ความรักของแสนรัก (Re-Write version)

ตอนที่ 3 คำบอกใบ้ของคุณแม่ใหญ่

สวัสดีวันฝนตกนะคะ

 

ขอบอกว่าตอนนี้อากาศดีสุดๆ วีนี่อยากจะซุกตัวในผ้าห่มแล้วนอนทั้งวันเลยค่ะ

แต่ว่ามีภารกิจต้องทำให้เสร็จหลายอย่าง แต่ก็ไม่ลืมมาอัพแสนรักให้ทุกคนอ่านน้า

 

รักคนอ่านเสมอ

veerandah

 

Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Line: veerandah

Instargram: veerandah

Email: veerandah@gmail.com


 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 3 คำบอกใบ้ของคุณแม่ใหญ่

 

"แสน...แสนรักลูกแม่" แสนรักลืมตาตื่นอย่างสะลึมสะลือ  และมองหาว่าใครเรียกเธอ แล้วต้องอุทานร้องเรียกคนที่ปลุกเธอขึ้นมา

"คุณแม่ใหญ่!" แสนรักตกใจจนพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง พยายามคิดทบทวน ว่านี่แค่ฝันไป หรือเป็นความจริงกันแน่

ไม่จริง! คุณแม่ใหญ่ตายไปตั้งเจ็ดปีแล้วนี่ เราต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ

แสนรักมองคุณแม่ใหญ่อีกครั้งอย่างพิจารณา ภาพที่เห็นชัดเจนเกินกว่าจะเป็นความฝัน แต่ก็พูดไม่ได้เต็มปาก ว่าเป็นความจริง วันนี้คุณแม่ใหญ่สวมชุดนอนสีขาวนวล กระโปรงยาวคลุมข้อเท้า ซึ่งเป็นชุดที่แสนรักซื้อให้ท่านเป็นของขวัญวันเกิด ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตหนึ่งปี และก็ท่านรักชุดนี้มาก หน้าตาของคุณแม่ใหญ่ดูอิ่มเอิบ เหมือนมีความสุขมากๆ

แน่ละ! ก็คุณแม่ใหญ่เป็นคนดีนี่นา ย่อมต้องมีความสุขอยู่แล้ว และตอนนี้ท่านคงเสวยสุขอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นใดชั้นหนึ่งแน่นอน แล้วท่านมาหาเราทำไมนะ? ทั้งที่ตอนท่านตายใหม่ๆ แสนรักภาวนาขอให้ท่านมาหาสักเท่าไร ท่านกลับไม่เคยมาหา แม้แต่ในฝัน

"แสน...แสนรักลูกแม่ อย่าตกใจไปเลย" คุณแม่ใหญ่ยังพูดด้วยเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย

"คุณแม่...คุณแม่ใหญ่มีอะไรหรือเปล่าคะ ? อยากได้อะไรหรือคะ ถึงมาหาแสน" แสนรักถาม ดวงตาจับจ้องที่ร่างของคุณแม่ใหญ่ไม่กะพริบ

"แม่มาลาลูกน่ะจ้ะ" กฤษติณี หรือคุณแม่ใหญ่ของแสนรักบอกเสียงอ่อนโยนพร้อมส่งยิ้มให้ลูกสาวที่น่ารักของเธอ

"ลา…ลาไปไหนคะ คุณแม่จะทิ้งแสนไปแล้วเหรอคะ" แสนรักถามเสียงเครือ ทำท่าจะร้องไห้เหมือนเด็กอนุบาลที่ต้องไปโรงเรียนวันแรก จึงงอแงอยากให้พ่อแม่รออยู่หน้าห้องเรียน ไม่ต้องกลับบ้าน

"ถึงเวลาที่แม่ต้องไปแล้วลูก อย่าร้องไห้เลยคนดีของแม่" กฤษติณีปลอบแสนรักแบบที่เธอเคยทำเสมอ เมื่อยังมีชีวิตอยู่ มือบางของแม่วางลูบไล้บนศีรษะของลูกสาวเบาๆ ซึ่งไม่ว่าเมื่อไร แม้ลูกสาวจะเติบใหญ่แค่ไหน ก็ยังเป็นลูกสาวตัวน้อยของแม่เสมอ

"คุณแม่ใหญ่ไม่รักแสนแล้วหรือคะ ถึงจะทิ้งแสนไป" แสนรักพูดอ้อน พร้อมกับสวมกอดคุณแม่ใหญ่ไว้ทันที กฤษติณีลูบศีรษะลูกสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู

"แสนรัก แม่ยังรักแสนเสมอ แต่ตอนนี้มีคนที่จะรักและจะดูแลแสนต่อจากแม่แล้วล่ะจ้ะ"

"ใครก็ไม่รักแสนเหมือนที่คุณแม่ใหญ่รักหรอกค่ะ" แสนรักเริ่มอ้อน และกอดคุณแม่ใหญ่แน่นขึ้นทุกที กลัวว่าถ้ากอดน้อยกว่านี้ คุณแม่ของเธอจะหายไป หรือไม่อาจเป็นเธอเองที่ถูกปลุกให้ตื่นจากฝันดีนี้

"รักสิจ๊ะ เขารักแสนมากเชียวละ เขารักแสนมากกว่าคนไหนๆ ที่แสนเคยพบ จะรักและมั่นคงกับแสนคนเดียว แสนจะมีความสุขมากที่ได้อยู่กับเขา"

"ใคร ? ใครกันคะ ? แสนไม่เห็นจะมีใครซักคน" แสนรักเถียง ถ่วงเวลาให้คุณแม่ใหญ่อยู่กับเธอให้นานที่สุด

"เขาอยู่ใกล้ๆ นี่แหละจ้ะ แสนได้พบเขาแล้ว ไม่นานแสนก็จะรักเขา..." เสียงคุณแม่ใหญ่เริ่มไกลออกไปเรื่อยๆ สัมผัสที่เคยเด่นชัดก็ค่อยๆ จางลง และมีควันสีขาวจางๆ เข้ามาแทนที่

"แสนจะรู้ได้ยังไงล่ะคะ ถ้าคุณแม่ใหญ่ไม่อยู่คอยบอกแสน" แสนรักเริ่มตะโกน เพราะรู้ว่าคุณแม่ใหญ่ห่างไกลออกไปทุกทีเสียเหลือเกินแล้ว

"รู้สิจ๊ะ แสนจะรู้ด้วยหัวใจและร่างกายของแสน ลาก่อนจ้ะลูกรัก"

แสนรักเห็นรอยยิ้มปลื้มปีติอย่างสุขใจเกลื่อนใบหน้าของคุณแม่ใหญ่ ราวกับว่างานบางอย่างได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แล้วภาพนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไป ไม่ว่าแสนรักจะตะโกนเรียกรั้งให้ท่านอยู่ต่ออย่างไรก็ไม่เป็นผล สุดท้ายก็แว่วยินแต่เสียงอวยพรตอบกลับมาว่า

"ขอความสุขจงมีแก่ลูกรักของแม่ตลอดไป ขอจงปราศจากอุปสรรคและอันตรายใดๆ อย่าได้แผ้วพานลูกของแม่นะ ลาก่อนแสนรักของแม่..."

สิ้นเสียงคุณแม่ใหญ่ไปแล้ว แต่แสนรักก็ยังร้องไห้ไม่หยุด เธอยังตะโกนร้องเรียกท่านต่อ ไม่รู้ว่านานเท่าไร...

 

"คุณแม่ใหญ่ขาอย่าเพิ่งไป...คุณแม่อย่าทิ้งแสนไป...คุณแม่!" แสนรักสะดุ้งลุกพรวดจากเตียง เนื้อตัวสั่นไปด้วยแรงสะอื้น น้ำตาไหลพรากจนต้องยกมือปาดน้ำตา

"นี่เราฝันหรือเนี่ย"

แสนรักพึมพำกับตัวเอง พลางสูดหายใจเข้าลึกหลายครั้งผ่อนคลายความอัดอั้นในอก หันมองไปรอบห้อง เริ่มจากหัวเตียง ไม่เหลือร่องรอยของคุณแม่เลย เธอนอนอยู่ในห้องนอนของเธอเหมือนตอนก่อนเข้านอน  แล้วเอื้อมมือกดเปิดสวิตช์โคมไฟที่หัวเตียง ซึ่งอยู่ข้างๆ รูปคุณแม่ใหญ่ ตีสองห้าสิบห้านาที  แสนรักมองเรื่อยไปจากตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะเขียนหนังสือซึ่งวางโน้ตบุ๊กอยู่ และไปจบสายตาที่ประตูห้องซึ่งปิดล็อกอยู่

แสนรักหลับตาลงและลืมตาขึ้นมองซ้ำ ทุกอย่างยังคงว่างเปล่าและเงียบสงัดเหมือนเดิม "ไม่มี เราฝันไปจริงๆ "

แสนรักนั่งนิ่งลำดับความคิดอยู่สักพัก วันนี้ฝันแปลกจริงๆ ตั้งแต่คุณแม่ใหญ่เสียไป แต่แสนรักไม่เคยฝันถึงคุณแม่เลยสักครั้ง

นี่ก็ผ่านมาตั้งเจ็ดปีแล้วนะ ทำไมเพิ่งฝัน...อืม คอแห้งจัง ลงไปหาน้ำดื่มสักแก้ว แล้วค่อยนอนต่อดีกว่า ยังไม่เช้าเลย

แสนรักหย่อนเท้าลงจากเตียงมาสวมรองเท้าสำหรับเดินในบ้าน เพราะพื้นเย็นเหลือเกิน แล้วเดินออกจากห้องนอนลงมาชั้นล่าง แปะ!

ไฟสว่างทั่วห้อง เมื่อแสนรักคลำมือไปกดเปิดสวิตช์ไฟใกล้ๆบันได เธอหรี่ตาปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างอยู่สักพัก แล้วเดินไปหยิบขวดน้ำในตู้เย็นออกมา เทน้ำใส่แก้วแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

ปัง! ปัง! ปัง!

"คุณหมอครับ คุณหมอครับ!" เสียงประตูรัวดังขึ้นพร้อมเสียงเรียกซึ่งฟังดูร้อนรน ทำให้แสนรักชะงักมือถือแก้วน้ำค้างไว้ทันที

"ใครคะ" แสนรักถามไป

"ผม แหลมครับ คุณหมอ" แขกยามวิกาลตอบ

"อ้อ ลุงแหลม มีอะไรหรือจ๊ะ" แสนรักถามต่อ เมื่อปลดกลอนเปิดประตูออกมา พร้อมกันนั้นก็มีเสียงเปิดประตูดังมาจากชั้นบน เพื่อนอีกสองคนของเธอคงได้ยินเสียงเคาะเรียกเหมือนกันเลยและตื่นด้วย

"คุณหมออิศเรศ ให้มาตามคุณหมอแสนครับ" ลุงแหลมตอบอย่างเกรงใจ

คุณหมออิศเรศ? ตามให้ไปพบเหรอ ตอนตีสองเนี่ยนะ แปลกจัง ไม่เคยมีอย่างนี้มาก่อนนี่นา แสนรักคิดอย่างสงสัย

"มีเรื่องอะไรกันน่ะแสน" เสียงของมีนา หนึ่งในสองเพื่อนรักร้องถามลงมาจากชั้นสอง แล้วรีบเดินลงบันไดมา

"เกี่ยวกับอาการของคุณกิตก้องน่ะครับ" ลุงแหลมตอบเสียงนอบน้อม

"ก้องเป็นอะไรหรือจ๊ะ" สองสาวถามเสียงตื่นเต้นขึ้นพร้อมกัน ทำเอาลุงแหลมผงะไปเล็กน้อย แล้วตอบว่า

"แหะๆ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ เพียงแต่คุณมาลินี หัวหน้าพยาบาลกะกลางคืนคืนนี้ บอกให้ผมรีบมาตามคุณหมอแสนไปที่ตึกวินชัย ด่วนครับ เรื่องคุณกิตก้อง" ลุงแหลมตอบ

"ได้...ได้จ้ะ รอแป๊บหนึ่งนะ ขอไปเอาเสื้อคลุมก่อน"

ลุงแหลมพยักหน้า แสนรักรีบวิ่งขึ้นชั้นสองหยิบเสื้อคลุมมาสวม แล้วหยิบกุญแจบ้านพักติดไปด้วย

ให้เราไปด้วยไหมแสน มีนาที่ยืนรอฟังเหตุการณ์อยู่หน้าประตูบ้านถามอย่างเป็นห่วง

ไม่ต้องหรอก มีนไปนอนต่อเถอะ พรุ่งนี้มีนต้องทำคลินิกเช้าไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็ง่วงหรอก เราไปคนเดียวได้ ไม่ต้องห่วงนะ แสนรักตอบ มีนาจึงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

ล็อกกุญแจประตูบ้านเลยนะ แสนเอากุญแจไปด้วยแล้ว

จ้ะ มีนารับคำ

แสนรักยิ้มให้ ก่อนจะรีบเดินตามลุงแหลมออกจากบ้านพักไปตามทางเดินที่เชื่อมต่อกับตึกผู้ป่วยของโรงพยาบาล

โรงพยาบาลวรินทราตอนดึกๆ อย่างนี้ก็ดูน่ากลัวเอาเรื่องนะ เพราะมันมืดและเงียบสนิท แค่ใบไม้ร่วงยังได้ยินเสียงเลย แสนรักเดินผ่านทางเชื่อมระหว่างบ้านพักแพทย์กับตึกฉุกเฉิน เพื่อทะลุไปยังตึกวินชัย ซึ่งเป็นหอผู้ป่วยที่อยู่ด้านหลัง

ผู้ป่วยที่พักในชั้นที่ 7 ของตึกวินชัยในชั้นนี้ เป็นเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปี โดยแบ่งแยกผู้ป่วยเป็นสองปีก กับอีกหนึ่งส่วนตรงกลาง ปีกซ้ายเป็นเด็กผู้หญิง อายุตั้งแต่เจ็ดถึงสิบห้าปีเรียกว่า โซน A ส่วนปีกขวาเป็นเด็กผู้ชายอายุตั้งแต่เจ็ดถึงสิบห้าปีเช่นกันเรียกว่า โซน B ส่วนเด็กที่มีอายุไม่ถึงเดือนถึงเจ็ดปี จะอยู่ส่วนตรงกลางซึ่งเรียกกันว่า โซน C เพราะเป็นเด็กเล็ก จึงต้องอยู่ใกล้ชิดพยาบาลเป็นพิเศษ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน พยาบาลจะได้ช่วยเหลือกันทันการณ์ตึกวินชัยมีทั้งหมดเก้าชั้น ตั้งแต่ชั้นที่สี่ขึ้นไปเป็นห้องพักผู้ป่วย ทั้งแบบสามัญ และห้องพิเศษ สามชั้นล่างเป็นส่วนของห้องแล็บ ตรวจเลือด ปัสสาวะ และการตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆ

แผนกทันตกรรมของโรงพยาบาลซึ่งแสนรักกับเพื่อนอีกสองคนทำงานอยู่ถัดจากตึกฉุกเฉินไปทางซ้าย ส่วนทางขวาของตึกฉุกเฉินเป็นแผนกอายุรกรรมทั่วไปและห้องจ่ายยา เหนือขึ้นไปบนชั้นสองของตึกอายุรกรรมเป็นแผนกศัลยกรรม ซึ่งคุณกฤษทำงานอยู่

นอกจากนี้โรงพยาบาลวรินทรายังมีแผนกกายภาพบำบัด และแผนกอื่นแยกย่อยไปอีก ความจริงถือเป็นโรงพยาบาลใหญ่ของจังหวัด นอกจากจะรับคนไข้จากอำเภอบ้านน้ำใสแล้ว ยังรับคนไข้จากอำเภอข้างเคียงอีกสองสามอำเภอด้วย

 

แสนรักมาทำงานที่โรงพยาบาลวรินทราถึงวันนี้ก็ร่วมหกเดือนแล้ว อะไรๆ ก็ดูจะลงตัวและไปได้ดี ถ้าไม่นับเรื่องขลุกขลักนิดหน่อยเพราะคนบางคน กับเรื่องประหลาดบางเรื่อง แสนรักก็อยู่ที่นี่ได้สบายมาก

กิตก้อง ไม่ใช่คนไข้ของแสนรัก แต่เราสนิทกัน เพราะอะไรก็บอกไม่ได้ แต่แสนรักมักไปเยี่ยมเด็กชายบ่อยๆ ตอนออกเวร แม่ของกิตก้องทำงานรับจ้าง ทำให้มาเยี่ยมลูกทุกวันไม่ได้ นานๆ จะมาเยี่ยมที เด็กชายจึงเหงามาก การมีแสนรักเป็นเพื่อนสนิทเลยเป็นเรื่องดีช่วยคลายเหงาได้มาก

ปัญหาอย่างหนึ่งที่คุณหมออิศเรศซึ่งเป็นหมอเจ้าของไข้ และคุณมาลินีพยาบาลกะกลางคืนเป็นห่วง คือ กิตก้องมักนอนไม่หลับ พยาบาลที่เข้าเวรกะกลางคืนจึงต้องช่วยกันใช้สารพัดวิธี ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม เพื่อทำให้กิตก้องหลับให้ได้  และคืนนี้ก็เช่นเคย ซึ่งกิตก้องคงจะเป็นหนักหน่อย ถึงขั้นต้องให้คนมาตามแสนรักไปช่วยจัดการ

แสนรักวิ่งมาถึงตึกวินชัยด้วยอาการเหนื่อยหอบทั้งที่ยังใส่ชุดนอน ผมเผ้าค่อนข้างยุ่งเหยิงด้วยแรงลม ยามประจำตึกวินชัยมองหน้าคุณหมอแสนรักนิดหนึ่งด้วยแววตาขบขัน แต่คุณหมอสาวไม่สนใจ ในใจมัวแต่เป็นห่วงกิตก้อง

ใครจะมองยังไงก็ช่าง เธอไม่จำเป็นต้องสนใจใคร

"เชิญคุณหมอทางนี้เลยครับ"

ลุงแหลมบอก แสนรักพยักหน้ารับ แล้วเดินเข้าไปข้างในตึก ส่วนลุงแหลมหยุดยืนรออยู่ที่โต๊ะยามชั้นล่าง แสนรักตรงกดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 7 ออกจากลิฟต์เลี้ยวขวานิดเดียวก็ถึงโซน C เห็นคุณมาลินียืนอยู่หน้าห้องจึงถามว่า

"พี่มา ก้องเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ ถึงให้ลุงแหลมไปตามแสนมาน่ะ"

มาลินีอ้าปากจะตอบ แต่ก็โดนเสียงร้องไห้ซึ่งดังลอดออกมาจากห้องขัดจังหวะเสียก่อน มาลินีจึงยื่นมือไปแตะที่ข้อศอกของแสนรัก พร้อมดันเบาๆ ให้หญิงสาวเข้าไปดูเด็กชายแทน

"เข้าไปก่อนเถอะน้องแสน" มาลินีกระซิบบอก

คุณมาลีนี หรือที่แสนรักเรียกว่า พี่มา เป็นสาวร่างบาง ตัวเล็กนิดเดียว แต่ถ้าเพื่อนๆ ได้ยินแสนรักพูดแบบนี้ก็มักพากันท้วงเสมอ ว่าที่พี่มาดูตัวเล็ก ก็เพราะเอามาเทียบกับแสนรักน่ะสิ ผู้หญิงทั่วไปหากมายืนเทียบกับแสนรักก็จะดูตัวเล็กลงเสมอ ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่แสนรักได้รับความสูงจากคุณคมสัน...พ่อแท้ๆ ของเธอมาแบบเต็มๆ

แสนรักเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วย ที่วางเตียงเรียงเป็นสองแถว แถวละสามเตียงรวมทั้งหมดหกเตียง กิตก้องจึงมีเพื่อนร่วมห้องอีก 5 คนคือ ปอแก้ว สายไหม พู่กัน จานสี และก้อนเมฆ แสนรักยังอดชมพ่อแม่สมัยนี้ไม่ได้ ที่ตั้งชื่อลูกๆ ได้เก๋ไก๋ดีแท้

แสนรักเดินผ่านสี่เตียงแรกที่ด้านหน้าไปถึงสองเตียงที่อยู่ในสุด เตียงของกิตก้องอยู่ด้านขวามือ น่าแปลกที่แสนรักไม่เห็นมีใครยืนอยู่ในห้องด้วยในตอนแรก อาจเป็นเพราะบริเวณหน้าห้องมีแสงสว่างมากไปหน่อย พอเข้ามาในห้องที่ค่อนข้างมืด สายตาเธอก็เลยพร่าไปแป๊บหนึ่ง จึงไม่เห็นว่ามีใครอีกคนหนึ่งยืนอยู่ในมุมมืดในอีกฟากห้องหนึ่ง และเขากำลังจับตาดูเธออยู่

แสนรักเดินตรงเข้าไปอุ้มกิตก้องขึ้นจากเตียง มาพาดไว้บนบ่า พร้อมกับพึมพำปลอบโยนเบาๆ

พะ...พี่...สะ...แสน ฮือๆ

เด็กชายร้องเรียกด้วยเสียงสะอื้นฮักๆ มือเล็กก็กำเสื้อคลุมของแสนรักไว้แน่น เหมือนต้องการยึดไว้เป็นที่ที่ปลอดภัย แสนรักจึงโอบกระชับอ้อมแขนกอดกิตก้องแน่นขึ้น

"โอ๋ๆ ก้องคนดี อย่าร้องนะจ๊ะ พี่แสนมาแล้ว คนเก่งหลับซะนะ นอนฝันร้ายละสิ ใช่ไหม ไม่ต้องกลัวน้า" เสียงหวานที่นุ่มนวลพูดปลอบอย่างอบอุ่น ทำให้เสียงร้องของกิตก้องค่อยๆ สงบลงและเงียบหายไปในที่สุด เมื่อเด็กชายผล็อยหลับไป

"แหม รู้อย่างนี้พี่ให้ไปตามแสนมาตั้งแต่ตอนเที่ยงคืนเสียก็ดี" มาลินีพูดอย่างโล่งอกขึ้นมาเบาๆ

"ก้องร้องมาตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วหรือคะ? แล้วหมอว่ายังไงบ้างคะ?" แสนรักย้อนถาม ทำให้มาลินีอึกอักๆ ไม่กล้าตอบในทันที แสนรักเลยยิ่งร้อนใจมากขึ้น

"พี่มาคะ ก้องเป็นอะไรคะ บอกแสนหน่อยไม่ได้หรือคะ แสน..." แสนรักกำลังจะขอร้องต่อ แต่ต้องชะงักคำพูดทันที เมื่อได้ยินเสียงทุ้มของใครบางคนดังมาจากมุมห้อง

"ผมว่า เราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่า"

ไม่ต้องบอกก็รู้ ว่านั่นเสียงใคร เสียงแบบนี้มีอยู่คนเดียว ทั้งที่ได้ยินนับครั้งได้ แต่ที่ไม่รู้ทำไม กลับจดจำได้แม่นยำเสียจนไม่ต้องหันไปมองหน้าก็รู้แล้ว ถือเป็นเรื่องประหลาดอย่างหนึ่งของแสนรักเลยทีเดียว

เขาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไรนะ ตายละ อย่าใจเต้นนักสิ แสนรัก หยุดเลยนะเจ้าหัวใจไม่รักดี เต้นให้มันช้าลงหน่อย! เดี๋ยวได้หัวใจวายกันพอดี

แสนรักวางกิตก้องนอนลงบนเตียงด้วยมือสั่นเล็กน้อย เสร็จเรียบร้อยก็อดก้มลงหอมแก้มเด็กน้อยด้วยความเคยชินไม่ได้ เธอต้องรีบวางเด็กลงเพราะกลัวอาการประหลาดของเธอจำทำให้เด็กพลัดหลุดมือละก็จบเห่กัน

"หลับฝันดีนะจ๊ะ"

แสนรักล่ำลาส่งท้ายอย่างเคยชิน ไม่รู้ตัวเลยว่าคุณหมออิศกำลังจับจ้องเธออยู่ และด้วยแววตาที่ส่งมาให้นั้น หากมีพยาบาลสาวๆ คนไหนบังเอิญได้เห็นเข้าละก็ อาจถึงขั้นหัวใจวาย เพราะทนความหล่อของคุณหมอหนุ่มไม่ไหวแน่ๆ

หมออิศเรศเป็นหมออายุรกรรมฝีมือดีคนหนึ่ง ใครต่อใครต่างชื่นชมว่าเก่งมากและมีอัธยาศัยดี แม้แต่คุณกฤษยังเคยเป็นลูกศิษย์ของคุณหมอท่านนี้เลย คุณกฤษเองก็พูดถึงอาจารย์ของเขาอย่างชื่นชมปนเหน็บแนมให้แสนรักได้ยินเสมอว่า

"อาจารย์อิศน่ะเก่งทุกเรื่องแหละ นักศึกษาทำอะไรก็รู้เท่าทันไปหมด ใครเรียนกับแกงี้กลัวกันหัวหดแทบทุกคน คนจึงชอบเอาไปพูดเล่าลือกันว่า เพราะความเก่งของแกเนี่ยแหละ ทำให้ต้องอยู่เป็นโสดมาจนป่านนี้ไง"

แสนรักจำได้ว่า วันนั้นเธอฟังแล้วยังย้อนถามพี่ชายต่อเลยว่า "ยังไงเหรอคะ คุณกฤษ"

"อาจารย์แกคงคิดว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนฉลาดพอจะเคียงคู่อยู่กับแกได้ละมั้ง หรือไม่อาจมองผู้หญิงว่า เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เท่านั้นล่ะนะ เลยไม่น่าสนใจน่ะสิ"

คุณกฤษพูดจบ ก็หัวเราะยกใหญ่ ตอนนั้นแสนรักไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่คุณกฤษพูดนักหรอก แต่ก็พอรู้ว่า คุณหมอคนนี้เป็นอาจารย์ที่ดุพอดู

"เอากาแฟไหม แสน" มาลินีถาม หลังจากวางกาแฟให้คุณหมออิศเรศในห้องพัก

แหม มีเสิร์ฟกาแฟกันด้วย ถ้าไม่ใช่หมอใหญ่ระดับรองผู้อำนวยการฯ คงไม่มีพยาบาลมาเสิร์ฟกาแฟยามดึกให้อย่างนี้หรอกมั้ง แสนรักนึกค่อนในใจ แล้วหันไปตอบพยาบาลสาวว่า

"ไม่เป็นไรค่ะ พี่มา แสนขี้เกียจแปรงฟันใหม่" แสนรักปฏิเสธ ทำให้มาลินีหัวเราะใหญ่ แสนรักก็แค่ยิ้มๆ ตอบ แต่ที่เธอไม่เห็นคือ คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอ เงยหน้าจากแผ่นชาร์ตทันทีที่ได้ยินคำตอบของเธอ

"ขอน้ำอุ่นดีกว่าค่ะ อ๊ะ! พี่มา ไม่ต้องทำให้แสนหรอกค่ะ แสนทำเองดีกว่า"

แสนรักรีบร้องห้าม พลางเดินไปหยิบแก้วมากดน้ำร้อนใส่ไปครึ่งแก้ว แล้วเติมน้ำเย็นลงไปอีกครึ่งแก้ว เท่านี้ก็ได้น้ำอุ่นของเธอแล้ว

คุณหมออิศเรศยังคงเขียนอะไรบนชาร์ตคนไข้ โดยไม่พูดอะไร ส่วนแสนรักก็จิบน้ำอุ่นไป พลางมองถ้วยกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอยู่ โดยเจ้าของยังไม่ยกขึ้นดื่มสักนิด นั่งอยู่สักครู่ก็คิดถึงเรื่องเล่าของคุณกฤษที่เคยเล่าให้ฟังว่า เคยมีนักศึกษาแพทย์บางคนอยากลองทำแบบอาจารย์หมอดูบ้าง นั่นก็คือ มานั่งให้พยาบาลเสิร์ฟกาแฟตอนขึ้นเวรดึกๆ แถมพยาบาลคนนั้นก็เพิ่งเคยเข้าเวรกลางคืนเป็นครั้งแรก เลยยอมทำตามคำขอของนักศึกษาแพทย์ ก็เลยถูกหัวหน้าพยาบาลดุให้ว่า

ถ้าต้องทำอย่างนั้นให้นักศึกษาแพทย์ทุกคน พยาบาลอย่างพวกเราก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี ถ้าเขาอยากกินกาแฟก็ให้ไปชงกินเอง กินแล้วก็ให้เก็บล้างถ้วยให้เรียบร้อยด้วย!"

พอคิดถึงตรงนี้ แสนรักก็อดขำไม่ได้ เสียงหัวเราะเบาๆ ทำให้คุณหมออิศเรศ เงยหน้าจากชาร์ต แล้วทำสีหน้าสงสัยประมาณว่า ขำอะไร แสนรักเลยหุบยิ้มทันที

"สงสัยคิดว่าเราขำเขาละมั้ง" แสนรักพึมพำกับตัวเอง พลางชะเง้อคอมองตามหลังมาลินีที่เดินออกจากห้องพักไป เพราะได้ยินเสียงเด็กร้อง ทำให้ตอนนี้เหลือแค่แสนรักกับคุณหมออิศเรศแค่สองคน หญิงสาวยกมือกอดอก และเป็นครั้งแรกในคืนนี้ที่แสนรักรู้สึกอายที่ยังสวมชุดนอนอยู่

ให้ตายเถอะ! ไม่น่ารีบมาทั้งชุดนอนเลย ต้องโทษคุณกฤษนั่นแหละ ชอบนัก ไอ้เสื้อชุดนอนแบบผู้หญี้งผู้หญิงอย่างเนี่ย ใส่แล้วดูเป็นผู้หญิงหวานแหววยังไงก็ไม่รู้

ความจริงชุดนอนนี้ของแสนรักก็เป็นแบบปรกติที่ใครๆ ก็ใส่กัน แต่ที่แสนรักรู้สึกอายอาจเป็นเพราะกางเกงนอนที่ใส่อยู่ มันอาจจะดูสั้นไปสักนิด เมื่อแสนรักเป็นคนใส่ต่างหาก ก็ใครใช้ให้เธอตัวสูงกว่าชาวบ้านเขาล่ะ อะไรๆ ที่มันน่าจะพอดีก็กลายเป็นสั้นไปเสียหมด แสนรักไม่ชอบใส่กางเกงขายาว โดยเฉพาะถ้าเป็นชุดนอนยิ่งไม่ชอบใหญ่ แม้อากาศจะหนาวแค่ไหน แสนรักก็ยังใส่กางเกงขาสั้นนอนอยู่ดี เลยกลายเป็นว่าต้องเอาขาขาวๆ มาอวดคนที่ไม่อยากให้เห็นที่สุดเสียนี่

ใจเย็นน่าแสน แค่ให้เขาเห็นขาอ่อนนิดหน่อยเอง ทำเป็นเขินไปได้ ทีตอนใส่กระโปรงสั้นกว่านี้ตั้งเยอะ ยังไม่อายเลย ทำไมต้องมาใจเต้นไม่เป็นส่ำเพราะตาคุณหมอบ้านี่ด้วยนะ!’

 คุณหมออิศเรศดูเหมือนจะไม่รู้สึกถึงความลำบากใจกับชุดนอนที่แสนรักใส่อยู่เท่าไร เพราะเขาเอาแต่ก้มหน้ากรอกอะไรต่อมิอะไรลงในชาร์ตคนไข้ไม่หยุด ดังเสมือนว่าในห้องนี้มีเขานั่งอยู่คนเดียว

เขาอยู่ใกล้ๆ นี่ล่ะจ้ะ แสนได้พบเขาแล้ว อีกเดี๋ยวแสนก็จะรักเขา...

โธ่เอ๊ย! แสนรัก คิดบ้าอะไรไม่คิด จำเพาะต้องมาคิดถึงคำพูดของคุณแม่ใหญ่เอาตอนนี้ด้วยละเนี่ย อย่าเผลอคิดเชียวนะ ว่าคุณหมออิศเรศคือคนที่คุณแม่ใหญ่บอกไว้คนนั้น

บ้าน่า! ผู้ชายที่เราเคยเจอมีออกเยอะแยะไป ทำไมต้องเป็นคุณหมออิศด้วยเล่า แสนรักโต้เถียงอยู่กับความคิดตัวเอง พลางสะบัดหน้าแรงๆ ให้หลุดออกจากความคิดเหล่านั้น จนผมที่ฟูอยู่แล้วพันกันยุ่งมากกว่าเดิม

ถ้าง่วง คุณก็กลับไปนอนเถอะ เสียงทุ้มจากคุณหมออิศเรศดังขึ้น ทำเอาอาการสะบัดหัวสะบัดหางของแสนรักหยุดกึกไปทันที

เอ่อ เปล่าค่ะ คือ...แสน...เอ่อ ดิฉันไม่ได้ง่วงหรอกค่ะ

ดวงตาสีดำสนิทของคุณหมออิศเรศจ้องตาแสนรักทันทีที่แสนรักพูดจบ เขาถอนหายใจยาวขณะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แล้วเอื้อมไปหยิบถ้วยกาแฟขึ้นจิบ

แสดงว่าคุณมีเรื่องอยากถามผมงั้นสิ ชายหนุ่มถาม ทั้งที่ริมฝีปากยังปิดด้วยถ้วยกาแฟที่เขายกขึ้นจ่อที่ริมฝีปาก แต่สายตากลับจ้องมองอยู่ที่แสนรัก ทำเอาแข้งขาของแสนรักแทบอ่อนยวบลงไปนั่งกองกับพื้น

ถ้าถามแสนรักว่า ผู้ชายคนไหนมีอิทธิพลต่อเธอมากที่สุด เธอคงต้องตอบว่า คุณหมออิศเรศ พีระกุลฑล คนนี้นี่แหละ ใช่เลย เพราะขาของเธอตอนนี้ มันสั่นไปหมดแล้ว แสนรักจึงต้องหันไปวางแก้วน้ำลงในอ่างล้างจาน แล้วดึงเก้าอี้มานั่ง ก่อนจะสูดหายใจลึก แล้วตอบว่า

ค่ะ อยากทราบอาการของกิตก้องน่ะค่ะ แย่มากเลยเหรอคะ

อิศเรศวางถ้วยกาแฟลง มือทั้งสองประสานกันไว้ที่ตัก แล้วย้อนถามว่า

คุณคิดว่าไงล่ะ

แสนรักกุมมือแน่นขึ้น เมื่อโดนมาดอาจารย์หมอย้อนถามเข้าแบบนั้น พลางนึกค่อนชายหนุ่มในใจว่า

อะไรกัน ตัวเองเป็นหมอเจ้าของไข้แท้ๆ ตอบมาดีๆ แค่เนี้ยไม่ได้หรือไง ทีปลุกเรามาดึกๆ ดื่นๆ เรายังไม่ว่าอะไรสักคำ แค่ช่วยไขข้อข้องใจบ้างนิดหน่อย ทำเป็นยักท่าอยู่ได้

ก็แย่อยู่ค่ะ เห็นว่าต้องผ่าตัด คุณหมอเป็นคนผ่าเองหรือเปล่าคะ

เปล่า คุณหมอชัยณรงค์เป็นคนผ่า แต่ตอนนี้คงยังทำไม่ได้ เพราะกิตก้องยังไม่แข็งแรงพอ คุณเองก็พอจะดูออกสินะ

แสนรักพยักหน้ารับ ก่อนจะลุกขึ้นทำท่าบอกว่า เธอต้องกลับแล้ว ถึงอยู่ไปก็คงไม่รู้อะไรมากกว่านี้ ความจริงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่หน้าที่ของเธอ เป็นญาติจริงๆ ของผู้ป่วยหรือก็ไม่ใช่ ดีไม่ดีใครๆ จะหาว่าเธออยากสอดรู้สอดเห็นเรื่องของกิตก้องไม่เข้าเรื่องเสียเปล่าๆ

คุณจะกลับยังไง เสียงทุ้มถามขึ้นเหมือนเป็นห่วงสวัสดิภาพของเธอ ทำเอาแสนรักนึกหมั่นไส้ไม่ได้

หน็อย ทีตอนมาไม่เห็นถามเลยว่ามายังไง พอใช้งานเสร็จ ทำเป็นห่วงเชียวนะ

ก็เดินกลับสิคะ ไม่เห็นมีรถรับส่งเลยนี่ จะได้นั่งรถกลับให้สบายหน่อย แสนรักตอบกวนๆ ทีแรกนึกเกรงๆ ว่าอาจารย์หมอหน้านิ่งจะโกรธเอา แต่กลับกลายเป็นว่าคุณหมออิศเรศมาดขรึมกลับยิ้มกว้าง เขายิ้มให้แก่คำตอบของแสนรัก เป็นยิ้มจริงๆ นะขอบอก เพราะเห็นฟันหลายซี่เชียวละ แต่แหม ไม่อยากยอมรับหรอกนะ ว่าอีตาคุณหมออิศเรศเนี่ย ฟันสวยชะมัดเลย

นั่นสินะ เสียงทุ้มตอบรับสั้นๆ แค่นั้น แล้วลุกเดินหายออกจากห้องพักไป ก่อนแสนรักจะทันขยับตัวเดินเสียอีก

คนบ้าอะไร ตัวก็โต๊โตเหมือนยักษ์ แต่เดินเงียบกริบอย่างกับมด

แสนรักคิดค่อน ไม่รู้รอบที่เท่าไรในคืนนี้ และมีผู้ชายที่แสนรักเคยคุยด้วยไม่กี่คนหรอกนะที่ ตัวโต น่ะ นอกจากคุณคมกฤษ คุณพ่อ และเพื่อนสมัยเรียนอีกสองสามคน แสนรักก็ไม่เห็นจะมีคนตัวโตอีกเลย จนมาเจอ อีตาคุณหมออิศ คนนี้นี่แหละ

แหม ถ้าเรียกเขาว่า อีตาคุณหมออิศ อย่างเนี่ย ถือว่าลามปามผู้ใหญ่รึเปล่านะ คุณแม่ใหญ่รู้เข้าอาจโกรธที่พูดจาไม่เพราะก็ได้ แต่ช่างเถอะ คนอะไรขี้เก๊กชะมัด แล้วไอ้ใจของเรานี่มันยังไงนะ ชอบเต้นรัวอยู่เรื่อย ไม่เชื่อฟังเจ้าของเสียบ้างเลย เพลาๆ หน่อยไม่ได้หรือไง เดี๋ยวเขาก็ได้ยินหรอก

อ้าว แสน มาทำอะไรที่นี่ดึกๆ ดื่นๆ คมกฤษทักขึ้นเสียงดัง เมื่อเห็นแสนรักเดินออกจากห้องพัก ทำเอาแสนรักที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ สะดุ้ง

"ว่าไงล่ะแสน มาทำอะไรที่นี่ เดี๋ยวนี้โรงพยาบาลเรามีรายการทำฟันรอบดึกด้วยเหรอ" คุณกฤษถามย้ำ เพราะเห็นแสนรักอึ้งไป

เปล่าค่ะ คือก้องไม่ยอมหลับอีกแล้ว คุณหมออิศเรศเลยให้คนไปตามแสนมาช่วยกล่อมก้องน่ะค่ะ คมกฤษเลิกคิ้วสงสัย

อาจารย์หมออิศเหรอ คมกฤษทวนคำแล้วเสียงต่อจากนั้นก็เงียบไป ทำให้แสนรักต้องหันไปมองหน้าพี่ชายอย่างงงๆ

เอ พักนี้คุณกฤษเป็นอะไรของเขาก็ไม่รู้สินะ ชอบพูดงึมงำๆ คนเดียวอยู่เรื่อย หรือไม่บางทีพูดอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็เงียบไปซะงั้น เหมือนอยู่ในภวังค์เลย มีเรื่องเครียดแล้วไม่บอกเราหรือเปล่าไม่รู้ แสนรักคิดอย่างเป็นห่วง แต่ยังคงปิดปากเงียบไม่ถาม เพราะรู้ดีว่า หากคุณกฤษอยากให้เธอรู้ก็จะพูดเอง

แสนจะกลับบ้านหรือยังล่ะ เดี๋ยวพี่เดินไปส่ง คมกฤษอาสาด้วยความเป็นห่วง

ค่ะ แสนรักรับคำง่ายๆ แล้วเดินตามพี่ชายออกไปทันที ระหว่างที่เดินตามพี่ชายไปตามทางเดินนั่นเอง เธอก็เผลออ้าปาดกหาวจนกว้าง ก็ตอนนี้มันควรจะเป็นเวลานอนของเธอนี่นา ถึงหลับแล้วมาตื่นเอากลางดึก แต่ก็ควรกลับไปนอนต่อจนกว่าจะถึงเวลาตื่นตามปกติไม่อย่างนั้นคงง่วงไปทั้งวันแน่ๆ

ราตรีสวัสดิ์คุณหมอแสนรัก เสียงทักดังมาจากในเงามืดด้านหลัง ทำให้แสนรักรีบหุบปากที่หาวจนกว้างลงแทบไม่ทัน

แสนรักหันขวับไปมองยังต้นเสียง เหมือนเธอจะได้เห็นรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าเจ้าของเสียงทักเมื่อครู่ ซึ่งยืนอยู่ในเงามืดเสียด้วย

อีตาคุณหมอนิสัยไม่ดี นี่จงใจแกล้งเรานี่นา ตาบ้าเอ๊ย! ทำไมเราต้องโดนหัวเราะเยาะถึงสองครั้งในคืนเดียวด้วยนะ แถมจากคนคนเดียวกันซะอีก

 

"แสนเดินเร็วจัง" คุณกฤษบ่นเบาๆ หลังจากมองน้องสาวเดินจ้ำอ้าวออกจากวอร์ดแบบไม่พูดอะไรเหมือนกับกำลังหนีใครอยู่ ซึ่งถ้าให้เดา เขาคิดว่าคงเดาได้ไม่ยาก

"ไม่ต้องห่วงหรอกแสน แสนไม่ใช่คนแรกที่อาจารย์หมออิศพูดกระแนะกระแหนใส่"

"กระแนะกระแหนใช้กับผู้หญิงนะคะ" แสนรักหันไปบอพี่ชายทั้งที่ใบหน้ายังบึ้งตึงอยู่

"อ้าวเหรอ พี่ไม่รู้"  คมกฤษรับคำอย่างง่ายๆ แล้วก็ปล่อยให้บทสนทนาจบลงแค่นั้นทำให้แสนรักพ่นลมหายใจ เพื่อพยายามปรับอารมณ์หุงดหงิดของตัวเอง เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เธอจะเอาความหงุดหงิดมาลงกับพี่ชาย สองพี่น้องเดินกลับมาถึงบ้านพักและแสนรักก็เลยอาสาชงกาแฟให้พี่ชายเพราะรู้ว่าคุณกฤษจะต้องกลับไปเฝ้าเวรฉุกเฉินต่อ

เมื่อเห็นคุณกฤษจิบไปได้หน่อยแล้วจึงพูดขึ้นว่า

"คุณกฤษ แสนฝันถึงคุณแม่ใหญ่ด้วยค่ะ" สิ้นเสียงน้องสาวคมกฤษดูท่าทางไม่ตกใจอะไร แถมถามกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า

"เมื่อไหร่"

"เมื่อกี้ค่ะ ก่อนที่ลุงแหลมจะมาตาม ค่ะ ทำไมคุณกฤษดูไม่ตกใจเลย"

"ก็เมื่อวันวานนี้พี่ก็เพิ่งฝันถึงแม่เหมือนกัน" คมกฤษตอบก่อนที่จะเอ่ยต่อพร้อมกับแสนรักว่า

"แม่มาลา!!"

คุณกฤษมองหน้าฉัน แล้วถามว่า "แม่ว่าไงบ้าง"

แสนรักก็เลยเล่าเรื่องที่ฝันให้คุณกฤษฟัง และพอเล่าจบคุณกฤษที่นั่งฟังแบบยิ้มๆ มาตลอดก็พูดว่า

"พอแสนตื่นปุ๊บ ก็ได้เจออาจารย์หมออิศปั๊บเลย"

"บ้าแล้วคุณกฤษ!!" ฉัยเอามือตีที่ขาคุณกฤษ  คุณกฤษหัวเราะลั่น

"เอาเถอะ เอาเถอะ แสนไปนอนต่อเถอะ พี่ก็จะไปเข้าเวรต่อแล้ว แอบแว้บออกมา เดี๋ยวได้เรื่อง"

แสนรักค้อนพี่ชายที่ล้อเลียนตน แต่ก็ปล่อยให้เขากลับไป พลางปิดประตูบ้าน และปิดไฟ เพื่อขึ้นนอน แต่น่าแปลก กว่าเธอจะหลับได้คืออีกนานจากนั้น เพราะไม่รู้ทำไม ทุกครั้งที่เธอหลับตาก็จะมี หน้าอีตาอาจารย์หมออิศนั่นโผล่มาทุกที

ราตรีสวัสดิ์คุณหมอแสนรัก

 ชิ! ทำมาเป็นพูดจาเคร่งขรึมน่าหมันไส้ จริงๆ คืออยากล้อเลียนเรา ให้ตายสิ! ไม่เคยนึกเกลียดขี้หน้าใครเท่าอีตาอาจารย์หมอคนนี้เลย คนอะไรทำท่าเหมือนรู้ดีไปซะหมดทุกรื่องแถมยังทำหน้าทำตาขบขันเราอยู่เรื่อยด้วย! ต้องไม่ใช่เขาแน่ๆ คนคนนั้นของคุณแม่ใหญ่ต้องไม่ใช่ คุณหมออิศเรศ พีระกุลฑล คนนี้แน่ๆ

 

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โบราณเขาว่า "เกลียดอะไรมักได้อย่างนั้น" วีว่าแสนรักของเราก็ไม่พ้นคำโบราณแน่ๆ เลยค่ะ

Post Comment

Statistic

Date posted: 3 years ago.
Date modified: 2 years ago.
Overall Viewed: 6,844 times
Monthly Viewed: 53 times
Rated: 0 times
Favorited: 0 times
Commented: 0 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.