ดวงใจรักนายมาเฟีย

ไม่จริงใช่ม้ายยยยยยยยย!!!!

            ณิชาชาได้แต่บอกตัวเองอยู่ในใจ กับสิ่งที่เห็นมันทำให้เธอแทบสิ้นสติ คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยเห็นแต่ในหนังในละครกำลังตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า และในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้เธอก็จะได้เข้าไปข้างใน ในฐานะ  “ คุณหนูคนใหม่ ” ไม่ใช่เพราะเธอโชคดีที่เจอพ่อแม่เป็นไฮโซแบบในละครน้ำเน่า แต่เป็นเพราะแม่ของเธอท่านแต่งงานใหม่กับเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศที่มาลงทุนในประเทศไทย เลยทำให้ชีวิตของพวกเราสองแม่ลูกเปลี่ยนไปราวกับความฝัน !

            “ เชิญคุณหนูเข้าไปข้างในครับ คุณโรเซสรออยู่ ”

            หลังจากที่การ์ดคนที่ไปรับหญิงสาวมาจากบ้านหลังเก่าพาเดินเข้ามาในคฤหาสน์ที่ช่างจะหรูหราจนเธอแทบห้ามมือไม่ให้ไปจับ ต้อง สิ่งของที่นี้ไม่ได้ เขาก็พามาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งก่อนที่จะเดินกลับไปทางเดิม เมื่อกี้ เขาบอกว่า มีคนรออยู่งั้นเหรอ? แต่จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อแม่กับสามีใหม่ไปฮันนีมูนกันที่ต่างประเทศแล้ว

            ณิชาชาตัดสินใจเคาะประตูเบาๆ เป็นสัญญาณว่ามาถึงแล้ว แต่ภายในห้องก็ยังเงียบ เธอลองบิดลูกบิดเบาๆและผลปรากฏว่าห้องไม่ได้ล็อค งั้นก็ขออนุญาติเปิดเลยนะคะ

            ดวงตากลมโตกวาดสายตามองไปทั่วห้องก่อนจะไปสะดุดกับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำกำลังยืนหันหลังมาทางเธอ ผมของเขาที่ยาวจนถึงกลางหลังถูกมัดรวมกันไว้อย่างเรียบร้อย

            “ หนูณิมาแล้วค่ะ ”

            เพราะถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าเจอผู้ใหญ่ให้พูดแทนตัวเองด้วยชื่อ เธอเลยเลี่ยงไม่ได้ ทันทีที่พูดจบชายตรงหน้าก็หันกลับมา หน้าตาของเขาหล่อเหลาแบบชาวต่างชาติและที่สำคัญดวงตาเรียวคมคู่นั้นบ่งบอกได้เลยว่าเขาเด็ดขาดเอาการ

            “ มาแล้วหรอ ”

            น้ำเสียงนิ่งๆ ไม่บ่งบอกว่าคนพูดกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนทำให้ขนบริเวณต้นคอลุกชัน รังสีความน่ากลัวของเขามันช่างมากมายจริงๆ

            “ คุณเป็นใครคะ?

            “ คาร์นัล โรเซส ลูกชายคนเดียวของคนที่แม่เธอแต่งงานด้วย ”

            สิ่งที่ได้ยินทำให้เธออ้าปากค้างได้อย่างไม่ต้องสงสัย พ่อใหม่มีลูกชายอยู่ก่อนแล้ว และลูกชายของเขาท่าทางจะเป็นผู้ใหญ่และอายุมากกว่านักเรียนชั้น ม.6 แบบเธอแน่ๆ

            “ ที่ฉันให้เธอมาพบ เพราะว่าพ่อสั่งไว้ เธอต้องมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ในฐานะลูกสาวคนใหม่และเป็นน้องสาวฉัน ”

            “ ความจริงไม่ต้องซีเรียสก็ได้นะคะ หนูอยู่บ้านเก่าก็ได้มันก็ไม่ได้คับแคบอะไร ”

            “ เธอกำลังเถียงฉัน!!

            “ หนูเปล่า!!! ”   

            จู่ๆคนที่อายุมากกว่าก็ขึ้นเสียงใส่ จนเธอเผลอขึ้นเสียงตาม บรรยากาศรอบตัวของเราสองคนตอนนี้ช่างคุกรุ่นในทันใด มือเรียวเล็กสองข้างบีบกันแน่นด้วยความกลัว กลัวว่าจะโดนฆ่าหมกส้วมซะก่อนที่จะเรียนจบนี่ซิ

            “ เปล่า ” น้ำเสียงเย็นๆเริ่มดังขึ้นใกล้ๆ จนแผ่นหลังชาวาบ “ แล้วก้มหน้าทำไม ?

            “ กะ ก็

            ณิชาชาเงยหน้าขึ้นมาเตรียมจะเถียง แต่ตอนนี้ใบหน้าของเธอกับพี่ชายที่เพิ่งจะรู้จักกันไม่ถึงห้านาทีอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ! ถ้าให้เดาตอนนี้หน้าเธอคงแดงซ่านแล้วแน่ๆ ให้ตายเถอะ ทำไมเธอต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วยนะ

            “ เธอหน้าแดง ”

            “ ก็แค่อากาศร้อน ” รู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่แต่ก็ยังเถียงอย่างข้างๆคูๆ “ แล้วมีอะไรกับหนูอีกไหมคะ?

            รอยยิ้มแบบนั้น ! รอยยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนั้น เธอไม่ชอบเลย !

            “ ไม่มี เธอกลับห้องได้แล้ว เดี๋ยวไมค์จะมาพาเธอไปที่ห้องพัก ”

 

            คาร์นัล โรเซส นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงมาเฟียแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกขนานนามว่า “ มังกรหลับ ” ยืนมองประตูอยู่พักใหญ่หลังจากที่ไล่เด็กสาวแปลกหน้าที่ต้องมาเป็นน้องสาวของเขาออกไปแล้ว รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อได้รูป พูดไปใครจะเชื่อ ว่ามาเฟียหนุ่มที่ควงแต่นางแบบระดับแนวหน้าจะมีรอยยิ้มอบอุ่นๆ กับเด็กสาววัยสิบแปดปีที่เพิ่งได้พบหน้ากัน

            มือเรียวยาวหยิบรูปถ่ายใบเล็กที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นมามองเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็นับไม่ได้ เขารู้แค่ว่า เมื่อเขาเห็นภาพเด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนมัธยมปลายผูกผมธรรมดากับรอยยิ้มใสๆ ที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังมีความสุข และเขาก็รู้สึกว่าความสุขนั้นส่งผ่านมาถึงเขาเหมือนกัน มันก็ทำให้เขามีรอยยิ้มขึ้นมาทุกครั้ง

            “ เรียบร้อยไหม?

            โรเซสถามขึ้นทันทีที่ ไมค์ ผู้ช่วยคนสนิทเดินเข้ามาในห้องทำงาน  ไมค์มีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยกับคำสั่งที่ได้รับให้ไปทำ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถาม

            “ เรียบร้อยครับ ”

            โรเซสพยักหน้าแสดงความรับรู้ ก่อนจะสั่งให้ไมค์ไปทำงานของตัวเองตามปกติ มาเฟียหนุ่มมองรูปภาพในมือราวกับว่าจะพยายามเข้าไปอ่านความคิดของคนในรูปให้ได้

            เสื้อผ้าที่มีติดตัวมาจากบ้านเก่าอยู่ไม่กี่ชุดถูกนำไปแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าอันใหญ่อย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด หลังจากที่ถูกพาขึ้นมาบนห้องนอนณิชาชาก็เผลอหลับไปบนเตียงใหญ่ขนาดคิงไซน์สีขาวตั้งแต่เมื่อสามชั่วโมงก่อน พอมารู้สึกตัวอีกทีก็ปาไปหกโมงกว่าแล้ว ตอนนี้เธออยู่ในชุดคลุมสีฟ้าลายสติชเตรียมพร้อมที่จะไปอาบน้ำและทำภารกิจส่วนตัว ก่อนที่จะลงไปทานอาหารเย็นตอนทุ่มตรง

            “ โอ้โห ห้องน้ำเหรอเนี่ย ”

            เธอได้แต่ทึ่งและนับถือในการดีไซน์ของห้องน้ำบ้านหลังนี้จริงๆ ผนังทั้งหมดถูกทำเป็นกระจกสะท้อนไม่เว้นแม้แต่ประตูทางเข้าที่เธอเดินเข้ามา ดีนะที่ไม่ได้เป็นกระจกใส ไม่อย่างงั้นเธอไม่ยอมอาบน้ำที่นี่แน่ๆ

            กึก กึก

            เสียงกุกกักที่ดังออกมาจากกระจกบานหนึ่งที่อยู่ทางฝั่งซ้ายมือของคนร่างเล้กดังขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ณิชาชารีบปิดฝักบัวและใส่ชุดคลุมทันที อย่างน้อยถ้าอยู่ๆ มีผีโผล่มาจากกระจกบานนั้นเธอจะได้เผ่นหนีได้แบบไม่ต้องอายใคร

            กึก กึก ครืนนนนน

            อยู่ๆ กระจกบานที่เสียงดังก็เลื่อนออกอย่างเร็ว ภาพแรกที่ณิชาชาเห็นก็ทำให้สติของเธอค้างไปในทันที โรเซสยืนทำหน้านิ่งจ้องหน้าเธออย่างไม่ตกใจ ผมยาวๆของเขาที่ถูกมัดไว้ตอนแรกถูกปล่อยให้สยายถึงกลางหลัง ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้เขามากขึ้นเป็นเท่าตัว ถ้าเป็นในตอนปกติเธออาจจะหวั่นไหว แต่ตอนนี้โรเซสอยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่าแทบเปลือย เพราะเขามีแค่ผ้าขนหนูพันรอบเอวหนาไว้แค่ผืนเดียว !

            “ ยังอาบไม่เสร็จอีกหรอ ”

            “ คุณ! ” พูดได้แค่นั้นฉันก็รู้สึกว่าโลกได้ดำมืดไป     

            “ หนูณิ !!!

            โรเซสรับร่างบอบบางไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มกระแทกพื้น เขารีบอุ้มน้องสาวที่เพิ่งได้มาหมาดๆ ไปวางไว้บนเตียงและเพิ่งสังเกตุว่าตอนนี้หญิงสาวอยู่ในชุดคลุมลายการ์ตูนที่เขาไม่รู้จัก โรเซสมองคนที่กำลังไม่ได้สติด้วยสายตาที่ไม่เคยมีให้กับใคร สายตาแห่งความห่วงใย

             “ เห็นแค่นี้ก็เป็นลมซะแล้ว เด็กหนอเด็ก ”

            มือของมาเฟียหนุ่มลูบไล้ไปตามใบหน้าเรียวจนมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางอย่างอ้อยอิ่ง เรียวปากบางนั้นทำให้เขาอดใจไม่ไหว ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆโน้มลงมาจนริมฝีปากเรียวประกบกัน เนิ่นนาน  นานจนเขาไม่อยากปล่อย แต่อาการขยับตัวของคนอายุน้อยกว่าทำให้โรเซสรีบกลับมาตีหน้านิ่งตามเดิม

            ดวงตากลมโตที่ปิดสนิทค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่เห็นคือโรเซสกำลังมองอยู่เขาต้องโกรธมากแน่ๆที่มีคนเห็นหุ่นของเขาแล้วเป็นลมแทนการกระโจนเข้าใส่แบบนี้ คิดแล้วอยากจะร้องไห้หวังว่าเขาคงไม่ทำโทษเธอหรอกนะ แต่เธอก็ไม่ผิดนี่ เขาต่างหากที่โผล่เข้ามาเอง

            “ เอ่อ

            “ ตกใจมากซินะ ”  สีหน้าสงสัยของคนตรงหน้าทำให้โรเซสพูดต่อ “ ที่เห็นฉันในห้องน้ำ ”

            คำพูดนั้นเรียกความสนใจของณิชาชาได้อย่างมากเลยทีเดียว เป็นใครจะไม่สงสัยบ้างห้องน้ำโดยปกติจะมีประตูบานเดียวและประตูบานนั้นฉันก็เป็นคนปิดด้วยตัวเองที่สำคัญล็อคอย่างแน่นหนาด้วย แต่โรเซสเปิดเข้ามาจากอีกฝั่งหนึ่งซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ นอกเสียจากว่า ห้องน้ำห้องนี้จะไม่ปกติ !

            “ ห้องนอนของฉันกับเธอเชื่อมต่อกันโดยมีห้องน้ำเป็นศูนย์กลาง ”

            ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตาของเธอคงเบิกกว้างด้วยความตกใจ ห้องน้ำเชื่อมต่อกัน แสดงว่าเธอจะไม่มีความเป็นส่วนตัวในห้องนอนอันแสนสุขและที่สำคัญเธออาจไม่มีความปลอดภัยในตัวเองด้วย ผู้ชายตรงหน้า ช่างน่ากลัวจริงๆ

            “ หนูจะเปลี่ยนห้อง ”

            “ ไม่ได้ !

            “ ทำไมคะ ที่นี่ก็ออกจะใหญ่แค่หนูจะย้ายห้องคงไม่เป็นปัญหากับคุณมากนักหรอก !

            “ แต่ฉันไม่ให้ไป ”

            “ หนูจะไป คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับหนูนะ โอ๊ย ”

            แขนทั้งสองข้างของคนที่ตัวเล็กถูกกระชากอย่างแรง จนเสียการทรงตัว โรเซสมีสีหน้าโกรธจัดอย่างเห็นได้ชัดไม่เคยมีใครกล้าขัดใจเขาแบบนี้โดยเฉพาะพวกผู้หญิง แต่คนตรงหน้าเป็นใครกันถึงมาขึ้นเสียงกับเขาถึงสองครั้งแถมเจ้าตัวยังไม่มีทีท่าว่าจะสำนึกเลยสักนิด

            “ ปล่อยหนูนะ !!!

            “ ไม่ปล่อย ” บอกเสียงดุ “ ที่นีเป็นบ้านฉัน และฉันมีสิทธิ์ในตัวทุกคน ”

             “ แต่คุณไม่มีสิทธิ์ในตัวหนูนะ! อุ๊บ ”

            เสียงหวานขาดหายไปเมื่อโรเซสแนบริมฝีปากของเขากับเธออย่างรุนแรงและเร่าร้อน ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นนุ่มนวล ความร้สึกแรกในหัวเขาตอนนี้คือร้อนรุ่มและมีความต้องการมากอย่างที่ไม่เคยเป็น ผิดกับอีกคนที่ตอนนี้หัวขาวโพลนและรู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ

            กว่าที่จูบพิฆาตจะสิ้นสุดลงก็ทำเอาคนปากเก่งเขาอ่อนแทบหมดแรง  โรเซสมีอาการพึงพอใจอย่างมากกับใบหน้าเรียวที่แดงก่ำและปากบางบวมเจ่ออย่างเห็นได้ชัด

            “ จำไว้ นี่คือบทลงโทษที่เธอขัดคำสั่งฉัน ”

 

            แสงแดดยามเช้าส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ ช่วยปลุกให้คนบนเตียงค่อยๆลุกขึ้นอย่างงัวเงีย ณิชาชาสะบัดหน้าแรงๆเพื่อขับไล่ความง่วงงุน เมื่อคืนกว่าที่เธอจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่งเพราะมัวแต่หวาดระแวงคนห้องข้างๆ ความจริงเธอจะเป็นฝ่ายล็อคประตูห้องน้ำฝั่งเขาก็ได้ แต่คนตัวใหญ่กว่ากลับสั่งห้ามเด็ดขาด

            กว่าที่หญิงสาวจะลงมาทานอาหารเช้าก็เป็นเวลาสายมากแล้ว การ์ดที่ยืนอยู่หน้าบ้านบอกเธอว่าโรเซสไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว ทำให้เธอพลอยสบายใจขึ้นมาก เหตุการณ์เมื่อคืนทำให้เธอไม่กล้าที่จะพบเขา มือเล็กเผลอลูบริมฝีปากตัวเองด้วยความลืมตัวจูบแรกของเธอได้เสียไปแล้ว

            ณิชาชาใช้เวลาทั้งวันไปกับการดูรายการโทรทัศน์และอ่านหนังสือจนเริ่มเบื่อหน่าย เธอพยายามหางานบ้านทำแต่ทุกอย่างถูกทำความสะอาดจนมันวาวอย่างไม่มีที่ติ เธอจึงตัดสินใจที่จะไปเดินเล่นข้างนอกแต่ก็ต้องผิดหวังเพราะการ์ดไม่ยอมให้ออก เธอต้องขอร้อง อ้อนวอนอยู่นานกว่าที่พวกเขาจะยอมใจอ่อนและอนุญาติให้เธอไปได้แค่สวนสาธารณะของหมู่บ้านเท่านั้นและต้องมีการ์ดหนึ่งคนตามไปด้วย

            “ คุณหนูครับผมว่าเรากลับกันเถอะครับ ”

            “ ขออีกแป๊บนะคะ หนูณิขอให้อาหารปลาก่อน ”

            หญิงสาวส่งยิ้มหวานให้การ์ดประจำตัวด้วยความจริงใจ หลังจากที่เดินเล่นจนทั่วเธอก็มานั่งเล่นแถวบ่อน้ำเพื่อให้อาหารปลา การ์ดหนุ่มมีสีหน้าลำบากใจแต่ก็ขัดอะไรไม่ได้เพราะยังไงเธอก็คือนายของเขา

            เสียงสวบซ่าบดังขึ้นหลังพุ่มไม้ใกล้ๆกับที่ณิชาชานั่งอยู่ทำให้เธอตกใจเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องมองอย่างสงสัย เสียงแปลกๆ ยังคงดังขึ้นและใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไม่นานเจ้าของเสียงหลังพุ่มไม้ก็ปรากฏตัวขึ้น ลูกหมาพันธุ์ไซบีเรียสีขาวค่อยๆเดินออกมาช้าๆ มันจ้องหน้าหญิงสาวนิ่งในแววตายังมีความหวาดระแวง ณิชาชาหยิบขนมปังที่ซื้อมาจากร้านขายของยื่นให้ด้วยความระวัง

            “ คุณหนูละวังถูกกัดนะครับ ”

            “ มันไม่กัดหรอกค่ะ ”

            เจ้าหมาน้อยเดินเข้ามาดมๆ สิ่งที่ยื่นมาให้ก่อนจะค่อยๆ กินอย่างเชื่องช้า ณิชาชายิ้มกว้างด้วยความชอบใจ ท่าทางเจ้าหมาน้อยตัวนี้คงถูกทิ้งมาแน่ๆ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้มันอาจตายได้ แต่ถ้าเธอเก็บมันไปเลี้ยงเธอก็จะมีทั้งเพื่อนและได้ช่วยชีวิตสัตว์ไว้อีกด้วย

            “ หนูณิขอพาเจ้าตัวนี้กลับบ้านด้วยได้ไหมคะ? ” เธอตัดสินใจขอร้องจากการ์ด

            “ ผมเกรงว่าจะไม่ได้ ”

            “ แต่ถ้าปล่อยไว้ มันอาจตายนะคะ ”

            “ ถ้าคุณโรเซสทราบ มันก็ตายครับ ”

            “ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ” พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ หนูณิขอคุยกับคุณโรเซสค่ะ ”

            ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด คาร์นัล โรเซส รับแฟ้มงานจาก ไมค์ มาดูด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ถึงหนึ่งนาทีแฟ้มที่เคยอยู่ในมือก็ถูกโยนไปไว้กลางโต๊ะอย่างแรง จนผู้ร่วมประชุมสะดุ้งด้วยความตกใจ  นัยน์ตาดุฉายแววน่ากลัวขึ้นมาทันที

            “ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ”

            “ ประมาณหนึ่งเดือนแล้วครับ” เสียงสั่นๆ ของหนึ่งในที่ประชุมพูดขึ้น

            “ มันรู้อะไรไปบ้าง ”

            “ เท่าที่ทราบมีแค่เรื่องที่เราจะส่งของไปอเมริกาครับ ”

            โรเซสยังคงนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ กับสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่คิดว่า ปีเตอร์  เพคทอลล์ คู่แข่งทางธุรกิจที่เป็นศัตรูกับเขามานานจะใช้วิธีหมารอบกัด แอบซื้อตัวคนของเขาให้กลับมาเป็นหนอนบ่อนไส้ ล้วงความลับจากทางบริษัท ดีที่ยังมีคนไหวตัวทันเลยตลบหลังจับตัวคนทรยศไว้ได้

            “ ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน ” ถามขึ้นเสียงเย็น

            “ ห้องลับครับ ”

            สิ้นเสียงตอบคำถามของไมค์  โทรศัพท์เครื่องหรูของโรเซสที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง โรเซสปรายตามองดูด้วยความขัดใจ บนหน้าจอแสดงรายชื่อบอกว่าคนที่โทรเข้ามาคือหนึ่งในการ์ดที่ประจำอยู่ที่บ้าน คิ้วเข้มเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ กฏเหล็กของบอดี้การ์ดประจำตระกูลเขาคือจะไม่โทรหาเขาโดยตรง  ทุกคนต้องผ่านไมค์ ไม่ว่าเรื่องจะใหญ่มากแค่ไหนก็ตาม

            ไมค์กำลังจะเป็นฝ่ายกดรับแต่โรเซสห้ามไว้ เขาก็ต้องการจะรู้เหมือนกันว่าการ์ดที่โทรเข้ามาเบอร์เขาต้องการอะไร เจ้าของเครื่องกดรับและเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

            “ มีอะไร ”

            ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย ชายหนุ่มจึงถามกลับไปอีกครั้งคราวนี้เสียงของเขาน่ากลัวจนไมค์เริ่มเป็นห่วงคนที่โทรมา หาเรื่องแล้วไหมละ

            “ ฉันถามว่ามีอะไร!

            “ เอ่อ คุณโรเซส ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นกล้าๆกลัวๆ “ หนูณิเองค่ะ ”

            คิ้วหนาเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินเสียงนี้จากทางโทรศัพท์  แต่เขาก็ต้องยอมรับกับตัวเองแหละว่ามันทำให้เขารู้สึกดี

            “ อืม มีอะไร ”

            น้ำเสียงห้วนๆ แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน ทำให้ไมค์พอจะเดาออกว่าคนที่หาเรื่องใส่ตัวคือใคร คนที่สามารถทำให้เจ้านายเขาอารมณ์ดีขึ้นแบบนี้ มีอยู่คนเดียวณิชาชา

            “ คือหนูณิ อยากจะขอเลี้ยงน้องหมาได้ไหมคะ?

            ณิชาชากลั้นใจถามไปทั้งๆที่แสนจะกลัวเขาจับใจ แต่ความเป็นห่วงเจ้าไซบีเรียตัวน้อยที่กำลังคลอเคลียอยู่ที่ขาก็มีมากกว่า โรเซสนิ่งไปนานจนคนปลายสายชักใจหวิวๆ หญิงสาวได้แต่ภาวนาให้เขาใจอ่อนและยอมให้เธอนำเจ้าตัวน้อยไปเลี้ยง แต่น้ำเสียงที่ถามกลับมาก็ทำเอาเจ้าตัวถึงกับเสียวสันหลังวาบๆ เลยทีเดียว

            “ หมาจากไหน ”

            “ หนูณิเจอมัน. เอ่อ ที่สวนสาธารณะค่ะ ”

            หญิงสาวตอบกลับเสียงอ่อย จนคนฟังนึกขำ ความจริงโรเซสก็ไม่ได้ห้ามเรื่องที่เธอจะออกไปข้างนอกเพราะเขาจัดให้มีการ์ดประจำตัวเธอไว้แล้ว แต่ถึงยังไงเขาก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี ถ้าเลือกได้เขาอยากจะขังเธอให้อยู่แต่ในบ้านด้วยซ้ำ

            “ ก็เอาซิ ฉันอนุญาติ ”

            “ จริงหรอคะ! ไชโย ” หญิงสาวดีใจจนเผลอลืมตัวกระโดดโลดเต้นเป็นเด็กๆ แต่ก็ยังไม่ลืมถาม “ คุณโรเซสจะไม่ฆ่ามันใช่ไหม ”

            “ ไม่  ถ้าเธอเป็นคนดูแลมัน ”

            รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม แต่เพียงไม่นานก็กลับมาเป็นราบเรียบตามเดิม โรเซสวางโทรศัพท์มือถือไว้ที่โต๊ะตามเดิมหลังจากที่ณิชาชาตัดสายไป นัยน์ตาคมดุฉายแววน่ากลัวทันที

            ห้องลับภายในบริษัทยักษ์ใหญ่ เป็นห้องขนาดกลางไม่มีหน้าต่าง ที่กลางห้องมีร่างของชายวัยกลางคนถูกมัดมือมัดเท้าอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ใบหน้าโทรมเงยหน้าขึ้นมองเมื่อรับรู้ว่ามีคนเข้ามา และก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อคนที่เขาไม่อยากพบเจอมากที่สุดมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า

            “ คุณโรเซส!!

            เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นกลัว เวลานี้คนตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับมัจจุราชเดินดิน  ที่พร้อมจะเอาชีวิตของเขาได้ทุกเมื่อ

            “ ใช่ ฉันเอง ” พูดเสียงเย็น “ ยังดีที่จำได้ ”

            “ ผะ ผม ขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ”

            คนถูกมัดระล่ำระลักบอกด้วยความกลัวตาย แต่ดูเหมือนว่าคำพูดพวกนั้นจะไม่ได้ทำให้คนที่ยืนอยู่รู้สึกดีขึ้นมา ปืนพกสีดำสนิทถูกหยิบออกมาจากชุดสูทราคาแพง ก่อนจะเล็งไปที่ขาของคนทรยศอย่างไม่ลังเล เสียงปืนดังขึ้นสองนัดติดกันด้วยความเร็วตามมาด้วยเสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้อง

            “ ปีเตอร์คงจะดีใจถ้านายจะกลับไปหาเขา ” นัยน์ตาคมกริบฉายแววมัจจุราช “ ในแบบเป็นๆ ”

            “ ไม่นะ ไม่! ปล่อยกู ปล่อยกู !!

โรเซสเดินออกมาโดยไม่สนใจเสียงที่ตะโกนก้องตามหลัง  เขารู้ว่าคนอย่าง  ปีเตอร์ เพคทอลล์ ไม่เคยปล่อยให้คนที่ทำงานพลาดมีชีวิตอยู่  และเขาไม่คิดจะฆ่าคนของใครถ้ามันไม่จำเป็น

กว่าที่โรเซสจะกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาห้าทุ่มกว่า เขาตั้งใจที่จะขึ้นห้องนอนทันทีเพราะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน แต่เสียงโทรทัศน์ที่ดังออกมาจากห้องนั่งเล่นก็ทำให้เขาต้องเปลี่ยนใจ รอยยิ้มน้อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม โรเซสใช้รีโมทกดปิดโทรทัศน์ติดผนังเครื่องใหญ่ แล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงโซฟาเนื้อดี ณิชาชากำลังนอนหลับสนิทเธอกอดหมอนใบเล็กๆ ไว้แนบออก ที่ปลายเท้ามีร่างสีขาวของเจ้าหมาน้อยที่เธอโทรไปขออนุญาติเขาเลี้ยงไว้ นอนหลับอยู่

โรเซสค่อยๆดึงหมอนออกจากอ้อมกอดเล็กๆ เสียงแปลกๆ ที่ได้ยินทำให้เจ้าสี่ขาตัวน้อยตื่นขึ้นมาจ้องเขาตาแป๋ว โรเซสทำมือขึ้นเป็นสัญญาณว่าเงียบๆ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เจ้าตัวน้อยมุดตัวกับโซฟาหลับตามเดิม โรเซสอุ้มร่างบางไว้แนบออกก่อนจะเดินกลับขึ้นห้อง

ร่างโชกเลือดของชายวัยกลางคนถูกโยนมาไว้ตรงหน้าของ ปีเตอร์ เพคทอลล์ อย่างไร้ความปราณี ร่างสูงโปร่งแบบคนขี้โรคในชุดสูทสีดำสนิทมีสีหน้าเรียบเฉย ผิดกับแรงโทสะในใจที่มันปะทุขึ้นมาราวกับลาวาใต้ดิน

“ คุณปีเตอร์ ไว้ชีวิตผมด้วย ”

 เสียงร้องอ้อนวอนขอชีวิตดังขึ้นไม่ขาดสาย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทำให้ปีเตอร์เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาเลย เขามองคนตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับเศษฝุ่นที่ปลิวอยู่ตามพื้น

“ โรเซสมัน รู้เรื่องทั้งหมดแล้วซินะ” ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ “ งั้นก็ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะต้องเลี้ยงแกให้เสียข้าวสุก ”

ยังไม่ทันจบประโยค เสียงปืนก็ดังขึ้นรัวเร็วจนหมดแม็กซ์ ร่างของชายวัยกลางคนแน่นิ่งไปกับพื้นอย่างไม่มีวันกลับ ผ้าผืนเล็กสีขาวถูกหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกงเรียบหรู ขึ้นมาเช็ดปากกระบอกปืนอย่างเชื่องช้า ก่อนจะโยนมันไปที่ร่างของคนบนพื้น อย่างไร้ความปราณี

“ เอาศพมันไปจัดการให้เรียบร้อย ”

“ ครับ ”

ชายรูปร่างสูงใหญ่สองคนช่วยกันพาร่างไร้วิญญาณออกไปจัดการตามคำสั่ง  มือเรียวกำหมัดแน่นด้วยความเคียดแค้น

“ แกชูคอได้อีกไม่นานหรอก โรเซส!!!

อากาศเย็นสบายในตอนเช้าทำให้ณิชาชาต้องรีบตื่นนอนมาวิ่งเล่นกับลักกี้ เจ้าไซบีเรียตัวน้อยที่เธอเก็บมาเลี้ยงและเพิ่งตั้งชื่อให้มันเมื่อสองสามวันก่อน เสียงหัวเราะของคนและเสียงเห่าของสุนัขดังขึ้นไม่ขาดสายช่วยสร้างบรรยากาศให้กับคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงาให้ดูมีชีวิตชีวา โรเซสยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด เขาไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อน

“ รถพร้อมแล้วครับ ” ไมค์เดินเข้ามาส่งกุญแจรถเบนซ์คันหรูให้คนเป็นนาย” จะไม่ให้ผมไปด้วยจริงๆเหรอครับ?

“ ไม่ละ ขอบใจมาก”

การ์ดคนสนิทที่เป็นทั้งเพื่อนและลูกน้อยรับคำเบาๆ ก่อนจะพาตัวเองออกไปทำงานตามเดิมโดยไม่เซ้าซี้ เมื่อวานเขาได้รับคำสั่งให้เตรียมรถไว้เพราะเจ้านายจะพาหญิงสาวคนเดียวของบ้านไปข้างนอก ตอนแรกเขาไม่ค่อยเห็นด้วย สถานการณ์ตอนนี้ไม่น่าไว้วางใจ แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งเขาจึงขัดไม่ได้

โรเซสก้าวขายาวๆ ไปกลางสนามหญ้าที่มีหญิงสาวร่างบางนั่งอยู่แต่ยังไม่ทันที่เขาจะไปถึง เจ้าลักกี้ตัวดีก็วิ่งหน้าตั้งกระโจนมารับหน้าอย่างประจบ ทำเอานายสาวได้แต่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ

เขาจะเตะโด่งแกออกนอกโลกไหมเนี่ย ลักกี้!!!

 “ ว่าไงไอ้ตัวแสบ วันนี้อยากไปเที่ยวไหนไหม?

ณิชาชาอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ไอ้ตัวแสบที่ตอนนี้ย้ายที่อยู่ไปซบบนอกของคนตัวใหญ่เห่ารับอย่างว่าง่ายจนหญิงสาวนึกแปลกใจ หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวคู่นี้เขาไปทำความสนิทกันตอนไหน

“ เอ้า ดูเจ้านายแกซิ อ้าปากกว้างจนแมลงวันบินเข้าไปทำรังแล้ว ”

คนที่ถูกหาว่าเป็นรังของแมลงวันรีบปิดปากโดยเร็วพร้อมกับมอบค้อนวงงามให้กับคนที่ตั้งฉายาแปลกๆให้เธอ โรเซสเห็นแบบนั้นเลยอดที่จะหัวเราะไม่ได้

“ เวลาคุณหัวเราะเนี่ยดูดีกว่าตอนทำหน้าบึ้งอีกนะ”

 โรเซสเริ่มรู้สึกตัวจึงกระแอมออกมาสองสามทีแก้เขิน หญิงสาวตรงหน้าเป็นคนแรกที่พูดแบบนี้แล้วทำให้เขาทำตัวไม่ถูก นับวันณิชาชาเริ่มมีอิทธิพลกับเข้ามากขึ้นทุกที

“เอาละ ฉันจะมาบอกว่า ฉันจะพาเธอกับคู่หูไปนั่งรถเล่น”

“นั่งรถเล่น ! ” ณิชาชาตาโต “คุณหมายถึง คุณจะพาฉันไปเที่ยวหรอคะ?

“แล้วเธอคิดว่าไงละ”

“จะช้าทำไมละคะ ไปกันเลย”

 

            หญิงสาวร่างบางในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนในมือทั้งสองข้างกำลังอุ้มสุนัขตัวเล็กพันธ์ไซบีเรียค่อยฝ่าผู้คนที่เบียดเสียดกันแน่นขนัดอย่างง่ายดาย ณิชาชายิ้มออกมาด้วยความสนุกผิดกับอีกคนที่อยู่ด้านหลังยืนทำหน้าโหดจนคนที่เดินผ่านไปมาไม่กล้าเข้าใกล้

            หลังจากที่เขาบอกจะพาณิชาชามาเที่ยว เขาจึงตามใจเธอให้เลือกสถานที่เองได้ตามใจชอบ แต่เขาเพิ่งจะรู้ว่าเขาคิดผิดถนัด ณิชาชาไม่ได้เลือกห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆหรือภัตตาคาหรูๆ อย่างที่เขาคิดไว้แต่เธอเลือกที่จะมาเดินตลาด! ใช่ ตลาดกลางแจ้งซะด้วย ถ้าประเทศไทยมีอากาศที่เย็นสบายเหมือนอิตาลีเขาจะไม่บ่นสักคำ!

            แสงแดดที่ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลยทำให้นักธุรกิจหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจ เขามองตามหลังคนตัวเล็กที่เดินดูของเพลินจนไม่สนอะไรด้วยความเป็นห่วง แล้วนัยน์ตาคมก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้รอยยิ้มน้อยๆปรารกฏขึ้น

            ณิชาชาเดินดูของตามร้านต่างๆด้วยความสนใจ ตั้งแต่ที่เธอย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ก็ไม่มีโอกาสได้ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกเลย วันนี้เธอจึงถือโอกาสมาเดินเล่นให้หนำใจ หญิงสาวหันซ้ายหันขวาเพื่อหาคนตัวใหญ่ที่มาด้วยกันหลังจากที่เธอยืนเลือกเครื่องประดับสวยๆ จากร้านแผงลอยที่ตั้งอยู่ได้แล้ว ใจของหญิงสาวหล่นวูบเมื่อเธอมองหาจนทั่วก็ไม่เห็นเขาแล้ว ณิชาชากอดลักกี้ไว้แน่นตอนนี้เธอทำอะไรไม่ถูกจะโทรหาเขาก็ไม่ได้เพราะเธอไม่ได้พกโทรศัพท์ ส่วนเรื่องเงินไม่ต้องพูดถึง ตั้งแต่ที่เธอย้ายมาอยู่บ้านใหม่ก็แทบไม่ได้จับเงินเลย เมื่ออยากได้อะไรขอให้บอก พวกบอดี้การ์ดก็หามาให้เธอถึงที่

            เจ้าสุนัขตัวน้อยเหมือนจะรู้ว่าเจ้าของกำลังใจเสีย จึงค่อยๆซุกหน้าไปที่ซอกคอเล็กๆ อย่างประจบ ณิชาชายิ้มน้อยๆ พร้อมกับลูบหัวมันไปมา “โรเซส คุณอยู่ที่ไหน ?

            ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปด้วยความหวังหวังว่าเธอจะเจอเขา  และดูเหมือนความหวังของเธอจะเป็นจริง ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธฮคือ คาร์นัล โรเซส ไม่ผิดแน่ เขายืนมองเธอด้วยสายตานิ่งๆ แบบที่เธอไม่ค่อยชอบแต่ตอนนี้เธฮรู้สึกว่าคิดถึงดวงตาคู่นั้นเหลือเกิน หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าเธอได้วิ่งไปหาเขาด้วยความดีใจและกอดร่างสูงใหญ่นั้นไว้แน่นอย่างที่ไม่เคยทำ

            โรเซสมองร่างบางที่กอดเอวหนาของเขาไว้แน่นอย่างขวัญเสียด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย อาการสะอื้นของคนในอ้อมกอดทำให้ มือหนาลูบแผ่นหลังบาง และปลายคางที่เริ่มมีเคราขึ้นกดลงเบาๆ ที่ศีรษะเล็กอย่างปลอบโยน

            “ เป็นอะไรไปคนดี ”

            น้ำเสียงอ่อนโยนที่ได้ยินทำให้ณิชาชาที่ซุกหน้าอยู่กับอกกว้างรู้สึกตัว ความหวาดกลัวที่กลัวว่าจะถูกปล่อยทิ้งไว้หายไป แก้มนุ่มนิ่มแดงเรื่อด้วยความเขินอายอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะเขินได้มากขนาดนี้ แขนเรียวค่อยๆ คลายออก เธอพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะข่มใจไม่ให้เต้นแรงไปกับสายตาแพรวพรายของคนตัวโตกว่า

            “ ทำไมแก้มแดงจัง แล้วร้องไห้ทำไมดูซิตาช้ำหมดแล้ว ”

            ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่ออยู่ๆ โรเซสยื่นมือมาเช็ดน้ำตาที่คลออยู่อย่างไม่รังเกียจ

            “ ปะ เปล่าค่ะ ” กว่าจะหาเสียงเจอก็กินเวลานานจนใจเจ้ากรรมเต้นลีลาศอยู่ภายในอก “ หนูณิว่าเราไปเดินตรงนู้นกันดีกว่าค่ะ หนูณิอยากซื้อเสื้อผ้าให้ลักกี้ด้วย ” พูดจบมือบางก็อุ้มเจ้าลักกี้ตัวน้อยที่ลงไปนั่งรออยู่ที่พื้นขึ้นมาแล้วเตรียมเดินไปทางที่เธอเล็งไว้ แต่ยังไม่ทันได้ไปเพราะอยู่ๆ โรเซสก็รั้งแขนเธอไว้ ณิชาชามองเขาด้วยความแปลกใจ

            “ มีอะไรเหรอคะ?

            “ ใส่นี้ไว้ เดี๋ยวเป็นหวัดแดดแล้วจะยุ่ง ”

            หมวกแก๊ปสีขาวเพ้นลายน่ารักถูกนำมาสวมไว้บนหัวของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว แก้มนวลเริ่มแดงขึ้นอีกระลอกจนเจ้าตัวต้องรีบเดินหนีเพื่อไม่ให้เขาสังเกตเห็น

            โรเซสอยากจะดึงร่างบางเข้ามากอดอีกสักหลายรอบข้อหาทำตัวน่ารักจนเกินเหตุ ยิ่งตอนที่เธอหน้าแดงด้วยความเขินอายมันทำให้เขาอยากจะจูบซับความอายทั้งหมดนั้นมาไว้กับตัว เห็นทีงานนี้มาเฟียใหญ่อย่างเขาคงหนีไม่พ้นเด็กสาวนามว่า ณิชาชา แล้วเป็นแน่!

 

            รูปถ่ายจำหลายสิบรูปถูกโยนกองไว้บนโต๊ะทำงานหรูอย่างไร้ความหมาย ภาพของคาร์นัล โรเซส มาเฟียหนุ่มผู้กุมอำนาจในบริษัทยักใหญ่กำลังกอดอยู่กับเด็กสาวกลางที่สาธารณะ รอยยิ้มเหี้ยมปรากฎขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างมาดร้าย

            “ ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ”

            “ น้องสาวต่างแม่ครับ ”

            จากภาพที่เห็นกับคำตอบของคนสนิททำให้ปีเตอร์ได้แต่สมเพชอยู่ในใจ ผู้ชายที่เคยควงแต่ผู้หญิงระดับนางแบบกลับเปลี่ยนรสนิยมไปได้ขนาดนี้ แต่อย่างน้อยสาวในภาพถ่ายคงจะมีความสำคัญมากไม่อย่างนั้น คนอย่างโรเซสไม่มีทางแสดงท่าทางแบบนั้นแน่นอน

            “ โทรไปหานายเจษ แล้วบอกว่าฉันจะไปร่วมงานด้วย ”

            “ แต่งานนี้คุณโรเซสไปร่วมงานด้วยนะครับ ”

            “ นั่นแหละ จุดประสงค์ของฉัน ถึงเวลาที่เพื่อนรักจะกลับมาเจอกันสักที!

 

            คาร์นัล โรเซสอยู่ในชุดสูทสากลราคาแพงริบที่ถูกส่งตรงมาจากปารีส กำลังนั่งทำงานในห้องทำงานฆ่าเวลารอน้องสาวลูกติดแม่เลี้ยงแต่งตัวเพื่อไปงานเลี้ยงคืนนี้กับเขา ไมค์เดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามสไตล์ที่ใครเห็นก็ขยาด

            ไมค์ทำงานกับโรเซสมานาน มีความซื่อสัตย์และไว้ใจได้

            “ ของส่งถึงอเมริกาเรียบร้อยแล้วครับ ไม่มีปัญหาอะไร ”

            โรเซสพยักรับรู้ หลังจากที่มีเรื่องความลับของบริษัทรั่วไหลเขาต้องสั่งคุมเข้มการทำงานทั้งหมด  เป็นเพราะความประมาทของเขาเองที่คิดว่าปีเตอร์จะไม่เล่นอะไรลับหลัง

            “ ขอบใจนายมาก ” โรเซสสังเกตเห็นไมค์มีสีหน้าลำบากใจจึงเอ่ยถาม “ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ”

            “ เมื่อสักครู่คุณเจษโทรมาบอกว่างานเลี้ยงคืนนี้ คุณปีเตอร์จะมาร่วมงานด้วยครับ ผมคิดว่าทางนั้นต้องมีแผนอะไรแน่ๆ ผมจะเตรียมคนคุ้มกันเพิ่ม”

            ไมค์บอกตามความคิด เขาค่อนข้างแปลกใจที่รู้ว่าปีเตอร์จะไปร่วมงานในคืนนี้ด้วย ในวงการธุรกิจต่างรู้กันดีว่าถ้าคุณโรเซสไปร่วมงานไหน ปีเตอร์จะไม่มาร่วมงานเดียวกัน อาจเป็นเพราะทั้งคู่เป็นคู่แข่งกันมานานและมักไม่กินเส้นกันนัก

            “ อาจจะใช่และไม่ใช่ งานนี้ฉันไม่อยากประมาทแต่ยังไงฉันคงต้องให้เกียรติเจ้าของงานด้วย ให้อีริคมาดูแลหนูณิ ส่วนคนอื่นๆ ดูแลอยู่ข้างนอก ห้ามให้ใครสังเกตเห็น ปีเตอร์เป็นคนฉลาดไม่ลงมือในงานที่มีคนพลุกพล่านแน่ ”

            โรเซสกับปีเตอร์เคยเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากจนแทบเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนตาย แต่เมื่อต่างคนต่างต้องมารับหน้าที่ดูแลธุรกิจต่อจากครอบครัว และความเชื่อถือส่วนใหญ่พุ่งตรงมาที่เขา เพียงเวลาไม่นานเขาก็ก้าวมาเป็นนักธุรกิจแนวหน้าด้วยวัยเพียงสามสิบปี

            แตกต่างกับปีเตอร์ความเขื่อใจทางธุรกิจตกต่ำลงทุกวันจากสินค้าที่ไร้คุณภาพ ลูกค้าที่เคยร่วมลงทุนกับปีเตอร์หันมาหาโรเซสจนเกือบหมด ความเป็นเพื่อนของพวกเขาขาดกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่เจอกันจะต้องมีคำพูดถากถางและสายตาแห่งความเกลียดชัง จนเขาเริ่มชินและลืมเลือนความเป็นเพื่อนไปหมดแล้ว

            “ หนูณิยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกหรอ ” หลังจากนั่งรอมาได้สักพักโรเซสจึงถามขึ้น

            “ ผมยังไม่เห็นลงมาเลยครับ ”

            “ ฉันจะขึ้นไปตาม นายไปเตรียมตัวรอเถอะ ”

            เมื่อไมค์ออกไปแล้วโรเซสจึงลุกขึ้นตรงไปยังชั้นสองจุดหมายคือห้องนอนของณิชาชาหญิงสาวคนเดียวในบ้านหลังนี้

            ด้านณิชาชาก็กำลังวุ่นวายกับชุดราตรีเกาะอกลูกไม้สีขาว เธอพยายามจะติดกระดุมด้านหลังอยู่หลายนาทีแต่ติดได้เพียงสามเม็ดเท่านั้น มือเธอก็เอื้อมไม่ถึง ภายในใจก็บ่นถึงตัวต้นเหตุด้วยความหงุดหงิด

            เมื่อเย็นตอนที่เธอกำลังเล่นกับลักกี้ โรเซสเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องใหญ่ๆ ส่งมาให้ แล้วบอกแค่ว่าให้แต่งตัวเดี๋ยวไปงานเลี้ยงกัน เธออยากจะตะโกนลั่นบ้านเมื่อเห็นชุด ทำไมเขาไม่เลือกชุดที่มันเป็นซิปเธอจะได้ไม่ต้องลำบาก ความคิดนึงเธออยากจะหาให้ใครสักคนมาติดกระดุมให้แต่ที่นี่มีแต่ผู้ชาย ความคิดนั้นจึงถูกพับเก็บไป

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองสามครั้งทำให้ร่างบางตกใจเล็ก มือบางคอยจับเกาะอกไว้แน่นก่อนค่อยๆ โผล่หน้าออกมาส่งยิ้มหวานจนตากลมโตหยีลงจนน่าหยิก

            “ แต่งตัวเสร็จหรือยัง ”

            “ ยังค่ะ หนูณิมีปัญหานิดหน่อย ”

            โรเซสเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ณิชาชาเปิดประตูออกกว้างชะโงกหน้ามองซ้ายมองขวาเมื่อไม่พบใครอยู่บริเวณนั้นจึงลากโรเซสเข้ามาในห้องด้วยความรวดเร็ว

            คนถูกกระทำมีสีหน้าเลิกลั่กเมื่ออยู่ๆ ถูกลากเข้ามาในห้อง ณิชาชาอยู่ในชุดเกาะอกที่เขาเป็นคนเลือกให้ ผมยาวๆ ของเธอถูกรวบไว้ประดับด้วยกิ๊บติดผมเผยลำคอระหง ใบหน้าหวานถูกแต่งไว้อ่อนๆ ช่วยทำให้เธอดูเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆ ยามมีความสุข

            โรเซสเพิ่งตระหนักได้ว่าเขาคิดผิดถนัดที่เข้ามาในนี้เมื่อณิชาชาหันหลังมาให้เขาเห็นชัดๆ แผ่นหลังเล็กบอบบางที่ควรจะได้รับการปกปิดกลับโผล่มาให้ใจเขาเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้!

            “ ทำไมไม่แต่งตัว! ” สิ่งเดียวที่เขาทำได้เมื่อเรียกสติกลับมา คือแสร้งถามด้วยน้ำเสียงดุๆ กลบเกลื่อนอาการทั้งหมด

            “ หนูณิก็อยากแต่งให้เสร็จนะคะ แต่ชุดที่คุณโรเซสให้มามันเป็นกระดุมแล้วหนูณิเองก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะเอื้อมไปติดมัน ดังนั้น คุณโรเซสต้องติดให้หนูณิด้วยค่ะ ”

            ไม่พูดเปล่า ณิชาชากลับเดินถอยหลังมาทางเขาอย่างไม่เกรงกลัว แถมหันมองค้อนเขาอีกต่างหาก! โรเซสกลั้นใจยื่นมือที่เริ่มสั่นไปติดกระดุมให้ ใจหนึ่งเขาอยากจะถามเธอว่าทำไมไม่ขอให้คนอื่นช่วย แต่พอคิดได้ว่าคนอื่นที่ว่านั่นมีแต่ผู้ชาย เขาเลยต้องเงียบ ไม่มีวันซะหรอกที่ผู้ชายคนอื่นจะมาเห็นเนื้อตัวของเธอ!

            กระดุมเม็ดสุดท้ายถูกติดด้วยความยากลำบากในความคิดของมาเฟียหนุ่ม เขาพยายามข่มใจไม่ให้ลูบไล้แผ่นหลังบอบบางนั้นจนสุดความสามารถ คาร์นัล โรเซส ผู้ยิ่งใหญ่ เขาอยู่กับผู้หญิงสาวสวยมาก็มาก แต่ละคนมีดีกรีเป็นถึงนางแบบทั้งนั้นแต่ไม่เคยมีใครทำให้เขาเป็นแบบนี้มาก่อนเลย

            ณิชาชาเดินไปดูกระจกเมื่อโรเซสบอกเธอว่าติดกระดุมเสร็จแล้ว ลองหมุนดูสองสามรอบแล้วหยิบกระเป๋าใบเล็กเข้ากับชุดมาถือไว้

            “ขอบคุณค่ะ หนุณิพร้อมแล้ว ”

            “ เดี๋ยว ” ดวงตากลมโตมองมาเป็นคำ “ ใส่ไว้ ไปถึงงานแล้วค่อยถอด ”

            เสื้อสูทราคาแพงริบสั่งตรงมาจากปารีสถูกส่งมาให้ ณิชาชามองอย่างงงๆ ก่อนรับมาใส่ไว้ เมื่อโรเซสบังคับทางสายตากรายๆ ใจดวงน้อยรู้สึกวูบไหวอย่างไม่เคยเป็น ยิ่งเมื่อได้เห็นประกายตาอ่อนโยนด้วยแล้ว ความรู้สึกซาบซ่านก็พากันประทุออกมาจนแก้มนวลแดงซ่าน

            “ ไปกันได้แล้วค่ะ ป่านนี้คุณไมค์รอนานแล้ว ”

            ณิชาชาได้สติก็รีบเปลี่ยนเรื่อง เขาทำให้เธอเสียการควบคุมตัวทุกครั้งเวลาที่อยู่ด้วยกัน โรเซสมองร่างบางที่รีบวิ่งลงข้างล่างอย่างมีความสุข ก่อนจะรีบตามลงไป เขาไม่อยากพาเธอออกไปไหนในช่วงหน้าซิ่วหน้าขวานแบบนี้ แต่ถ้าจะปล่อยให้เธออยู่บ้านเล่นกับหมาจนลืมเขา นั่นยิ่งไม่มีทางใหญ่

           

            งานเลี้ยงเปิดตัวอัญมณีชุดใหม่ของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงคราคร่ำไปด้วยผู้ดีไฮโซเกือบทั่วทั้งวงการ นักข่าวจากหลายสำนักต่างพากันหาข่าวจากบรรดาแขกเหรื่อที่มาในงาน หนึ่งในนั้นคือ ปีเตอร์ เพคทอลล์ นักธุรกิจหนุ่มที่ชอบเก็บตัว ไม่ค่อยออกสื่อ

            

Post Comment

Comment

IAMDEVIL
6/11/2559 14:48:29
ปอปาย
30/8/2557 23:07:03
baby-14
20/11/2556 17:27:49

Statistic

Date posted: 5 years ago.
Date modified: 5 years ago.
Overall Viewed: 225,895 times
Monthly Viewed: 1,204 times
Rated: 7 times
Favorited: 26 times
Commented: 4 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.