ความรักของแสนรัก (Re-Write version)

ตอนที่ 5 ข่าวลือจากวอร์ดอายุรกรรม

สวัสดีค่ะทุกคน

 

ตอนใหม่มาพร้อมกัยสายฝน วันนี้วีอารมณ์ดีมาก

เพราะวีสอบผ่านบทเรียนภาษาอังกฤษ และได้ไปต่อบทเรียนถัดไป

 

เย้ๆ วีกลัวมากค่ะ เพราะทำงานเยอะ มีเวลาทบทวนน้อย

แถมพอจะเข้าห้องสอบ ก็ปรากฎว่าเพื่อนร่วมสอบซึ่งมีอยู่แค่คนเดียว

ก็ดันไม่เข้าห้องสอบ เลยกลายเป็นว่าวีต้องสอบปากเปล่า

กับอาจารย์ฝรั่งแบบตัวต่อตัว เป็นประสบการณ์ที่สั่นพอสมควรเลย

 

แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ แถมได้คำชมจนวียิ้มหน้าบานเลยทีเดียว

ก็เลยมาอัพตอนใหม่ให้ทุกคนดีใจไปกับวีด้วย 555

 

รักคนอ่านเสมอ

veerandah


Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Line: veerandah

Instargram: veerandah

Email: veerandah@gmail.com


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 5 ข่าวลือจากวอร์ดอายุรกรรม

 

นี่เธอ นี่เธอ รู้หรือเปล่าหมอแสนรักมีรถขับแล้วละ โก้มากเลยนะ เสียงกระซิบกระซาบดังจากพยาบาลสาวที่เพิ่งเดินเข้าประตูมาแล้วตรงดิ่งไปคุยที่เคาน์เตอร์ ทำให้คนที่กำลังจัดยาใส่ถ้วยหันมามอง

ไปเอาข่าวมาจากไหนล่ะ เสียงย้อนถามดังจากพยาบาลสาวอีกคนที่ตัวอวบกว่า

ฉันเห็นเองกับตาเลยน่ะสิ รถเก๋งสีดำคันโตหรูชะมัด คราวนี้คนที่เงี่ยหูฟังอยู่อดไม่ได้ จึงหันมากระแนะกระแหนบ้างว่า

แล้วหล่อนไปรู้มาได้ยังไงล่ะยะ รถมันก็เหมือนๆ กันน่ะแหละ แม่มดตะนอย

คนถูกตั้งฉายาให้ใหม่ทำหน้ายู่ใส่ ก่อนจะตอบว่า

ไม่นะพี่ภร รถคันเนี่ยต้องแพงแน่ๆ พี่บีแฟนฉันน่ะ เขาอยากได้จะตาย แต่ไม่มีปัญญาซื้อ ชยุดา หรือมดตะนอยของทุกคนในวอร์ดยืนยันด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะแฟนหนุ่มของเธอ ทำงานอยู่โชว์รูมขายรถยนต์ จึงรู้เรื่องนี้ดี

ศุภรทำหน้าเบ้อย่างหมั่นไส้ โธ่เอ๊ย! อวดร่ำอวดรวยเสียจริงยัยคุณหมอแสนรัก แต่ศุภรยังคิดยังไม่ทันจบ มดตะนอยของทุกคนก็พูดต่อว่า

ข่าวว่า รถคันนี้คุณหมอคมกฤษซื้อให้ด้วยละ

อะไรนะ! มดตะนอยสะดุ้งจนตัวตรงแน่ว ตกใจที่จู่ๆ พี่ศุภรก็โพล่งเสียงดังลั่นขึ้นมา

เธอว่าใครซื้อรถให้หมอแสนรักนะ ยัยมด ศุภรถามซ้ำให้แน่ใจ

ก็คุณหมอคมกฤษไง พี่ภรไม่รู้เหรอ ตอนนี้ที่วอร์ด  ศัลยลือกันให้แซดว่า วันก่อนจู่ๆ คุณหมอคมกฤษก็ผลุนผลันออกจากห้องตรวจตอนพักเที่ยงไปหาคุณหมอแสนรักน่ะ ไม่รู้ว่าทะเลาะอะไรกัน พอวันต่อมาคุณหมอแสนก็มีรถขับเฉยเลย ก็เลยเดากันว่าคุณหมอคมกฤษน่ะซื้อรถง้อแฟน

ศุภรได้ยินอย่างนั้นก็รีบหันกลับทำเป็นแกล้งจัดยาใส่ถ้วยต่อ แต่มือที่จะเปิดขวดยากลับกำขวดยาไว้แน่น

อาจไม่ใช่อย่างที่เธอคิดก็ได้ หมอแสนรักท่าทางก็ดูมีเงินนะ เขาอาจซื้อเองก็ได้นี่ ศุภรแก้ต่างให้ แต่ชยุดากลับส่ายหัวดิกเชิงคัดค้าน แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เพื่อนพยาบาลอีกคนก็ออกโรงเห็นด้วยกับศุภร

เออ จริงด้วยนะแก หมอแสนรักอาจจะซื้อเองก็ได้ กิ่งแก้วพยาบาลร่างอวบที่นั่งฟังมาแต่ต้นเอ่ยสนับสนุนความเห็นของศุภร

พอศุภรได้ยินเสียงสนับสนุนอย่างนั้นก็ใจชื้น จึงเริ่มทำงานของตัวเองต่ออย่างสบายใจขึ้นเล็กน้อย แต่ชยุดาก็เถียงขึ้นอีกว่า

ไม่จริงหรอก ฉันโทร. ไปถามพี่บีแล้ว พี่บีบอกว่ารถคันนั้นน่ะ คุณหมอคมกฤษเป็นคนซื้อแน่ๆ ซื้อสดจ่ายรวดเดียวหมดเลยด้วยนะ

ศุภรกัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ หลักฐานชี้ชัดขนาดนี้ คงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้ว ความโมโหจึงก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว กิ่งแก้วซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ เห็นความผิดปกตินั้น จึงรีบพูดว่า

เห็นว่าเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกันนี่นา ซื้อของให้กันก็ไม่แปลกหรอก พูดจบ กิ่งแก้วก็พยายามส่งสัญญาณให้แม่มดตะนอยหยุดพูดเสียที แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว

ลูกพี่ลูกน้องที่ไหนทำกันอย่างนี้บ้าง ฉันก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ ฉันว่าสองคนนี้มันยังไงยังไงอยู่นา หรือพี่ภรว่าไง

กิ่งแก้วยกมือกุมขมับอย่างอ่อนใจกับเพื่อนตัวเอง เรื่องพูดยั่วโมโหศุภรเนี่ย ยัยมดตะนอยของเราเก่งไม่แพ้ใครเลยจริงๆ

ตึง! เสียงกระแทกขวดยากับพื้นโต๊ะ ทำกิ่งแก้วสะดุ้งโหยง

ลูกพี่ลูกน้องก็คือ ลูกพี่ลูกน้องละน่า อย่าพูดอะไรน่าเกลียดได้ไหมยัยมด ศุภรพูดเหมือนปรามเสียงเข้ม

ชยุดามองท่าทางของรุ่นพี่สาวอย่างขำๆ

ถ้าเป็นเรื่องของคุณหมอคมกฤษละก็ พี่ภรต้องแสดงอาการฉุนเฉียวอย่างนี้ทุกทีสิน่า

น่าเกลียดที่ไหนกันล่ะ พี่ภร มดก็แค่ตั้งข้อสังเกตให้พี่ระแวดระวังใจตัวเองไว้บ้างเท่านั้นเอง คนเขามีตัวจริงอยู่แล้ว แถมรู้จักกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย อย่างหวังสูงนักเลยพี่

ระวังระเวิงอะไร ฉันไม่เห็นต้องระวังอะไรเลยนี่ ศุภรโต้กลับด้วยเสียงที่ออกจะฉุนเฉียวมากขึ้น

ก็ระวังกินแห้วน่ะสิ หรือพี่จะบอกว่าไม่กลัว ชยุดาย้อนอย่างไม่ลดราวาศอก

ยัยมด! ศุภรแผดเสียงใส่อย่างสุดจะกลั้น

อะไร! อะไรกัน ศุภร เธอส่งเสียงดังลั่นวอร์ดแบบนี้ได้ยังไง ทำงานมากี่ปีแล้วเนี่ย ฮะ! เสียงของผกามาศ พยาบาลหัวหน้าวอร์ดอายุรกรรม ซึ่งเป็นพยาบาลเก่าแก่ของโรงพยาบาลแห่งนี้ดังขึ้น ทำให้ศุภรก้มหน้าทันที

ขอโทษค่ะ พี่พุก

ศุภรก้มหน้าขอโทษ แต่ไม่วายปรายตาไปคาดโทษรุ่นน้องฝากไว้ก่อน แต่ชยุดากลับไม่รู้รู้สากับท่าทางคาดโทษนั้นแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังทำท่าล้อเรียนศุภรอยู่ข้างหลังหัวหน้าอีกด้วย

หน็อย ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยมดตะนอย

เตรียมตัวจัดแถวสิ เดี๋ยวอาจารย์หมออิศจะมาราวด์วอร์ด แล้วนะ ผกามาศกำชับลูกน้องในสายงาน

ค่ะ ทั้งหมดรับคำ และยืนเรียงแถวรอทันที

ในช่วงเวลาแบบนี้ พยาบาลทุกคนต่างพากันก้มหน้ากันงุด เพราะกลัวคุณหมออิศเรศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณหมอเจ้าระเบียบมาก และถ้าต้องให้เขามายืนรอพยาบาลเมาท์กันมันหยดอย่างเมื่อครู่ คงไม่ดีจริงๆ และผกามาศก็ไม่มีวันยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแน่

ทุกคนจึงรู้ดีว่า หากอยากอยู่รอดปลอดภัยในวอร์ดนี้ต่อไป ก็จงทำตัวให้ดีซะ ไม่อย่างนั้น อาจโดนคุณผกามาศสั่งย้ายด่วนได้ ด้วยเหตุผลขัดหูขัดตา แต่ถึงจะกลัวโดนย้ายอย่างนั้น มดตะนอยก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบกับเพื่อนสาวต่อ

นี่แก้ว

อะไร

พี่ภรนี่กลัวกินแห้วจริงๆ นะ คราวนี้เจอกับคุณหมอแสนรัก รับรองว่าจ๋อยแน่ แค่ความสวยก็เทียบไม่ติดแล้วละ ว่าไหม

ว่าอะไรรึ คุณชยุดา

ชยุดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ เพราะเสียงย้อนถามเธอตอนนี้ไม่ใช่กิ่งแก้ว แต่เป็นอาจารย์หมออิศเรศ

ปละ...เปล่าค่ะ อาจารย์ ชยุดาตอบเสียงตะกุกตะกัก หมออิศเรศจึงแค่มองลูกศิษย์นิ่งๆ ก่อนจะยื่นมือไปรับชาร์ตจากคุณผกามาศ แล้วเริ่มออกเดิน

ซวยชะมัดเลย มดตะนอยบ่นพึม

ก็หยุดพูดเสียสิ จะได้เลิกซวยซะที กิ่งแก้วกระซิบตอบ พอได้ยินอย่างนั้น มดตะนอยก็ค้อนเพื่อน พลางต่อต้านในใจว่า

หึ! ก็มันเลิกไม่ได้นี่นา

           

เดี๋ยวนี้มีข่าวลืออะไรนักหนางั้นเหรอ พล

ธีระพลมองหน้าคนถาม ที่เป็นทั้งอาจารย์ หัวหน้า และเพื่อนร่วมงานอย่างงงๆ

แปลกจัง ปกติอาจารย์หมออิศไม่เคยสนใจข่าวลือนี่นา

ทำไมอาจารย์มาถามผมล่ะครับ

อาจารย์หมออิศเรศยิ้ม ก่อนจะตอบว่า เห็นเธอชอบตามติดสถานการณ์เสมอไง

ธีระพลยิ้มแห้งๆ ส่งถ้วยกาแฟให้อาจารย์ แล้วค่อยไปหยิบของตัวเองและนั่งลง

โธ่ อาจารย์พูดอย่างนี้ก็เท่ากับว่าผมช่างเมาท์เป็นผู้หญิงไปได้ แล้วอาจารย์อยากรู้เรื่องอะไรล่ะครับ

เสียงอาจารย์หนุ่มหัวเราะหึๆ ในคอ ทำให้อดีตนักศึกษาแพทย์ในสังกัด อดขนลุกไม่ได้ อาจารย์หมออิศเรศ ยังไงก็ยังน่ากลัวอยู่ดีละน่า ขนาดหัวเราะยังน่ากลัวจนขนลุกเลย

เริ่มจากเรื่องล่าสุดที่พวกพยาบาลฮอทฮิทกันสุดๆ เมื่อเช้าก่อนเป็นไง

อ๋อ เรื่องรถใหม่ของคุณหมอแสนรักครับ อาจารย์จำหมอแสนรัก น้องสาวเจ้ากฤษได้ไหมครับ คนตัวสูงๆ สวยๆ น่ะครับ พวกพยาบาลเล่าลือกันใหญ่ ว่าเจ้ากฤษเป็นพ่อบุญทุ่ม ซื้อรถหรูเลิศคันใหม่ราคาแพงหูฉี่ง้อน้องสาวมัน

แล้วมันแปลกรึ เสียงถามที่ทุ้มต่ำนั่น ทำให้ธีระพลอดสงสัยต่อไม่ได้ จู่ๆ อาจารย์หนุ่มใหญ่ที่ไม่สนใจข่าวซุบซิบนินทาของพวกผู้หญิง ทำไมจึงเกิดอยากรู้เรื่องเมาท์มอยของพวกพยาบาลขึ้นมา

คงแปลกสำหรับคนที่ไม่รู้ละมั้งครับ อย่างผมนี่ไม่แปลก เพราะใครๆ ในคณะรู้ดีอยู่แล้ว ว่าเจ้ากฤษน่ะมันรักน้องสาวคนนี้มากแค่ไหน ถึงจะเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องกัน แต่เห็นว่าโตมาด้วยกันนะครับ มันดูแลปกป้องของมันมาแต่เล็กแต่น้อย

หมออิศเรศเลิกคิ้วสงสัย เท่าที่เขาเห็น ก็ดูจะเป็นการแสดงความรักที่มากเกินไปหน่อยสำหรับลูกพี่ลูกน้อง อย่างในสวนหย่อมวันนั้นสิ กอดกันกลมเชียว

คนในโรงพยาบาลนี้คงยังไม่ชินละมั้งครับ ผมเห็นภาพเหล่านี้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วก็เลยชิน ตอนแรกๆ ผมก็ว่าแปลก ผมเองก็มีน้องสาวนะ ยังไม่เคยดูแลขนาดเจ้ากฤษเลย แต่พอดูไปเรื่อยๆ เห็นบ่อยๆ เข้าก็เลยชินไปเอง สุดท้ายเจ้ากฤษมันก็แค่คนติดน้องเท่านั้นแหละครับ อาจารย์ ธีระพลเล่าขณะสังเกตอาจารย์หมออิศเรศไปด้วย

ท่าทางเรื่องนี้มันจะชักยังไงยังไงแล้วสิ โธ่เอ๊ย เจ้ากฤษก็ดันไปสัมมนาซะด้วย เลยอดเมาท์กับมันเลย เดี๋ยวว่างๆ ค่อยโทร. ไปหามันดีกว่า ถ้าที่คิดมันถูกนะ สนุกแน่ละคราวนี้

           

นี่ยัยแสน แกรู้ไหมว่าตอนนี้เขาลือกันให้แซดเรื่องรถของแกน่ะ เสียงเมษาถามขึ้น ขณะเจ้าของเรื่องทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะกินข้าวในโรงอาหารของโรงพยาบาล

ข่าวลืออะไรเหรอ แสนรักถามอย่างไม่ใส่ใจนัก

ก็เขาลือกันว่า แกเป็น จุด จุด จุด ของคุณกฤษน่ะสิ เมษาพูดเสียงเบาลงราวกับกระซิบข่าวสำคัญอะไรสักอย่าง พอแสนรักก้มเข้าไปเงี่ยหูฟังก็ต้องเบิกตาโตทันที

บ้า! ใครปล่อยข่าวแบบนี้กัน ฉันจะไปเป็นอย่างนั้นกับคุณกฤษได้ไงเล่า

เมษายักไหล่ แล้วเริ่มกินข้าว ก่อนจะตอบว่า

ใครจะไปรู้ ตอนนี้แบ่งเป็นสองพวกแล้วรู้เปล่า พวกแม่ค้าในโรงอาหารเชียร์แกจะแย่ แต่พวกพยาบาลโดยเฉพาะยัยศุภรที่อยู่วอร์ดอายุรกรรมแช่งชักหักกระดูแกแทบตาย

แสนรักทำหน้ายู่ ก่อนจะถามว่า แล้วทำไมต้องมาแช่งฉันด้วยเล่า

เอ้า! ก็ยายนั่นเล็งคุณกฤษอยู่นี่นา ตอนนี้ต้องระวังตัวไว้หน่อยนะเพื่อน แกน่ะถูกหมายหัวไว้แล้ว

แสนรักส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ คำเตือนของเพื่อน

ช่างสิ ใครจะสน เอ้อ เม วันนี้ไปนอนที่บ้านริมชลกันนะ คุณกฤษไปสัมมนา ฉันเลยต้องไปดูบ้านแทน แถมป้าอุ่นก็ไม่สบายด้วย

อ้าวเหรอ แล้วป้าอุ่นเป็นอะไรล่ะ เมษาถามอย่างเป็นห่วง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอและมีนาพี่สาวฝาแฝดก็ไปพักที่บ้านริมชลซึ่งแสนรักอยู่มาแต่เล็กแต่น้อยเป็นประจำ จึงรู้จักพี่เลี้ยงของแสนรักคนนี้เป็นอย่างดี

ไม่รู้สิ ต้องไปดูก่อน ป้าอุ่นน่ะกินยากรองจากฉันเลยรู้เปล่า

คนเลี้ยงเป็นยังไง คนถูกเลี้ยงก็เป็นอย่างนั้นละน่า ทำใจเถอะ ก็ดีนะ คิดถึงกับข้าวฝีมือป้าอุ่นจะแย่โอ๊ย ยัยแสนมาเขกหัวฉันทำไม

บ้าสิ ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไงคุณหมอเมษา ที่บอกว่าป้าอุ่นไม่สบายน่ะ

รู้แล้ว รู้แล้ว ล้อเล่นน่ะ เฮ้อ อิจฉายัยมีนจัง ได้ไปเที่ยวรีสอร์ตสวยๆ อยากไปบ้างจัง

แสนรักมองเพื่อนยิ้มๆ พลางพูดตอกกลับว่า

มีนไปน่ะดีแล้ว ให้เธอไปจะมีประโยชน์อะไร

เมษาค้อนให้วงใหญ่ แล้วโต้กลับว่า ดีนะที่คุณกฤษไปด้วยนะ ไม่งั้นฉันจะเขกหัวเธอเอาคืนจริงๆ ด้วยยัยแสน เห็นแก่บุญคุณครั้งนี้หรอกนะ

เมษาพูดจบ ทั้งคู่ก็หัวเราะร่าพร้อมกัน ก็แหมอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ขนาดนี้ งานนี้ถ้ามีนาไม่ได้เป็นคนไปสัมมนา มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร

หวังว่าคุณกฤษจะไม่พลาดโอกาสอีกนะ

เดี๋ยวฉันไปก่อนนะเม ว่าจะแวะซื้อกาแฟร้านป้าสมศรี ก่อนเข้าห้องฟัน

เมษาพยักหน้า แล้วกินอาหารต่อด้วยความรวดเร็ว

 

อีกยี่สิบนาทีจะบ่ายโมง ต้องรีบหน่อยแล้ว หวังว่าคนจะไม่เยอะนะ

แสนรักคิด ขณะรีบร้อนเดินข้ามถนนไปร้านกาแฟป้าสมศรี โดยไม่ทันมองว่ามีรถเลี้ยวออกมาจากประตูโรงพยาบาล คนขับรถคันนั้นคงพยายามหลบแล้ว แต่ประตูมันแคบก็เลยหลบไม่พ้น ส่วนแสนรักก็พยายามเบี่ยงตัวหลบ ก็เลยตกขอบทางเดิน น่องข้างซ้ายจึงโดนขอบคอนกรีตครูดเป็นทางยาว

โอ๊ย! ซี้ด~” แสนรักร้องคราง พลางก้มมองแผลอย่างงงๆ

ซวยอะไรอย่างนี้นะยัยแสน ได้เลือดเลย แสนรักโอดครวญยังไม่ทันจบ เสียงปิดประตูรถก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงถามอย่างเป็นห่วงปนดุว่า

เป็นอะไรมากหรือเปล่า ข้ามถนนยังไงถึงไม่ดูทางเลย

แสนรักเห็นขวับไปมองคนพูดนึกฉุนขึ้นทันทีว่า

คนบ้า! ชนเขาแล้ว ยังพูดแบบนี้อีกเหรอ เดี๋ยวแม่จะ...คุณหมออิศเรศ!

แสนรักมัวแต่กรีดร้องในใจ จนลืมว่าคนตรงหน้าได้เข้ามาดู และกำลังจะจับขาของเธอ แต่แสนรักรีบชักขาหลบ อาการเจ็บก็เลยจิ๊ดขึ้นมา จนหญิงสาวต้องสูดปากอีกครั้ง

ซี้ด! แสนรักรีบกัดริมฝีปากไว้ทันที

อย่าขยับสิ คุณ ขอผมดูแผลหน่อย

แสนรักมองหน้าหล่อๆ ของคุณหมออิศเรศด้วยหัวใจสั่นๆ

ตาบ้าเอ๊ยเห็นไกลๆ ใจยังเต้นจะแย่ แล้วเข้ามาใกล้อย่างนี้ หัวใจวายของเราไม่วายเลยหรือไง แสนเอ๊ยแสน ทำใจดีๆ หน่อย

หมออิศเรศไม่สนใจอาการขยับขาหนีของอีกฝ่าย เขาเอื้อมมือไปกุมข้อเท้าหญิงสาวไว้แน่น แล้วขยับไปมองใกล้ๆ เพื่อตรวจแผลอย่างละเอียดด้วย

กระดูกไม่ได้หัก เหลือแต่แผลเท่านั้น โดนครูดเสียยาวแต่คงไม่ลึกเท่าไรละมั้ง ต้องรีบพาไปล้างแผลก่อน

ลุกไหวไหม น้ำเสียงที่ถามค่อนข้างปรานีผิดกับเมื่อกี้ ทำเอาแสนรักแทบหยุดหายใจ ก่อนจะตั้งสติรวบรวมเรี่ยวแรงตอบว่า

ไหวค่ะ เสียงหวานตอบเบาๆ

อิศเรศขยับตัวถอยห่างเพื่อให้คนเจ็บลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันไร คนปากแข็งที่เพิ่งลุกขึ้นมาก็ทำท่าจะล้มลงไปกองเหมือนเดิม เขาเลยก้าวเข้าไปรับเธอไว้ กลิ่นหอมที่โชยจากร่างบางทำให้อิศเรศมึนงงไปชั่วขณะ ก่อนจะเรียกสติกลับมา

ให้ผมช่วยละกัน ชายหนุ่มเสนอ แต่คนในอ้อมแขนส่ายหน้าแรงๆ พยายามบิดตัวออกจากวงแขนนั้น

มะ...ไม่ต้องค่ะ แสน...เอ่อ...ดิฉันเดินเองได้ค่ะ แสนรักยืนยันเสียงอ้อมแอ้ม

ไม่ต้องเกรงใจ ไปเถอะ เดี๋ยวผมช่วย ชายหนุ่มไม่ฟังเสียงและดึงดันจะช่วยต่อไป หัวใจของแสนรักเลยยิ่งเต้นรัวมากขึ้น

ไม่เป็นไรค่ะ!

ไม่ได้เกรงใจ แต่กลัวหัวใจวายมากกว่า แสนรักคิด พลางดิ้นจนหลุดจากอ้อมกอดนั้นได้สำเร็จ ถึงแม้จะปวดแผลมากอยู่ ก็พยายามอดทนไม่แสดงอาการให้คุณหมอหนุ่มเห็น แถมยังพยายามยืนด้วยขาข้างที่ไม่เจ็บแทน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ด้วยความดื้อแพ่งของตัวเองแหละ

คุณหมออิศเรศมองแสนรักที่พยายามยืนด้วยตัวเองด้วยดวงตาคมกริบ จนแสนรักอึดอัด

เหมือนเขากำลังเอกซเรย์เราอยู่อย่างนั้นแหละ ไม่ชอบแบบนี้เลย

ฉะ...ดิฉันเดินเองได้ค่ะ แสนรักยืนยันอีกครั้ง คุณหมออิศเรศถอนหายใจหนักหน่วง แล้วพูดคำพูดซึ่งทำให้แสนรักต้องอ้าปากค้าง

งั้นก็ดี เดินไปที่ฉุกเฉินภายใน 10 นาทีนะ ผมจะไปรอทำแผลให้คุณที่นั่น

แสนรักนิ่งอึ้งมองคนสั่งอย่างตะลึง ปล่อยให้ชายหนุ่มเดินกลับไปขึ้นรถ จนได้ยินเสียงสตาร์ตรถนั่นแหละ เธอจึงได้สติ

อะไรกันผู้ชายคนนี้! ทำไมถึงเผด็จการอย่างนี้นะ นึกว่าเราเป็นลูกศิษย์หรือไง สมแล้วที่โดนคุณกฤษกระแนะกระแหนเป็นประจำน่ะ ก็เป็นอย่างนี้สิเล่า คราวหน้าจะไม่ห้ามเลยเวลาคุณกฤษพูดถึงอย่างไม่ดี อีตาหมอบ้านี่ โอ๊ย เจ็บจังเลย ไม่กินแล้วกงฟงกาแฟเนี่ย

แสนรักคิดอย่างเข่นเขี้ยวระหว่างทางที่เดินกะโผลกกะเผลกไปห้องฉุกเฉิน

 

ตอนพักเที่ยง คนส่วนใหญ่ก็ต้องพักกินข้าวกัน ทั้งโรงพยาบาลจึงแทบจะร้าง  ในห้องฉุกเฉินจึงเหลือพยาบาลน้อย มีพยาบาลที่นั่งอยู่สองสามคน แต่แสนรักก็ยังรู้สึกอายอยู่ดี แถมพนักงานตามเคาน์เตอร์ก็ยังทำท่าลอบเมียงๆ มองๆ มาทางแสนรักอีก

โอ๊ย แสนรัก ซุ่มซ่ามจนได้อายเลยเห็นไหม

แสนรักเดินเข้าห้องฉุกเฉินก็เห็นอาจารย์หมอสุดหล่อของเหล่าพยาบาลกำลังเตรียมชุดทำแผลอยู่ด้วยตัวเอง ทำเอาพยาบาลที่มองอยู่ ถึงกับทำตาปรอย ราวกับว่าแสนรักเนี่ยช่างโชคดีเสียเต็มประดาเลยทีเดียว ที่ได้คุณหมอสุดหล่อมาดเนี้ยบปฐมพยาบาลให้

โชคดีตายละ สั่งให้ฉันเดินมาเองเนี่ยนะ แถมต้องภายในสิบนาทีอีกด้วย คนอะไรใจร้ายสุดๆ เลย แสนรักคิดค่อนขณะมองคุณหมอคนเก่ง แล้วหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความโกรธกรุ่นที่อยู่ในใจ

"ช้าจริง มานั่งตรงนี้เร็วๆ" เสียงดุดังขึ้น เมื่อคุณหมอหันมาเห็นแสนรักยังคงยืนนิ่ง ไม่ยอมเดินมาที่เตียงปฐมพยาบาล

"ถ้าคุณหมอไม่ว่าง ไม่จำเป็นต้องทำเองก็ได้นะคะ เดี๋ยวพี่ๆ พยาบาลก็ทำให้เองแหละ"

พูดจบ แสนรักก็ปีนขึ้นไปนั่งบนเตียงผู้ป่วย โดยไม่มีคนช่วยเหลือเช่นเดิม แถมแสนรักยังต้องหยิบผ้าห่มมาคลุมที่หน้าตักกันโป๊ด้วยตัวเองด้วย ตอกย้ำอีกครั้งว่า คุณหมออิศเรศนี่ใจร้ายจริงๆ

คุณหมออิศเรศมองแสนรักเขม็ง แต่แสนรักไม่กลัวหรอก ทำไมล่ะ ตัวเองผิดนะ ยังมาทำท่าแบบนี้อีก ขอโทษสักคำก็ไม่มี

"ไม่ได้ ผมจะทำเอง เดี๋ยวใครแถวนี้จะหาว่า ผมทำให้เจ็บแล้วไม่รับผิดชอบ ผมอาจจะผิดอยู่บ้าง ที่ไม่รู้เอาตาไปไว้ที่ไหน จึงไม่ทันเห็นว่าคุณกระโดดมาขวางหน้ารถ

ฉันไม่ได้กระโดดมาขวางหน้ารถคุณสักหน่อย แสนรักรีบตะปบปากตัวเองแทบไม่ทัน เพราะเผลอเถียงเสียงดังไป เลยยิ่งเป็นจุดสนใจมากขึ้น

"คุณทำ ผมขับรถอยู่ดีๆ ประตูทางออกมันก็แคบแค่นั้น คุณยังกระโดดมาขวางหน้ารถผมอีก"

"ฉันไม่...โอ๊ย!" แสนรักกระตุกขาทันที เมื่อแอลกอฮอล์โดนแผล แต่คุณหมออิศเรศใช้มืออีกข้างจับข้อเท้าเธอตรึงไว้แน่น

"อยู่นิ่งๆ ล้างแผลก่อน"

แสนรักพยายามดึงขากลับ แต่คนทำแผลกลับกำข้อเท้าเธอแน่นกว่าเดิม

"คุณแกล้งฉัน" แสนรักเริ่มตัดพ้อเสียงสั่นๆ ถ้าคุณกฤษทำแผลให้ ต้องไม่ทำแรงอย่างนี้แน่ คนอะไรนิสัยไม่ดี

"ผมเหรอแกล้งคุณ ผมกำลังช่วยคุณละไม่ว่า"

"ก็..." แสนรักอ้าปากจะค้าน แต่อิศเรศก็ท้วงขัดขึ้นว่า

"แผลแค่นี้ไม่ถึงตายหรอก เมื่อกี้ยังทำเป็นเก่งเดินมาจนถึงนี่ได้ แค่ล้างแผลเอง เจ็บมากเหรอ คุณหมอแสนรัก"

โอ๊ยตาย ไข้จะจับ ฟังคนเรียกชื่อเต็มของเรามาตั้งมากมาย ไม่รู้สึกอะไร แค่โดนอีตานี้เรียกครั้งเดียว เนื้อตัวสั่นไปหมด เป็นบ้าอะไรนะ แสนรัก

ว่าไงคุณหมอคนเก่ง เจ็บเหรอครับ เสียงทุ้มยังถามย้ำ แสนรักเลยกัดฟันตอบไปว่า

"มะ...ไม่เจ็บ

อิศเรศเห็นท่าทางเด็กดื้อของแสนรักก็อดลอบยิ้มไม่ได้

เด็กหนอเด็ก ตั้งแต่เล็กจนโต ดื้อไม่เปลี่ยนเลย ชายหนุ่มคิด พลางคีบสำลีจุ่มน้ำยา แล้วทาบริเวณแผล

แผลลึกกว่าที่คิด ฟุตบาธนั่นคมไม่ใช่เล่นเลย สงสัยต้องจ้างช่างมาปรับปรุงทางเดินให้ปลอดภัยกว่านี้แล้วละ นี่ถ้าไม่เป็นแผลเป็นก็คงดีสิ เสียดายขาสวยๆ

แสนรักน้ำตาแทบร่วงเมื่อโดนยาทาแผล เธอกำผ้าที่คลุมหน้าขาแน่น จนคนที่กำลังทำแผลให้สังเกตเห็น

"บอกไม่เจ็บ แต่ทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้เชียว" แสนรักบุ้ยปากกับคำล้อเลียนของเขา และแก้ตัวว่า

"ใครจะร้องไห้ เปล่าซะหน่อย"

"อ้าว งั้นเหรอ เห็นน้ำตาคลอหน่วยออกอย่างนั้น"

"คุณ!...เสร็จหรือยังล่ะ"

"รอเดี๋ยว ติดผ้าก๊อซก่อน"

แสนรักรอจนคุณหมออิศเรศติดผ้าก๊อซปิดแผลเรียบร้อย จึงชักเท้ากลับ แต่พอแผลตึงก็เจ็บเลยอดร้องไม่ได้

เคลื่อนไหวช้าๆ หน่อย สองสามวันนี้แผลจะตึงๆ บ้าง อย่าให้แผลโดนน้ำล่ะ

แสนรักนิ่งไม่ได้รับคำ มัวแต่ลูบผ้าก๊อซที่ปิดปากแผลเบาๆ

วันจันทร์มาให้ผมดูแผลอีกครั้งแล้วกัน เสียงทุ้มสั่ง ไม่สนใจอาการตกใจของอีกฝ่าย

คะ?” แสนรักรับขานเสียงสูงเหมือนตั้งคำถามแบบงงๆ

มาก่อนเก้าโมงนะ เพราะผมต้องราวด์วอร์ด พูดจบ คนนัดก็ทำท่าจะเดินออกจากห้องไป

เดี๋ยวค่ะ คือ ดิฉันคิดว่า ไม่ต้องก็ได้มั้งคะ แค่ทำแผล….”

แปดโมงครึ่งวันจันทร์ที่ห้องผม สวัสดี คุณหมอแสนรัก อิศเรศตัดบท แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว จนแสนรักหน้าเหลอหลามองตามหลังของชายหนุ่มที่พูดเองเออเองไปอย่างมึนงง

คนอะไรกัน! เผด็จการที่สุดเลย กะอีแค่ทำแผล ทำไมต้องถ่อไปให้เขาทำด้วยเล่า บ้าที่สุด

           

ฮัลโหล มีอะไรเหรอพล คมกฤษถามไปตามสาย ที่จู่ๆ เพื่อนสนิทก็โทร.มาหาเขา

ไม่มีอะไรหรอก เพื่อนรัก ฉันก็แค่อยากจะมาอัพเดตข่าวใหม่ๆ ให้แกรู้ไว้ไง น้ำเสียงร่าเริงผิดปกติของเพื่อนสนิท ไม่ได้ทำให้คมกฤษสนใจมากขึ้น เขาจึงถามเสียงเอื่อยเฉื่อยขณะล้มตัวลงนอนบนเตียงว่า

ข่าวอะไรวะ

เรื่องน้องสาวสุดรักสุดหวงของแกไง

เรื่องแสน! แสนเป็นอะไรล่ะ คมกฤษถามเสียงตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย

ก็ตกเป็นข่าว ว่าเป็นคู่รักกับคนที่ประหลาดที่สุดในโรงพยาบาลไงล่ะ ธีระพลตอบ

อาจารย์หมออิศใช่ไหม คมกฤษถามกลับราวกับรู้อยู่แล้ว

ธีระพลเลยพูดเย้าอย่างอดไม่ได้ว่า โห ไอ้กฤษ แกนี่น่าไปซื้อหวยนะ เดาโคตรแม่นเลย

ไม่ใช่เดาแม่น แต่มันเป็นอย่างนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้วละ

หา!

คมกฤษไม่รอให้เพื่อนถามต่อ ก็รีบปิดโทรศัพท์ แล้วลุกจากเตียงเดินไปที่ริมหน้าต่าง และดึงม่านเปิดออก จนเห็นวิวทิวทัศน์ของต้นไม้และภูเขาที่อยู่เบื้องนอกหน้าต่างนั้น

ใช่...มันเป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วละ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่วีนั่งรีไรท์ อยู่นั้น วีก็คิดมาตลอดว่า แสนรักเวอร์ชั่นที่แล้วขาดอะไรไป

ถึงขึ้นต้องกลับไปเปิดคัมภีร์ (สมุดจดพล็อตตอนเริ่มเขียนใหม่ๆ)

ซึ่งนอกจากความยากในการแกะลายมือของตัวเองแล้ว 

วีก็ได้พล็อตเล็กๆ ที่วีแอบจดไว้ที่มุมกระดาษมาเพิ่มเติมด้วย

ดังนั้น คิดว่า แฟนคลับคุณหมออิศกับหมอแสนรักรุ่ดั้งเดิม

ลองติดตามพล็อตที่เสริมเข้ามาด้วยนะคะ หวังว่าจะชอบค่ะ

Post Comment

Statistic

Date posted: 3 years ago.
Date modified: 2 years ago.
Overall Viewed: 6,844 times
Monthly Viewed: 53 times
Rated: 0 times
Favorited: 0 times
Commented: 0 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.