ความรักของแสนรัก (Re-Write version)

ตอนที่ 18 แสนรักแสนร้าย

สวัสดีค่ะทุกคน

 

ขอบคุณสำหรับการตอบรับที่ดีมากๆ สำหรับ หนูแสน e-book version นะคะ

 

วีปลื้มจนนอนหลับฝันดีเลยค่ะ 555

 

 

 

สำหรับคนที่อ่านจบแล้ว comment ได้นะคะ วีรออยู่ 555

 

ยินดีรับทุกคำติและคำชมค่ะ

 

 

 

ส่วนคนที่ยังไม่มีหนูแสนในครอบครอง ไม่ต้องห่วงนะคะ

 

วีจะโพสให้อ่านจนจบแน่นอนค่ะ ^___^V

 

 

 

**ประกาศเพิ่มเติมว่าวีจะเริ่มลบตอนที่ 6 – 15 ในวันที่ 15 กันยายน ค่ะ**

 

ใครที่ยังตามอ่านไม่ทัน เร่งมือหน่อยน้า

 

 

 

และตอนนี้วีได้จ่อคิว Rewrite นิยายอีกเรื่องเอาไว้แล้ว

 

สามารถปูเสื่อรอได้นะคะ >>> กดตาม Link ไปเลย


รักคนอ่านเสมอค่ะ

 

veerandah

 

Facebook : Veerandah Suksasunee

 

Twitter: @veerandah

 

Line: veerandah

 

Instargram: veerandah

 

Email: veerandah@gmail.com

 

Web: tswriter.com (ทุกคนสามารถตามอ่านนิยาย (แบบเต็มๆ) ของวีได้ที่นี่ค่ะ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 18 แสนรักแสนร้าย

 

“ทำอะไรกันน่ะ!” ภรญาดาร้องถามเสียงดัง ทำให้แสนรักรีบขยับตัวออกห่างจากชายหนุ่ม แต่อิศเรศกลับรั้งแขนข้างหนึ่งของเธอไว้ แสนรักจึงถอยห่างได้ไม่ไกลนัก

!เปรี้ยง!

อยู่ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมาเสียงดังสนั่น แสนรักห่อไหล่ทำใจสู้เข้าไว้ เสียงฟ้าผ่าว่าน่ากลัวแล้ว ยังไม่เท่าศัตรูที่มีโดยไม่รู้ตัว ซึ่งยืนส่งสายตาถมึงทึงอยู่ตรงหน้าอย่างภรญาดา ยังไงแสนรักก็ต้องใจแข็งอดทนไว้ก่อน

นี่มันอะไรกันคะ อิศ ทำไมคุณกับคุณหมอแสนรักถึงอยู่ในสภาพนี้คะ แล้วยังเสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่อีก นี่แสนรัก ตกลงเธอเป็นอะไรกับคุณอิศกันแน่”

“เบาหน่อยภร ผมไม่ชอบให้ใครมากรีดร้องในบ้านของผม รักษามารยาทด้วย แล้วไม่ว่าผมกับแสนรักจะเป็นอะไรกัน มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ ไม่ใช่เหรอครับ” อิศเรศตอบด้วยสีหน้านิ่ง

แสนรักอดเหลือบมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มอย่างทึ่ง แต่ภรญาดากลับไม่มีอารมณ์มาทึ่งกับมาดเท่ๆ ในการรับสถานการณ์ของคุณหมอคนเก่ง เพราะเธอตัดสินใจเปลี่ยนมาเล่นงานแสนรักแทน

“เป็นการพบกันที่คาดไม่ถึงจริงๆ ค่ะ คุณหมอแสนรัก”

เอาแล้วไง งานเข้าจนได้สิน่า แสนรักคิด แล้งยิ้มเครียดๆ ขณะตอบ

“นั่นสิคะ คาดไม่ถึงจริงๆ คงมีเรื่องต้องคุยกันสินะคะ งั้นฉันขอตัว” พูดจบ แสนรักก็นึกดีใจที่หาทางออกแบบไม่เจ็บตัวกันทุกหฝ่ายได้ พลางเดินผ่านภรญาดาไปอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่อยากให้เรื่องมันจบลงง่ายๆ อย่างที่แสนรักคิด

“ทำไมคุณถึงใส่เสื้อของคุณหมออิศเรศได้ล่ะคะ คุณหมอแสนรัก”

“อ๋อ ฉันมาหาคุณเอื้อม แล้วเปียกฝนกลางทางพอดี คุณเอื้อมไม่อยากให้ใส่เสื้อเปียกๆ อยู่ แต่อย่าถามฉันนะคะ ว่าทำไมถึงเอาเสื้อตัวนี้มาให้ฉันใส่ เพราะฉันตอบคุณไม่ได้ ถ้าคุณอยากรู้ต้องไปถามคุณเอื้อมเองค่ะ”

“แล้วทำไมคุณสองคนต้องกอดกันด้วยล่ะคะ” ภรญาดายังคงซักไซ้ไม่เลิก แสนรักจึงเริ่มรำคาญ มันใช่เรื่อง เธอต้องตอบคำถามผู้หญิงคนนี้ด้วยงั้นเหรอ ในเมื่อคนก่อเรื่องยังไม่เห็นเดือดร้อน และไม่คิดจะอธิบายอะไรเลย

“อันนี้คุณคงต้องถามคุณหมออิศของคุณเอาเอง ดิฉันขอตัวนะคะ” พูดจบ แสนรักก็หันหลังเดินลงบันไดไปทันที

“ทำตัวเป็นพวกจับปลาสองมือ ระวังนะคะคุณหมอแสนรัก เดี๋ยวจะไม่ได้สักมือ”

แสนรักชะงักเท้าที่กำลังก้าวลงบันได เธอหันไปจ้องตาคนพูด ก่อนสวนกลับอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

“แต่ฉันก็ไม่เคยเห็นชาวประมงคนไหนจับปลามือเดียวเลยนะคะ ถ้าคุณภรเจอเมื่อไร อย่าลืมมาบอกนะคะ ว่าในโลกนี้ยังมีคนจับปลามือเดียวได้หรือเปล่า” แสนรักพูดจบก็สะบัดหน้าใส่คู่สนทนา ก่อนจะเดินลงบันไดไปอย่างสง่างาม

“เด็กอะไร ไม่มีสัมมาคารวะเอาเสียเลย คุณว่าอย่างนั้นไหมคะอิศ” อิศเรศไม่ตอบ แต่ลุกเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานตัวเอง ภรญาดาแทนที่จะหายหงุดหงิดที่ก้างชิ้นโตออกจากห้องไปแล้ว แต่กลับโมโหยิ่งกว่าเดิม

ทีกับยายหมอแสนรักนั่น อิศไม่เห็นทำท่าอยากจะทำงานเลย พอกับเราเกิดจะขยันขึ้นมาเชียว คุณทำอย่างนี้กับภรได้ยังไง คุณอิศ

“ทำไมเด็กนั่นถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะคะ อิศ”

อิศเรศเงยหน้าจากอัลบัมรูปมามองภรญาดา ซึ่งตอนนี้ดูท่าเธอจะทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหวอีก

“เธอมาหาคุณเอื้อมน่ะ”

“อิศพาเธอมารู้จักกับคุณเอื้อมเหรอคะ” ภรญาดาถามอย่างไม่สบอารมณ์นัก ขนาดเธอยังต้องใช้สารพัดวิธี กว่าจะเข้ามาในบ้านนี้ได้ แต่ยายเด็กนั่นกลับ...

อิศเรศจ้องตาเพื่อนสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วตอบว่า

“เปล่า ผมไม่ได้พาเธอมา”

“แล้วใครพามาคะ อีกอย่าง ทำไมอิศถึงยอมให้เด็กไร้มารยาทแบบนั้น ถือวิสาสะเข้ามาในบ้านได้ แถมยังให้ใส่เสื้อของคุณอีก”

พอได้ทีภรญาดาก็ใส่เป็นชุด แต่ก็ต้องรีบระงับคำพูดเพราะโดนสายตาดุๆ ของอิศเรศมองนิ่งๆเข้า

“คือ...ภรขอโทษเถอะนะคะ อิศ ภรกลัวอิศตามเด็กนั่นไม่ทัน”

อิศเรศปิดอัลบัมรูปแล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะถามว่า

“ไม่ทันอะไรเหรอภร”

ภรญาดาทำหน้าเหมือนอยากกรี๊ดดังๆ ออกมา เมื่อเห็นสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอิศเรศแบบนั้น

“ก็ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมยัยเด็กนั่นน่ะสิคะ ชื่อเสียงของคุณหมอแสนรักเป็นยังไง คนเขารู้กันทั้งโรงพยาบาล ว่าชอบโปรยเสน่ห์ไปทั่วไม่ว่าใคร ดูอย่างคุณหมอกฤษสิคะ หลงขนาดซื้อรถหรูคันโตให้ใช้ฟรีๆ แต่เอ๊ะ ฟรีจริงหรือเปล่าไม้รู้ อาจเอาอย่างอื่นแลกมาก็ได้ แล้วนี่ล่าสุด ก็มีข่าวอีก”

อิศเรศเงยหน้าจากอัลบัมรูปมามองหน้าเพื่อนสาวอย่างสงสัย

“ข่าวอะไร”

“ก็ข่าวว่าคุณหมอคมกฤษมาตรวจร่างกายเพื่อเตรียมจะแต่งงงานกับหมอแสนรักคนสวยน่ะสิคะ” ภรญาดาพูดจบ ก็ยิ้มเยอะอย่างสะใจอยู่ในที

“เอาอะไรมาพูด คมกฤษเขาเป็นพี่ชายแสนรัก” อิศเรศค้าน ทำให้ภรญาดายิ้มหยันทันที ก่อนจะวางสองมือยันไว้ที่ขอบโต๊ะ แล้วโน้มตัวข้ามโต๊ะไปหาชายหนุ่มพลางพูดเหมือนรู้ดีว่า

“น้องนอกไส้ค่ะ เป็นแค่ญาติกัน ใครๆ ในโรงพยาบาลก็พูดว่า คุณหมอกฤษน่ะเป็นสมภารกินไก่วัด รักลูกพี่ลูกน้องตัวเอง”

อิศเรศนิ่วหน้าก่อนเตือนว่า

“ภรอย่าฟังข่าวลือให้มากนักจะดีกว่า”

ภรญาดายกมือกอดอกอย่างไม่สบอารมณ์

“แต่ๆ ใครก็พูดกันนี่คะ แถมวันนั้น คุณอิศจำไม่ได้เหรอคะ ที่หมอแสนรักพูดเองเลยว่า ยัยศุภรน่ะแพ้เธอแน่ ที่แท้ก็กำลังจะแต่งงานกันนี่เอง ถึงได้กล้าพูดอย่างนั้น ร้ายจริงๆ เลยยัยเด็กคนนี้ สงสารก็แต่ศุภรเท่านั้นแหละ ไม่น่าเสียท่าโดนเด็กเมื่อวานซืนเล่นงานเอาได้”

“เรื่องนั่นเอาไว้ผมตัดสินใจเอง แล้วนี่คุณมาหาผม มีธุระอะไรงั้นเหรอภร” อิศเรศตอบหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทำให้ภรญาดารู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับอารมณ์อย่างรวดเร็วพลางพูดเสียงร่าเริงว่า

“เอ่อ คือ ใกล้ถึงวันเกิดผอ. แล้ว ภรเลยอยากมาปรึกษาเรื่องของขวัญวันเกิดของท่านหน่อยค่ะ ให้แต่กระเช้าของขวัญหรือดอกไม้เหมือนทุกปีมันดูน่าเบื่อไป”

“เรื่องแค่นี้คุณจัดการไปได้เลย ยังไงก็ได้ ผมก็ไม่มีความเห็นอะไรหรอก คุณทำไปตามที่เห็นสมควรเถอะ”

“โธ่ อิศคะ ภรก็คิดว่าเราจะไปหาซื้อของขวัญด้วยกัน ตอนงานประชุมเดือนหน้าที่ผอ. ส่งเราไปประชุมด้วยกันไงคะ”

อิศเรศมองใบหน้าหวานของภรญาดานิ่ง แล้วยกมุมปากขึ้นน้อยๆ พลางตอบว่า

“งานประชุมนั่นผมคงไม่ได้ไปกับคุณแล้วละ พอดีอาจารย์ที่คณะแพทย์เชิญผมไปบรรยายพิเศษที่มหาวิทยาลัยช่วงสัปดาห์นั้นพอดี”

“เอ๊ะ ทำไมไม่มีใครบอกภรเรื่องนี้เลยล่ะคะ” ภรญาดาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“ก็ผมกำลังบอกคุณอยู่นี่ไง เต่ถ้าเป็นหนังสือแจ้งเปลี่ยนชื่อผู้ไปประชุม คุณพุกกำลังจัดการให้อยู่” อิศเรศตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก พร้อมกับเปิดลิ้นชัก หยิบงานวิจัยของนักศึกาที่เขาอ่านค้างไว้ขึ้นมา

“ถ้าคุณหมดธุระแล้ว ก็กลับบ้านคุณเถอะภร ผมยังต้องทำงานต่อ ต้องการความสงบ” อิศเรศพูดหน้านิ่ง

ภรญาดากำมือแน่น ขณะมองชายหนุ่มที่ไม่สนใจเธอเลย แล้วสะบัดหน้าไปทางอื่น แต่ก็ยิ้มได้เมื่อเห็นสายฝนที่ตกอยู่ข้างนอก

“แต่ฝนยังตกอยู่นะคะ คุณจะให้ภรขับรถกลับบ้านทั้งอย่างนี้น่ะเหรอคะ ภรขออยู่ที่นี่จนกว่าฝนจะหยุดตกไม่ได้เหรอ นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้วด้วย” ภรญาดาโอดครวญ อิศเรศเลยเงยหน้ามองหญิงสาวซึ่งส่งสายตาอ้อนวอนมาทางเขา

“ตอนขามาคุณก็ขับฝ่าสายฝนมาทั้งที่ตกๆ อยู่ไม่ใช่เหรอครับ แถมบ้านคุณก็อยู่ถัดไปแค่สองซอยเอง ผมว่ากลับเลยน่าจะดีกว่า เผื่อยิ่งนานฝนยิ่งตกหนักขึ้น จะได้ไม่ลำบากมากไปกว่านี้”

ภรญาดาเม้มปากสนิททันทีที่อิศเรศพูดจบ นี่เองความน่าเกรงขามของอาจารย์หมออิศเรศ ผู้ชายที่พูดจาตรงไปตรงมาจนเกือบจะเป็นผู้ชายปากจัด หากไม่ใช่ว่าเธอรู้จักกับเขามานานตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอก็คงไม่ทนยืนอยู่ตรงหน้าเขาได้นานขนาดนี้

ใครอยากรักอิศเรศต้องใช้วิธีตื้อเท่านั้นแหละ อยู่ใกล้ๆ เขาเข้าไว้ เดี๋ยวเขาก็จะชินกับการที่มีเราอยู่ด้วยเอง

นั่นคือสิ่งที่ภรญาดาคิดมาตลอด และเธอก็ทำสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพราะเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เรียกอิศเรศด้วยชื่อเล่นได้อย่างสนิทสนม

อย่าล้ำเส้นไปกว่านี้จะดีกว่า เดี๋ยวอิศโกรธจะแย่

“เอ่อ นั่นน่ะสิคะ ขอบคุณอิศมากที่เป็นห่วงภร งั้นภรขอตัวก่อนนะคะ เจอกันที่โรงพยาบาลค่ะ”

“ครับ” อิศเรศรับคำ แล้วก้มหน้าอ่านงานของเขาต่อ ไม่แม้แต่จะเสนอตัวเดินไปส่งเธอ ทำให้ภรญดากัดริมฝีปากอย่างน้อยใจ

ขอให้ยัยหมอแสนมันแต่งงานไปกับคุณหมอคมกฤษจริงๆ เถอะ ถึงตอนนั้น อิศก็คงไม่คิดจะแย่งคนรักของลูกศิษย์แน่ ถึงจะสงสารยัยศุภรอยู่บ้าง แต่เรื่องอย่างนี้ มันขึ้นกับบุญวาสนาน่ะนะ เอาไว้ค่อยพาเพื่อนไปเลี้ยงปลอบใจแทนแล้วกันภรญาดาคิด ขณะเปิดประตูห้องสมุดแล้วเดินมาหยุดตรงประตูหน้าบ้าน แต่ก็ยังไม่วายหันไปมองประตูห้องครัวที่คาดว่าคุณเอื้อมบุญคงอยู่ในนั้น

ยายป้าแก่ๆ นั่น ก็ดันมารู้จักกับยัยหมอแสนรักเสียอีก มารผจญจริงๆ ภรญาดานึกค่อน

“คุณภรจะกลับแล้วเหรอคะ” อ้อมพรที่เดินผ่านมาพอดีทักทาย

“ใช่ คุณเอื้อมมีแขกใช่ไหม งั้นฉันฝากสวัสดีด้วยแล้วกัน แล้วฝากบอกด้วยว่า วันหลังจะมาเยี่ยมใหม่ วันนี้ไม่รวบกวนละ” ภรญาดาสั่งฝากแบบรัวๆ ทำให้อ้อมพรพยักหน้าเร็วๆ แทบไม่ทัน

“ค่ะ”

เมื่อสาวใช้รับคำจบ ภรญาดาก็คว้าร่มกันฝนที่เธอวางผึ่งไว้หน้าบ้านตอนเข้ามา เดินไปที่รถทันที

“เออ แปลกคนแฮะ นึกอยากจะมาก็มา นึกอยากจะไปก็ไป ทำอย่างกับเป็นบ้านตัวเองงั้นแหละ” อ้อมพรบ่นพึมพำพลางส่ายหน้า แล้วเดินกลับไปที่ห้องครัวเพื่อไปรายงานตามคำสั่ง

 

“แสนจะกลับแล้วนะคะ คุณเอื้อม” เอื้อมบุญชะงักมือที่กำลังคนแกงส้มในหม้อ แล้วหันไปมองแสนรักที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ

“ฝนยังตกอยู่เลยนะจ๊ะ รอฝนซาก่อนเถอะจ๊ะ แสน”

แสนรักได้ยินคนสูงวัยห้าม ก็เลยกระแทกตัวนั่งลงที่โต๊ะเตรียมของในครัวของคุณเอื้อมอย่างหงุดหงิด

“แสนไม่อยากคุยกับคนนิสัยไม่ดีนี่คะ มาจูบเราทำไม ถ้าคิดจะพาแฟนมาเย้ยถึงที่ขนาดนี้” แสนรักบ่นงึมงำ เอื้อมบุญที่เงี่ยหูฟังอยู่จึงยิ้ม แล้วทำเป็นไม่ได้ยินสนใจแต่แกงส้มในหม้อต่อไป กลัวหญิงสาวจะอาย แต่ก็อดพูดหยั่งเชิงหญิงสาวไม่ได้

“ใครล่ะคะ คนนิสัยไม่ดีที่ว่า”

“ก็คุณอิศของคุณเอื้อมกับหวานใจของเขาน่ะสิ” คราวนี้เอื้อมบุญต้องหันมาเลิกคิ้วสูงถามว่า

“ใครคะ หวานใจของคุณอิศ ที่ว่าน่ะ”

แสนรักถอนหายใจยาว ก่อนจะลุกเดินไปหยิบชามที่มีชะอมทอดไข่ซึ่งหั่นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสใส่อยู่แล้ว มาส่งให้คุณเอื้อม

“คุณภรญาดาไงคะ แหมคุณเอื้อมทำเป็นไม่รู้”

“ก็ไม่รู้จริงๆ น่ะสิคะ คุณอิศไม่เคยบอกป้าเลย ว่าคุณภรเป็นหวานใจ” เอื้อมบุญตอบขณะตักน้ำแกงส้มราดบนชะอมทอดไข่ในถ้วยไปด้วย

“ถ้าไม่ใช่หวานใจ แล้วคุณภรญาดาจะมาที่บ้านนี้เหรอ แหมเมื่อกี้ยังกรี๊ดเสียลั่นบ้านเลย”

“งั้นเหรอ แต่แสนก็มาบ้านนี้เหมือนกันนี่จ้ะ อย่างนี้ป้าบอกได้หรือเปล่า ว่าแสนก็เป็นหวานใจของคุณอิศ” เอื้อมบุญหันมาแหย่ยิ้มๆ

“แน้ คุณเอื้อม มันเหมือนกันที่ไหนคะ แสนมาหาคุณเอื้อมต่างหากล่ะคะ” แสนรักเถียงอย่างงอนๆ ขณะรับถ้วยแกงส้มจากคนสูงวัยไปวางบนโต๊ะ

“เหรอคะ ถ้าอย่างนั้นคุณภรก็ไม่ใช่หวานใจของคุณอิศเหมือนกัน อีกอย่าง คุณอิศน่ะชอบอยู่คนเดียวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แถมวางตัวดีมาตลอด ไม่เคยไปทำรุ่มร่ามกับใครที่ไหนมาตั้งเป็นวัยรุ่น แล้วจะให้ป้าเชื่อได้ยังไง ว่าคุณอิศแอบไปมีหวานใจ ป้าเชื่อไม่ลงหรอกค่ะ”

“ค่ะ” แสนรักรับคำอย่างจำนนในเหตุผลของคุณเอื้อม แต่ก็อดนึกหมั่นไส้ชายหนุ่มที่ทำให้คุณเอื้อมเชื่อใจถวายหัวแบบนี้ไม่ได้

แหม พ่อคนวางตัวดี ไม่เคยทำรุ่มร่ามกับใคร แล้วที่ทำกับเราล่ะ นั่นมันมากกว่ารุ่มร่ามอีกนะ อีตาหมออิศนี่ต้องเป็นพวกเก็บกดแน่ๆ ทำยังไงละทีนี้ ยายแสน ดันไปใจเต้นกับผู้ชายเก็บกดเข้าเสียแล้ว

“อ้อม เอากับข้าวไปตั้งโต๊ะได้แล้วจ้ะ” เอื้อมบุญร้องบอกอ้อมพรที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องครัว พลางมองสีหน้าแสนรักที่กำลังค้อนดินค้อนฟ้าอย่างน่ารัก

คุณอิศท่าจะโดนยัยตัวจิ๋วงอนให้เสียแล้วละสิ ทำยังไงละทีนี้ สงสัยเราต้องช่วยหน่อยแล้วละมั้ง

“อยู่กินข้าวกลางวันกับป้านะจ๊ะ แสน” เอื้อมบุญชวน

“แต่ว่า...” แสนรักทำท่าจะปฏิเสธ เอื้อมบุญจึงยื่นมือมาจับแขนแสนรักไว้ พลางดึงเธอไปที่โต๊ะอาหาร

“กว่าฝนจะหยุดคงอีกนาน ถ้ารอกลับไปกินข้าวที่บ้าน แสนคงหิวแย่ กินที่นี่กับป้าเถอะนะจ๊ะ”

“แต่แสนไม่อยากกินกับสองคนนั้นนี่คะ” แสนรักตอบราวกับเด็กงอแง

“ไม่ได้กินกับคุณภรหรอกค่ะ คุณแสน เพราะเธอเพิ่งขับรถออกไปเมื่อกี้เองค่ะ แล้วฝากอ้อมมาบอกคุณเอื้อมว่าเห็นคุณเอื้อมมีแขกเลยจะมาเยี่ยมใหม่วันหลังค่ะ” อ้อมพรรายงาน พลางเดินไปหยิบจานข้าวเพื่อไปจัดโต๊ะอาหาร แต่แสนรักก็ยังคงทำหน้าเหมือนไม่อยากอยู่ต่อเหมือนเดิม

“นะจ๊ะแสน คุณอิศเธอก็บอกว่าทานข้าวมาแล้วดังนั้น คงไม่ได้มากินกับเราหรอก” เอื้อมบุญตอบพลางเอื้อมมือไปกุมมือหญิงสาวเอาไว้แล้วพูดเสริมต่อแบบผิดทางหนีของแสนรักว่า “ถือว่ากินเป็นเพื่อนป้าแล้วกันนะจ๊ะ ไปเถอะ วันนี้มีแกงส้มชะอมทอดไข่ กับเนื้อแดดเดียวทอดของโปรดแสนไม่ใช่เหรอ” เอื้อมบุญหลอกล้อด้วยของโปรด และได้ผล หน้าหวานๆ ที่งอง้ำเมื่อครู่ของแสนรักก็ยิ้มแป้นได้

“คุณเอื้อมรู้ได้ไงคะ ว่าเป็นของโปรดของแสน”

“ก็แสนชอบกินมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วนี่จ๊ะ ไปๆ ไปกินข้าวกัน”

แสนรักยิ้มกว้าง แล้วตรงเข้าไปกอดคุณเอื้อมอ้อนๆ ทำให้เอื้อมบุญหัวเราะอย่างมีความสุข

เพราะแม่ตัวเล็กของพวกเราน่ารัก แล้วก็ขี้ออ้อนอย่างนี้ไงเล่า คุณอิศเลยไปไหนไม่รอด เฝ้าแต่รอคอยไม่เคยชายตามองใครเลย เธอน่ะดูคนได้ขาดจริงๆ นะณี มาช่วยกันลุ้นให้คุณอิศเอาชนะใจแสนรักของพวกเราได้เร็วๆ เถอะนะ ฉันน่ะอยากได้หลานสะใภ้เต็มแก่แล้วละ ณี

 

ฟ้ามืดแล้ว แต่ฝนก็ยังไม่ยอมหยุดตกสักที แสนรักมองเห็นข้างนอกผ่านหน้าต่างกระจกในห้องครัว เลยโทร. ไปบอกป้าอุ่นว่าจะอยู่กินข้าวเย็นที่นี่ แล้วจะกลับไตอนฝนหยุดตก แต่ฝนก็ไม่ยอมหยุดตกเสียที แล้วจะกลับบ้านยังไง

“สงสัยคืนนี้แสนต้องนอนค้างกับป้าแล้วมั้งจ๊ะ” แสนรักยิ้มกว้างให้เอื้อมบุญที่กำลังเย็บเสื้ออยู่

“ได้อย่างนั้นก็ดีสิคะ แสนจะได้นอนกอดคุณเอื้อมไง แต่ว่า...”

ติดที่คุณหมออิศเรศคนนั้นนั่นแหละ  แสนรักต่อคำพูดในใจ

“คุณอิศคงไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ งั้นเอาตามนี้นะคะ เดี๋ยวป้าโทร. ไปขอคุณกฤษให้” แสนรักส่ายหน้าแรงๆ

“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณเอื้อม เดี๋ยวแสนโทร. ไปบอกลุงแช่มให้เอารถออก แล้วขับวนมาฝั่งนี้ น่าจะสะดวกกว่า”

“เอาอย่างนั้นเหรอจ๊ะ ไม่อยากนอนกอดป้าแล้วเหรอ” เอื้อมบุญกระเซ้า ทำให้แสนรักยิ้มอ้อน

“อยากค่ะ แต่ว่าแสนเกรงใจค่ะ เอาเป็นว่าแสนขอใช้โทรศัพท์อีกทีนะคะ”

เอื้อมบุญมองหญิงสาววิ่งหลุนๆ ออกไปจากห้องครัว พลางส่ายหน้า แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อฟ้าก็ผ่าลงมาอย่างแรง

เปรี้ยง! พึ่บ!

เสียงฟ้าผ่าดังลั่น แล้วไฟก็ดับมืดสนิททั้งบ้าน แสนรักหันไปมองทางห้องที่เธอเพิ่งเดินออกมาทันที ก่อนจะก้าวเดินต่อ แต่แสงสายฟ้าก็สว่างวาบและพุ่งปราดจากฟากฟ้าเข้ามาในบ้าน ทำให้แสนรักชะงักเท้า เพราะรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะตาม คือเสียงฟ้าผ่าที่เธอกลัว แสนรักรีบคู้ตัวลงพร้อมกับยกมือปิดหู

เปรี้ยง! เปรี้ยง!

โธ่เอ๊ย! ตกเงียบๆ อยู่ตั้งนานมาฟ้าร้องฟ้าผ่าอะไรตอนนี้ แถมไฟก็ดับด้วย

“แสน แสนอยู่ไหนลูก” เสียงเอื้อมบุญร้องเรียกดังออกมาจากห้อง แสนรักอ้าปากกำลังจะตอบรับ แต่ก็...

เปรี้ยง! เปรี้ยง!

โอ๊ย! ไอ้ฟ้าบ้า ผ่าอยู่ได้ เมื่อไรจะหยุดนะ

“แสนอยู่นิ่งๆ อยู่ตรงนั้นนะจ๊ะ เดี๋ยวป้าจะรีบจุดเทียนให้” เอื้อมบุญร้องบอกหลานสาว

“ค่ะ คุณเอื้อม” แสนรักรีบตะโกนบอก แล้วคู้ตัวหลับตาปี๋อีกครั้ง

แสนรักค่อยๆ ลืมตามอง ทั้งบ้านมืดมิดไปหมด  สงสัยฟ้าผ่าลงหม้อแปลงไฟฟ้าที่ไหนสักแห่งแถวๆ ละมั้ง ไฟถึงดับมืดไปหมดอย่างนี้

แสนรักพอเห็นฟ้าเงียบเสียงไป เธอก็ค่อยๆ คลานไปตามพื้น จำได้ว่าแถวตรงนี้มีโซฟารับแขกอยู่

ใช่เลย! ตรงนี้แหละ ถึงพรมก่อน แล้วก็โซฟาตัวใหญ่ แสนรักรีบคลานไปอยู่ระหว่างโซฟากับโต๊ะรับแขก ยืดตัวขึ้นกะว่าจะขึ้นไปนั่งบนโซฟา แต่ก็...

เปรี้ยง!

“โอ๊ย!” แสนรักร้องขึ้นทันที เพราะปลายเท้าของเธอไปกระแทกกับขอบโต๊ะอย่างแรง เพราะกระโดดขึ้นโซฟาตอนฟ้าผ่าลงมาด้วยความตกใจ

“แสน เป็นอะไรไปลูก อ้าวอ้อม เจอไม้ขีดหรือยัง เร็วๆ หน่อยสิ หลานฉันเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้” น้ำเสียงของคุณเอื้อมดูเป็นกังวลมาก ทำให้แสนรักรีบตะโกนตอบไปว่า

“แค่เตะขอบโต๊ะน่ะค่ะ คุณเอื้อม ไม่เป็นอะไรมากค่ะ” แสนรักกุมปลายเท้า แล้วกดเอาไว้

โอย เจ็บจัง ไม่น่ามาซุ่มซ่ามเอาตอนนี้เลยเรา

แสนรักคิด ขณะที่กวาดตามองไปรอบๆ เพราะสายตาเธอเริ่มชินกับความมืดแล้ว จู่ๆ โซฟาก็ยุบยวบลงพร้อมมีมือยื่นมาจับบ่าเธอไว้

“กะ...” แสนรักกำลังจะกรีดร้องสุดเสียง แต่เสียงกรี๊ดขาดหายไป เพราะเธอถูกปิดปากไว้ แสนรักค่อยๆ หันไปดู แสงฟ้าแลบสว่างวาบขึ้น ทำให้มองเห็นหน้าเจ้าของมือนั่นว่าเป็นใคร

“คุณหมออิศเรศ”

เปรี้ยง!

แสนรักสะดุ้งสุดตัว แล้วคู้ตัวลงหมอบอย่างรวดเร็ว เธอเลยฟุบลงไปซบกับอกเขาโดยปริยาย แสนรักกำเสื้อเขาไว้แน่นด้วยความกลัว กลิ่นหอมอ่อนจากตัวเขา ทำให้แสนรักใจสบายและสงบลง และเมื่อความเงียบและความมืดหวนกลับมาอีกครั้ง แสนรักก็เริ่มขยับตัว

“ปล่อยนะ” แสนรักสั่ง ชายหนุ่มยอมปล่อยเธอแต่โดยดี แต่ต้องแลกกับเสียงหัวเราะต่ำๆ ในลำคอของเขา จนเธอต้องนึกแค้นใจ ว่าทำไมเขาต้องเห็นสภาพที่น่าอายของเธออยู่เรื่อย

“เป็นเด็กหรือไง ถึงกลัวฟ้ากลัวฝน” อิศเรศเย้า ซึ่งไม่ต้องเห็นหน้าก็รู้ ว่าหน้าตาของหญิงสาวจะงอง้ำสักแค่ไหน

“เรื่องของฉัน” แสนรักตอบพลางถอยห่างไปชิดอีกด้านหนึ่งของโซฟา ไม่นานแสงเทียนที่สว่างวิบวับก็ดึงความสนใจแสนรัก

“อ้าวคุณอิศ ลงมาเมื่อไรคะ”

อิศเรศยิ้มรับคำทักของเอื้อมบุญ แสนรักหันมาพอดีจึงเห็นเขายิ้มให้เธออยู่ แม้ปากจะคุยอยู่กับเอื้อมบุญ

“อาบน้ำเสร็จไฟก็ดับพอดีครับ พอเดินลงมาก็เห็นเงาตะคุ่มๆ คลานไปมาอยู่บนพื้น ก็เลยมาดูให้แน่ใจ ว่าเป็นอะไร”

แสนรักฟังเขาพูดอย่างนั้นก็กัดริมฝีปากอย่างขัดใจที่โดนล้อเลียน

“แหมดีจริง งั้นคุณอิศอยู่เป็นเพื่อนหนูแสนเลยแล้วกันนะคะ ป้าจะไปดูประตูหน้าต่างบนห้องเสียหน่อย ไม่รู้เปิดทิ้งไว้บ้างหรือเปล่า เดี๋ยวฝนสาดเข้ามาเครื่องเรือนจะเสียหายเอา”

แสนรักทำท่าจะค้าน แต่เพราะคุณเอื้อมเดินไปแล้ว แถมฟ้ายังคำรามครืนๆ อยู่ เธอเลยขยับตัวไปไหนไม่ได้ สุดท้ายเธอก็ต้องมานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกับอีตาคุณหมอขี้เก๊กตามเดิม โดยมีแค่แสงเทียนกับฟ้าที่พร้อมที่จะคำรามอยู่ตลอดเวลาเป็นเพื่อนเนี่ยนะ เยี่ยมเลย!

เงียบ! ใช่มันเงียบ มีแค่เสียงสายฝนที่ตกไม่ยอมหยุดหย่อนเพียงเสียงเดียวที่ดังอยู่ คุณหมออิศเรศก็ยังคงนั่งนิ่งเหมือนกับเธอ แต่ไม่รู้ทำไม แสนรักถึงรู้สึกว่าตัวเองถูกมองก็ไม่รู้

“ไฟจะดับอีกนานแค่ไหนเนี่ย” เธอบ่นอย่างคนที่ไม่รู้จะบ่นอะไรดี

“ตกหนักอย่างนี้คงเป็นชั่วโมงแหละ” เสียงทุ้มตอบ

“ฉันไม่ได้ถามคุณซะหน่อย”

“งั้นหรอ”

แสนรักจับหางเสียงได้ว่าเขาหัวเราะ เลยหน้าง้ำหน้าและส่งแววตาเคืองๆ ไปให้เขา แต่เขาก็แค่มองเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกรู้สากับความโกรธของเธอเลย

แสนรักมองดวงตาคมกริบของเขาที่เอาแต่จ้องมองเธอเงียบๆ อย่างพิจารณา จนเห็นเปลวเทียนพลิ้วไหวสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา

ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนสะกดอย่างประหลาด แววตาของเขาเหมือนซ่อนความหมายและอารมณ์ห่วงหาที่ชวนให้คิดถึง และยังไม่นับสัมผัสที่คุ้นเคยตอนโดนเขากอดและจูบเมื่อตอนเย็นอีกล่ะ แสนรักตอบตัวเองไม่ได้สักที ว่าเพราะอะไร เธอถึงมีอาการแปลกๆ แบบนี้

หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ อุ้งมือมีเหงื่อออก และรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้อง แค่เพียงรับรู้ถึงลมหายใจที่รดลงที่เส้นผมของเธอ พอคิดถึงตรงนี้ แสนรักก็เลื่อนสายตามาที่ริมฝีปากโค้งสวยได้รูปรับกับใบหน้าหล่อเหลานั่น ยอมรับเลยว่าเธอคิดถึงริมฝีปากคู่นั่นตอนสัมผัสกับริมฝีปากของเธอ ยิ่งตอนนี้มันยิ่งดูเย้ายวนและมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากขึ้น

ครืน!

เสียงฟ้าคำรามแว่วมาอีกแล้ว แสนรักจึงเรียกสติตัวเองกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว พลางนึกดุตัวเอง

แย่จริง! มัวคิดอะไรเลยเถิดไปได้ ไร้สาระน่า ไม่ได้การละไปจากตรงนี้ดีกว่า ไปอุดอู้อยู่ในห้องกับคุณเอื้อมยังจะดีเสียกว่ามานั่งคิดเพ้อเจ้ออยู่คนเดียวตรงนี้

“หิวน้ำจัง” แสนรักหาข้ออ้าง แล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เพราะเนั่งคุดคู้อยู่นานจนเหน็บกิน ก็เลยเสียหลักล้มไปข้างหน้า ท่อนแขนแข็งแรงตวัดมารับเธอไว้พอดี แต่นั่นมันเป็นเหตุกาณ์สุดท้ายที่เธออยากจะให้เกิดขึ้น

“นี่! คุณจะทำอะไรน่ะ”

“เหน็บกินละสิ นั่งนิ่งๆ แล้วค่อยๆ ยืดขาสิ ยัยตัวจิ๋ว” เสียงทุ้มสั่งปนดุอยู่ข้างหูแสนรัก ทำให้แสนรักใจเต้นไม่เป็นส่ำ ทั้งกลิ่นหอมของเขา ทั้งแรงแขนที่ช่วยให้พลิกตัวเธอที่เขาโอบรอบเอวเธอไว้ บวกไปกับความคิดบ้าๆ ของตัวเองเมื่อกี้ เลยทำให้แสนรักหายใจไม่ทั่วท้องเข้าไปใหญ่

บ้าจังเลยแสนรัก หยุดคิดเรื่องแบบนี้เสียทีจะได้ไหม

อิศเรศรับรู้ถึงปฏิกิริยาแปลกๆ ของหญิงสาว ทั้งการหายใจที่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และอาการเกร็งลำตัว เขายิ้มพลางนึกถึงคำพูดของคุณน้าณี

ทำให้เขาเป็นแสนรักของคุณคนเดียวสิคะ คุณอิศ

ถ้าอยากจะทำให้เป็นเสียคืนนี้เลย คุณน้าจะว่าอะไรไหมนี่ชายหนุ่มคิด

“ยังเจ็บอยู่ไหม” อิศเรศกระซิบถามข้างหู ทำให้แสนรักขยับตัวหนี แต่ก็ไปไหนไม่รอดเลยตอบเสียงขุ่นว่า

“ไม่เจ็บแล้ว ปล่อยฉันได้แล้ว”

“นึกอะไรออกบ้างแล้ว” อิศเรศถามต่อ

“เอ๊ะ คุณนี่ ฉันบอกให้ปล่อยฉันไง เดี๋ยวแฟนคุณก็มาเห็นแล้วร้องกรี๊ดลั่นบ้านอีกหรอก” แสนรักแหวให้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พลางเงยหน้ามองคนถาม

“ใครแฟนผม”

“ก็ใครล่ะที่ร้องกรี๊ดๆ เมื่อตอนกลางวันน่ะ” แสนรักสวน ทำให้อิศเรศยกมุมปากขึ้นอีกครั้ง

“คุณหึงผมกับภรญาดางั้นเหรอ”

“บ้าสิคุณ ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณเสียหน่อย จะหึงคุณได้ยังไง” แสนรักเถียง

“เราไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ เหรอ” อิศเรศยิ้มถาม พลางก้มหน้าลงมาใกล้แสนรัก

ในสภาพที่แสนรักถูกโอบไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง และไหล่ของเธอก็พิงอยู่กับอกเขา แสนรักก็ได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากเย็น แล้วพยายามไม่ทำให้ตัวเองช็อกตายไปเสียก่อน

โอยอย่าเข้ามาใกล้กว่านี้จะได้ไหม หัวใจจะวายอยู่แล้ว ชักเริ่มเข้าใจยายเมที่รู้สึกใจละลายทุกครั้งที่เห็นคนหล่อๆ แล้วสิ แต่เราก็ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับใครเลยนะ หรือเพราะว่าเราโดนเขา...จูบไปแล้วเลยรู้สึกอย่างนี้

“ว่าไง เราไม่มีอะไรกันจริงๆ เหรอ แสนรัก”

“ไม่รู้ ปล่อยฉันได้แล้ว” แสนรักบอกปัด

“ไม่ปล่อย คุณต้องบอกผมก่อน ว่าคิดอะไรออกบ้างหรือยัง”

“เอ๊ะ คุณนี่ จะให้ฉันคิดอะไรออกล่ะ” แสนรักย้อนถามอย่างโมโห

“ก็เรื่องของผมไง คุณคิดออกหรือยัง ว่าเรา...เคยเจอกันมาก่อนไหม” อิศเรศทวงถามด้วยเสียงสบายๆ แต่แสนรักนี่สิ แทบจะเป็นลมอยู่แล้ว หญิงสาวแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองที่แห้งผาก แล้วตอบว่า

“มะ...ไม่รู้ ฉันนึกออกแค่...แค่บางเรื่อง แต่ไม่เห็นจะมีคุณอยู่ด้วยเลย” แสนรักโกหกรัวๆ พลางหันหน้าออกห่างจากตัวเขาเพื่อหลบสายตา

“งั้นเหรอ” อิศเรศตอบ พลางยกมือจับปลายคางของเธอ ให้หันหน้ามาทางเขา ก่อนจะไล้นิ้วที่ริมฝีปากบางนั่นเบาๆ

“อย่าให้รอนานนักจะได้ไหม...” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อเบาๆ ทำให้แสนรักนิ่วหน้า พลางสะดุดกับคำพูดตัดพ้อแบบนี้ เธอเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนนะ ภาพความทรงจำเก่าๆ หวนกลับมา เหมือนสมุดบันทึกที่ค่อยๆ ถูกรื้อค้น มันเปิดเผยตัวเองไปทีละหน้าๆ แล้วมาหยุดในหน้าที่แสนรักลืมไปแล้ว ว่าเคยมีความทรงจำของเธออยู่หน้ากระดาษนี้ด้วย

พี่ชาย รอแสนด้วย เด็กหญิงวิ่งสุดชีวิตพร้อมกับตะโกนเรียกด้วยเสียงปนหอบ เธอพยายามอย่างสุดกำลัง เพื่อไปให้ถึงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนรออยู่

ชักช้าจริง เดี๋ยวก็ทิ้งไว้ที่นี่หรอก ยัยตัวจิ๋ว ขาสั้นก็อย่างนี้แหละ

เด็กหญิงตัวน้อยบุ้ยปากอย่างไม่พอใจ ก่อนจะชกไปที่ขาของเขา จนเด็กหนุ่มคนนั้นอดหัวเราะไม่ได้จากนั้นก็โน้มตัวลงมาอุ้มเธอให้ขึ้นมาอยู่ในระดับสายตาเดียวกันกับเขา

ตีพี่ทำไมฮึ!

ก็คนนิสัยไม่ดี ไม่ยอมรอกันบ้าง

ถ้าพี่ไม่รอเธอ ก็เดินไปไกลแล้วละ เธอน่ะอย่าให้พี่รอนานๆ จะได้ไหม...

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พี่ชายของหนูแสน น่ารักใช่ไหมล่ะ #อยากได้ผู้ชายแบบนี้ 5555

 


Post Comment

Statistic

Date posted: 3 years ago.
Date modified: 2 years ago.
Overall Viewed: 6,844 times
Monthly Viewed: 53 times
Rated: 0 times
Favorited: 0 times
Commented: 0 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.