ความรักของแสนรัก (Re-Write version)

ตอนที่ 16 ต้นเหตุของความสุข

สวัสดีวันศุกร์ค่ะทุกคน

 

วีเพิ่งกลับมาจากทำงานตอนสองทุ่มนี่เองค่ะ

นั่งพักหเดหนื่อยที่เกิดจากงานและการเดินทางผสมกัน

ก็เลยคว้าผลไม่กระเป๋ามากินคนเดียวจนหมดเลยค่ะ (หิวโซมากๆ)

พอได้กินของหวานให้ชื่นใจ ก็เลยคิดว่านักอ่านของวี

ก็คงอยากได้ความหวานให้ชื่นใจเหมือนกัน ^__^V

แม้ว่าความหวานจะมักมากับความขม

แต่วีว่า มันก็ยังดีที่สุดท้ายมันก็หวานนะคะ

 

รักคนอ่านเสมอ

veerandah

 

Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Line: veerandah

Instargram: veerandah

Email: veerandah@gmail.com

Web: tswriter.com (ทุกคนสามารถตามอ่านนิยาย (แบบเต็มๆ) ของวีได้ที่นี่ค่ะ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 16 ต้นเหตุของความสุข

           

...ใบที่สิบสี่นี้ไซร้เหมือนใจคิด สุขสมจิตมุ่งหวังดังใฝ่ฝัน เหมือนพระพุทธเดชาชนะมาร ภัยแผ้วพาลอันตรายใดไม่มี สิ่งมุ่งหวังก็ได้สมอารมณ์หวัง มาประดังเพิ่มพูลหนุนเป็นศรี...

ใครน่ะ ใครกำลังพูด...นี่เราฝันอีกแล้วเหรอ แต่เสียงนั้นยังพูดต่อไป แสนรักนิ่งฟังไปเรื่อยๆ ก็รู้ว่าเป็นเสียงของเธอเอง

...ถามหาไข้จักคลายไม่ราวี ถามหาคู่มีอยู่ทุกวันคืน ของที่หายสูญไปจะได้กลับ ไม่แลลับหายไปในที่อื่น

อะไรล่ะของที่หายไปน่ะ คือความฝันเมื่อกี้เหรอ เป็นความทรงจำของเราที่สูญหายงั้นเหรอ นั่นใช่ไหมของที่หายไปแล้วได้คืนมา

...จะเจริญบุญมั่นมีขวัญยืน ถ้าใครขืนคิดร้ายแพ้ภัยตัว ถ้ามีทุกข์แผ้วพรายดับหายลับ แต่จะกลับสุขใจมิได้ชั่ว...

ใครจะเจริญได้ ขนาดพ่อแท้ๆ ยังไม่อยากให้เรามีชีวิตอยู่เลย

...ได้ใบนี้มีแต่ดีไม่ต้องกลัว ทุกถ้วนทั่วมีสุขทุกวันเอยฯ...

แสน เสียงหวานที่จู่ๆ ก็ดังก้องขึ้นในหัวจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากคุณแม่ใหญ่

ไม่ต้องกลัวนะลูก เขาอยู่ข้างๆ ลูกแล้ว ลูกของแม่จะมีความสุขจ้ะ

คุณแม่ใหญ่คะ คุณแม่

เฮือก!

แสนรักตกใจตื่นเป็นครั้งที่สองของคืนนี้ เสียงลมหายใจของคนที่นอนข้างๆ เธอยังเป็นปกติ เพราะคืนนี้เกิดเรื่องมีนกับเมจึงอาสามานอนเป็นเพื่อนเธอ แล้วมีนไปไหนเสียละ แสนรักกวาดสายตามองไปทั่วห้อง รู้สึกร้อนและหิวน้ำมากด้วย บนโต๊ะข้างตู้เสื้อผ้ามีขวดน้ำและแก้วน้ำวางอยู่ แสนรักจึงเดินไปเทน้ำใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่ม

เหงื่อออกมากจัง อาบน้ำให้สบายตัว น่าจะหลับได้ง่ายขึ้น

แสนรักเดินเข้าห้องน้ำไป แล้วกลับออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตตัวยาวเนื้อนุ่ม หญิงสาวก้มมองเสื้อพลางถามตัวเองว่า เวลาที่ใส่เสื้อเชิ้ตตัวนี้ ทำไมเธอถึงใจเย็นลงได้ เอาไปซักตั้งหลายครั้งแล้ว แต่กลิ่นอายของเจ้าของเสื้อเหมือนจะไม่ลดลงเลย

แสนรักนั่งลงบนโซฟาซึ่งคุณกฤษเพิ่งซื้อมาวางให้ในห้องนอนเธอเมื่อไม่กี่วันก่อน และบอกให้วางไว้ข้างหน้าต่างเพราะรู้ว่าแสนรักชอบมองวิวตรงนี้มากที่สุด

หญิงสาวชันเข่าขึ้นมาโอบกอดไว้แนบตัว เธอสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ เพื่ออัดอากศให้เต็มความจุของปอดแล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ

“แสนกำลังจะมีความสุขเหรอคะ คุณแม่ใหญ่ ทำไมแสนถึงไม่รู้สึกอย่างนั้นเลยละคะ”

 

“ทำไมคุณพ่อของคุณกฤษถึงทำอย่างนั้นล่ะคะ” มีนาถามขณะวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะรับแขก ก่อนจะนั่งลงบนพรมข้างๆ คมกฤษ เพราะต้องไปชงกาแฟ มีนาก็เลยรวบผมไว้ไม่ให้รุงรัง เลยทำให้คมกฤษเห็นรอยแดงตรงซอกคอ ซึ่งเขาทิ้งร่องรอยนั้นไว้

ชายหนุ่มไล้นิ้วไปบนรอยนั่นเบาๆ และรับรู้ถึงอาการเกร็งของหญิงสาว ดึกมากแล้ว เขาจึงควรรีบเล่าเรื่องนี้ให้จบโดยเร็ว ไม่อย่างนั้นเขาอาจเปลี่ยนใจย้ายที่นอนของผู้หญิงตรงหน้าจากเตียงของเธอไปเป็นเตียงของเขาแทน

“ต้นเหตุของความสุข” คมกฤษเล่าต่อ

“ต้นเหตุของความสุขเหรอคะ?” มีนาถามงงๆ

คมกฤษพยักหน้า ก่อนจะยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ

“คุณแม่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือตั้งแต่แสนคลอด ความหวังบางอย่างฉายชัดในแววตาของท่าน”

“ความหวังอะไรคะ”

คมกฤษสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะตอบว่า

“ผู้หญิงที่ไม่เหมือนตัวเองไง คุณแม่คิดมาตลอดว่าตัวเองอ่อนแอเกินไป ที่ยอมแพ้ให้กับแรงกดดันของพ่อแม่ จนต้องแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก และ...”

มีนาจ้องมองเข้าไปในดวงตาดำขลับของคมกฤษอย่างสงสัย

“และอะไรคะ” คมกฤษถอนหายใจยาว

“และเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นกับคนที่แม่รักและครอบครัวของเพื่อนสนิท”

มีนาส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจ “ยังไงคะ ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย”

“ตอนนั้นแม่ไม่ยอมแต่งงาน ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตของคุณหนูณีผู้ว่านอนสอนง่าย ที่เกิดดื้อรั้นไม่ยอมทำตามผู้ใหญ่บอก แม่ถูกจับขังไว้ในห้องเป็นอาทิตย์ โดยแทบไม่ได้กินอาหาร แต่แล้วจู่ๆ แม่ก็กลับมาเป็นคุณหนูณีคนเดิม เพราะได้รับข่าวข่าวหนึ่ง...”

“ข่าวอะไรคะ” มีนาถามอย่างสงสัย

“ข่าวการแต่งงานของผู้ชายที่เธอรัก”

มีนากำมือแน่นโดยที่ไม่รู้ตัว ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งต่อสู้เพียงเพื่อจะได้อยู่คนที่ตัวเองรัก แต่กลับโดนหักหลังอย่างเลือดเย็นที่สุด ไม่อยากจะนึกว่าถึงหัวใจของผู้หญิงคนคงแหลกเป็นเสี่ยงๆ จนนับไม่ถ้วนแน่

“ทำไมคะ ทั้งที่รักกันมากอย่างนั้น หรือว่าผู้ชายคนนั้นไม่...”

“เขารักแม่มากอย่างไม่ต้องสงสัยเลย และเพราะรักมากนั่นแหละ ถึงเสียใจมากจนแทบเสียผู้เสียคนเลยทีเดียว เมื่อรู้ว่าแม่จะต้องแต่งงานไปกับคนอื่น แถมถูกขัดขวางไม่ให้พบกันอีก เขาเป็นหมอ แต่ดื่มเหล้าจนเมามายทุกวันจนถูกพักงาน และเพราะความเมาจนไร้สติเลยเผลอตัวไปล่วงเกินน้องสาวของเพื่อนของแม่เข้า ทำให้เธอตั้งท้อง”

มีนาส่ายหน้ากับสิ่งที่ได้ยิน เหล้าไม่ได้ทำให้คนลืมสิ่งที่ไม่อยากจำได้หรอก ซ้ำร้ายมันยังทำให้คนลืมตัวไม่มีสติจนทำเรื่องเลวร้ายยิ่งกว่าได้ แล้วก็ต้องตื่นขึ้นมาชดใช้สิ่งที่ตัวเองทำไปอย่างขาดสตินั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย

“คุณหมออัครินทร์ก็เจ็บปวดมาก ที่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น แต่เขาก็เป็นสุภาพบุรุษพอและยอมรับผิดชอบน้าแดง”

“เป็นคุณหมออัครินทร์เหรอคะ?” มีนาถามอยากนึกไม่ถึง

คมกฤษวางถ้วยกาแฟลง ก่อนจะส่งยิ้มเครียดๆ ให้มีนา

“ใช่ ศาตราจารย์นายแพทย์อัครินทร์ พีระกุณฑล คนนั้นแหละครับ”

“คุณพ่อของคุณหมออิศเรศ” มีนาย้ำให้แน่ใจว่าเธอเข้าใจไม่ผิดคน คมกฤษพยักหน้าแล้วยืนยันอีกครั้ง

“ใช่”

มีนาอ้าปากค้าง ก่อนจะพูดว่า “เป็นไปไม่ได้ อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น”

“โชคชะตาเล่นตลกไงมีน ซึ่งเป็นเรื่องที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ”

มีนาฟังอย่างนั้นก็อดถอนหายใจอย่างหนักใจไม่ได้

“ยังมีเรื่องต่อจากนั้น ซึ่งมีนคาดไม่ถึงอีกนะ”

“อะไรคะ”

“อาจารย์หมออิศกับแสนรักเคยเจอกันมาก่อน”

มีนาเบิกตาโพลง และถามอย่างนึกสะกิดใจว่า “คนที่แสนเรียกว่าพี่ชาย...ใช่ไหมคะ”

“ใช่” เสียงทุ้มตอบ พลางเอนตัวลงนอนบนตักคนตัวเล็กที่ตั้งตัวไม่ทัน

“แต่ทำไมแสนถึงจำไม่ได้ล่ะคะ”

คมกฤษหลับตาลง ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้จิตใจของแสนได้รับการกระทบกระเทือนอย่างมาก ความทรงจำบางเรื่องเลยหายไป แต่ไม่ได้กระทบกระเทือบต่อการดำเนินชีวิตปกติของเธอ เพียงแค่ลืมความทรงจำในช่วงสองปีก่อนเกิดเหตุการณ์ที่คุณพ่อสติหลุดไปเท่านั้น”

“คุณพ่อของคุณกฤษทำอะไรคะ” มีนาถาม แต่คมกฤษกลับไม่ตอบคำถามเธอ เขายังเล่าเรื่องต่อไป

“พ่อรักแม่ แต่แม่ไม่ได้รักพ่อ ยิ่งพ่อทำพี่สิริท้อง มันก็ยิ่งทำให้แม่ไม่มีวันรักพ่อ พ่อผิดหวัง แต่ก็ยังหวังว่าตราบใดแม่ยังอยู่กับพ่อ สักวัน แม่ก็จะรักพ่อ” คมกฤษหยุดพูดไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเล่าต่อว่า

“แต่เมื่อคุณลุงอัคกลับมาทำงานอยู่ที่บ้านเรา พ่อก็เริ่มระแวง กลัวว่าแม่จะแอบกลับไปคบหากับคุณลุงอัคอีก แถมบ้านของเรายังอยู่ห่างกันแค่คลองกั้นด้วย พ่อไม่เคยไว้ใจแม่เลย และโมโหทุกครั้งที่แม่ไปเยี่ยมน้าแดงที่บ้านโน้น และมาระเบิดอารมณ์เอาเมื่อตอนที่พ่อไปรับรู้ความหวังของแม่เข้า”

“ความหวังอะไรคะ” มีนาถามอย่างสนใจ

“แสนเหมือนแม่มาก ถึงหน้าตาจะไม่เหมือน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าแสนถอดแบบทุกอย่างมาจากแม่ไม่มีผิด ส่วนอาจารย์หมออิศก็เหมือนคุณลุงอัคราวกับถอดพิมพ์กันออกมา พ่อไม่ยอมให้แม่ได้อยู่กับคนที่แม่รัก แล้วเรื่องอะไรพ่อจะยอมให้เด็กที่เหมือนแม่คนที่สองไปแต่งงานกับลูกชายของศัตรูหัวใจ พ่อรู้ว่านั่นเป็นความหวังของแม่ ความหวังเดียวในรอบหลายปี แม่กำลังจะจากไป จากพ่อไปจริงๆ ตลอดกาล เพราะหลักฐานความผิดมันฉายชัดอยู่บนตัวลูกสาวนอกสมรสของตัวเอง ดังนั้นพ่อจึงคิดว่า ต้องทำลายความหวังนั้นซะ แม่จะได้ไม่ไปไหน”

“โหดร้าย ทำไมคิดเรื่องแบบนี้ออกมาได้คะ มันไม่เกี่ยวข้องกันเสียหน่อย” มีนาพูดเสียงเครือ น้ำตาใสๆ ร่วงเผลาะลงบนแก้มคมกฤษ ชายหนุ่มจึงเอื้อมมือไปไล้แก้มเช็ดน้ำตาให้เบาๆ

“สิ่งที่เราไม่มีวันจะได้มาน่ะ สำหรับคนบางคนก็ไม่อยากให้คนอื่นได้มันไปเหมือนกัน แม้ต้องทำในสิ่งที่เลวร้ายแค่ไหนก็ตาม มีนเข้าใจที่พี่พูดแล้วใช่ไหม”

“แต่เรื่องของผู้ใหญ่ ทำไมต้องเอามาทำให้เด็กต้องเจ็บปวดด้วยคะ แถมบอกไม่ได้ด้วยว่าทั้งสองคนรักกันจริงๆ ไหม”

มีนาแย้งไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคมสัน คมกฤษจึงถอนหายใจยาว

“ผมว่าเป็นพรหมลิขิตด้วยแหละมีน ถ้าแสนไม่ได้รู้จักกับอาจารหมออิศ เรื่องราวทั้งหมดอาจแค่ผ่านเลยไปก็ได้ ตอนนั้นแสนเหลือตัวคนเดียวจริงๆ ผมเองก็ถูกส่งไปเข้าโรงเรียนประจำ แสนเลยเหงามาก แม่กับคุณลุงอัคไม่เคยคิดจะให้ทั้งสองรักกัน แต่เพราะแสนติดพี่ชายคนนั้นมากเหลือเกิน ทั้คู่จึงแอบหวังกันอยู่เงียบๆ ว่ารุ่นลูกของตัวเองจะได้ลงเอยกัน”

“แต่เรากำลังพูดถึงแสนรัก ที่เป็นแค่เด็กอายุแค่เจ็ดขวบนะคะ”

“ห้าขวบเท่านั้นมีน ตอนที่แสนเจอกับอาจารย์หมออิศครั้งแรกน่ะ” คมกฤษแก้

“นั่นแหละค่ะ แค่ห้าขวบเองนะคะ” มีนาตั้งข้อสังเกต

คมกฤษขยับมากุมมือมีนาไว้หลอมๆ พร้อมกับไล้นิ้วโป้งบนหลังมือเบาๆ  และตอบว่า

“ก็บอกแล้วไง ว่าแสนเหมือนคุณแม่มาก นิสัยเหมือน การกระทำก็เหมือน และความคิดพื้นฐานก็ยังเหมือน เพราะแม่สอนมาแบบนั้น จึงไม่ยากที่แสนจะรักผู้ชายที่คล้ายกับคุณลุงอัคเหมือนแม่”

มีนาก้มมองหน้าคมกฤษที่กำลังสอดมือประสานกับมือเธอ

“ก็ยังไม่น่าเป็นไปได้อีกนั่นแหละค่ะ คุณกฤษ อายุก็ห่างกันมากตั้งสิบปีเชียวนะ”

“ที่ถูกคือ สิบสองนะมีน”

มีนาทำหน้าย่น และให้ข้อสังเกตว่า

“ตั้งรอบหนึ่งเชียวนะคะ เป็นพ่อลูกกันได้เลย คุณหมออิศเรศจะมองแสนอย่างผู้ชายมองผู้หญิงได้ยังไงคะ ถ้ามองเป็นน้องสาวละก็ น่าจะเป็นไปได้มากกว่า ส่วนแสนก็คงมองคุณหมออิศเรศเป็นเหมือนพ่อหรือพี่จะง่ายกว่า”

คมกฤษพยักหน้า แล้วพูดต่อ

“แต่อย่าลืมนะ แสนไม่เคยได้รับความรักจากพ่อเลย ถ้าคนที่มาดูแลแสนจะมีลักษณะอบอุ่นเหมือคนเป็นพ่อ ก็น่าจะเปลี่ยนเป็นความรักได้ไม่ยากใช่ไหมล่ะ แม่คิดแบบนั้น คุณลุงอัคก็คิดเหมือนกัน”

“อย่างนี้ก็เรียกว่าคลุมถุงชนนะคะ แล้วจะต่างอะไรกับรุ่นตัวเองล่ะ อุ๊ย! ขอโทษค่ะ มีนไม่ได้ตั้งใจ...”

คมกฤษหัวเราะเบาๆ

“ใช่ มีนเข้าใจถูกละ ดังนั้นแม่ถึงไม่พยายามรื้อฟื้นความทรงจำของแสนไง แม่อยากให้แสนได้กลับมาเจออาจารย์หมออิศในรูปแบบใหม่และรักกับอาจารย์อย่างที่เห็นเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใช่พี่ชายซึ่งผูกพันธ์กันมาตั้งแต่เด็ก อีกอย่างท่านก็รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้พ่อเกิดบ้าขึ้นมาแล้วทำร้ายแสนขนาดนั้น”

มีนาพยักหน้าพลางเหลือบมองนาฬิกา แล้วเอ่ยอย่างเขินๆ ว่า

“ตีสามกว่าแล้ว มีนขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ไม่งั้นพรุ่งนี้ต้องตื่นสายแน่ๆ เลย” มีนาพูดไปอย่างนั้น แต่ก็ลุกไม่ได้ เพราะชายหนุ่มไม่ยอมลุกจากตักเธอ

“งั้นก็นอนที่นี่สิ” คมกฤษกระเซ้า

“แน้ คุณกฤษ จะนอนที่นี่ได้ยังไงคะ ในเมื่อคุณนอนทับตักมีนอยู่น่ะ”

คมกฤษพลิกตัวเร็วจนมีนาสะดุ้ง และยิ่งตกใจมากขึ้น เมื่อคมกฤษซุกหน้ากับหน้าท้องของเธอ

“คุณกฤษ!

“หอมจังเลยน้ามีนเนี่ย ไม่ได้ใช้น้ำหอมด้วย ใช่ไหม” คมกฤษพูดเสียงอู้อี้อยู่กับหน้าท้องของมีนาทำให้มีนารู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่...ไม่ได้ใช้ค่ะ”

“อย่าถอดสร้อยคอนะมีน” เสียงทุ้มเอ่ยขอร้อง ทำให้มีนาอึ้งไป ก่อนจะวางมือลงบนผมของคมกฤษ แล้วลูบหัวเขาเบาๆ

“ไม่ถอดหรอกค่ะ ยกเว้นคุณกฤษจะมาถอดออกเอง”

“ไม่มีทางหรอก ให้แล้วให้เลย หัวใจผมน่ะ” คมกฤษพูดเสียงจริงจัง

มีนาอมยิ้มหน้าร้อนผ่าว และรู้ดีว่าใบหน้าของเธอตอนนี้ เป็นสีแดงเข้มแค่ไหน ทำไมคุณกฤษถึงกล้าพูดอย่างนี้นะ ไม่อายปากบ้างหรือไง

“ผมเองก็เหมือนพ่อนะ รักผู้หญิงแบบเดียวกับที่พ่อรักเลย แต่ผมโชคดีกว่าพ่อ ตรงที่คุณเองก็รักผม...ใช่ไหมมีนา” เสียงทุ้มที่พูดทอดเสียงยาวหวานๆ นั่น ทำให้หัวใจของมีนาเต้นถี่เร็ว

เมื่อฝ่ายหญิงนิ่งเงียบไป คมกฤษจึงดันตัวเองขึ้นให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับร่างบาง มือหนาของคมกฤษเอื้อมไปดึงยางที่รัดผมออก เส้นผมเส้นเล็กและนิ่มสลวยซอกซอนอยู่ระหว่างนิ้วเขา ชายหนุ่มลากไล้เส้นผมนุ่มมือลงมาจนสุดปลาย ก่อนจะย้อนมาไล้นิ้วไปบนแก้มเนียนนวลที่ไร้เครื่องสำอางอย่างทะนุถนอม

“อยากทำอย่างนี้ตั้งนานแหละ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอมีนที่ใต้ตึกเรียนแล้ว”

“ไม่จริงหรอกค่ะ คุณกฤษจะมาสนใจคนอย่างมีนได้ยังไง” มีนาแย้งเสียงสั่นๆ

“เด็กอะไรก็ไม่รู้ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาตลอด” คมกฤษพูดแล้วหัวเราะหึๆ

“คุณกฤษอย่าล้อมีนสิคะ”

เสียงหัวเราะต่ำๆ ดังใกล้ริมฝีปากมีนาเข้ามาทุกที หญิงสาวจึงรีบเบือนหน้าไปทางซ้าย ทำให้ริมฝีปากหนาของชายหนุ่มพลาดเป้าหมายที่ตั้งใจไป

“มีนน่ะชอบแอบมองผม รู้ตัวหรือเปล่า” คมกฤษพูดย้อนอดีตไป

“เปล่านะ มีน...เปล่า แอบมองคุณกฤษ” เสียงเล็กเถียงดังแผ่วๆ ทำให้คมกฤษยิ้มกว้าง

“มีนคงไม่รู้ตัว ว่าผมรู้ใช่ไหม ผมเห็นมีนชอบมองผมเลยปล่อยให้มอง เพราะมีนอยากไม่พูดกับผมนี่”

มีนาเอนตัวไปข้างหลังจนหลังพิงกับขอบโซฟา เมื่อหน้าของคมกฤษยื่นเข้ามาใกล้ และมือสองข้างก็ยกขึ้นดันไหล่ทั้งสองของชายหนุ่มไว้

“มีนพูดไม่เก่งนี่ อีกอย่าง...” เสียงของร่างบางขาดหายไป ก่อนที่ดวงตาของเธอจะรื้นด้วยน้ำตา

“อีกอย่างอะไร” ชายหนุ่มถามอย่างอยากรู้

มีนาสูดหายใจเข้าลึกๆ

“คุณกฤษเหมือนดวงดาวที่อยู่ไกลเกินเอื้อมถึง มีนกลัวว่า ถ้าตะเกียกตะกายขึ้นไปอยู่ใกล้ดาว สักวันมีนอาจจะถูกแรงดึงดูดของโลกดูดให้ตกลงมาตายก็ได้”

“เด็กโง่ ใครจะตกลงมากัน มีนก็อยู่บนโลกของมีนสิ ผมจะมาอยู่ใกล้ๆ เอง”

“แต่พออีกเดี๋ยวดาวก็ต้องหมุนเวียนไปตามวงโคจรของตัวเองนี่คะ” มีนาเถียง

ชายหนุ่มจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่ปริ่มด้วยน้ำตาคู่นั้น นี่สินะ สิ่งที่รบกวนจิตใจของมีนามาตลอดอาทิตย์

“ใช่” คำตอบที่ดังจากปากชายหนุ่ม ทำให้น้ำตาที่ปริ่มใกล้หยดอยู่รอมร่อ ร่วงพรูลงมากระทบนิ้วมือเขาทันที

“ดวงดาวก็ต้องหมุนไปตามวงโคจรของมัน และผมก็เป็นดาวที่หมุนอยู่รอบคุณไง มีนา” คมกฤษปลอบขณะมือแนบประคองสองแก้มของเธอ

มีนาทาบทับฝ่ามือตัวเองลงบนมือเขา แล้วกำไว้แน่น ร่างบางเริ่มสั่นด้วยแรงสะอื้น น้ำตาที่รินไหลเป็นทางบ่งบอกถึงความเครียดที่เธอสะสมมาทั้งอาทิตย์ นับแต่ได้รู้ความหมายของสร้อยคอที่เขาสวมให้ว่าคืออะไร

มันรวดเร็วเกินไป จนเหมือนไม่ใช่เรื่องจริง การแอบรักใครบางคนอยู่ถึงหกปีเต็ม แล้วจู่ๆ ผู้ชายที่เธอแอบรักก็บอกว่ารักเธอและยังขอเธอแต่งงานอีก นี่เป็นความฝันใช่ไหม คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวเธอจนแทบบ้าตาย

“มันเหมือนความฝัน จนมีนกลัว กลัวมันจะเป็นแค่ฝัน มีนคงตายแน่ถ้าต้องตื่นจากฝันนั้น” เสียงสะอื้นของหญิงสาวถูกกลืนไปกับริมฝีปากของชายหนุ่มที่แนบลงมา คุณกฤษจูบซับน้ำตาให้เธอ พลางดึงเธอเข้ามากอดอย่างอ่อนโยน

“มีนไม่ได้ฝัน นี่คือความจริงครับ”

มีนาพยักหน้าหงึกๆ กับอกกว้างของคมกฤษ พลางสอดมือสวมกอดเขาไว้

“พรุ่งนี้ผมจะไปตรวจร่างกาย ตรวจเลือด” คมกฤษเปรยต่อ

“คะ?” มีนาถามเสียงสูงอย่างตกใจ

“ก็ตรวจร่างกายก่อนแต่งงานไง ว่าผมปลอดภัย ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง” คมกฤษพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำให้มีนาทุบเบาๆ ที่อกคนพูดอย่างเขิน

“คุณกฤษถพูดล้อเล่นได้ตลอดเวลาได้ยังไงคะ”

“เปล่า ผมพูดจริง ผมก็เพิ่งแนะนำเพื่อนที่กำลังจะแต่งงานให้ไปตรวจร่างกายอยู่เนี่ย ถึงคราวผมแต่งงานบ้าง ก็ต้องตรวจสิ เดี๋ยวเพื่อนจะว่าเอาได้ ว่าดีแต่สอนคนอื่น”

“คุณกฤษน่ะ!” จากนั้นชายหนุ่มก็โดนทุบไปอีกตุบสองตุบ โทษฐานที่พูดล้อเล่น

“ยังไม่ได้ยินเลย” คมกฤษทำท่าเอียงหูรอฟัง

“ได้ยินอะไรคะ”

“ก็พูดอย่างที่คืนนั้นที่มีนพูดไง บอกไว้ก่อนนะ จะพูดดังพูดค่อยยังไงก็ได้ แต่มีนต้องพูดกับผมทุกวัน ไม่อย่างนั้นโดนทำโทษ”

“แน้ มากะเกณฑ์มีนได้ยังไงคะ” มีนาแย้ง

“ไม่ได้ ต้องพูดทุกวันด้วย ทดแทนกับเมื่อหกปีที่มีนไม่ได้พูด”

“ขี้โกงนี่คะ หกปีที่ผ่านมาคุณกฤษก็มีแฟนนับไม่ถ้วนเหมือนกัน มากะเกณฑ์มีนแบบนี้ เอาแต่ใจมากไปนะคะ”

คมกฤษยิ้ม พลางทิ้งตัวลงนอนบนตักมีนาอีกครั้ง

“แน้ คุณกฤษ” มีนาประท้วง แล้วยกมือจะตีคนเฉไฉ แต่กลับโดนคว้าแขนเอาไว้

คมกฤษพลิกตัว พร้อมกับดึงแขนหญิงสาวไปด้วย มีนาเลยถูกเหวี่ยงจนกลับตำแหน่งตาลปัตรกัน กลายเป็นหญิงสาวถูกตรึงอยู่กับพื้นพรมหนานุ่มหน้าโซฟาแทน

“จะทำอะไรคะ” มีนาถามอย่างตกใจ

คมกฤษได้แต่ยิ้ม พลางก้มลงมาจนหน้าเขาเกือบชิดคนตัวเล็ก

“พูดสิ” เสียงทุ้มๆ เร่งเร้าแกมบังคับ

“ผมรักมีน มีนรักผมไหม”

รักสิคะ มีนาตอบในใจ นั่นจึงไม่ทำให้เขาพอใจ

“ถ้ามีนไม่พูด ผมจะจูบนะ”

มีนาทำท่าอึกอักๆ ก่อนจะพูดเสียงเบาหวิวว่า

“มีนก็รักคุณกฤษค่ะ” พูดจบ มีนาก็ได้สัมผัสหนักๆ ที่ริมฝีปากเป็นรางวัลทันที

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หวานก่อนนอนเลยใช่ไหมคะ...พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาช่วยมาบอกวีด้วยนะ

ว่ามีใครฝันถึงคุณกฤษบ้าง ^___^V

Post Comment

Statistic

Date posted: 3 years ago.
Date modified: 2 years ago.
Overall Viewed: 6,844 times
Monthly Viewed: 53 times
Rated: 0 times
Favorited: 0 times
Commented: 0 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.