ความรักของแสนรัก (Re-Write version)

ตอนที่ 20 ข่าวที่ใหญ่กว่า

สวัสดีค่ะทุกคน

 

มาแบบดึกดื่นทุกทีเลย แต่หวังผลให้คนที่ยังตื่นได้อ่านละกัน

ส่วนคนที่กลับแล้ว ตื่นมาอ่านแล้วยิ้มไปพร้อมๆ กับแสงแดดยามเช้า

ก็คงดีต่อสุขภาพไม่น้อยนะคะ

 

ส่วนคนเขียนตอนนี้ตาดำเป็นแพนด้า และกำลังคิดหนัก

เรื่องอะไรน่ะเหรอคะ ก็เรื่องที่นักอ่านที่น่ารักถามกันมาเยอะนั่นเอง

Q1. หนูแสนจะมีตอนพิเศษ แบบฉากฟินๆ จิกหมอน 20+++ หรือไม่

Q2. เรื่องของเมษา จะมีเรื่องเดี่ยวของตัวเองไหม เพราะเพื่อนๆ ก็มีแฟนกันไปหมดแล้ว

Q3. เรื่องราวของมีนาตอนพิเศษที่มีใน version ที่แล้ว จะมีให้อ่านไหม

 

แต่ละคำถามช่างบาดใจวี แบบจิ้มฉึกๆ เลยเพราะไม่อยากบอกว่า

วีอยากเขียนมากกกกกก (ก. ไก่ ล้านตัว)

แต่ด้วยตารางงานตอนนี้ ทั้ง เจ้าชายตุ๊กตาฯ ทั้งเฮียเผือก

วีคงต้องให้ความสำคัญกับทั้งสองเรื่องข้างต้นก่อน

ดังนั้นขอให้นักอ่านทุกท่านผู้เป็นแสนรักของวี

ไม่แพ้หนูแสนของคุณหมออิศเรศ

ใจเย็นๆ ค่ะ และอ่านเจ้าชายตุ๊กตาฯ กับเฮียเผือกไปพลางๆ ก่อน

ส่วนเรื่องอื่นๆ จะรีบตามมาตามลำดับ ไม่ทิ้งหายไปแน่นอน

สัญญาเลย Love u all ^___^V

 

รักคนอ่านเสมอค่ะ

veerandah

 


Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Line: veerandah

Instargram: veerandah

Email: veerandah@gmail.com

Web: tswriter.com (ทุกคนสามารถตามอ่านนิยาย (แบบเต็มๆ) ของวีได้ที่นี่ค่ะ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 20 ข่าวที่ใหญ่กว่า

 

“แต่งงาน! เร็วขนาดนั้นเลย” เมษาถามด้วยน้ำเสียงตกใจ พลางมองหน้าแดงระเรื่อของแสนรักอย่างไม่เชื่อ ส่วนมีนาเพียงส่งยิ้มดีใจให้เพื่อนรักเงียบๆ เมษาเลยหันไปค่อนพี่สาวฝาแฝดว่า

“มีนรู้ก่อนอยู่แล้วใช่ไหม โห ขี้โกงนี่นา เล่นรู้กันแค่สองคน”

“เปล่านะเม เรื่องแต่งงานเนี่ยเพิ่งรู้พร้อมกันนี่แหละ แต่เรื่องของคุณหมออิศเรศน่ะ คุณกฤษเล่าให้ฟัง แต่ยังไม่มีโอกาสเล่าให้เมฟังเอง” เมษาได้ฟังดังนั้นก็ตวัดสายตาค้อนแสนรักทันที

“ใช่สิ ฉันมันไม่สำคัญนี่ มีนมีคุณกฤษ ส่วนยัยแสนก็มีคุณหมอสุดหล่ออย่างคุณหมออิศเรศ ฉันเลยถูกทิ้งโด่เด่หัวเดียวกระเทียมลีบอยู่คนเดียว แหมรีบร้อนกันทั้งคู่เลย แล้วทำไมไม่แต่งเสียวันเดียวกันเลยล่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องวุ่นเหนื่อยหาชุดเพื่อนเจ้าสาวหลายชุด” เมษาประชด

มีนาเลยหันไปพูดกับแสนรักว่า “อืม ก็ดีเหมือนกันนะแสน”

แสนรักจึงตอบรับเล่นลูกต่อทันทีว่า

“นั่นสิ งั้นมีนเอาเวลาเกิดของเธอมาให้ฉันนะ จะได้เอาไปให้คุณเอื้อมหาฤกษ์แต่งพร้อมกันเลย”

“น้อยๆ หน่อยทั้งคู่เลย นี่แกสองคนยังเห็นฉันสำคัญอยู่บ้างไหม เออออห่อหมกกันอยู่สองคนนั่นแหละ มีความสุขนักใช่ไหมที่ทิ้งฉันให้โดดเดี่ยวเดียวดายอยู่คนเดียวน่ะ” เมษาโวยวายลั่น มีนากับแสนรักเลยหัวเราะฮาครืนพร้อมกัน

“ยัยมีนน่ะฉันพอเข้าใจ จ้องตากันไปมาตั้งหกปีแล้ว  รีบแต่งๆ ไปเสียก็ดี สงสารคุณกฤษ แต่ยัยแสนนี่สิ เพิ่งจำเขาได้ไม่ใช่เหรอยะ ทำไมไปตอบตกลงแต่งงานกับคุณหมออิศเรศเร็วอย่างนี้ เป็นกุลสตรีต้องรักษาท่าทีน่ะ ไม่เคยได้ยินหรือไง” เมษาเริ่มเทศนา ทำให้แสนรักตีไหล่เพื่อนรักทันที

“โธ่ เม ฉันก็ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้หรอก แต่คุณอิศเขาก็รอฉันมานานแล้วนี่นา”

“นานแล้ว แหม พูดมาได้นะยะ เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอยังไม่ชอบขี้หน้าเขาอยู่เลย”

“ก็ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อไม่กี่วันก่อนนั่นแล้วนี่ เขาเคยช่วยชีวิตฉันไว้นะ จะให้ฉันเกลียดขี้หน้าคุณอิศต่อได้ยังไง”

“โอ๊ย! อิจฉาคนมีความรักจริงจรี๊ง เอางี้เพื่อเป็นการไถ่โทษ แกต้องเล่าตอนอาจารย์หมออิศขอแกแต่งงานให้ฉันฟังอย่างละเอียดเลยนะยัยแสน ฉันอยากรู้ว่า ผู้ชายมาดขรึมตอนขอผู้หญิงแต่งงาน จะทำหน้าตายังไง”

“บ้าสิ ใครจะเล่า เขินตาย” แสนรักปฏิเสธทันที

“ไม่ได้ เล่ามาเลย ไม่งั้นฉันจะเอาข่าวที่แกจะแต่งงานไปประกาศให้ทั่วโรงพยาบาลเลย รับรองยัยภรญาดามาฉีกอกแกแน่ๆ” เมษาคว้ามือเพื่อนสาวไว้พลางขู่ด้วยท่าทางจริงจัง

“เฮ้ย อย่านะ เรื่องแบบนี้ฝ่ายหญิงพูดก่อนได้ไงล่ะ น่าเกลียดตาย เอาอย่างนี้นะ ถ้ามีนเล่าตอนคุณกฤษขอแต่งงานได้ ฉันถึงจะเล่าของฉัน โอเคไหม จบนะ” แสนรักรีบต่อรอง

“เอ๊ะ อะไรกันน่ะแสน ทำไมถึงโบ้ยมาที่ฉันด้วย ไม่คุยละ ไปทำงานดีกว่า” มีนาตัดบทแล้วเดินออกจากบ้านพักไป แสนรักก็นกรู้ รีบขยับตัวแล้วตามมีนาไปติดๆ

“นี่ หยุดทั้งสองคนลย” เมษาทำท่าโมโหร้องเรียกเพื่อนกับพี่สาวฝาแฝดไล่หลังไป สุดท้ายก็ยิ้มอย่างมีความสุขอยู่คนเดียว

“เฮ้อ! เมื่อไรเราจะได้เจอผู้ชายของตัวเองบ้างละเนี่ย” เมษาบ่นงึมงำ ขณะที่ล็อกประตูบ้านพัก เสร็จแล้วจึงเดินตามแสนรักและมีนาไปทำงาน โดยไม่ได้สังหรณ์ใจเลยว่า ตัวเองจะปากพระร่วง เพิ่งขู่แสนรักไปหยกๆ เรื่องก็เกิดเป็นจริงอย่างปากเสียละ

 

“คุณพุก เดี๋ยวช่วยร่างใบลาพักร้อนให้ผมหน่อยได้ไหม” อิศเรศเอ่ยกับพยาบาลผู้ช่วย หลังจากออกตรวจผู้ป่วยนอกเสร็จ

“อาจารย์จะลาพักร้อนเหรอคะ!” ผกามาศถามอย่างแปลกใจ

“ครับ สัปดาห์สุดท้ายของเดือนหน้า ยังไงช่วยแจ้งคุณอรจัดตารางเวรให้ผมด้วย ผมลาทั้งอาทิตย์เลยนะครับ” อิศเรศตอบ พลางเอื้อมมือไปเปิดแฟ้มเอกสารพิจารณาลงนาม

“ลาทั้งอาทิตย์ อาจารย์จะไปเที่ยวต่างประเทศเหรอคะ” ผกามาศถามต่ออย่างเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ ร้อยวันพันปี อาจารย์หมออิศเรศไม่เคยลาหยุดงานเลยสักครั้ง อย่าว่าแต่ลาพักผ่อนเลย ลาป่วยยังไม่เคย ขนาดไปประชุมต่างจังหวัด พอประชุมเสร็จยังขับรถกับมาขึ้นเวรดึกต่อเลย

“อืม ผมยังไม่ได้คิดนะ คงต้องถามคนที่เขาจะไปด้วยก่อน ว่าอยากไปไหม” อิศเรศตอบโดยไม่เงยมองหน้าคนถาม เลยไม่เห็นว่าหัวหน้าพยาบาลคนเก่งทำหน้างงงันสักแค่ไหน แต่ด้วยความเกรงใจ เธอจึงไม่เอ่ยถาม และยืนรอชายหนุ่มเซ็นเอกสารเงียบๆ

“เอ่อ แล้วเดี๋ยวคุณช่วยเตรียมอุปกรณ์เจาะเลือดให้ผมด้วยนะ” อิศเรศสั่งพร้อมกับปิดแฟ้มงานที่นำเสนอแล้วยื่นส่งคืนให้ผกามาศ

“อาจารย์จะให้ดิฉันเจาะเลือดตอนนี้น่ะเหรอคะ”

“ใช่ ผมจะตรวจสุขภาพเสียหน่อย ผมอดอาหารมาเรียบร้อยแล้ว คุณไม่ต้องห่วง เจาะได้เลย” อิศเรศตอบ

“อาจารย์อยากได้ใบตรวจสุขภาพไปขอวีซ่าไปต่างประเทศเหรอคะ”

อิศเรศมองผกามาศที่กำลังคาดเดาเรื่องของเขาอย่างอารมณ์ดี ต้องขอบคุณยัยตัวจิ๋วของเขาละมั้ง ที่ทำให้เขาอารมณ์ดีได้แม้กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นแบบนี้มานานมากแล้ว

“อือ นั่นสินะ ขอเผื่อไว้ก็ดี” อิศเรศตอบคลุมเครือ

“เอ่อ สรุปว่า อาจารย์อยากตรวจสุขภาพ เพื่อเอาผลไปขอวีซ่านะคะ” อิศเรศฟังแล้วยิ่งยิ้มกว้างขึ้น แล้วคำตอบที่ผกามาศได้รับก็ไม่ช่วยให้หายข้องใจได้มากกว่าเดิมนัก

“นั่นเป็นเหตุผลที่ดี คุณพุก”

 

“อาจารย์หมออิศน่ะเหรอจะพักร้อน เป็นไปไม่ได้หรอก” ชยุดาพูดอย่างประหลาดใจ แต่กิ่งแก้วกลับไม่คิดอย่างนั้น

“ทำไมละ อาจารย์ทำงานหนักมาตลอดนะ ลาพักร้อนแค่อาทิตย์เดียวเอง ยังน้อยไปด้วยซ้ำ”

“หรือว่าอาจารย์กำลังจะมีข่าวดี” ชยุดาคาดเดาต่อ ทำให้กิ่งแก้วถอนหายใจ

“อย่าคาดเดามั่วซั่วเลยยัยมดตะนอย คราวที่แล้วก็เกือบโดนอาจารย์ดุที่เมาท์มอยในวอร์ดไม่ใช่เหรอ” กิ่งแก้วเตือนเพื่อนสาวอีกครั้ง

“โธ่ แก้ว แต่มันน่าคิดนา เธอไม่สังเกตเหรอ ช่วงนี้อาจารย์ดูอารมณ์ดีผิดปกติ ฉันเดาไม่ผิดหรอก อาจารย์ต้องกำลังจะมีข่าวดีแน่ๆ และต้องเป็นข่าวเรื่อง...”

“แต่งงาน!” เสียงศุภรอุทานดังแทรกขึ้นมา ทำให้สองพยาบาบสาวหันไปมองคนพูดเป็นตาเดียว

“อะไรนะพี่ภร ใครแต่งงานกับใคร” ชยุดาถามเร็วจี๋จนลิ้นแทบพันกัน

“จะไปรู้เหรอ ฉันก็แค่เดาจากสิ่งที่เธอพูดชี้นำมาเท่านั้น และฉันบอกเธอได้เลยว่า ผู้หญิงที่โชคดีคนนั้นจะต้องเป็น ภรญาดาแน่นอน” ศุภรตอบลอยหน้าลอยตาอย่างมั่นใจ พลางมองรุ่นน้องสองคนด้วยสายกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในที

“พี่ภรรู้ได้ยังไง แค่เพราะสนิทกับอาจารย์มากกว่าคนอื่นเท่านั้นน่ะเหรอ” ชยุดาถามอย่างหมั่นไส้ แม้เธอจะรู้ดีว่าภรญาดานั้นสนิทสนมกับอาจารย์หมออิศเรศมากกว่าผู้หญิงทุกคนในโรงพยาบาลก็เถอะ

“ของแบบนี้ก็เห็นชัดเจนอยู่แล้วนี่ และที่อาจารย์อารมณ์ดี ก็เพราะอาทิตย์หน้าอาจารย์หมอจะไปประชุมกันสองต่อสองกับภรญาดาน่ะสิ”

ชยุดาได้ยินอย่างนั้น ก็หันไปสบตากิ่งแก้ว แล้วก็หลุดหัวเราะคิกจนศุภรนิ่วหน้า แล้วถามว่า

“หัวเราะอะไรยะ ยัยมดตะนอย”

“หัวเราะพี่ภรที่ตกข่าวน่ะสิ อาทิตย์หน้าอาจารย์หมอได้รับเชิญไปเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัย เลยให้พี่พุกทำหนังสือมอบให้คนอื่นไปแทนแล้วละ”

“จริงเหรอแก้ว” ศุภรถามด้วยน้ำเสียงตกใจ

“จริงค่ะ แก้วเพิ่งเอาหนังสือไปให้ห้องธุรการเสนอผอ. เมื่อกี้เองค่ะ” กิ่งแก้วตอบ

“สรุปพวกเราก็ไม่รู้อยู่เหมือนเดิม ว่าอาจารย์หมออิศจะลาพักร้อนไปไหน” ชยุดาพึมพำ พลางกอดอกนิ่วหน้าครุ่นคิด

“คิ้วขมวดกันจะเป็นเลขแปดอยู่แล้วมด เลิกคิดเถอะ แล้วมาเตรียมตัวดีกว่า เดี๋ยวอาจารย์ก็จะมาราวน์แล้ว”

“โหย ก็มันอยากรู้นี่แก้ว” ชยุดาโพล่งออกมาอย่างขัดใจ

“อยากรู้เรื่องอะไรงั้นเหรอ คุณชยุดา” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นที่ด้านหลัง ทำให้ชยุดาอ้าปากค้าง ส่วนกิ่งแก้วรีบก้มหน้าหายใจไม่ทั่วท้องทันที

ยัยมดเอ๋ย ปากพาซวยอีกแล้ว

“เอ่อ อาจารย์ เอ่อ คือว่า” ชยุดาพูดตะกุกตะกัก พลางก้มหน้ามองพื้นอย่างคนที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

“ว่ายังไง คุณอยากรู้เรื่อง ถามผมไหม” อิศเรศถามซ้ำด้วยใบหน้าที่เหมือนอมยิ้มน้อยๆ เลยทำให้ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งเฉยดูน่ามองมากขึ้นไปอีก จนชยุดาหัวใจเต้นเร็วแล้วเผลอโพล่งแบบไม่คิดไปว่า

“อะ...อาจารย์กำลังจะมีข่าวดีใช่ไหมคะ!

“ยัยมด!/ชยุดา!” ทุกคนร้องเรียกชื่อคนขี้ตื่นเกือบจะพร้อมๆ กันในขณะที่เจ้าตัวยกมือขึ้นตะครุบปากตัวเอง แต่เมื่อมีคนหลุดปากถามไปแล้ว ทุกคนจึงรอลุ้นคำตอบจากชายหนุ่มเจ้าของประเด็นร้อนของวันนี้

อิศเรศมองหน้าพยาบาลทั้งวอร์ดที่เงียบกริบรอฟังคำตอบจากเขา พลางเลิกคิ้ว

นี่เขาแสดงออกทางสีหน้าชัดเจนขนาดที่ทุกคนดูอออกเลยงั้นเหรอ ว่ากำลังดีใจ

“ในเมื่อคุณกล้าถาม ผมก็ต้องตอบ ใช่ คุณชยุดา ผมกำลังจะมีข่าวดี” อิศเรศตอบช้าๆ

“จริงเหรอคะอาจารย์” คราวนี้ทุกคนต่างประหลาดใจ เพราะคนที่อุทานถามถามไปกลับเป็นคุณผกามาศ หัวหน้าพยาบาลเสียเอง อิศเรศหันไปพยักหน้ากับหัวหน้าพยาบาลคนเก่งแล้วตอบ่า

“จริงสิคุณพุก เตรียมตัดชุดไว้เลยนะ ส่วนการ์ดเชิญ ผมจะเอามาให้ทุกคนเร็วๆ นี้” อิศเรศตอบจบ ก็หัวเราะเบาๆ กับสีหน้าตกใจของพยาบาลทั้งวอร์ด แล้วอาจารย์หมออิศของทุกคนก็คว้าชาร์ตมาถือเดินไปด้วยท่าทางปกติ ผิดกับลูกศิษย์ที่ที่ยังช็อกกับข่าวที่ใหญ่กว่าข่าวการแต่งงานของคุณหมอคมกฤษเสียอีก กว่าจะเรียกสติให้กลับมาเดินตามอาจารย์ได้ก็กินเวลาหลายนาที

 

เสียงเดินกระแทกส้นเท้ารัวๆ เข้ามาในห้อง อิศเรศไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครกำลังเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขา ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ

“อิศคะ ที่บอกว่าคุณจะแต่งงานเป็นเรื่องจริงเหรอคะ” ภรญาดาถามด้วยน้ำเสียงปนหอบเล็กน้อย

“ครับ คุณมาก็ดีแล้ว ผมเชิญคุณไว้ล่วงหน้าเลยนะ ภรญาดา” แม้ชายหนุ่มจะตอบเสียงเรียบ แต่หญิงสาวก็จับความดีใจในน้ำเสียงนั้นได้

“อิศจะแต่งงานกับใครคะ ภรไม่เห็นอิศจะสนใจใคร หรือคบใครมาก่อนเลย”

อิศเรศมองสีหน้าคาดคั้นของภรญาดา แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ก่อนจะตอบว่า

“การที่ผมไม่สนใจใคร ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ได้มีใครในใจนี่ภร”

“แต่คุณไม่เคยบอกภรสักคำนี่คะ เราสองคนรู้จักกันมาตั้งนานแท้ๆ”

“เรารู้จักกันมานาน มันเกี่ยวอะไรที่ผมไม่บอกคุณเรื่องคนรักของผมด้วย” อิศเรศถามตรงๆ ทำให้ภรญาดากำมือแน่นจนสั่น

เขาพูดคำว่า คนรักของผม ได้เต็มปากเต็มคำได้ยังไง ไม่ไว้หน้ากันบ้างเลย ภรญาดากรีดร้องในใจอย่างเจ็บปวด แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม

“ตกลง อิศจะแต่งงานกับใครคะ” ภรญาดาถามเสียงนิ่ง

“คุณหมอแสนรัก วัตธางกูล” อิศเรศตอบเสียงนิ่งและมั่นคงไม่แพ้กัน ทำให้ภรญาดาแทบจะล้มทั้งยืน ในขณะที่บรรดาพยาบาลที่ยืนลุ้นอยู่ด้านนอกหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“เป็นไปไม่ได้ หมอแสนรักเขากำลังจะแต่งงานกับคุณหมอคมกฤษ ลูกศิษย์ของคุณนะคะ คุณจะแย่งคนรักของลูกศิษย์ได้ยังไงกันคะอิศ” ภรญาดาท้วง ทำให้อิศเรศยกมุมปากขึ้นอย่างขันๆ

“ใครบอกคุณงั้นเหรอ ว่าคมกฤษจะแต่งงานกับแสนรัก” ชายหนุ่มย้อนถาม ทำให้ภรญาดาเถียงต่อว่า

“คนทั้งโรงพยาบาลเขาก็รู้กันหมดแหละ ว่าหมอแสนจะแต่งงานกับหมอคมกฤษ” หญิงสาวเถียงอย่างมั่นใจ

“งั้นคนทั้งโรงพยาบาลก็คงเข้าใจผิด เพราะเท่าที่ผมรู้ คมกฤษกำลังจะแต่งงานกับหมอมีนาต่างหาก”

“อะไรนะ!” เสียงร้องอุทานดังขึ้นจากนอกห้อง เพราะคนที่อยู่ในห้องอย่างภรญาดาตกใจจนแทบจะเป็นลมทั้งยืน

“ถ้าคุณไม่มีอะไรแล้ว เชิญออกไปจากห้องผมด้วยครับ ผมมีงานอีกหลายอย่างต้องจัดการ”

“คุณทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง คุณอิศ” ภรญาดาถาม พลางกัดฟันแน่นราวกับแค้นเคือง

“ผมทำอะไรงั้นเหรอ ภรญาดา ผมแน่ใจนะว่าผมไม่ได้ทำอะไร” อิศเรศตอบเสียงนิ่งขรึม ทำให้หัวใจของภรญาดาที่บีบรัดอยู่แล้วยิ่งรัดตัวแน่นเข้าไปอีก

“คุณมันคนใจดำ อิศเรศ คุณแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าฉัน รัก คุณได้ยังไง” ภรญาดาตัดพ้อ

“คุณรักผมจริงๆ เหรอ ภร หรือแค่เราดูเหมือนจะเหมาะสมกัน” อิศเรศสวนกลับ

“อิศเรศ!” ภรญาดาเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างแค้นเคืองปนอับอาย ก่อนจะสะบัดหน้าหนี แล้วเดินออกจากห้องไป โดยทิ้งให้ประตูห้องเปิดอ้าค้างไว้

อิศเรศถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน แล้วลุกเดินไปปิดประตู จึงพบว่าข้างนอกห้องมีคนกำลังแอบฟังเรื่องราวอยู่เกือบสิบชีวิต

“เรื่องชาวบ้านคือ งานของพวกคุณสินะ คุณชยุดา”

คนที่ถูกเรียกชื่อถึงกับสะดุ้งโหยง แล้วหันมาส่งยิ้มแห้งๆ ให้อาจารย์หมออิศ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงปิดประตูห้องเท่านั้น

“โห โดนเรียกชื่ออยู่คนเดียวเลยเรา ซวยจริงอ๊ะ!” ชยุดาบ่นพึม ทำให้กิ่งแก้วตอบเพื่อนสาวเหมือนที่เคยพูดทุกครั้งว่า

“งั้นก็เลิกยุ่งเรื่องคนอื่นสิ จะได้เลิกซวย”

 

“คุณหมอแสนคะ มีคนไข้อยากพบคุณหมอค่ะ” เสียงพยาบาลที่ประจำตำแหน่งคัดกรองร้องบอกแสนรัก ทำให้มีนาพยักหน้าให้แสนรักแยกตัวไปก่อน ตัวเองก็เดินต่อไปห้องฟัน

“คนไข้คนไหนเหรอคะ พี่ ทำไมไม่ให้ไปรอที่หน้าห้องฟันละคะ”

“พี่บอกแล้วค่ะ แต่ป้าแกบอกว่าไม่ได้มาทำฟัน แต่จะมาคุยกับหมอเฉยๆ ค่ะ”

แสนรักนิ่วหน้าสงสัยว่าใครกันที่อยากคุยกับเธอ แต่เมื่อเธอเห็นหน้ายายแสงจันทร์เท่านั้นแหละ แสนรักก็หายสงสัยทันที

“ยายแสง...สวัสดีค่ะ” แสนรักพนมมือไหว้ยายแสงจันทร์ ที่ทำหน้าราวกับโกรธเกรี้ยวอะไรอยู่ตลอดเวลา

“หล่อน ตามฉันมา” แสงจันทร์สั่งเสียงห้วน แล้วเดินนำหน้าแสนรักไปยังสวนหย่อมหลังวอร์ดอายุรกรรม

“หล่อนห้ามแต่งงานกับคุณหมออิศเรศเด็ดขาด เข้าใจไหม” เสียงสั่งเด็ดขาดของยายแสงจันทร์ ทำให้แสนรักนิ่วหน้า

“แสนจะแต่งงานกับใคร มันเกี่ยวอะไรกับคุณยายด้วยล่ะคะ คุณกฤษยังไม่ห้ามแสนเลย แล้วนี่ยายรู้ได้ยังไงคะว่าแสนจะแต่งงาน” แสนรักเถียง

“ชะ นังแสน ถึงฉันจะแก่ แต่ก็ไม่ได้ปิดหูปิดตานะโว้ย เมื่อกี้ฉันไปรับยาที่ห้องยา ได้ยินพวกที่ห้องยาเขาคุยกันน่ะสิ เรื่องงามหน้าอย่างนี้ ข่าวมันดังเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก”

“งั้นก็ดีค่ะ แสนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเชิญ” แสนรักตอบ

“ถึงแกไปเชิญ ฉันก็ไม่ไปงานแต่งแกหรอก แต่ว่าก็ว่าเถอะ แกนี่มันลูกอกตัญญูจริงๆ แกก็รู้ว่าพ่อของคุณหมออิศคนนี้ เขาทำอะไรกับพ่อแกไว้บ้าง”

“แสนไม่เห็นว่าการแต่งงานกับคุณอิศจะอกตัญญูตรงไหนนี่คะ คุณลุงอัคไม่ได้ทำอะไรคุณคมสันสักนิด” แสนรักเถียงทำให้ยายแสงจันทร์ร้องเฮอะออกมาอย่างไม่พอใจ

“มันทำให้คุณณีไม่สนใจคุณสันไง แค่นี้ยังไม่พอหรือไง ชีวิตแต่งงานของคุณสันกับคุณณีต้องพังก็เพราะมัน”

“ยายแสง! เรื่องแบบนั้นมันไม่...”

“มันไม่เป็นความจริง กรุณาอย่าพูดว่าพ่อของผมแบบนั้นดีกว่านะครับ” เสียงทุ้มของอิศเรศที่ดังขึ้นด้านหลังแสนรักทำให้หญิงสาวหันไปมองทันที

“คุณอิศ!

ยายแสงจันทร์ก็มองอิศเรศตาค้างด้วยความตกใจเช่นเดียวกัน แต่ด้วยคำพูดที่เพิ่งพูดออกไปค้ำคออยู่ เลยทำให้ยายแสงต้องเชิดหน้าเข้าไว้

“ตอนนั้นคุณหมออิศยังเด็กไม่มีทางรู้เรื่องของผู้ใหญ่ดีไปกว่าดิฉันหรอกค่ะ”

“ตอนนั้นผมอยู่มอปลายแล้ว รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ยายต่างหากที่รักคุณคมสันมากจนตาบอด ทำให้มองไม่เห็นว่าคุณคมสันทำอะไรผิดบ้าง”

“ใช่สิ มีแค่ฉันเท่านั้นแหละที่รักคุณคมสัน ไม่ว่าคุณณี คุณกฤษ ก็ไม่มีใครเข้าใจ และเห็นใจเธอเลยสักคน คุณคมสันที่น่าสงสาร รักคุณณีอย่างกับอะไรดี แต่เธอก็ไม่รักตอบ กลับรักแต่พ่อของคุณอยู่นั่นเอง คุณคมสันที่น่าสงสารของฉันเลยต้องตายอย่างทรมาน”

“ป้าแสงควรกลับไปพักได้แล้วนะครับ” คมกฤษที่ยืนฟังยายแสงจันทร์พร่ำเพ้อเรื่องเก่าๆ อยู่นานแล้วพูดขึ้น

“คุณกฤษ! คุณต้องไม่ยอมให้นังแสนมันแต่งงานกับคุณหมออิศเรศนะ คุณจะทำเพื่อพ่อของคุณสักครั้งไม่ได้เชียวหรือ” แสงจันทร์ขอร้องเจ้านายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในความคิดของหญิงชรา

“ผมทำเพื่อพ่อไปแล้วครับ ถ้าวันนั้นผมไม่ทำเพื่อพ่อ บางทีผมอาจแจ้งตำรวจจับเขาข้อหาพยายามฆ่าแสน”

“คุณกฤษ” แสนรักร้องเรียก พลางเอื้อมมือไปจับแขนพี่ชายไว้ไม่ให้พูดอะไรไปมากกว่านี้ เพราะเรื่องก็ผ่านมานานแล้ว ไม่ควรรื้อฟื้นขึ้นมาอีก

“คุณกฤษ วิญญาณพ่อของคุณคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่ ถ้ามีงานแต่งงานระหว่างสองคนนี้เกิดขึ้น”

“ถ้าวิญญาณมีจริง ผมก็ไม่คิดว่าวิญญาณของพ่อจะมีความสุขหรอกครับ เพราะท่านไม่เคยลดความเกลียดชังที่อยู่ในใจตัวเองลงเลย แม้กระทั่งตอนใกล้จะสิ้นลม ป้าแสงเลิกอ้างเถอะครับ ผมไม่อยากโกรธป้าไปมากกว่านี้ หากรักผมเหมือนอย่างที่ป้าพูด งั้นทำเพื่อผมสักครั้งแล้วกันนะครับ”

“คุณกฤษ” ยายแสงจันทร์ครางเรียกชื่อเด็กผู้ชายที่เธอเลี้ยงมากับมืออย่างปวดร้าว และสุดท้ายก็ยอมหันหลังเดินจากไปด้วยท่าทางเศร้าๆ

“ขอโทษครับอาจารย์ ยายแสงแกยึดติดกับเรื่องเก่าๆ มากไปหน่อย” คมกฤษเอ่ยพลางยื่นมือไปตรงหน้าอิศเรศ

“ต่อให้ทำใจมาหลายปี ผมก็ทำใจให้คิดว่าอาจารย์คือน้องเขยของผมไม่ได้สักที แต่ยังไงผมก็ดีใจมากครับ ในที่สุดแสนก็ได้คนดูแลอย่างอาจารย์ครับ”

“ขอบคุณมาก คมกฤษ”

“ฝากน้องสาวผมด้วยนะครับ” อิศเรศคลายมือจากลูกศิษย์ แล้วหันไปสบตาแสนรักด้วยแววตาที่ทำให้หญิงสาวเขินจนหน้าแดง แล้วรับคำฝากฝังของคมกฤษ โดยไม่ละสายตาจากแสนรักว่า

“รับรองว่ารับฝากไว้ชั่วชีวิตเลย”

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อยากมีคนมารับฝากชีวิตเหมือนหนูแสนกันบ้างไหมคะ

ผู้ชายอย่างนี้หาได้ที่ไหนกันนะ >>>> ในนิยายของวีไง (จะถามเองตอบเองทำไม)


Post Comment

Statistic

Date posted: 3 years ago.
Date modified: 2 years ago.
Overall Viewed: 6,844 times
Monthly Viewed: 53 times
Rated: 0 times
Favorited: 0 times
Commented: 0 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.