ความรักของแสนรัก (Re-Write version)

ตอนที่ 2 ผู้ชายกับสตอเบอร์รี่ชีสเค้ก

สวัสดีวันศุกร์ค่ะ

 

ขอบคุณสำหรับการตอบรับคุณหมอแสนรักที่อบอุ่นนะคะ

วีดีใจที่ทุกคนชอบและยังไม่ลืมคุณหมอคนสวยคนนี้

ตอนที่วีเริ่มเขียนเรื่องนี้เมื่อสิบปีที่แล้ว

ตอนนั้นวีเพิ่งเรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 เท่านั้น

พอกลับมานั่งแก้ไขงานตัวเองอีกครั้ง

 

มันก็ทำให้วีนึกถึงภาพตัวเองตอนเป็น น้องใหม่ อีกครั้ง

ตอนนี้นักอ่านหลายคนก็คงกำลังจะได้ไปเป็นน้องใหม่เหมือนกันใช่ไหมคะ

งั้นวีก็ขออววยพรให้น้องใหม่ทุกคนมีช่วงเวลาดีๆ

เหมือนที่วีเองก็มีช่วงเวลาที่ดี จนได้เริ่มต้นเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ

 

รักคนอ่านเสมอ

veerandah

 

Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Line: veerandah

Instargram: veerandah

Email: veerandah@gmail.com


 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 2 ผู้ชายกับสตอเบอร์รี่ชีสเค้ก

 

กรุ๊งกริ๊ง~ กรุ๊งกริ๊ง~

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ ศิรินตะโกนต้อนรับลูกค้าอย่างแข็งขันทำให้หญิงสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้านส่งยิ้มให้กับศิรินอย่างอบอุ่นทำเอาศิรินอึ้งไปพักใหญ่

โห สวยชะมัด ใครเนี่ยไม่เคยเห็นหน้าเลย

 “กี่ที่คะ พอรู้สึกตัวได้ ศิรินก็เริ่มทำหน้าที่ของเธอทันที

 สองที่ค่ะ หญิงสาวเจ้าของคำชมตอบกลับมาตอบกลับมาอย่างใจดี ศิรินเลยผายมือออก เชิญแขกของร้านไปยังโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลทางเข้านัก และเมื่อแขกของเธอนั่งลง ศิรินก็รีบยื่นเมนูให้ทันที

รับอะไรดีคะ พูดจบศิรินก็ลอบมองคนที่นั่งอยู่อย่างตั้งใจ

สวยจริงๆ นะแหละ เกิดมายังไม่เคยเห็นใครสวยเท่านั้นมาก่อนเลย ใครกันนะ อำเภอเราไม่ค่อยมีคนแปลกหน้าด้วยสิ หรือว่านี่เป็นคุณหมอคนใหม่อย่างที่เขาลือกันนะ ต้องใช่แน่ๆ เลย หูย พี่ภรแพ้ขาดเลยนะเนี่ย

ศิรินคิดเปรียบเทียบหญิงสาวตรงหน้ากับพี่สาวของเธอขณะลอบมองลูกค้าสาวไปด้วยจนไม่ได้ยินว่าลูกค้าคนสวยเรียกเธอหลายครั้งแล้ว

น้องคะ? น้องคะ? คนถูกเรียกสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะก้มหัวขอโทษลูกค้าคนสวยทันที

ขอโทษค่ะ จะรับอะไรดีคะ เธอคนนั้นยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะตอบกลับมาว่า

มีอะไรแนะนำไหมจ๊ะ ศิรินยืนนิ่งอยู่ครู่ก่อนเหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูดแล้วรายงานไปตามที่คิดเอาไว้

มีหลายอย่างเลยค่ะ ถ้าเป็นอาหารคาวรินของแนะนำนี่เลยค่ะ แกงส้มชะอมทอดไข่ ต้มยำปลากระพง แล้ววันนี้เรามีรายการพิเศษเป็น ต้มจืดฟักกระดูกหมูตุ๋น ด้วยนะคะ แสนรักมองพนักงานสาวที่รายงานอาหารออกมาแต่ละอย่างอย่างคล่องแคล่วอย่างชื่นชม

ทำเยอะเหมือนกันนะเนี่ย นึกว่าขายแต่กาแฟซะอีก เห็นขึ้นป้ายว่าเป็นคอฟฟี้ช็อป

ส่วนใหญ่จะเป็นกาแฟค่ะ แต่ก็มีอาหารและเครื่องดื่มอย่างอื่นด้วยค่ะ ไม่ทราบว่าอยากจะรับอะไรดีคะ ศิรินตอบอย่างฉะฉาน ในขณะที่แสนรักก้มลงมองเมนูอีกครั้ง แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับศิรินที่กำลังจ้องเธออยู่เข้าอย่างจังอีกครั้งจนเธออดถามขึ้นไม่ได้ว่า

มีอะไรเหรอจ๊ะ หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือเปล่า

ปะ...เปล่าค่ะ คือ พี่สวยจังเลยค่ะ รินไม่เคยเห็นหน้าพี่มากก่อน พี่มาเที่ยวที่อำเภอเราเหรอคะ

ขอบใจจ้ะ พี่ไม่ได้มาเที่ยวหรอก มาทำงานจ้ะ ศิรินได้ยินดงันั้นก็ทำตาโตทันที

“’งั้นพี่คือคุณหมอที่มาใหม่ใช่ไหมคะ?? แสนรักมองหน้าพนักงานสาวอย่างแปลกใจ

ใช่จ้ะ แล้วน้องรู้ได้ยังไงล่ะ พอเจอคำถามแบบนี้ทำเอาคนถูกถามนิ่งไปเหมือนกัน

เอ่อ...แหะ แหะ...คือ...คือ บ้านเราไม่ค่อยมีคนมาใหม่นี่คะ พอมีใครมาใหม่สักคนก็รู้กันทั่ว แต่คราวนี้มาตั้งสามแถมยัง...

มีข่าวลือมาตั้งเยอะว่าหนึ่งในคนที่มาเป็นแฟนคุณหมอคมกฤษขวัญใจสาวๆ ทั้งอำเภออยู่ด้วยน่ะสิ ศิรินต่อคำพูดที่อยากจะพูดออกไปใจจะขาดแต่ก็พูดไม่ได้ทำให้แสนรักอดถามต่อไม่ได้ว่า

แถมยังอะไรจ๊ะ??? แสนมองหน้าพนักงานเสริฟที่กำลังหาคำตอบอย่างขำๆ

สงสัยที่นี่ข่าวลือจะเยอะนะ แต่ก็อย่างว่าแหละ โรงพยาบาลก็เป็นแหล่งรวมข่าวลืออยู่แล้วนี่นา แสนรักคิดอย่างไม่ใส่ใจนัก

เอ่อ...คือก็ แถมยัง...เป็นหมอฟันทั้งสามคนเลยน่ะสิคะ พูดเสร็จศิรินก็ก้มหน้าอย่างอายๆ เพราะไม่รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะเชื่อที่เธอพูดออกไปหรือไม่

อ๋อ คงไม่คิดว่าจะมากันเยอะขนาดนี้สินะ พอดีโชคดีนะจ้ะ เลยได้มาพร้อมกันตั้งสามคน น้อง.... แสนรักเว้นวรรคเหมือนกำลังนึกชื่อเด็กสาวทำให้ศิรินรีบตอบว่า

ศิรินค่ะ หนูชื่อศิริน เรียกหนูว่า ริน เฉยๆ ก็ได้ค่ะ รินอยากเป็นหมอฟันมากเลยค่ะ ทำยังไงถึงจะเป็นหมอฟันเก่งๆ ได้เหรอคะ?? แสนรักมองศิรินอย่างเอ็นดู 

ก็ต้องขยันๆ ล่ะนะ อดทนแล้วก็อย่าท้อไปซะก่อนเพราะมันเรียนหนักมาก ศิรินพยักหน้าแรงๆ เห็นอย่างนั้นแสนรักก็ยิ่งยิ้มกับความใสซื่อของเด็กสาว

แต่ไม่รู้รินจะเรียนตามเพื่อนทันหรือเปล่าค่ะ เพราะรินหยุดเรียนไปมาปีนึง คือ...ต้องมาช่วยงานที่ร้านนี้น่ะค่ะเลยต้องหยุดเรียนไว้ก่อนนะค่ะ เสียงที่พูดออกมาเหมือนแอบเสียใจหน่อยๆ ทำให้แสนรักเอ่ยให้กำลังใจว่า

ไม่เป็นไรหรอกคนอื่นเขาหยุดเรียนตั้งสองสามปียังเรียนได้เลย ศิรินทำตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ

จริงเหรอคะ??

จริงจ้ะ เอาล่ะพี่สั่งข้าวได้หรือยังจ๊ะ

ค่ะ ค่ะ ศิรินพยักหน้าแรงๆ อีกหลายครั้งแล้วรีบยกกระดาษขึ้นจดทันที

งั้นเอาแกงส้มชะอมทอดไข่ ไข่เจียวหมูสับ แล้วก็ต้มฟักกระดูกหมูตุ๋น ข้าวเปล่าโถนึงจ้ะ ศิรินรับจดเมนูอย่างเร่งด่วน ก่อนจะเงยหน้าถามต่อด้วยความเคยชินว่า

แล้วจะรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ

ขอเป็นน้ำมะพร้าวปั่นใส่นมแก้วนึงก่อนแล้วกัน ศิรินจดต่อก่อนจะทวนรายการอาหารที่สั่งแล้วแต่ก่อนจะเดินจากไปก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น

เอ่อ รินยังไม่รู้จักชื่อพี่เลยค่ะ

แสนรักจ้ะ เรียก พี่แสน ก็ได้ ส่วนพี่อีกสองคนเขาจะตามมาทีหลังชื่อพี่มีน...มีนากับพี่เม...เมษา แสนรักตอบอย่างใจดี ทำให้ศิรินยิ้มจนตาหยีด้วยความดีใจแล้วก็ขอตัวเดินเอาบิลไปส่งที่ห้องครัวซึ่งอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์

เสียงตะหลิวเคาะกับกะทะดังไปทั่วห้องครัวของร้านตอนที่ศิรินเดินไปวางบิลที่โต๊ะ แล้วก็หันไปทางแม่ครัวที่กำลังตักผัดผักลงใส่จาน

แม่! คุณหมอคนใหม่สวยมากเลยนะ สวยอย่างกับนางฟ้าแนะ สวยกว่าพี่ภรอีกแม่ หญิงวัยกลางคนวางกะทะลงที่เตาก่อนจะหันมาพูดกับลูกสาวคนเล็ก

จริงเหรอวะ ใช่คนที่เขาว่าเป็นแฟนคุณหมอกฤษหรือเปล่า ศิรินส่ายหน้าแรงๆ จนปอยผมที่ห้อยเป็นหางม้าสะบัดไปมา

ไม่รู้สิแม่ แต่สวยมากเลยนะ อาจจะใช่ก็ได้ แถมยังใจดีด้วย หมอคนนี้ชื่อ แสนรัก ล่ะแม่ แล้วอีกสองคนที่จะตามมาชื่อหมอมีนากับหมอเมษา ชื่อคล้องกันมากเลยไม่รู้ว่าเป็นฝาแฝดหรือเปล่า แต่พี่แสนเนี่ยสวยจริงๆ เลยนะจ๊ะ ไม่เชื่อแม่ลองมองลอดกระจกไปสิจ๊ะ นั่งอยู่โต๊ะ 10 แนะ

ได้ยินดีงนั้นนางสมศรีก็รีบก้มหน้าลงมองลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กๆ ที่มีไว้เพื่อส่งอาหารให้ลูกค้า เพื่อมองไปยังโต๊ะที่อยู่ถัดจากประตูทางเข้าไปประมาณสองเมตรทันที           

เออสวยอย่างอย่างที่เอ็งว่า นังภรสู้ไม่ได้เลย เมื่อกี้พ่อเอ็งกลับมาก็พูดแต่ว่าสวยเหมือนเอ็งไม่มีผิด แต่ไม่เห็นสืบอะไรไปมากว่านั้นเลย สมศรีบ่นพลางหันกลับไปทำกับข้าวตามออร์เดอร์ต่อทำให้เสียงเคาะกะทะเริ่มกลับมาอีกครั้ง ศิรินก็เลยต้องเร่งเสียงพูดเพื่อให้ผู้เป็นแม่ได้ยินชัดเจนขึ้น

แกก็ดูใจดีนะแม่ แกยิ้มให้ฉันด้วย ไม่แปลกหรอกที่คุณหมอกฤษแกไม่มองพี่ศุภรวลัยของเราเลย ก็ตัวจริงของเขาเล่นสวยเสียขนาดนี้ แถมก็เป็นหมอเหมือนกัน พี่ภรของเราจะเอาอะไรไปสู้ ศิรินพูดไปก็อดนึกสงสารปนสมเพชพี่สาวต่างบิดาของตนไม่ได้

พี่ภร มีชื่อเต็มว่า ศุภร แต่ศิรินชอบล้อเธอว่า ศุภรวลัย เนื่องจากพี่แกชอบหัวสูง ติดนิสัยไม่ดีจากลุงชัย สามีเก่าของแม่มามาก ออกจะเป็นคนโง่แกมหยิ่งที่ไม่ค่อยรู้จักตัวเองอยู่สักหน่อย และมักจะคิดว่าความฝันสูงสุดของชีวิตนี้ก็คือการหาสามีรวยๆ

ศิรินไม่เข้าใจเลน ทั้งๆ ที่พี่ภรเรียนจบพยาบาลอาชีพมาแท้ มีอาชีพที่มีเกียรติ เลี้ยงดูตัวเองได้ แต่ทำไมไม่คิดจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์มากกว่านั้นก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะพี่ภรเป็นผู้หญิงที่จัดสวยพอใช้ก็ได้ ตั้งแต่เด็กแล้วมีแต่คนชมว่าเธอสวย ประกวดงานไหนชนะงานนั้น ไม่เหมือนศิรินที่ไม่สวย ดีที่ได้ผิวขาวของแม่มาบ้างไม่อย่างนั้นก็คงดูไม่ได้แน่ๆ

แม่กับพี่ภรนั้นไม่ค่อยถูกกันเพราะพูดกันทีไรพี่ภรก็ต้องเอาลุงชัย พ่อพี่ภรมาเถียงทุกที ว่าเขาเป็นลูกพ่อบ้างล่ะ แม่ไม่รักเขาบ้างล่ะ ศิรินเลยพลอยโดนลูกหลงไปด้วยจนเบื่อจะเจอหน้ากันแล้ว

ศิรินไม่เข้าใจว่าเขาเอาอะไรมาคิดว่าแม่ไม่รักเขาในเมื่อปีที่แล้วที่เขาโดนคุณนายนันทา เจ้าของตลาดเศษฐการทวงหนี้ตั้งแสนกว่าบาท พี่ภรไม่มีจ่าย แม่ยังช่วยจ่ายให้เลย เพราะไม่งั้นคุณนายแกคงจะเอาพี่ภรเข้าคุกไปแล้ว และเพราะต้องเอาเงินไปใช้หนี้ให้พี่ภรนี่แหละ ศิรินก็เลยไม่ได้ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยอย่างที่หวังไว้ได้ ทั้งๆ ที่สอบติดแล้วแท้ๆ

ความจริงปีนี้ศิรินก็ไม่ได้หวังว่าจะได้เรียนอย่างที่หวังไว้หรอก ถ้าไม่เพราะคุณหมออิศเรศผู้แสนใจดีออกทุนให้ศิริน ไม่อย่างนั้นเธอก็คงโชคร้ายที่อุตส่าห์สอบติดเป็นปีที่สองแล้วยังไม่ได้ไปเรียน และก็คงคงต้องกลายเป็นแม่ครัวอยู่แถวนี้ไม่มีวันทำความฝันที่อยากเป็นหมอให้เป็นจริงได้

ศิรินเริ่มปั่นน้ำมะพร้าวตามที่คุณหมอคนสวยเป็นคนสั่ง พอดีกับที่สายตาเหลือบมองไปเห็นที่กลุ่มลูกค้าที่มาใหม่ซึ่งกำลังจะเปิดประตูเข้ามา

“ให้ตายสิ พี่โชติมาทำไมแต่หัววันเนี่ย สงสัยจะมานั่งจีบสาวอีกตามเคย” ศิรินเอ่ยพลางส่ายหน้าอย่างระอามองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณนายนันทา กับลูกน้องคนสนิทอีกสองคนซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาในร้าน แล้วตรงเข้าไปนั่งลงที่โต๊ะตรงหน้าโต๊ะที่แสนรักนั่งอยู่

แสนรักรับรู้ไดถึงสายตาของกลุ่มผู้ชายที่เพิ่งเข้ามาจับจองโต๊ะตรงหน้าเธอได้ทันที หนึ่งในนั้นคือคือชายหนุ่มท่าทางออกกร่างหน่อยๆ เขาใช้สายตามองเธอโดยที่ไม่ต้องคิดมากก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้กำลังคิดจะเข้ามาจีบเธอแน่นอน พอคิดได้ดังนั้นแสนรักจึงรีบหันหน้าหลบสายตาชายหนุ่มทันที เพราะถึงแม้เธอจะไม่ใช่คนที่หลงตัวเองแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่ารูปร่างหน้าตาของตัวเองมักจะเป็นที่ดึงดูดใจของใครบ้าง

แต่ดูเหมือนวิธีการแก้ปัญหาของเธอจะยังไม่ค่อยถูกจุด เพราะนอกจากผู้ชายคนนั้นจะไม่หยุดมองเธอแล้วยังลุกจากโต๊ะลงมานั่งตรงหน้าแสนรักอย่างไม่เกรงใจอีกด้วย สวัสดีครับ แหมไม่เคยเห็นหน้าคุณเลยมาเที่ยวแถวนี้เหรอครับ หรือว่าจะมาอยู่เลย ผมชื่อโชตินันครับ โชตินัน เศรษฐการ คุณชื่ออะไรครับ

แสนรักหันกลับมามองหน้าผู้ชายตรงหน้าชัดๆ ในใจนึกอยากจะตอกกลับให้หน้าหงายแต่อีกใจก็นึกถึงคำพูดของคุณแม่ใหญ่ที่สั่งสอนมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยเกี่ยวกับเป็นกุลสตรีที่ดี

แสน จำไว้นะ...กฎข้อที่หนึ่งของการเป็นกุลสตรีที่ดีคือ ต้องใจเย็นและนุ่มนวลอยู่เสมอ

แสนรัก วัตธางกูลค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณโชตินัน

โชตินันมองท่าทีนิ่งเย็นและรักษาระยะห่างเอาไว้เป็นอย่างดีของหญิงสาวตรงหน้าอย่างแปลกใจ แต่สุดท้ายก็ชวนคุยต่อว่า

นั่งอยู่คนเดียวน่าเบื่อออกครับให้ผมนั่งเป็นเพื่อนไหม คำพูดที่ไม่มีความเกรงใจเจืออยู่เลยนั้นยิ่งทำให้แสนยิ่งจะเดือดปุดๆ ขึ้นมาทันที แต่ก็ต้องทำแบบเดิม กุลสตรีที่ต้องใจเย็นและนุ่มนวลอยู่เสมอ คุณแม่ใหญ่สอนไว้

ดิฉันกำลังรอคนอยู่ค่ะ แสนรักตอบปฎิเสธอย่างมีมารยาททำให้โชตินันเลิกคิ้วอย่างสงสัย

รอคน? แหมให้หญิงสาวสวยมานั่งรอแบบนี้ไม่ดีเลยนะครับ ถ้าไม่รัง....

“น้ำมะพร้าวที่สั่งใด้แล้วค่ะ เสียงแทรกและแก้วกระทบกับโต๊ะทำให้นายโชตินันชะงักไปพักหนึ่งและมองมายังศิรินอย่างไม่พอใจเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเอ่ยอะไรออกมา แสนรักก็พูดแทรกขึ้นมาว่า

น้องรินพี่อยากจะย้ายโต๊ะไปฝั่งโน้นได้ไหม รู้สึกฝั่งนี้แดดส่อง เลยรู้สึกร้อนนิดหน่อย

ศิรินได้ยินดังนั้นก็เลยรีบยกแก้วที่พึ่งวางลงบนโต๊ะขึ้นแล้วพูดขึ้นทันทีว่า

ได้ค่ะพี่แสน โต๊ะฝั่งโน้นเย็นกว่าแถมบรรยากาศก็ไม่เป็นพิษเพราะลมหายใจของใครบางคนด้วยค่ะ

แสนหัวเราะเบาๆ กับคำเหน็บแนมของศิรินที่ทำเอาคนที่ถูกว่าปากค้างจนต้องยอมหยุดการรุกคืบจีบหญิงสไตล์นายโชตินันไว้ก่อน

ชิ ยัยศิริน!! มาขวางซะได้ นี่ถ้าไม่ติดว่าเห็นมาแต่เล็กแต่น้อยนะ!’

โชตินันคิดอย่างเข่นเขี้ยวขณะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะของตัวเองอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก รอจนศิรินเดินออกห่างโต๊ะใหม่ของลูกค้าแสนสวยจึงกวักมือเรียกตัวต้นเหตุทันที

“อะไรอีกล่ะพี่โชติ จะหาเรื่องกันแต่หัววันหรือไง”

“อ้าวพูดอย่างนี้ก็สวยสิจ๊ะน้องริน มาว่าพี่โชติของพวกเราได้ยังไงกัน”

“หยุดไปเลยไอ้อ่ำ ไอ้อวย เก็บปากไว้กินข้าวเถอะ แล้วพี่โชตินะนึกเหรอว่าฉันดูพี่ไม่ออกน่ะ คิดจะจีบคุณหมอคนใหม่ล่ะสิ”

“แล้วไม่ได้หรือไง นี่เหรอคุณหมอคนใหม่ สวยเน๊าะ อ้าวจะไปไหนละ พี่ยังไม่ได้สั่งอาหารเลย” โชตินันร้องเรียกน้องสาวทำให้ศิรินต้องชะงักเท้าพลางร้อง เชอะ เบาๆ ก่อนจะเอ่ยเหน็บแนมโชตินันว่า

“รินก็นึกว่าพี่กินอาหารตาจนอิ่มแล้วน่ะสิ แล้ววันนี้สั่งเหมือนเดิมหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่ล่ะ  ขอเป็นข้าวกระเพราปลาหมึก ไข่ดาวไม่สุก ที่เหลือพวกแกสั่งล่ะกัน” โชตินันสั่งอาหารของตัวเองพลางโยนลูกน้องจัดการต่อ ฝ่ายศิรินนั้นก็รีบคว้าสมุดกับปากกาขึ้นมาจดแต่สายตาก็อดที่จะจ้องจับผิดโชตินันไม่ได้

เชื่อเถอะเร็วๆ นี้ต้องมีมหกรรมตามจีบเกิดขึ้นแน่ๆ ใครๆ ก็รู้ว่าพี่โชติน่ะเจ้าชู้ขนาดไหน นี่ถ้าไม่ติดว่ารู้จักกันมาแต่เด็ก เล่นหัวกันมาก่อนล่ะก็ ศิรินก็ไม่อยากจะเข้าใกล้ผู้ชายอย่างพี่โชตินักหรอก นี่ว่าดีหน่อย พี่โชติเห็นเธอเป็นน้องเป็นนุ่ง แถมตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย พี่แกยังใจดีมาติวภาษาอังกฤษให้เธออีก อย่างนี้จะว่าร้ายเขาก็น้ำท่วมปาก

เพี๊ยง! ของให้คุณหมอคมกฤษดูและแฟนตัวเองดีๆ เถอะ คุณหมอแสนรักคนสวยจะได้ไม่ต้องมาสู้รบปรบมือกับผู้ชายช่างตื้ออย่างพี่โชติ

 

เมื่อแสนรักมาถึงโต๊ะอีกฝั่ง ก็พบว่าบรรยากาศดีกว่าโต๊ะก่อนหน้าจริงๆ เพราะไม่เพียงไม่มีคนกวนใจแล้ว แถมโต๊ะฝั่งนี้ยังมองเห็นตลาดที่อยู่ทางด้านหลังได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

แสนรักหยิบแก้วน้ำปั่นขึ้นมาจิบอย่างสบายใจพร้อมกับดื่มด่ำกับบรรยากาศเก่าๆ ทำให้เธอนึกถึงภาพของผู้หญิงตัวเล็กที่กำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะหิ้วตระกร้าจ่ายตลาดด้วยตัวคนเดียว เข้ามาในความคิดของเธอ

หนักไหมแสน เสียงถามที่ไม่ว่าเมื่อไรก็อ่อนหวานเสมอสำหรับแสนรักดังขึ้นในหัว

ไม่หนักค่ะ เด็กน้อยตอบกลับอย่างรวดเร็ว

แต่ของแม่เบาจังเลย แสนแบ่งมาให้แม่บ้างแล้วกันจะได้หนักเท่ากันเน๊าะ

แสนยิ้มกับคนในความคิดนั้น ไม่ว่าเมื่อไรคุณกฤษติณี รัตนเรืองโรจน์ก็เป็นคุณแม่ที่ดีที่สุดในโลก เป็นผู้หญิงที่ฉลาดที่สุดในโลกและเป็นคนที่แสนรักที่สุดในโลกเหมือนกัน

สตอเบอร์รี่ชีสเค้กที่สั่งได้แล้วค่ะ อาจารย์หมออิศ เสียงใสๆ ของศิรินทำให้แสนหันกลับมามองคนที่สั่งสตอเบอร์รี่ชีสเค้ก พอเห็นแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

นึกว่าจะมีแต่คุณกฤษซะอีกที่ชอบกินเค้กน่ะ แสนรักคิดในใจพลางเงี้ยหูฟังเสียงชายหนุ่มที่ชอบขนมเค้กเหมือนพี่ชายของเธอ

ขอบใจมาก เป็นไงศิรินเตรียมตัวไปหอหรือยัง เสียงทุ้มๆ ที่เอ่ยถามขึ้นฟังดูเนิบช้าแต่มั่นใจและไม่รู้เพราะอะไรเสียงนี้กลับทำให้จังหวะการเต้นหัวใจของแสนรักเต้นผิดไป

เสียงทุ้มแบบนี้เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ แสนรักคิดพลางแอบเหลือบตามองคนพูดอย่างสนใจ

เรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้รินกำลังนั่งนับวันรอที่จะไปเรียนอยู่เลยนะคะ ตื่นเต้นมาก ศิรินตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ปิดปังความตื่นเต้นในขณะที่ผู้ชายคนนั้นก็ยิ้มให้ศิรินอย่างอ่อนโยน คราวนี้มันเลยหัวใจของแสนกลับเต้นรัวขึ้นจนเธอต้องดุตัวเองอย่างเร่งด่วน

บ้าจริงแสนรัก! เป็นอะไรไปน่ะ ใครก็ไม่รู้ ไปใจเต้นทำไมกัน แต่เสียงแบบนี้มันคุ้นๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ แปลกจัง เคยเจอเขาจากที่ไหนหรือเปล่านะ อ๊ะ!’

แสนรักอุทานในใจเพราะจู่ๆ คนตรงหน้าก็หันมาสบตากับเธอ ทำให้แสนรักต้องรีบหันหน้ากลับไปมองตลาดเหมือนเดิมด้วยความกลัวว่าเขาจะรู้ว่าเธอแอบมองอยู่ แต่หูก็ยังคอยแอบฟังบทสนทนาของคนทั้งสองต่อไป

รินตั้งใจเรียนล่ะ อย่ามัวแต่เล่นอยู่ เสียงทุ้มนั่นเอ่ยสั่งสอนต่อ

ค่ะ อาจารย์หมออิศ รินจะตั้งใจเรียนให้จบเร็วๆ แล้วกลับมาทำงานบ้านเราให้สมกับที่อาจารย์ เสียเงินส่งรินเรียนค่ะ อ้อ เค้กอีกชิ้น แม่ฝากไปให้คุณเอื้อมนะคะ เพราะเห็นว่าวันก่อนคุณเอื้อมบ่นอยากทานเค้กฝอยทอง วันนี้แม่ทำ แม่ก็เลยฝากไปให้ด้วยค่ะ ศิรินเอ่ยพร้อมวางกล่องเค้กลงบนโต๊ะ

ได้ แล้วจะเอาไปให้นะ อาจารย์หมออิศของศิรินตอบสั้นๆ แค่นั้น ทำให้ความเงียบกลับครอบครองบรรยากาศของร้านอาหารฝั่งที่แสนรักนั่งอยู่อีกครั้ง

แสนรักแอบถอนหายใจลึกๆ สองสามทีเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงเต้นรัวอยู่ แล้วเธอจึงค่อยๆ หันหน้ากลับมามองหน้าผู้ชายตรงหน้าอีกครั้ง ก็พบว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังทานเค้กพร้อมกับอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสบายอารมณ์ไม่ได้รู้สึกของการมีตัวตนของเธอเลยสักนิด

ก็ดีเหมือนกันนะ ถ้าเขารู้ว่าเราแอบมอง แอบฟังเขาอยู่ ไม่รู้ต้องอายไปถึงไหน

ทันใดนั้นเองคนที่แสนเพิ่งจะดีใจเขาไม่รู้สึกถึงการมีตัวตนของเธอ ก็เงยหน้าขึ้นสบตากับเธออีกครั้ง ทำให้แสนรักรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เธอรีบเสก้มลงดูดน้ำมะพร้าวในแก้วทันที มือน้อยกำแก้วแรงกว่าที่ควรจะเป็นเพราะกลัวคนตรงหน้าจะสังเกตเห็นว่าเธอมือสั่น ซึ่งความจริงก็แทบจะสั่นไปทั้งตัวอยู่แล้ว

อะไรกันน่ะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยอย่างก็โดนไฟช็อตเลย จะทำยังไงดีล่ะทีนี้มือไม้สั่นไปหมดแล้ว แสนรัก เธอเป็นอะไร

 กรุ๊งกริ๊ง~ กรุ๊งกริ๊ง~

เสียงประตูร้านเปิดเหมือนระฆังช่วยชีวิต แสนรักรีบหันไปมองอย่างคาดหวังว่าจะเป็นคุณกฤษ แล้วก็ใช่จริงๆ  ทำให้บรรยากาศในร้านดูผิดไปทันทีเมื่อคุณกฤษเดินเข้ามา เพราะคุณโชตินันอะไรนั่น ที่กำลังตั้งท่าจะเดินเข้ามาหาแสนอีกครั้งก็ต้องชะงักไปเหมือนกัน เพราะเห็นแล้วว่าคุณกฤษกำลังเดินมาหาเธอ

รอนานไหมแสน

แสนรักรีบส่ายหน้าปฎิเสธพลางยิ้มอย่างดีใจ ออกจะดีใจเกินไปด้วยซ้ำแล้วถามว่า เหนื่อยไหมคะ? คุณกฤษ”

เสียงหวานๆ ที่ย้อนถามคมกฤษทำเอาคนที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้เคียง เงยหน้ามองเหมือนกัน แต่เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้นก่อนที่จะก้มลงอ่านหนังสือที่อยู่ในมือต่อและไม่สนใจใครอีกเหมือนเดิม

คนไข้อาการหนักเหรอคะคุณกฤษ

นิดหน่อยน่ะ แต่ปลอดภัยแล้ว แสนสั่งอาหารหรือยัง คมกฤษถามพร้อมกับรับเมนูจากศิริน

สั่งแล้วค่ะ คุณกฤษหิวมากไหมคะ ถ้าหิวสั่งเพิ่มก็ได้ค่ะ

แสนถามพร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นดื่มและพยายามไม่มองข้ามไหล่คุณกฤษไปถึงใครบางคนที่กำลังตักเค้กคำสุดท้ายเข้าปากทั้งที่ตายังอ่านหนังสืออยู่

งั้นไม่ล่ะ ขอมะพร้าวปั่นใส่นมเหมือนแสนแล้วกัน คมกฤษตอบทำให้ศิรินยิ้มและพยักหน้ารับพลางรับเมนูคืนแล้วถอยออกไป แต่ก็ยังไปหยุดรับคำสั่งจากผู้ชายโต๊ะถัดไปอีกครั้ง สักพักชายหนุ่มที่ศิรินเรียกว่า อาจารย์หมออิศ คนนั้นก็ลุกไปออกจากร้านไป

แสนเจออาจารย์หมออิศแล้วใช่เปล่า แสนรักสะดุ้งเมื่อได้ยินพี่ชายทักอย่างทั้น เลยรีบหันกลับมามองคุณกฤษอย่างตกใจ

ใครคะ? อาจารย์หมออิศ? แสนรัย้อนถาม

ก็อาจารย์หมออิศเรศไง ที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้นี้ ตกใจอะไรเหรอแสน คมกฤษถามพลางมองหน้าน้องสาวอย่างแปลกใจ

ปะ...เปล่าค่ะ ก็จู่ๆ คุณกฤษก็ถามแสนก็ตกใจน่ะสิ แสนรักตอบเลี่ยงๆ

ไม่เห็นน่าตกใจเลย ก็นั่นน่ะ นายแพทย์ ดอกเตอร์ อิศเรศ พีระกุลฑล อาจารย์หมออิศที่พี่เคยเล่าให้แสนฟังไง คมกฤษเอ่ยทำให้แสนรักพยักหน้าเหมือนจะนึกอะไรออก

อ๋อ อาจารย์หมอคนนั้นน่ะเอง แล้วเขามาทำอะไรที่นี่ล่ะคะ

เขาป็นคนบ้านเราน่ะสิ พี่ก็ไม่คิดว่าแกจะกลับมาทำงานแถวบ้านเราหรอกนะ เพราะแกเก่งมากน่าจะไปทำงานที่โรงพยาบาลใหญ่ๆ ในกรุงเทพมากกว่า” คมกฤษเอ่ยทำให้แสนรักพยักหน้าตามแล้วทำทีเป็นหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบ ขณะที่คมกฤษยังคงเล่าต่อไปโดยไม่ได้สังเกตท่าทางผิดปกติของน้องสาว

“แล้วแสนรู้ไหม ตั้งแต่แกมาเป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล โรงพยาบาลของเราก็ดีขึ้นกว่าสมัยก่อนตั้งเยอะ

“เหรอคะ” แสนรักรับคำและยังคงยิ้มพร้อมพยักหน้าเบาๆ เพื่อให้พี่ชายไม่สงสัยว่าภายในใจตอนนี้ของเธอเริ่มไม่ปกติเสียแล้ว

ทำงานที่นี่ อย่างนี้ก็ต้องได้เจอกันแน่ๆ เลย ถ้าไม่รีบจัดการไอ้อาการประหลาดนั่นออกไปให้เร็วที่สุด เราต้องแย่แน่ๆ เลย เพราะแค่ได้ยินเสียงของเขา เราก็ใจเต้นแล้ว บ้าจริง! แค่คิดว่าเสียงแบบนั้นมาเรียกชื่อเรา...แสนรัก  โอ๊ย! นี่เรากำลังคิดเพ้อเจ้ออะไรอยู่เนี่ย

 แสนคิดไปก็สะบัดหน้าไปมาเพื่อไล่ความคิดเพ้อเจ้อออกไปจากหัว โดยไม่รู้ตัวว่าคมกฤษเองก็สังเกตเห็นอาการประหลาดของนองสาวอยู่เหมือนกันเพียงแต่ไม่พูดอะไรออกมาเท่านั้น

วันนี้ไปค้างที่บ้านนะแสน พี่อุ่นเตรียมของไว้เพียบเลย แสนจะได้ไปดูบ้านใหม่ด้วย ยังมีห้องนอนใหม่ของแสนอีกนะ ทำไว้ตั้งนานแล้วแต่ไม่เคยมานอนเลย มันน้อยใจแย่แล้ว

อ้าว ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ละคะ แสนเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้หมดแล้วล่ะ คุณกฤษ

เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก เพราะพี่ซื้อไว้ให้แสนที่บ้านตั้งเยอะ พี่อุ่นซักรีดเรียบร้อยแล้วด้วย แสนแค่ไปเลือกมาใส่ก็พอ

พอได้ยินพี่ชายพูดอย่างนั้นก็ทำเอาแสนรักตาโต ใครจะคิดว่าคุณหมอคมกฤษ คุณหมอหนุ่มเนื้อหอมของสาวๆ ทั้งโรงพยาบาลจะมีงานอดิเรกคือการไปซื้อเสื้อผ้าผู้หญิง

คุณกฤษไปซื้อมาเมื่อไรคะ แล้วไปซื้อกับใคร เสียงที่ย้อนถามอย่างสงสัยทำเอาคมกฤษอดยิ้มไม่ได้

พี่ก็ไปคนเดียวน่ะสิ จะไปกับใครได้ ถ้าไปกับผู้หญิงอื่นเขาคงยอมหรอกที่จะให้พี่ซื้อเสื้อผ้าให้ผู้หญิงอีกคนที่ไม่ใช่เจ้าตัวเองน่ะ คมกฤษตอบแบบแอบค่อนน้องสาว ทำให้แสนรักมองค้อนพี่ชายอย่างหมั่นไส้

แสดงว่าเวลาไปกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่น้องเนี่ย ไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่ช็อปปิ้งเหรอคะ

เสียงหัวเราะทุ้มดังขึ้นทันที่แสนรักพูดจบตามด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มตามแบบคุณคมกฤษ รัตนเรืองโรจน์ที่แสนรักรู้จักดี

แสนไม่อยากรู้หรอกว่าพี่ไปทำอะไร แต่ไม่ต้องห่วงเพราะพี่ก็ไม่ได้ไปซื้อบ่อยหรอกนะ จะมีเวลาที่ไหน งานก็มากอย่างนี้

ขนาดมีเวลาน้อย ก็เอาเวลาซื้อเสื้อผ้าให้แสน ทำไมพักผ่อนล่ะคะ เสียงอ่อยๆ ที่เอ่ยขึ้นเบาๆ อย่างเสียใจทำให้คมกฤษเอื้อมมือมาลูบหัวแสนเบาๆ อย่างเอ็นดู

พี่ก็แค่ของขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น พี่จะยอมให้แสนน้อยหน้าใครได้ยังไง แสนเป็นน้องสาวของพี่ก็ต้องมีเสื้อผ้าให้สมศักดิ์ศรีกันหน่อย แสนรักยิ้มกับคำตอบนั้นแต่ก็ยังอดเอ่ยอย่างกังวลไม่ได้ว่า

คุณกฤษคงไม่ได้ไปเหมาเสื้อผ้าทั้งห้างมาให้แสนใช่ไหมคะ เพราะอย่างนั้นคงเปลืองเงินแย่เลย

ไม่หมดห้างหรอก หางเสียงที่ดูสนุกเกินเหตุทำเอาแสนรักเสียวสันหลังอยู่เหมือนกัน ไอ้ที่ไม่หมดเนี่ยแต่เกือบหมดหรือเปล่านะ อยากรู้จริงๆ เลย

รู้ไหมคุณกฤษ แสนว่านิสัยส่วนตัวของคุณกฤษน่ะน่ากลัวเข้าขั้นวิกฤตแล้วนะคะ

งั้นเหรอ พี่ไม่เห็นว่ามันจะน่ากลัวตรงไหนเลย แสนคิดมากไปนะ” คมกฤษตอบแบบไม่ใส่ใจและยกมือเรียกศิรินเพื่อนสั่งของหวานเพิ่ม

“รินเมื่อกี้พี่ลืมสั่งของหวาน ขอสตอเบอร์รี่ชีสเค้กให้ชิ้นสิ แสนเอาอะไรไหม แสนรักส่ายหน้าก่อนจะบอกว่า

ของหวานไม่ดีต่อสุขภาพฟันนะคะ 

ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองก็ไม่ดีต่อสุขภาพฟันเหมือนกันนั่นแหละน่า รินวันนี้มีเค้กฝอยทองหรือเปล่า คมกฤษเถียงอย่างรู้ทัน

มีค่ะ ศิรินตอบพลางกลั้นยิ้มเอ็นดูหนุ่มสาวที่เย้าหยอกกันอย่างไม่ทิ้งลายวิชาชีพตัวเอง

เอาชิ้นนึงนะ คุณหมอแสนรักเขาชอบ

ศิรินจดรายการลงไปอย่างขำๆ พลางคิดว่า คุณหมอที่ทั้งสวยหล่อคู่นี้หยอกล้อกันก็จริง แต่ไม่เห็นจะให้ความรู้สึกเหมือนแฟนกันเลย เหมือนเป็นพี่น้องกันมากกว่า

คุณกฤษน่ะ แสนรักท้วงพี่ชายอย่างอนๆ แต่คมกฤษก็ตัดบทว่า

ลองกินดูแสน ป้าศรีทำอร่อยนะ แสนทำหน้ายู่นิดนึงที่โดนพี่ชายรู้ทัน แล้วยิ้มออกมาในที่สุด

เจออีกคนละ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ชอบกินสตอเบอร์รี่ชีสเค้ก

ใครอีกคนล่ะที่ชอบกินน่ะ คมกฤษถามขณะตักแกงส้มชะอมทอดไข่ให้แสนเสร็จแล้วจึงตักให้ตัวเองแล้วเริ่มทานอาหารคาวให้เสร็จเพื่อเตรียมรับของหวานต่อไป

ก็คุณหมออิศเรศคนนั้นไงคะ แสนเห็นเขาสั่งกิน แถมกินด้วยท่าทางจะอร่อยเสียด้วย

แสนก็ช่างไปสังเกตแกนะ พึ่งเคยเจอกันไม่ใช่เหรอ” พอได้ยินอย่างนั้นแสนรักถึงกับหน้าร้อนขึ้นมาทันที  

“ปะ เปล่าช่างสังเกตนะคะ ก็มัน...ก็มันเห็นเองนี่นา” แสนรักตอบเสียงอ่อย

“พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่” คมกฤษตอบอย่างไม่ใส่ใจนักทำให้แสนรักอดลอบถอนหายใจไม่ได้

เฮ้อ เกือบไปๆ แต่เอ๊ะ! ทำไมเราต้องร้อนตัวด้วยนะ เฮ้อ ช่างเถอะ เพราะยังไงผู้ชายชอบกินสตอร์เบอร์รี่ชีสเค้กก็แปลกจริงๆ นี่นา”

 

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โถ อาจารย์หมออิศ โผล่มาแปบเดียวเอง ไม่หายคิดถึงเลยเน๊าะ ^___^V


Post Comment

Statistic

Date posted: 3 years ago.
Date modified: 2 years ago.
Overall Viewed: 6,844 times
Monthly Viewed: 53 times
Rated: 0 times
Favorited: 0 times
Commented: 0 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.