ฝันถึงใครคนหนึ่ง..เมื่อคืนวันฝนตก

                นานแล้วนะที่ไม่ได้ฝัน แต่ในค่ำคืนนี้กลับฝัน ฝันถึงใครคนหนึ่ง คนที่ผมพบในคืนวันฝนตก เรื่องราวของคืนวันนั้นเหมือนบทกวีบทหนึ่งที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ แม้มันจะเลือนลางแต่ไม่เคยห่างหายไป

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายปี แต่ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นยังแจ่มจัดอยู่ในความทรงจำ

วันนั้นตรงกับวันเสาร์วันเสาร์ มีเพื่อนผมคนหนึ่งชวนไป สตูดิโอของบริษัทเจเอสแอล ไปนั่งเป็นหน้าม้าเหมือนกับผู้ชมในห้องส่งที่เราดูในรายการทีวี ที่ต้องส่งเสียงเชียร์ ปรบมือตามจังหวะที่เขาให้สัญญาณ เพื่อให้บรรยากาศของรายการที่อัดดูน่าตื่นเต้น โดยส่วนมากมักจะเป็นพวกรายการเกมโชว์

ผมและเพื่อนมาก่อนเวลานัดหมายพอสมควร จึงเข้าไปรอในห้องอัดก่อน ด้านในจัดที่นั่งไว้เป็นชั้น ๆ คล้ายกับสแตนด์เชียร์ ผมกับเพื่อนเลือกที่นั่งแถวบนสุด คุยกันสักพักก็ได้เวลานัดหมาย

ผู้คนทะยอยกันเดินขึ้นประจำที่ ด้านขวาถัดจากแถวที่ผมนั่งลงไปสองแถว ผมเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเธอใส่เสื้อสีฟ้าอ่อน ใส่กางเกงยีนรัดรูปสีฟ้าตามสมัยนิยม ผมยาวประบ่า ผมไม่เห็นใบหน้าของเธอ เนื่องจากมองเธอจากทางด้านหลัง แต่ถึงอย่างนั้น ด้านหลังเธอก็ชวนมอง

ผมเธอเหยียดตรงและดำสนิท พลิ้วไหวเป็นประกายกับแสงไฟในห้องส่ง ทุก ๆ ครั้งที่เธอหันไปคุยกับเพื่อนสนิทของเธอด้านข้าง ผมเห็นแก้มที่ขาวเนียนใส สมกับวัยของเธอ แต่ก็ต้องถอนใจเพราะถึงอย่างไรผมก็ยังมองไม่เห็นหน้าเธออยู่ดี

ตั้งแต่เริ่มอัดรายการจนจบผมเฝ้ามองเธออยู่ห่าง ๆ ในใจไม่ได้คิดอะไรเพียงคิดว่าเธอเป็นหญิงสาว ที่น่ารักสมวัย แม้ว่าอยากจะเข้าไปทำความรู้จักเธอแต่ใจมันก็ยังไม่กล้าพอ เพราะเธอมากับเพื่อนกลุ่มใหญ่ จึงได้เก็บความรู้สึกที่มีนั้นไว้ในส่วนลึกของหัวใจ แค่แอบชำเลืองมองเธอเล็ก ๆ เวลาเธอเผลอก็พอใจแล้ว

จนอัดรายการเสร็จสิ้น เวลาประมาณทุ่มเศษ ๆ ทุกคนก็รับค่าแรงและแยกย้ายกันกับบ้าน เจ้าเพื่อนรักของผมมันก็ดีเสียจริง ๆ พอรับเงินปั๊บกลับบ้านปุ๊บทิ้งให้ผมต้องกลับแต่เพียงลำพัง ทั้ง ๆ ที่มันเป็นคนชวนผมมางานนี้แท้ ๆ น่าจะส่งมันไปประกวดสุดยอดเพื่อนตัวอย่างแห่งปี

ผมเดินออกมาจากห้องส่ง จึงได้สัมผัสกับอากาศร้อนชื้น รู้สึกได้ถึงกลิ่นไอของสายฝนที่บัดนี้กำลังตกพรำ ๆ ทุกคนวิ่งฝ่าสายฝนข้ามถนนไปยังป้ายรถเมย์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม และแล้วผมก็ได้เห็นใครคนหนึ่งยืนลังเลอยู่ที่ประตูทางออก

ดูจากท่าทางของเธอเหมือนเธอกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะลุยฝนออกไปดีหรือไม่  ผมมองซ้ายมองขวาด้วยความสงสัยในใจว่าเพื่อน ๆ เธอเล่าหายไปไหนกันหมด ทำไมถึงได้ทิ้งเธอไว้ให้กลับบ้านแต่เพียงลำพัง ตอนนี้เวลาก็ปาเข้าไปเกือบจะสองทุ่มแล้ว กลางค่ำกลางคืนอย่างนี้ปล่อยให้ผู้หญิงตัวคนเดียวยืนรอรถกลับบ้านตามลำพังได้อย่างไร

แม้กระนั้นผมก็ยังไม่กล้าเข้าไปทักเธออยู่ดี ได้แต่ยืนรี ๆ รอ อยู่แถวนั้นด้วยความเป็นห่วงว่าเธอคนนั้นจะกลับบ้านอย่างไร

มองฝ่าสายฝนออกไปบนท้องถนนก็มีแต่รถราที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ตามธรรมชาติของวันที่ฝนตก ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีใครคนหนึ่งเดินมาสะกิดแขน พร้อมกับเสียงที่ฟังแล้วทำให้หัวใจผมสั่นสะท้าน

ขอโทษนะคะ มีรถสายไหนไป เดอมอลล์บางแคบ้างคะ

เสียงเธอน่ารักมาก ในที่สุดผมก็ได้เห็นหน้าเธอแบบชัด ๆ เสียที เธอสวย ผมบรรยายความรู้สึกในตอนนั้นไม่ออก รู้แต่ว่ามันรู้สึกตื้อ ๆ เพราะไม่คิดว่าเธอจะเข้ามาทักผมก่อนและในอีกไม่กี่วินาทีต่อมาผมก็ได้รู้ถึงเหตุผลที่เธอยืนลังเลอยู่ที่ริมทางออกนี่ก็เพราะเธอไม่รู้ว่ามีรถเมย์สายไหนสามารถพาเธอกลับบ้านเธอได้บ้างนั่นเอง

 

จำได้ดีเลยว่าตอนนั้นตัวเองเก็กเสียงหล่อเต็มที่ ตอบเธอไปว่า

"จากตรงนี้ไม่มีรถเมย์สายไหนผ่านเดอมอลล์บางแคหรอกครับ" แอบหล่อเล็ก ๆ

"เออคุณ .." หลอกถามชื่อซะงั้นก็คนมันอยากรู้จักนี่นา

"เรียกแหม่มก็ได้คะ" เสียงเธอตอบกลับมาอย่างเป็นกันเอง เข้าล๊อกผมละ

"แหม่มต้องขึ้นรถสาย 145 ไปต่อรถสาย ปอ 9 แถวหมอชิตถึงจะได้"

ผมตอบขณะที่กำลังเก็กหน้าตาดูดีมีภูมิแบบสุดฤทธิ์เลยทีเดียว

เห็นเธอขมวดคิ้วทำหน้ายุ่ง ซึ่งผมก็คิดว่าเธอน่ารักไปอีกแบบหนึ่ง แล้วก็ไม่รู้อะไรที่ดลจิตดลใจ ทำให้ผมเกิดลูกบ้าขึ้นมา ตั้งใจพาเธอนั่งรถเมย์ไปส่งถึงบางแค ทั้ง ๆ ตามปกติแล้วไม่เคยเฉียดไปแถวนั้นเลยแท้ ๆ

แต่ก็พอจะรู้อยู่บ่างว่าจะต้องเดินทางอย่างไร หลังจากใช้ใช้ทฤษฏีของบ้านนอกเข้าพระนครใหม่ ๆ ไปตั้งต้นที่สนามหลวงเสียหลายครั้ง ก่อนจะรู้ตัวหลังจากงมโข่งอยู่หลายคราว่า ควรไปตั้งต้นที่อนุสาวรีย์ เพราะที่นั่นมีรถทุกสาย ผ่านทุกเส้นทางที่คุณต้องการจะไป จึงได้สูตรสำเร็จมาว่า หลงทางเมื่อไหร่นั่งรถไปอนุสาวรีย์ชัยแล้วจบกัน จากจุดนั้นรับรองกลับบ้านถูกแน่

ผมกับเธอเดินลุยสายฝนออกมา ผมถอดหมวกหนังบนศรีษะที่สวมใส่ตามสมัยนิยม บรรจงสวมบนศรีษะของเธอ เธอหันกลับมามองยิ้มหวานให้ผม ก่อนกล่าวคำขอบคุณ

วันนี้ผมได้เห็นรอยยิ้มของเธอแล้ว รอยยิ้มของเธอช่างงดงาม วันนั้นท่ามกลางสายฝนแม้จะเหน็บหนาว แต่ในหัวใจของผมอบอวลไปด้วยไออุ่นประหลาด ๆ ที่มาพร้อมกับร้อยยิ้มของเธอ

ขณะที่เราทั้งสองกำลังจะเดินข้ามถนน มีมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งเบียดแซงซ้ายออกมาทางด้านข้างของรถเมย์กระทันหัน จังหวะเดียวกับที่เธอกำลังก้าวลงไปบนพื้นถนนพอดี แม้ว่าจะตกใจแต่ผมยังพอมีสติคว้ามือเธอเอาไว้ฉุดร่างเธอกลับขึ้นมาบนฟุตบาทอีกครั้ง ร่างของเธอถูกกระชากเข้ามาหาอ้อมอกผม ตัวเธอเล็กกว่าที่เห็น ไม่ได้คิดจะฉวกโอกาสนะครับแต่ด้วยความตกใจผมถึงกับกอดเรือนร่างอันบอบบางของเธอเอาไว้แน่น

เธอตกใจจนหน้าซีดเพราะมอเตอร์ไซด์คันนั้นวิ่งเฉียดร่างของเธอไปนิดเดียวเอง ผมรู้สึกได้ว่ามือของเธอทั้งเย็นเฉียบและสั่นระริกอยู่ในอุ้มมือของผม

            ผมบีบมือเธอเบา ๆ อย่างปลอบประโลม แม้สายฝนจะพร่างพรมลงมาไม่ขาดสาย แต่ผมกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เมื่อมีมือนุ่มนิ่มของเธอคนนั้นอยู่ในอุ้งมือของผม

เราสองคนฉวยจังหวะถนนว่างพากันข้ามถนนไปยังป้ายรถเมย์ฝั่งตรงข้าม ผมพาเธอนั่งรถเมย์ไปเรื่อย ๆ เราสองคนคุยกันหลายเรื่อง ซึ่งมันก็ออกจะเลือน ๆ ไปจากความทรงจำ  

แต่สิ่งที่ผมยังจดจำไว้อย่างแม่นยำคือ กลิ่นกายของเธอ ตัวเธอมีกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ผมบอกไม่ถูกว่าน้ำหอมอะไร เพราะปกติแล้วผมเป็นคนแพ้น้ำหอมมาก ๆ

ถ้านั่งบนรถแล้วมีคนใส่น้ำหอมกลิ่นแรงมานั่งข้าง ๆ ผมจะเดินลงจากรถแล้วหารถคันใหม่ มิเช่นนั้นผมอาจจะแหวะอาหารที่เพิ่งรับประทานเข้าไปให้คนที่นั่งเบาะข้าง ๆ เชยชมเอาได้

กลิ่นน้ำหอมที่เธอใส่นั้นแปลกประหลาด มันหอมจาง ๆ แบบชวนสงสัย แม้แต่คนไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมอย่างผม ยังสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อพิจารณาว่ากลิ่นน้ำหอมนี้มีจริงหรือไม่ มันเป็นกลิ่นที่จาง ๆ ลึกลับแต่น่าค้นหา

เราคุยกับตลอดทาง ถึงเรื่องราวต่าง ๆ ผมรู้สึกชอบเธอเพราะว่าเธอเป็นคนยิ้มง่าย คุยเก่ง ร่าเริงแจ่มใสและที่สำคัญที่สุดเธอน่ารัก มีดวงตาที่กลมโตสดใส ผมมองเห็นความอบอุ่นและจริงใจที่มอบให้ผมผ่านทางแววตาของเธอ

มันน่าเสียดายที่บ้านเธอไม่มีโทรศัพท์ แต่เราก็แลกที่อยู่กันและสัญญาว่าจะเขียนจดหมายหากัน น่าแปลกที่คนสองคนมาพบกันในสถานที่ที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่คาดฝัน แต่ผมรู้สึกดีนะที่ได้พบเธอ

หลังจากส่งเธอถึงบ้าน ผมก็ขึ้นรถเมย์เดินทางกลับ รถเมย์วิ่งอย่างกับรถไฟเหาะเพราะนี่มันก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ไม่ค่อยมียวดยานต์สัญจรผ่านไปผ่านมา ในสมองของผมคิดถึงแต่เรื่องของเธอคนนั้น แทบไม่รู้สึกตัวก็มาถึงบ้านแล้ว

วันนั้นผมกลับถึงบ้านเกือบเที่ยงคืนครึ่ง แต่ไม่เคยนึกเสียดายเวลาทีเสียไปบนท้องถนนเลยแม้แต่น้อยในใจคิดอยากให้ถนนสายนี้ทอดยาวออกไป เพื่อหยุดช่วงเวลาแห่งความทรงจำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน

หลังจากวันนั้นเรานัดพบกับบ่อยขึ้น เกือบทุกอาทิตย์ ถ้าว่างเราจะมาเจอกัน แม้ระยะทางจะห่างไกล แต่เราก็ส่งความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กับผ่านทางจดหมาย บางครั้งเธอก็เป็นคนโทรมาหาผมเอง ซึ่งผมก็ดีใจทุกครั้งที่รับโทรศัพท์แล้วพบว่าอีกปลายหนึ่งของคู่สายมีเธอยืนอยู่ตรงนั้น

ทุก ๆ วันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของเธอ ผมจะส่งของขวัญไปให้ให้เธอ แม้จะเป็นเพียงของเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามกำลังทรัพย์ที่มี แต่คงสามารถสื่อความรู้สึกดี ๆ ที่ผมมี ไปถึงเธอคนนั้นเสมอ

ปกติแล้วเธอจะส่งจดหมายขอบคุณ พร้อมกับสิ่งของบางอย่าง ที่เป็นสิ่งตอบแทนจากเธอ ปีแรกที่ผมส่งของขวัญให้เธอ เธอมอบสมุดโน๊ตเล่มหนึ่งเป็นของตอบแทน หน้าปกมันเป็นลายลูกหมีสีชมพูอ่อน ซึ่งออกจะหวานแหววไปหน่อยในความคิดผม

สิ่งที่ผมติดใจไม่ใช่รูปเล่มที่สวยงาม หรือลวดลายที่น่ารักบนปกหนังสือ แต่เป็นกลิ่นหอมจาง ๆ ที่ติดมากับสมุดเล่มนั้น มันเหมือนกับกลิ่นกายของเธอ กลิ่นหอมที่ผมไม่มีวันลืมเลือนและไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำ

จำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่ที่ข่าวคราวของเธอเงียบหายไป เธอไม่ได้ติดต่อมาหาผมหลายเดือนแล้ว แต่ถึงจะอย่างไร ปีนี้ก็เหมือนกับทุกปี ผมส่งขอขวัญให้กับเธอ

ปีนี้ผมเลือกโบว์ผูกผมเป็นของขวัญให้เธอ เพราะครั้งล่าสุดที่เราเจอกันผมเธอยาวพอจะรวบได้แล้ว ผมขอร้องเธอว่าอย่าตัดผมนะ ผมชอบผมสีดำที่เงาเป็นประกายของเธอ รู้สึกดีทุกครั้งที่ลูบไล้และสัมผัส และเธอก็ตามใจผม แม้ปากจะบ่นว่าร้อนไม่ค่อยชอบไว้ผมยาวก็ตาม

ผมเสียเวลาอยู่ร้านขายของจิปาถะที่พวกผู้หญิงชอบไปซื้อของกันนับชั่วโมงก่อนจะเลือกได้สีที่ถูกใจ ผมรู้สึกเหมือนกับว่าคนขายเขามองหน้าผมแปลก ๆ ตอนที่ผมจ่ายสตางค์และรีบเผ่นออกจากร้านมา ก็คนมันเขินนี่น่าจ้องอยู่ได้ไม่เคยเห็นผู้ชายซื้อโบว์หรือยังไง

ผมนำโบว์ที่เลือกซื้อมาหลายชิ้นใส่กล่อง ห่อด้วยกระดาษของขวัญอย่างดี ก่อนนำกล่องห่อของขวัญที่ห่อแล้วบรรจุในกล่องไปรษณีอีกที พร้อมแนบจดหมายถามถึงคราวคราวของเธอในช่วงที่เราไม่ได้เจอกัน ผมเลือกส่งเป็นแบบพัสดุอีเอ็มเอสกะระยะเวลาให้ที่เธอจะได้รับให้ตรงกับวันเกิดของเธอพอดี จากนั้นผมก็รอคอยจดหมายตอบรับจากเธออย่างใจจดใจจ่อ

ในอีกหลายวันต่อมา ผมได้รับจดหมายจากเธอ แต่ลายมือที่ไม่คุ้นตาทำให้ผมรู้สึกแปลกใจข้อความในจดหมายบอกบรรยายว่าเธอคนนั้นได้จากไปจากโลกนี้แล้วด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนน จดหมายฉบับนี้ส่งมาโดยพ่อแม่ของเธอ

คิดว่าเธอคงเล่าเรื่องของผมให้พ่อแม่ของเธอฟังเป็นประจำ ท่านจึงจำผมได้และส่งจดหมายแจ้งข่าวการตายของเธอกลับมา

            กระดาษจดหมายพร้อมกับซองหลุดร่วงลงจากมือที่เหมือนจะอ่อนล้าและไร้เรี่ยวแรงที่จะประคับประคองแม้เพียงกระดาษแผ่นบาง ๆ แผ่นเดียว น้ำตาไม่รู้ไหลซึมออกมาได้อย่างไร ผมทรุดลงนั่งบนพื้นเหมือนกับคนที่หมดแรงและอ่อนล้าเกินกว่าที่จะทำอะไรได้ในขณะนั้น

ความในใจผมในตอนนั้นไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดให้ใครรับฟังได้ มันปวดร้าว มันทรมาน มันสับสน ในหัวสมองมีแต่เครื่องหมายคำถาม ว่าทำไมเหตุการณ์เลวร้ายนี้มันถึงได้เกิดขึ้นกับเธอ มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่พบว่าใครบางคนที่เรารักและแคร์เขาอย่างมากจากไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับ

บ่อยครั้งเสียงเล็ก ๆ จากส่วนลึกของหัวใจของผมยังไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น มันจำลองภาพเธอเสมอเหมือนว่าเธอยังอยู่เคียงข้างกาย วันเวลาแห่งความรักของเรามันหยุดลงเมื่อวันที่ได้รู้ข่าวคราวว่าเธอจากไป จากไปจากผมแล้วตลอดกาล

แต่เมื่อวันเวลาผ่าน ๆ เสียงจากในหัวใจนั้นก็ค่อย ๆ จางหายไปตามกาลเวลา หายไปพร้อม ๆ กับความฝันที่เคยมีเธออยู่ข้างในนั้น แต่วันนี้ภาพของเธอกลับมาแจ่มชัดในความทรงจำอีกครั้ง แม้ว่ามันจะไปกระตุกต่อมเศร้าของผมขึ้นมา แต่ในความเศร้ายังแฝงไปด้วยความปิติยินดี เหมือนนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปวันที่เราเคยมีกันอีกครั้ง

วันนี้ผมหยิบสมุดเล่มนั้นที่เธอมอบให้ขึ้นมา แต่ตลอดเวลาไม่เคยเขียนอะไรลงไป ถูกเก็บไว้อย่างทนุถนอมนั้นขึ้นมา จรดปลายจมูกลงกับสมุดเล่มนั้น แต่น่าเสียดายที่ กลิ่นหอมจาง ๆ ซึ่งเคยมีนั้นเจือจางและเลือนหายไปตามกาลเวลา

แต่กลิ่นหอมนั้นไม่มีวันลืมเลือนไปจากความทรงจำ มันยังติดตรึงฝังแน่นอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ มีบางครั้งที่ผมเดินผ่านร้านขายน้ำหอม ได้ทดลองกลิ่นด้วยความสนใจ ว่าจะมีไหมในบรรดาขวดน้ำหอมนับร้อยเบื้องหน้า ที่มีกลิ่นละม้ายคล้ายคลึงกับกลิ่นที่เธอคนนั้นทิ้งเอาไว้ให้ในความทรงจำ

ทุกวันนี้ผมเริ่มบันทึกเรื่องราวที่ผ่านมา เรื่องของเธอคนนั้น ลงบนสมุดเล่มนั้นที่เธอมอบให้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ วันเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เรื่องราวเธอคนนั้นไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความรักของเราทั้งสอง นาฬิกาแห่งรักของเราเริ่มเดินอีกครั้ง เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นถูกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ เรื่องแล้วเรื่องเล่า ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราว ให้ผู้อื่นได้รับรู้ถึงความรู้สึกมากมายที่เอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจ

ผมไม่เคยนึกเสียใจเลยที่ได้พบเธอและรักเธออย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้รักแรกของผมจะจบลงด้วยความเศร้า แต่ถึงจะอย่างไรผมก็ยังจดจำเธอคนนั้นที่ผมพบในคืนวันฝนตกได้ไม่ลืมเลือน

Post Comment

Comment

Statistic

Date posted: 10 years ago.
Date modified: 10 years ago.
Overall Viewed: 5,284 times
Monthly Viewed: 15 times
Rated: 2 times
Favorited: 1 times
Commented: 0 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.