัวนิดเดียว เธอร้องไห้น้ำตานองหน้าพลางส่ายหน้า

ไม่เอา เดี๋ยวโดนยายแสงตีอีก เสียงเล็กๆ ของเด็กหญิงตอบกลับมา เด็กหนุ่มขมวดคิ้วก่อนจะคลายออกแล้วพูดว่า

ไม่โดนหรอก ถ้ายายป้าปากมากนั่นมา พี่จะไล่ไปเอง ออกมาเถอะ

ไม่เอา ยายแสงบอกว่า ตอนนี้คุณแม่ใหญ่ไปงานกับคุณย่าจิตร ไม่มีใครช่วยแสนได้แล้ว ฮือๆๆ

เสียงร้องไห้ของเด็กหญิงแสนรักดังขึ้นอีกรอบ จนเด็กหนุ่มคนนั้นต้องมุดเข้ามาอยู่ใต้โต๊ะด้วยกัน เขาดึงตัวเด็กหญิงมานั่งบนตัก แล้วกอดเธอไว้หลวมๆ

พี่ช่วยแสนได้ รับรองยายป้าปากมากนั่นทำอะไรแสนไม่ได้หรอก

จริงนะ เสียงเล็กๆ นั่นถามขึ้นขณะแหงนหน้ามามอง

แน่นอน เด็กหนุ่มตอบพร้อมกับลูบหัวแสนรักปลอบอย่างอ่อนโยน...เหมือนตอนนี้เลย

“แสนรัก แสนรัก!” อิศเรศร้องเรียกเมื่อแสนรักนั่งมองเหม่อเงียบอยู่นาน ทำให้แสนรักได้สติ

“เอ่อ...คะ?” แสนรักสะดุ้งแล้วขานรับ พลางขยับตัวถอยห่างไปเล็กน้อย เพื่อหนีสัมผัสอบอุ่นที่เกิดขึ้น

นี่ เราเป็นบ้าไปแล้วหรือไง จู่ๆ ก็เห็นภาพอะไรโผล่ขึ้นมาในห้วงความคิดเฉยเลย โอ๊ย! ปวดหัวอีกแล้วสิแสนรักคิด พลางนิ่วหน้า จู่ๆ ก็เกิดอาการเจ็บจิ๊ดๆ ขึ้นในที่หัว

“เป็นอะไรหรือเปล่า” อิศเรศถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แสนรักรีบส่ายหน้าน้อยๆ

“เปล่าค่ะ งั้นฉันขอตัวไปคุยกับแม่ของก้องหน่อยนะ ว่าจะตั้งศพที่ไหน จะได้ไปร่วมงานถูก” พูดจบแสนรักก็รีบลุกเดินเข้าไปในห้องทันที

“ผมรอคำตอบอยู่นะ” เสียงทุ้มพูดไล่หลังหญิงสาวไป ทำให้แสนรักชะงักเท้า แล้วหันมามองหน้าคนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม แต่สายตาของเขากลับมองตรงมาที่เธออย่างรอคอย

“ฉันก็กำลังหาคำตอบอยู่ค่ะ คุณอย่าเป็นคนแก่ใจร้อนไปหน่อยเลย มันน่าเกลียด”

น้ำเสียงที่พูดเน้นตรงคำว่า น่าเกลียด ทำให้อิศเรศหัวเราะเบาๆ  ผลที่เขาได้รับเป็นรางวัลจากหญิงสาวก็คือ เสียงกระทืบเท้าแรงๆ อย่างขัดใจอยู่สองสามที

 ช่วยไม่ได้ ก็คนแก่คนนี้รอยัยตัวจิ๋วอย่างเธอมาตั้งนานแล้ว ไม่ให้ใจร้อนได้ไง

นานมาแล้วที่เขารู้หัวใจตัวเอง และนับตั้งแต่วันนั้น ก็ไม่มีสักวันที่เขาไม่รอคอยให้ยัยตัวจิ๋วของเขากลับคืนมา

คุณอิศรักยัยแสนของน้า ใช่ไหมคะ ผู้หญิงที่กุมหัวใจพ่อของเขาถามเมื่อนานมาแล้ว

คุณอิศน้าขอบคุณที่ช่วยแสนไว้ ถ้าน้าต้องเสียแสนรักไป น้าก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง เสียงนั้นยังคงพูดต่อ

น้ารู้ว่าคุณอาจไม่ชอบน้าเท่าไร แต่น้าอยากบอกคุณว่า น้ากับพี่อัค คุณพ่อของคุณไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ ตอนนี้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น

ครับ ผมทราบ อิศเรศตอบโดยไม่มองตาคนพูด

คุณอิศ เสียงอ่อนหวานนั่นเรียกเขา ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาคุณกฤษติณี

ครับ

คุณเพิ่งอายุสิบเก้าเท่านั้น อาจจะเด็กไปสำหรับผู้ใหญ่หลายคน แต่สำหรับน้าเชื่อ ว่าอายุสิบเก้าก็รักใครอย่างจริงจังได้แล้วละ น้าฝากแสนรักด้วยนะคุณอิศ อิศเรศมองคุณกฤษตินีอย่างสงสัย มีพ่อแม่ที่ไหนบ้างมาฝากลูกสาวที่เพิ่งอายุแค่เจ็ดขวบให้ผู้ชายดูแลน่ะ

คุณเป็นคนเข้มแข็ง แล้วก็อ่อนโยน แสนจะรักคุณแน่ แม้ตอนนี้เด็กคนนั้นอาจจำคุณไม่ได้ก็ตาม คุณจะรอเธอซักหน่อยได้ไหมคะ

คุณน้ามาพูดอย่างนี้จะดีเหรอครับ ผมเพิ่งย่างเข้าสู่วัยรุ่น ผมอาจเจอผู้หญิงที่ผมรักจริงๆ เมื่อไรก็ได้ อิศเรศสะใจที่ได้พูดอย่างนั้น ด้วยวัยของเขาตอนนั้นก็อดโทษกฤษติณีไม่ได้ ว่าเธอคือสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้แม่ของเขาตรอมใจจนตาย

ไม่จริงหรอก คุณมีหลายอย่างเหมือนพี่อัค สิ่งเดียวที่คุณเหมือนน้องแดงที่สุด นั่นก็คือหัวใจดวงนี้ของคุณ ที่รักคนคนเดียวไปตลอดชีวิต แม้คนคนนั้นจะไม่รักคุณ คุณก็ไม่สนใจใคร

คุณน้ารู้ได้ยังไง ว่าคนคนเดียวนั้นจะเป็น...ยัยตัว...เอ้อ แสนรัก อิศเรศจำได้ว่าเห็นคุณน้าณียิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ปลาบปลื้มพอใจกับอะไรบางอย่างมากๆ

ก็เพราะคุณเจอแสนรักแล้วน่ะสิคะ อิศเรศจ้องนัยน์ตาของคนที่สูงวัยกว่า ก่อนจะถอนหายใจ

ผมว่าคุณน้าพักเรื่องนี้ไว้ก่อนดีไหมครับ แสนรักจำผมไม่ได้แล้ว อีกหน่อยเขาก็อาจจะไปรักคนอื่นก็ได้

ทำให้แสน รักคุณอิศอีกครั้งสิคะ ทำให้เขารักคุณ แบบที่ผู้หญิงรักผู้ชาย ทำให้เขาเป็นแสนรักของคุณอิศคนเดียวสิคะ

“เฮ้อ! มันเป็นงานทรมานหัวใจผมไม่น้อยเลยนะครับ คุณน้าณี” อิศเรศรำพึงกับตัวเอง ทั้งที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม แม้แสนรักจะเดินลับเข้าไปในห้องผู้ป่วยแล้วก็ตาม แล้วชายหนุ่มปรับสีหน้าให้เป็นปกติ จากนั้นก็ลุกเดินตามร่างบางไปเช่นกัน

 

เมฆฝนเคลื่อนคล้อยมืดทะมึนมาอย่างรวดเร็ว ตอนที่แสนรักกระโดดขึ้นบนท่าน้ำหน้าสวนของเอื้อมบุญ

“ลุงแช่มกลับไปก่อนนะคะ เดี๋ยวขากลับแสนจะขอเรือคุณเอื้อมมาส่งเองค่ะ”

“ครับ คุณแสน” ลุงแช่มรับคำ แล้วพายเรือกลับไปยังท่าน้ำของบ้านริมชล

แสนรักเงยหน้ามองฟ้า ก่อนจะรีบวิ่งไปตามทาง แต่ดูเหมือนฟ้าจะใจร้อนกว่า ปล่อยน้ำฝนพร่างพรมลงมาอย่างหนักเสียก่อน

“โอ๊ย! ให้ตายเถอะ มาตกอะไรตอนนี้เนี่ย ขอเดินไปถึงบ้านก่อนก็ไม่ได้ แสนรักวิ่งมาถึงประตูหลังบ้าน มองผ่านกระจกหน้าต่างห้องครัวเข้าไปก็เห็นในครัวว่างเปล่าไร้ผู้คน

“ตายละ  คุณเอื้อมไปไหนละเนี่ย” แสนรักเลยวิ่งลัดเลาะไปทางประตูหน้า พลางยกมือเสยผมที่เปียกฝนจนโชก

“ประตูหน้าก็ปิด คุณเอื้อมไม่อยู่บ้านเหรอ” แสนรักคิด พลางยกมือเคาะประตู ฝนเริ่มตกหนักขึ้นทุกที แสงสายฟ้าก็สว่างวาบจากฟากฟ้าพาดผ่านลงม ทำให้แสนรักรีบยกมือปิดหูทันที

เปรี้ยง!

แสนรักหลับตาปี๋แล้วหวีดร้องเสียงดัง เรื่องอะไรก็ไม่กลัวหรอก แต่ฟ้าผ่าเนี่ย โตแค่ไหนเธอก็ยังกลัวไม่หายเสียที ซึ่งมันก็เป็นผลดีอยู่บ้าง เพราะเสียงกรี๊ดสุดเสียงของเธอ ทำให้คุณเอื้อมบุญรู้ว่าเธออยู่หน้าประตู

“ตายแล้ว หนูแสน เข้ามาเร็วๆ จ้ะ ดูสิ เปียกปอนหมดเลย” เสียงเอื้อมบุญร้องอย่างตกใจ แสนรักจึงรีบวิ่งเข้าบ้านทันที

“ก็แสนเดินมาดีๆ ฝนมันก็เทลงเลยน่ะสิคะ แถมฟ้ายังผ่าเสียงดังลั่นด้วย”

เอื้อมบุญพยักหน้ารับรู้ แล้วสั่งให้อ้อมพรพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะจำได้ว่าแสนรักเคยลืมเสื้อผ้าไว้เมื่อคราวก่อนชุดหนึ่ง แต่อ้อมพรหาจนทั่วบ้านก็ไม่เจอ สุดท้ายแสนรักก็ต้องจำใจสวมเสื้อเชิ้ตของคุณหมออิศเรศเหมือนคราวที่แล้ว

 “แหม คุณอิศนี่ไม่น่าเหลวไหลเลยจริงๆ ป้าบอกให้เอาไปคืนหนูแสนแล้วแท้ๆ นี่คงรีบไปตรวจคนไข้จนลืมเอาไปวางทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ” เอื้อมบุญบ่นกระปอดกระแปด พลางปอกละมุดใส่จานไปด้วย

คงไม่ได้ทิ้งไว้ที่ไหนหรอก รับรองได้ว่าอีตาหมอโรคจิตนั่นต้องเก็บไว้ในตู้โชว์ในห้องลับแน่ๆ แสนรักแอบค่อนในใจ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

“คุณเอื้อมต้องสลักละมุดให้เป็นรูปดอกไม้ทุกครั้งเลยเหรอคะ แสนว่าผ่าซีกแบบธรรมดาก็น่าจะกินได้แล้ว แค่เอาเข้าปากเอง”

“อย่างนั้นก็ได้จ้ะ แต่แบบนี้จะได้สวยๆ ไงจ๊ะ แสนลองชิมไหม หวานกรอบมากเลยนะ” แสนรักพยักหน้า พลางหยิบละมุดที่คุณเอื้อมแกะสลักเป็นรูปดอกไม้เข้าปาก

“อื้อ หวานกรอบจริงๆ ด้วยค่ะ อร่อยจัง” เอื้อมบุญหัวเราะ

“อ้อม เอาละมุดนี่ไปแช่เย็นไป เดี๋ยวคุณอิศกลับมาก็อย่าลืมยกไปให้ด้วยนะ” เอื้อมบุญสั่ง และเริ่มทำล้างมีด

“แสนมาหาป้า มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” แสนรักยืดตัวตรงในมือยังมีละมุดเหลือครึ่งชิ้น แล้วตอบว่า

“แสนอยากถามเรื่องตอนเด็กๆ น่ะค่ะ”

“เรื่องตอนเด็กๆ เหรอจ๊ะ เรื่องอะไรล่ะจ๊ะ” คุณเอื้อมถาม พลางยื่นมือไปดึงตะกร้าผ้าที่เย็บค้างไว้มาใกล้ตัว

“ตอนเด็กๆ แสนเคยจมน้ำเพราะคุณสันใช่ไหมคะ”

เอื้อมบุญชะงักมือที่กำลังจะสนเข็มเย็บผ้า แล้วมองหน้าคนที่อายุอ่อนกว่า

“จ้ะ” ผู้สูงวัยตอบ ก่อนจะปักเข็มไว้บนหมอนปักเข็ม แล้วเอื้อมมือไปลูบหัวแสนรักอย่างอ่อนโยน

“อย่าโกรธพ่อเขาเลยนะแสน”

“แสนไม่ได้โกรธคุณสันหรอกค่ะ คุณเอื้อม เพียงแต่แสนอยากรู้ว่า ตอนคุณสันโยนแสนลงไปในน้ำ แล้วมีคนช่วยแสนไว้ คนคนนั้นเป็นใครเหรอคะ” เอื้อมบุญยิ้มน้อยๆ

“แล้วแสนคิดว่าเป็นใครล่ะจ๊ะ” แสนรักส่ายหน้าเหมือนจะบอกว่าไม่รู้

“มันมีภาพแวบๆ เข้ามาแบบขาดๆ หายๆ นะค่ะ แสนพยายามนึกยังไงก็ยังนึกหน้าคนที่ช่วยแสนไม่ออกสักที แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่คุณกฤษ เพราะแสนไม่เคยเรียกคุณกฤษว่า พี่ชาย อาจมีเรียกบ้างเป็นครั้งคราว แต่ความรู้สึกของแสนบอกว่า แสนใช้คำนั้นเรียกคนอื่น ที่ไม่ใช่คุณกฤษน่ะค่ะ” เอื้อมบุญเริ่มสนเข็มต่อ แล้วพูดว่า

“ในห้องสมุดมีอัลบั้มรูปเก่าๆ เก็บไว้ แสนลองไปหามาดูไหมจ๊ะ บางทีอาจได้คำตอบก็ได้นะ” แสนรักมองหน้าเอื้อมบุญ ก่อนจะหันไปมองประตูห้องสมุด

“ถ้าแสนเข้าไปใช้ห้องสมุด คุณหมออิศจะไม่โกรธเอาเหรอคะ” แสนรักถามหยั่งเชิงดู

เอื้อมบุญส่งยิ้มอ่อนๆ มาให้แสนรัก

“ไม่หรอกค่ะ เข้าประตูไปสวิตช์ไฟอยู่ทางขวามือนะคะ แล้วอัลบั้มรูปเก็บไว้ที่ชั้นลอย ด้านหลังโต๊ะทำงานของคุณอิศน่ะค่ะ” เอื้อมบุญตำแหน่งสำคัญๆ ที่จำเป็นให้

แสนรักพยักหน้ารับ ก่อนจะลุกเดินไปที่ห้องนั้น

ห้องสมุดมืดมาก เพราะฝนตกเลยไม่มีแสงจากภายนอกส่องเข้ามาช่วย แสนรักคลำมือหาสวิตช์ไฟ ก่อนจะเปิดมัน แล้วเธอก็เดินผ่านชั้นหนังสือมากมายไปทีละชั้น

คุณหมออัครินทร์เป็นถึงศาตราจารย์ ไม่แปลกเลยที่ท่านจะมีหนังสือมากมายขนาดนี้ แถมลูกชายคนเดียวของท่าน ยังเป็นถึงด็อกเตอร์อีก ทำให้หนังสือส่วนใหญ่ในห้องสมุดนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับการแพทย์ รายงานวิจัย และวิทยานิพนธ์ แต่ก็มีบางชั้นเหมือนกันที่เป็นพวกหนังสือทั่วไป และที่ไม่น่าเชื่อก็คือ ในห้องสมุดนี้มีชั้นสำหรับหนังสือนิยายด้วย! เป็นชั้นซึ่งอยู่ติดกับบันไดทางขึ้นชั้นลอยพอดี

“คุณเอื้อมบอกว่าอัลบัมรูปเก็บอยู่บนชั้นลอย” แสนรักพึมพำ แล้วก้าวขึ้นบันไดไปบนชั้นลอยทีละขั้น ก่อนที่จะมาหยุดที่ชั้นหนังสือหลังโต๊ทำงานของคุณหมออิศเรศ

“เยอะซะขนาดนี้ ใครจะรู้ล่ะ ว่ามันอยู่เล่มไหนน่ะ” แสนรักบ่นพึม หลังจากมองหาอยู่หลายนาทีแล้วก็ไม่เจอ สุดท้ายก็เลยหยิบเล่มที่อยู่ตรงหน้ามาเปิดดูแทน แต่เพราะอัลบัมมีขนาดใหญ่และหนัก แสนรักเลยถือมานั่งดูที่โซฟา เพื่อเปิดดูได้ง่ายขึ้น หญิงสาวเปิดหน้าอัลบัมเร็วๆ จนรูปเก่าๆ ใบหนึ่งหลุดออกมา

“อุ๊ย ตายแล้ว ปลิวไปไหนละเนี่ย” แสนรักอุทาน แล้วรีบวางอัลบัมลง พลางก้มมองหาบนพื้น

“อยู่ไหนน้า อ้า อยู่นั่นไง”

แสนรักดีใจที่รูปไม่หาย แต่รูปเจ้ากรรมดันปลิวไปอยู่ใต้โต๊ะทำงานของคุณหมออิศเรศเสียนี่ หญิงสาวก็เลยต้องมุดหัวเข้าไปใต้โต๊ะ และพยายามเอื้อมมือเข้าไปหยิบรูป

“ทำไมเอื้อมไม่ถึงซะทีน้า อึ๊บ!” แสนรักยืดตัวไปสุดเอื้อม แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเสียงทุ้มของเจ้าของห้องดังขึ้น

“ทำอะไรอยู่น่ะ แสนรัก”

“ว้าย! โอ๊ย!” แสนรักร้องลั่น โชคดีที่คว้ารูปใบนั้นได้ แต่ก็ต้องเจ็บตัวเพราะเสียงทัก ที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นมา ทำให้ตกใจจนเผลอผงกศีรษะขึ้น ลืมไปว่ากำลังมุดหัวอยู่ใต้โต๊ะ เลยกระแทกโต๊ะเข้าเต็มเปา

“โอ๊ย!” แสนรักร้องถอยตัวออกมาจนศีรษะพ้นจากใต้โต๊ะได้สำเร็จ เธอนั่งพับเพียบกับพื้นพร้อมกับคลำหัวป้อยๆ ก่อนจะถูกดึงให้ลุกขึ้นด้วยวงแขนแข็งแรงของใครบางคน

“เป็นยังไงบ้าง ไหนมาดูซิ” เสียงเข้มถามอย่างเป็นห่วง ไม่ต้องมองก็รู้ ว่าเจ้าของเสียงทำสีหน้ายังไง

“หัวโนเลย ทำไมถึงได้ซุ่มซ่ามอย่างนี้นะ แสนรัก” เสียงนั่นยังบ่นต่อเบาๆ แสนรักเลยปัดมือที่ลูบหัวเธอเบาๆ ให้พ้นไป

“ก็ใครล่ะ จู่ๆ ก็ส่งเสียงดัง ตกใจหมด” แสนรักพูด ขณะถอยห่างจากชายหนุ่ม

“ก็นึกว่าแมวที่ไหนมาทำเสียงกุกกักๆ บนนี้ จึงขึ้นมาดู เลยเห็นแมวตัวโตมุดหัวหายเข้าไปใต้โต๊ะ ก็อดทักไม่ได้น่ะสิ”

แสนรักหน้ามุ่ย ก่อนจะชูของในมือเธอให้เขาดู

“ก็รูปเจ้ากรรมนี่น่ะสิ ดันหลุดออกแล้วปลิวเข้าไปในนั้น”

“รูป? รูปอะไร”

“ก็...” แสนรักอ้าปากค้าง เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอถือวิสาสะเข้ามาในที่ส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

อูย ตายละ เรากำลังสืบเรื่องของเขาอยู่นี่นา โธ่เอ๊ย!แสนรัก เพิ่งจะเร่มก็โดนจับได้เสียละ

“ก็อะไร”

เขาคงถามไปอย่างนั้นละมั้ง คงรู้แล้วละว่าเธอมาทำอะไรในนี้

“เปล่า” แสนรักเลือกที่จะปฏิเสธ พร้อมกับหันหลังให้เจ้าของห้อง แสร้งทำเป็นติดรูปกลับที่เดิม

“นึกอะไรออกแล้วหรือไง” อิศเรศพูดต่อขณะที่นั่งลงบนโซฟา แถมยกขาขึ้นไขว่ห้างมองเธอนิ่ง แสนรักเลยทำหน้าเคร่งเครียดแล้วตอบว่า

“ยัง”

อิศเรศมองเด็กโกหกที่ใส่เสื้อเชิ้ตของเขาอยู่อย่างเอ็นดู และนึกขอบคุณฝน ที่ทำให้หญิงสาวได้อยู่ในอ้อมกอดเขาอีกครั้ง แม้จะเป็นแค่เสื้อผ้าของเขาก็เถอะ หากได้เห็นภาพแบบนี้ทุกวัน ก็คุ้มกับการรอคอยนะ

“คุณยิ้มอะไร” แสนรักถามอย่างไม่สบอารมณ์ เริ่มร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นทุกทีแล้วสิ ก็อีตาแก่นี่เล่นมองเธอด้วยสายตาแบบนี้น่ะสิ

“ก็แค่ยิ้ม คุณจะสนใจทำไม”

“แต่คุณมองฉัน แล้วก็ยิ้มแบบมีเลศนัยด้วย ฉันก็ต้องอยากรู้สิ คุณคิดเรื่องอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ไม่น่าไว้ใจ” แสนรักเถียง ทำให้อิศเรศลุกขึ้นยืน แล้วเดินมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว

“ผมก็แค่คิดว่า...เสื้อที่คุณใส่อยู่...มันสวยดี”

แสนรักอ้าปากค้าง อยากจะเถียงแต่พอก้มมองเสื้อที่ใส่อยู่ก็งับปากฉับทันที

“ก็ฝนมันดันตกลงมาพอดี แล้ว...แล้วคุณก็เอาเสื้อของฉันไปซ่อนอยู่ที่ไหนไม่รู้ คุณเอื้อมเลยเอาเสื้อตัวนี้มาให้ฉันใส่ ไม่ได้อยากใส่เสื้อของคุณเสียหน่อย” แสนรักแก้ตัวยาว ทำให้อิศเรศยกมุมปากขึ้นมากกว่าเดิม

“ผมยินดีให้เสื้อคุณทั้งตู้เลยแสนรัก ขอแค่คุณ...” อิศเรศพูดค้างไว้ แล้วขยับตัวเข้าใกล้แสนรักอีกนิด หญิงสาวจะขยับตัวหนีก็ไม่ได้ เพราะติดโต๊ะทำงาน

มือหนาสอดเข้าไปโอบเอวบาง แล้วรั้งร่างเธอเข้ามาแนบชิดเขาด้วยอากัปกิริยาที่นุ่มนวลและอ่อนโยนเสียจนแสนรักไม่คิดจะขัดขวางเขา จึงปล่อยให้เขารั้งเธอเข้าสู่อ้อมกอดของเขาอย่างง่ายดาย

แววตาคมเข้มของอิศเรศสบกับดวงตากลมโตของแสนรัก ชายหนุ่มตะกองกอดหญิงสาวไว้นิ่ง เหมือนรอดูปฏิกิริยา ว่าแสนรักจะปฏิเสธสัมผัสของเขาหรือไม่ เมื่อหญิงสาวไม่ต่อต้านหรือขัดขวางสัมผัสของเขา ชายหนุ่มจึงค่อยๆ โน้มใบหน้าลงแนบชิดกับหน้าเธอ

แสนรักยกมือเหมือนจะผลักชายหนุ่มออกห่าง เมื่อริมฝีปากของคุณหมอขวัญใจสาวๆ ทั้งโรงพยาบาลแนบชิดกับริมฝีปากเธอ แต่เสียงหัวใจที่เต้นดังรัวกลอง กับความอุ่นวาบในท้องที่เกิดรับสัมผัสของเขาทันที ก็ทำให้แสนรักชะงักมือไว้ แค่วางบนอกเขาเท่านั้น

...แสนจะรู้ด้วยหัวใจของแสน รู้ด้วยร่างกายของแสน... เสียงคุณแม่ใหญ่ดังขึ้นในหัว

แบบนี้หรือเปล่า ที่คุณแม่ใหญ่บอก ว่าเราจะรับรู้ด้วยหัวใจและร่างกายของเราแสนรักถามตัวเอง แล้วเผยอปากให้ชายหนุ่มรุกล้ำเข้ามาลิ้มรสความหวานของเธอ

หลังจากจูบกับผู้ชายคนนี้มาสามครั้ง แสนรักก็พบว่าเธอชอบสัมผัสของเขา มันอบอุ่น อ่อนโยน และชวนให้หัวใจวาบหวามแปลกๆ อ้อมกอดของเขาก็อบอุ่นไม่แพ้กัน เธอคงหลับสบายในอ้อมกอดนี้ได้โดยไม่ฝันร้ายถึงภาพคุณคมสันที่กำลังบีบคอเธออีก

“ผมยินดีให้เสื้อคุณทั้งตู้เลยแสนรัก ขอแค่คุณ...อยู่ในอ้อมกอดผมทุกคืนเท่านั้น” อิศเรศกระซิบที่ข้างหูแสนรัก ทำให้หญิงสาวซบหน้านิ่งกับไหล่เขา เพราะยังมึนงงกับความหวานที่ชายหนุ่มเพิ่งมอบให้

ตาบ้า เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แค่จูบกันสามครั้งเนี่ย ถึงขั้นมาขอนอนกอดเราทุกคืนเลยหรือไงยะ แสนรักคิด แต่ยังไม่ทันจะตอบ แขกที่ไม่ได้รับเชิญก็เดินขึ้นมาบนชั้นลอย พอดีกับที่แสนรักขยับศีรษะจากอกของคุณหมออิศเรศพอดี

“ทำอะไรกันน่ะ!

เอาละสิ ซวยแล้ว แสนรัก

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คนเขาจะหวานก็มีมารเข้ามาแทรกเน๊าะ แย่จริงๆ เชียว

(วีควรว่าตัวเองก่อนว่าตัวละครหรือเปล่านะ 555)


 

Post Comment

Statistic

Date posted: 3 years ago.
Date modified: 2 years ago.
Overall Viewed: 6,844 times
Monthly Viewed: 53 times
Rated: 0 times
Favorited: 0 times
Commented: 0 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.